วันนี้ในอดีต : 16 มิถุนายน 2004

by

ย้อนไป 16 มิถุนายน 2004 หลังจากข่าวลือมากมายเกี่ยวกับตำแหน่งผู้จัดการทีมคนใหม่ของลิเวอร์พูลที่จะมาสานงานต่อจาก เชราร์ อุลลิเย่ร์ ในที่สุดสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลก็ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ราฟาเอล เบนิเตซ เป็นผู้เข้ามารับตำแหน่งนี้ด้วยสัญญา 5 ปี นับว่าเป็นวันที่เกินความคาดหมาย และสร้างความประหลาดใจให้แฟนบอล เดอะ ค็อป ไม่น้อย เมื่อโค้ชชาวสเปนรายนี้เพิ่งสร้างปรากฎการณ์พา บาเลนเซีย แหกวัฒนธรรมลา ลีกา ผงาดคว้าแชมป์แดนกระทิงดุเหนือ เรอัล มาดริด และบาร์เซโลน่าเถลิงบัลลังก์แชมป์ลา ลีกา 2 สมัย แถมด้วยการนำเจ้าค้างคาวเอาชนะเกม ยูฟ่า คัพ นัดชิงชนะเลิศมาหมาดๆ ในปี 2004

เบนิเตซแถลงข่าวครั้งแรกด้วยความปิติยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขากล่าวในวันนั้นว่า

“เรารู้ว่าลิเวอร์พูลเป็นหนึ่งในสโมสรที่มีความสำคัญมากที่สุดในโลก ผมเคยอ่านประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูล มันยิ่งใหญ่ มหัศจรรย์อย่างมาก ตอนผมยังเด็ก ผมอยากเป็นแชมป์ให้มากที่สุด และผมต้องการชนะในแนวทางที่ถูกที่ควร ผมต้องการให้แฟนบอลของเราภาคภูมิใจกับทีม ผู้จัดการทีม นักเตะ และสโมสร มันเหมือนฝันที่ผมได้โอกาสทำงานกับหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลกเพื่อแข่งขันภายในลีกที่ดีที่สุดในโลก”

เบนิเตซเขียนประวัติศาสตร์บทใหม่ในแอนฟิลด์ภายใน 12 เดือนต่อมา เขาวางแผน และคุมทีมอย่างชาญฉลาดฝ่าเส้นทางเดินที่เหลือเชื่อก่อนที่จะนำสโมสรคว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ เป็นสมัยที่ 5 ในวันที่ 25 พฤาภาคม 2005 ที่นครอิสตันบูล ก่อนที่ 3 เดือนต่อมาลิเวอร์พูลจะคว้าแชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ มาครองอีกใบ

ปีต่อมาราฟายังพาลิเวอร์พูลคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ด้วยชัยชนะเหนือเวสต์แฮมในปี 2006 ราฟานำลิเวอร์พูลยุคใหม่คว้าถ้วยแชมป์รายการใหญ่ 2 ใบใน 2 ฤดูกาลแรก ซึ่งเป็นความสำเร็จที่ยากจะหาใครมาเทียบได้

ราฟาขยายสัญญาใหม่กับทีมไปอีก 4 ปีในเดือนมิถุนายน 2006 แม้ว่าจะได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในต่างแดน ซึ่งต้องการดึงตัวไปทำงานจากรายงานของสื่อหลายฉบับ ในฤดูกาล 2006-07 เบนิเตซนำหงส์แดงคว้าอันดับ 3 ในพรีเมียร์ลีก และเข้าชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกครั้งที่เอเธนส์กับ เอซี มิลาน ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 ปี

แม้ว่าจะไม่มีถ้วยรางวัลประดับสโมสรในฤดูกาล 2007/08 แต่ประเด็นหลักที่ถูกพูดถึงคือปัญหานอกสนามของเบนิเตซ และสองเจ้าของทีมชาวอเมริกันอย่าง ทอม ฮิคจ์ และจอร์จ จิลเล็ตต์ อย่างไรก็ตาม เขาทำให้หงส์แดงได้ลุ้นแชมป์อย่างจริงจังที่สุดในฤดูกาล 2008/09 ก่อนที่เบนิเตซจะเซ็นสัญญาฉบับใหม่ถึง 5 ปีเมื่อ 18 มีนาคม 2009 ที่น่าจะทำให้เขาอยู่ในแอนฟิลด์ไปจนถึงปี 2014 อย่างไรก็ตามความไม่แน่นอนในวงการฟุตบอลก็ปรากฎให้เห็นจากผลลัพธ์ในช่วงฤดูร้อนปีถัดมา

ราฟาคือคนที่พาหงส์แดงขึ้นอันดับหนึ่งในยุโรปภายใต้ระบบการคำนวณค่าสัมประสิทธิ์ของยูฟ่าอย่างเป็นทางปีจากผลงาน 5 ปีแรกภายใต้การคุมทีมของเขา…

 

ที่มา  :   http://www.thisisanfield.com/2009/08/no-44-the-day-rafael-benitez-arrived/

แปล/เรียบเรียงโดย  :  เจ้าของที่ดาวศุกร์

 

Leave a Reply