You’ll Never Walk Alone บทเพลงเหนือตำนาน

by


You’ll Never Walk Alone
คุณไม่มีวันเดินเดียวดาย
เนื้อร้องโดย ออสการ์ แฮมเมอร์สตีน II

When you walk through a storm,
เมื่อคุณเดินฝ่าลมพายุที่โหมกระหน่ำ,

Hold your head up high,
จงเงยหน้าเผชิญอย่างห้าวหาญ,

And don’t be afraid of the dark,
และอย่าเกรงกลัวต่อความมืดมิด,

At the end of a storm, there’s a golden sky,
เมื่อลมพายุพ้นผ่าน, ท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพปรากฎ

And the sweet silver song of a lark.
และท่องทำนองเพลงแห่งความหวังก้องกังวาน

Walk on through the wind,
จงก้าวเดินต่อไปฝ่าสายลม

Walk on through the rain,
ก้าวเดินต่อไปฝ่าสายฝนที่โหมกระหน่ำ

Though your dreams be tossed and blown…
แม้ความฝันของคุณถูกทำลาย และสลายไป…

Walk on, walk on, with hope in your heart,
ก้าวเดินต่อไป ก้าวเดินต่อไป ด้วยดวงใจที่เปี่ยมด้วยความหวัง

And you’ll never walk alone,
และคุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย

You’ll never walk alone…
คุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย

Walk on, walk on, with hope in your heart,
ก้าวเดินต่อไป ก้าวเดินต่อไป ด้วยดวงใจที่เปี่ยมด้วยความหวัง

And you’ll never walk alone,
และคุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย

You’ll never walk alone…
คุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย…

 

เจอร์รี่ี แอนด์ เพชเมกเกอร์ในปี 1963

 

“You’ll Never Walk Alone”(คุณไม่มีวันเดินเดียวดาย) เป็นคำที่มีความหมายเปี่ยมด้วยพลังคำนี้มีหลายแห่งพยายามอธิบายความเป็นมาของบทเพลงนี้ แต่เท่าที่ค้นข้อมูลได้เก่าแก่ที่สุด เพลงนี้ไม่ได้ถือกำเนิดในอังกฤษ แต่ต้องย้อนไป ในปี 1945 โดยเป็นหนึ่งในเพลงประกอบละครเพลงบอร์ดเวย์เรื่อง CAROUSEL โดย ออสการ์ แฮมเมอร์สไตน์ เป็นผู้ให้เนื้อร้อง และริชาร์ด ร็อดเจอร์ส เป็นผู้ให้ทำนอง(ระหว่างที่ตีพิมพ์บทความนี้ลงในเว็บไซต์ อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญที่ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ก็มาจากตระกูล “ร็อดเจอร์ส” ทั้งสองท่านนี้ไม่ได้มีบทเพลงเดียวที่สร้างชื่อเขายังมีผลงานจากละครเพลงดังในอดีตอย่างเช่น The Sound of Music เป็นต้น)

อ่านถึงตรงนี้เชื่อว่าหลายคนต้องอยากรู้เรื่องราวในละครเรื่อง Carousel เนื่องด้วยผู้เขียนมีความรู้เกี่ยวกับละครเพลงไม่มากนักสักวันอาจจะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญด้านละครอย่างคุณน้อง Howky มาเล่าอาจจะได้อรรถรสมากกว่า อย่างไรก็ตามเพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับบทเพลงที่ว่ากันว่าสามารถกระชากน้ำตาของผู้ชมได้ เพลงนี้ถูกร้องขึ้นใน “องค์สอง” ของเรื่อง เนตตี้ ฟาวเลอร์(บังเอิญนามสกุลเดียวกับ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ อีกแล้ว!) ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของ จูลี่ จอร์แดน นักแสดงนำฝ่ายหญิง ร้องเพลง”You’ll Never Walk Alone”เพื่อให้กำลังใจ จูลี่ ที่ บิลลี่ บิเกโลว์ สามีซึ่งเป็นนักแสดงนำฝ่ายชายถูกฆาตกรรมขณะที่พยายามเข้าไปจับหัวขโมย ขณะที่เรื่องราวในตอนนั้น จูลี่ จะต้องอยู่เพียงลำพังในการเลี้ยงดู หลุยส์ ลูกสาวเพียงคนเดียว ขณะที่ บิลลี่ กำลังมองลงมาจาสรวงสวรรค์

