วิเคราะห์เกม สเปน – อิตาลี

by

สเปน – อิตาลี: วิเคราะห์ เกมบุก แบบ ‘ฟอลส์ไนน์ (False-Nine – กองหน้าหลอก)’ และ เกมรับแบบ 3-เซ็นเตอร์แบ็ค

สเปน และ อิตาลี สร้างสรรค์เกมเสมอ 1-1 ที่สนุกสุดยอด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน 2555 ในเกมแรกของกลุ่ม ซี ในบอล ยูโร 2012

 

เราได้เห็นการเล่น 2 แบบที่ต่างกันในเกม
สเปนใช้ระบบ การไหลบอลแบบอิสระ แบบไม่ต้องมีกองหน้าตามทฤษฎี ในขณะที่ อิตาลีดูเหมือน พวกเขาจะระแวดระวังเกมรับมากไป โดนใช้ หลังตัวกลาง 3 ตัว

ความจริงคือ เพราะ อังเดร บาร์ซากริ บาดเจ็บ และ โดเมนิโค คริสซิโต ถูกถอนตัวไป อิตาลี เลยต้อง ปรับไปเล่น หลังตัวกลาง 3 ตัว ก่อนเกม

เป็นโชคดีของ ซีซาร์ แพรนเดลลี่ ที่ สเปน ตัดสินใจใช้ เชก ฟาเบรกาส ในบทบาท ‘ฟอลส์-ไนน์’ (False-nine -กองหน้าหลอก) นั่นทำให้ กองหลัง 3 ตัว ของอิตาลี ไม่มีใครให้ต้องประกบ

 

น่าสนใจไหมครับ? ถ้าคุณคิดเช่นเดียวกัน นี่คือการวางแผนของพวกเขา

 

 

ด้วยเพราะ ใช้ ฟาเบรกาส ลงเล่นในบทบาท กองหน้าตัวหลอก บ่อยครั้งผู้เล่นที่อยู่ตำแหน่งสูงสุดในเกม จึงเป็นกองหน้าที่เล่นริมเส้น เช่น อังเดร อิเนียสต้า และ ดาวิด ซิลบา

ส่วนเกมรับของอิตาลี นอกจาก กองหลัง 3 ตัวของอิตาลี แล้วยังมี วิงแบ็ค อีก 2 ตัว คอยช่วยเสริม ได้แก่ เอมมานูเอล เจียเชรินี และ คริสเตียน มักโจ้ โดยที่มี อังเดร ปิร์โล่ คุมแดนกลางในบทบาท ‘รีจิสต้า – Regista (คนบัญชาเกม หรือ เพลย์เมกเกอร์)’

 

หลังสาม กับ ‘ฟอลส์-ไนน์ (False Nine)’

แผนกองหลังตัวกลาง 3 ตัวของอิตาลี กับ แผนที่ไม่มีกองหน้าเลยของ สเปน สร้างบรรยากาศตื่นตัวและความสนใจได้มากมายก่อนการแข่งขัน

บิเซนเต้ เดล บอสเก้ ส่ง กองกลาง 6 ตัวลงไปเพื่อ พยายามจะสร้าง ผู้เล่นที่มีบทบาทคล้ายของ ลิโอเนล เมสซี่ ในทีมบาร์เซโลน่า โดยมอบหมาย หน้าที่นี้ ให้กับ ฟาเบรกาส ซึ่ง เคยเล่นใรตำแหน่งนี้แล้ว ในเกมที่ เจอกับ เชลซี ใน รอบรองชนะเลิศ แชมป์เปี้ยนส์ลีก

อิตาลีเล่นตามแผนที่วางมาค่อนข้างดี อาจจะเป็นเพราะ ฟาเบรกาส เอง ที่ไม่สามารถวิ่งทะลุทะลวงได้มากและดีเท่าที่ควร แต่ก็ไม่มีใครของสเปนทำได้เช่นกัน

 

บ่อยครั้งที่เกมสวนสเปน จึงกลายเป็น 3 ต่อ 3


นั่นหมายความว่า วิงแบ็คทั้งสองของอิตาลี ไม่จำเป็นต้องลงต่ำมาถึง เส้นแนวรับสุดท้าย ยกเว้น ในจังหวะที่สเปนกดดัน และครองบอลแบบ ทิกิ-ทะกะเป็นเวลานาน

สถานการณ์นี้เกิดไม่บ่อยนัก แต่เมื่ออิตาลีต้องตั้งรับในกรณีนี้ มักโจ้ และ เจียเชรินี ก็พร้อมที่จะเสริมเข้าไปในตำแหน่งพื้นที่ว่าง

หลังจากนั้น ปิร์โล่, คลอดิโอ มาร์คิซิโอ และ ติอาโก้ มอตต้า ก็พร้อมที่จะลงต่ำ มายืนเป็นแผง 3 คน หน้าแผงกองหลัง ทำให้ สเปนแทบไม่เหลือพื้นที่ ที่จะเล่นอะไรได้

หน้าที่ของ โจโจ้ เคียลินี มีส่วนสำคัญในสถานการณ์นี้นี้ เพราะเขาต้องรับหน้าที่เฝ้าระวัง การวิ่งของ ฟาเบรกาส และ ตัดสินใจว่าจะ เข้ากดดัน หรือ แค่ รักษาระยะ ปล่อยให้ ฟาเบรกาส ครองบอลในตำแหน่งที่ใม่อันตราย
การแก้เกมกลับมาของสเปน

 

มีทางเดียวของสเปน ที่จะสร้างโอกาสกลับมา

พวกเขาจะต้องเล่นเกมสวนที่ใช้ความเร็วและเข้าจัดการกับอิตาลีในจังหวะที่วิงแบ็คของอิตาลี ดันขึ้นสูง

สิ่งนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้น เมื่อ ฟาเบรกาส ยืนต่ำในตำแหน่ง ‘ฟอลส์-ไนน์’ ดังนั้น เดล บอลเก้ จึงหันไปใช้ เฟอร์นันโด ตอรเรส

ภาพนี้แสดงให้เห็นความแตกต่าง ของการใช้เวลาในแเดนหน้า ระหว่าง ฟาเบรกาส และ ตอรเรส

 

ในแท็คติกแรก ฟาเบรกาส ยืนต่ำมากๆ ดังนั้น แนวรับอิตาลีจึงมีอิสระ สามารถดันขึ้นสูง และ กดดันสเปนให้อยู่ในแนวของตัวเอง นี่ทำให้สเปน แทบไม่มีโอกาส เจาะแนวรับอิตาลี, ไม่สามารถทำให้กองหลังอิตาลีออกจากตำแหน่ง หรือ ทำให้ฝั่งตัวเองมีจำนวนมากกว่าอิตาลี ยามเล่นเกมบุก

ภายใต้ แท็คติกที่ สอง ตอรเรส ถูกส่งมาเล่น และคุณสามารถเห็นได้ว่า ตำแหน่งยืนของเขาต่างกัน

เขาพยายามจะวิ่งเข้าด้านใน ของ เคียลินี และ ยืนติดกับแนวกองหลัง – และนี่ก็เป็นการเปลี่ยนเกม แบบคาดไม่ถึง ที่อิตาลีไม่พร้อมจะรับมือ เส้นแนวรับอิตาลีตอนนี้ใช้ไม่ได้แล้ว และอยู่ในสถานการณ์อันตราย เพราะมีพื้นที่ข้างหลังกองหลังให้ ตอรเรส วิ่ง

และที่เกิดก็คือ ไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง ที่ ตอรเรส ออกวิ่ง เก็บบอลได้ และสามารถสร้างโอกาส

 

หนหนึ่งเขา ชิปบอลข้ามคานไป ทั้งๆที่ คงจะง่ายกว่า ถ้าเขาจ่ายให้ ฆีซุส นาบาส

อีกหนเขาก็ละล้าละลัง เพราะ ไม่มีใครเติมขึ้นมา

ถ้าเป็น ตอรเรส คนก่อน ต้องมีอย่างน้อย 1 ลูกเป็นประตู และนำชัยชนะมาสู่สเปน

 

บทสรุป

ระบบ ‘ฟอลส์-ไนน์’ จะใช้งานได้ ก็ต่อเมื่อ ฟาเบรกาส เล่นบอลน้อยจังหวะ วิ่งให้ดีขึ้น แต่โดนภาพรวม พื้นที่ที่ถูกจำกัด ทำให้เขาทำงานตรงนี้ได้ยาก

การเปลี่ยนไปใช้ ‘หน้าเป้า’ เป็นเรื่องที่ควรทำและได้ผล และ บางที่ ‘อัลวาโร่ เนเกรโด้’ อาจจะยิ่งประตูชัยให้ได้

ระบบกองหลัง 3 คน ของอิตาลี เกิดจากความจำเป็น ไม่ใช่แผนทางแท็คติก  อย่างไรก็ตาม มันพิสูจน์แลัวว่าใช้งานได้ดี แต่ถ้าสเปน จัดทีมแบบมีกองหน้า รูปเกมอาจจะเลวร้ายไปอีกทางเลยก็ได้สำหรับ อิตาลี

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ระบบของอิตาลี น่าจะเพียงพอที่จะ เอาชนะ ทีมชาติไอร์แลนด์ และ โครเอเชียได้ ในขณะที่ ทิกิ-ทะกะ ของสเปน ก็เจ๋งเกินกว่า ไอร์แลนด์ แล โครเอเชียจะรับมือไหว

 

ที่มา: http://m.bleacherreport.com/articles/1216087-spain-vs-italy-analysing-the-false-nine-and-3-man-central-defence
แปล: kenny7

 

หมายเหตุ

หากมีความข้อผิดพลาดในเนื้อหา เนื้อความ หรือถ้อยคำ ประการใดทางทีมงาน loveLFC.com

ขอกราบขออภัยไว้ ณ ที่นี้และพร้อมเปิดรับทุก ข้อคิดเห็น คำแนะนำ และ คำติชมทุกประการ ผ่านทาง

Email: loveLFCdotCom@gmail.com

และ

Facebook Fan Page: www.facebook.com/loveLFCdotCom

 

 

 

3 Comments

  • ถ้าส่งกองหน้าลงมาเร็วกว่านี้ช่วยป่วนกองหลัง ให้เชสก์หลุดไปได้บ่อยๆ สกอร์คงไม่จบเท่านี้สินะคะ ><

    • น่าจะเป็นหายนะของอิตาลีได้เลย เพราะริมเส้นสองข้างของสเปน ก็ไม่ธรรมดา แถมหน้ายังคมอยู่ กลางก็ตรึงแน่น…ถือว่าสเปนวางแผนมาผิดจริงๆ

      • กองกลางกับกองหน้า…..ถามว่าเล่นแทนกันได้ไหม? ได้ครับแต่โดย ธรรมชาติแล้ว ยังไงก็ไม่เหมือนกัน100เปอร์เซนต์

Leave a Reply