ตัดข้ามมาในสหราชอาณาจักรปี 1963 ส่วนนี้รู้สึกจะเป็นประวัติที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเกี่ยวกับบทเพลงนี้กับลิเวอร์พูล จนหลายที่สับสนกับต้นฉบับที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ แต่ต้นตำรับน่าจะต้องยกให้ ออสการ์ แฮมเมอร์สไตน์ กับ ริชาร์ด ร็อดเจอร์ส แต่เวอร์ชั่นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดจนเข้ามาอยู่ในใจแฟนบอลลิเวอร์พูลก็มีความผูกพันธ์กับลิเวอร์พูลจริงๆ ต้องยกให้ เจอร์รี่ และเดอะ เพชเมกเกอร์ส(Gerry and the Pacemakers) ผู้ทำให้เพลงนี้ประสบความสำเร็จข้ามมหาสมุทธแปซิฟิก

เจอร์รี่ มาร์สเดน นักดนตรีชาวลิเวอร์พัดเลี่ยนนำเพลงนี้ไปเสนอค่ายเพลงมากมาย แต่มีเสียงเหยียดหยามว่าไม่มีทางขายออก อย่างไรก็ตามเขาก็เพียรพยายามจนออกอัลบั้มนี้มาสำเร็จ และวงดนตรีวงนี้ก็กลายเป็นวงที่ประสบความสำเร็จสูงสุดจากเมืองลิเวอร์พูลก่อนยุค เดอะ บีตเทิ่ลส์ เพลง YNWA ติดอันดับหนึ่งของชาร์จเพลงสหราชอาณาจักรติดต่อกันถึง 4 สัปดาห์ และความยิ่งใหญ่ของสถิตินี้เราอาจจะไม่เข้าใจจนกระทั่งรู้ว่ามันยืนยงมายาวนานกว่าสองทศวรรษนับตั้งแต่วันนั้น

มีคนอ้างว่า มาร์สเดน ที่เป็นแฟนบอลเอฟเวอร์โตเนี่ยนแต่จากที่ค้นข้อมูลส่วนตัวในหนังสือชื่อเดียวกับเพลงของเขา มาร์สเดน ยอมรับว่าเชียร์เอฟเวอร์ตันจนถึงอายุ 13 ปีเท่านั้น และคงไม่ต้องค้นต่อว่าสโมสรไหนเป็นทีมที่เขาเชียร์ในเวลาต่อมา เมื่อ บิลล์ แชงคลี่ย์ ผู้มีสายตาแหลมคม และมีความสนิทชิดเชื้อกับมาร์สเดนเป็นการส่วนตัวได้ดึงเอาเพลงนี้มาใช้ สโมสรลิเวอร์พูลก็แสดงความเป็นเจ้าของเพลงนี้ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง และกลายเป็นเพียงเชียร์ประจำสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลอย่างเป็นทางการณ์ และคำว่า “You’ll Never Walk Alone” จะปรากฎอยู่บนยอดของทางเข้าสโมสร แชงค์ลี่ เกตส์ ทางเข้าสู่แอนฟิลด์

แชงคลี่ย์ เกตส์

 

มีการอ้างอิงเรื่องนี้จาก ทอมมี่ สมิธ อดีตตำนานนักเตะลิเวอร์พูล เผยว่า เจอร์รี่ มาร์สเดน นำเทปเพลงดังกล่าวไปเสนอให้กับ แชงค์ส ในระหว่างนั่งอยู่ในรสบัสในการเตรียมทีมปรี-ซีซั่นช่วงซัมเมอร์ของปี 1963 สมิธเล่าเรื่องนี้ไว้ว่า

“แชงค์สทึ่งมากกับเสียงเพลงที่กำลังได้ยิน… นักข่าวท้องถิ่นที่เดินทางไปกับทีม และหิวกระหายที่จะเขียนเรื่องต่างๆ ระหว่างเกมได้ขอก็อปปี้เพลงดังกล่าวไปให้กับกองบรรณาธิการซึ่งในเวลาต่อมาเพลงของ เจอร์รี่ มาร์สเดน ก็กลายเป็นเพลงประจำสโมสรไปโดยปริยาย”

มาร์เดนเองก็เคยกล่าวกับสำนักข่าวบีบีซีในช่วงทศวรรษ1960 ว่าดีเจที่เปิดเพลงในแอนฟิลด์ชอบเล่นเพลงที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ไปตามลำดับจากหลังไปหน้า และเพลงที่อยู่อันดับหนึ่งซึ่งเป็นเพลงสุดท้ายจะถูกเปิดก่อนเกมจะเริ่ม แม้ทุกเพลงที่อยู่อันดับหนึ่งแฟนบอลจะร้องได้ แต่ไม่มีเพลงไหนติดปากเท่า “You’ll Never Walk Alone” ซึ่งกองเชียร์ก็ร้องกันตามไปนับตั้งแต่วันนั้นจนกลายเป็นประเพณีปฏิบัติของสโมสรไป

นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ก่อนเกมการร้องเพลงนี้จนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของทีมมาจนถึงปัจจุบัน ระหว่างเส้นทางของประวัติศาสตร์ เดอะ ค็อป ต่างผ่านเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ความสำเร็จของบิลล์ แชงคลี่ย์, บ็อบ เพสลี่ย์ หรือตำนานคนอื่นๆ ลิเวอร์พูลเองก็ผ่านเหตุการณ์อันเลวร้าย และโศกนาฏกรรมที่ฮิลสโบโรช์ทำให้ยิ่งเข้าใจความหมายของบทเพลงนี้เป็นอย่างดี

นอกจากลิเวอร์พูลยังมีหลายสโมสรปรับใช้เพลงนี้ในการเชียร์ไม่ว่าจะเป็น เซลติก เอฟซี ในสกอตแลนด์, เฟเยนูร์ด, ทเวนเต้ และคัมบูร์ ในฮอลแลนด์ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, ไมนซ์, ไกเซอร์สลาเทิร์น และโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค, อเลมานเนีย อาเค่น, ซังต์ เพาลี และดาร์มสตัดต์ ในเยอรมนี(จากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนในเวิลด์ คัพ 2006 เคยได้ยินแฟนบอลเมืองเบียร์ที่ใช้ภาษาเยอรมันเป็นหลักร้องเพลงนี้ตามแฟนโซนต่างๆ จนขนลุกมาแล้ว) โดยในญี่ปุ่น เอฟซี โตเกียว ก็ได้นำบทเพลงนี้ไปปรับใช้ นักร้องระดับตำนานอย่าง แฟร้งค์ ซินาตร้า หรือเอลวิส เพสลี่ย์ ก็เคยร้องเพลงนี้
หลังโศกนาฏกรรมไฟไหม้อัฒจันทร์วัลลี่ย์ พาเหรดของทแบรดฟอร์ด ในปี1985 ที่ทำให้แฟนบอลเสียชีวิต 56 ราย และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ก็มีการรวมตัวของนักร้องอังกฤษ(อาทิ เจอร์รี่ มาร์สเดน, พอล แม็คคาร์ทนี่ย์ และรอล์ฟ แฮร์ริส)เพื่อร้องเพลงนี้ในการระดมทุนหารายได้ช่ายเหลือผู้เคราะห์ร้ายได้หลายล้านบาททีเดียว

สำหรับ มาร์สเดน เคยเข้าไปร้องเพลงในเวมบลี่ย์ สเตเดี้ยม ก่อนเกมระหว่าง เอฟเวอร์ตัน – ลิเวอร์พูล ในเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศปี 1989 หลังโศกนาฏกรรรมที่ฮิลสโบโรช์ไม่นาน ว่ากันว่าทำให้แฟนบอลทั้งสองทีมหลั่งน้ำตาออกมาทีเดียว

ปัจจุบันเพลง You’ll Never Walk Alone ยังถูกร้องในทุกๆ เกมที่ลิเวอร์พูลทำการแข่งขัน แฟนบอลทุกคนจะชูผ้าพัดคอ หรือสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับสโมสรขึ้นมาเป็นการปลุกใจนักเตะ ในระหว่างเกมขณะที่ทีมอาจจะกำลังท้อแท้ หรือตามหลัง เดอะ ค็อป ยังใช้เพลงนี้สดุดีความพยายามของทีมไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น

ก่อนหน้านี้เชื่อว่ากันเพลงจะถูกร้องเฉพาะในช่วงที่ลิเวอร์พูลกำลังจะเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งในยุคสมัยที่ทีมประสบความสำเร็จอย่างสูงมีคนเชื่อเช่นกัน อย่างไรก็ตามในปัจจุบันเราจะเห็นได้ชัดว่า เดอะ ค็อป ยังพร้อมจะพยายามร้องเพลงไปพร้อมกับน้ำตาหากทีมกำลังจะพ่ายแพ้ เพราะนี่จะเป็นเพลงที่ปลุกปลอบกำลังใจให้ทุกคนกลับมา และสู้ต่อไปในอนาคตข้างหน้า สุดท้ายเสียงเพลงนี้จะดังกึกก้องเสมอยิ่งเมื่อนักเตะยังแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทไม่ว่าโอกาสจะริบหรี่เพียงใดนี่ยังเป็นบทเพลงที่กระตุ้นความหวังของเดอะ ค็อป

ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2005 เป็นอีกครั้งที่บทเพลง YNWA ไม่ได้ปรากฎการร้องเพลงต้นเกม หรือปลายการแข่งขัน แต่ดูเหมือนเพลงนี้จะดังขึ้นได้ทุกเวลาเมื่อเดอะ ค็อป ต้องการรวบรวมกำลังใจ และช่วงพักครึ่งที่ อตาเติร์ก สเตเดี้ยมนครอิสตันบูล ระหว่างที่ลิเวอร์พูลตามหลังเอซี มิลาน 0-3 ราฟาเอล เบนิเตซ พูดคุยกับนักเตะคล้ายกับเนื้อหาในบทเพลงนี้กระตุ้นทีมกลับมาชนะ และคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แบบปาฏิหาริย์ในเกมดังกล่าว

“Don’t let your heads drop. All the players who go on the pitch after half-time haveto keep their heads held high.We are Liverpool. You are playing for Liverpool. Do not forget that.You have to hold your heads high for the supporters.You have to do it for them. You cannot call yourselves
Liverpool players if you have your heads down.If we create a few chances
we have the possibility of getting back into this. Believe you can do it and you will.Give yourself the chance to be heroes.”

“ห้ามก้มหน้ายอมรับความพ่ายแพ้ นักเตะทุกๆ คนต้องเชิดหน้าสู้ลงไปเล่นในครึ่งหลัง เราคือลิเวอร์พูล พวกคุณกำลังเล่นเพื่อลิเวอร์พูล อย่าลืมเรื่องนี้ พวกคุณต้องฮึดสู้เพื่อกองเชียร์ คุณต้องทำเพื่อพวกเขา พวกคุณจะบอกว่าตัวเองเป็นนักเตะลิเวอร์พูลได้ยังไงหากก้มหน้า ถ้าเราสร้างโอกาส 2-3 ครั้ง เราก็มีโอกาสกลับมาได้ จงเชื่อมันว่าคุณทำได้ และคุณจะต้องลงไปทำมัน จงให้โอกาสตัวคุณเป็นฮีโร่”

ราฟาพูดเรื่องดังกล่าวก่อนเดินลงจากห้องแต่งตัว แต่เขาไม่คาดคิดว่าแฟนบอลลิเวอร์พูลจะร้องเพลงดังกล่าวดังกึกก้องระหว่างพักครึ่ง และทำให้นักเตะลิเวอร์พูลมีกำลังใจเต็มเปี่ยมในช่วงครึ่งหลัง

ผลการแข่งขันในวันดังกล่าวออกมาอย่างไร สำหรับคนที่ “ศรัทธา และเชื่อมั่น” คงได้รับรู้ปาฏิหาริย์จากวันดังกล่าว ในทางกลับกันเราก็อาจจะเรียนรู้ความผิดหวังในเอเธนส์สองปีถัดมา แต่ไม่มี เดอะ ค็อป ที่แท้จริงจะก้มหน้ายอมแพ้

ไม่นานมานี้หลังการจากไปของ โรเบิร์ต เอ็งเค่ ผู้รักษาประตูฮันโนเวอร์ อลิน่า ชมิดต์ นักเรียนมัธยมวัย 17 ปีก็ได้ร้องเพลงนี้เพื่อไว้อาลัยให้กับการจากของผู้รักษาประตูรายนี้ต่อหน้าแฟนบอล 45,000 คนในสนามของฮันโนเวอร์ เมื่อ 15 พฤศจิกายน 2009

และล่าสุดเพลงดังกล่าวถูกร้องโดยกองเชียร์ทีม บริสเบน โรร์ ในเอ ลีก ฤดูกาล 2010–2011 เพื่อไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่รัฐควีนส์แลนด์ระหว่างเกม เอ ลีก แกรนด์ ไฟนัล

เชื่อว่าตำนานของบทเพลงนี้จะไม่หยุดแค่นี้ ตราบเท่าที่ เดอะ ค็อป ยังคงร้องมันเพื่อปลุกปลอบความเข้มแข็ง และพลังในจิตใจ เมื่อคุณอ่านเนื้อหาจบแม้แต่คุณเองอาจจะรู้สึกได้ทันทีเช่นกันว่าคุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย…
เล่าเรื่องเจ้าของที่ดาวศุกร์

เรียบเรียงข้อมูลจาก www.wikipedia.com

 

5 Comments

  • เป็นบทเพลงปาฏิหาริย์ของลิเวอร์พูลจริงๆ

    ปาฏิหาิริย์ที่ช่วยกระตุ้มให้ผู้เล่นลิเวอร์พูลกลับมาชนะได้ในเกมที่ยากเย็น

    ปาฏิหาิริย์ที่คนให้ทำนองนามสกุลเดียวกับผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน จนทำให้คิดว่าอนาคตข้างหน้าต้องเกิดปาฏิหาิริย์แน่ๆ

  • ของเค้าดีจริง !!!!!!!!!!!!!!!!!

  • Walk on, walk on, with hope in your heart,
    ก้าวเดินต่อไป ก้าวเดินต่อไป ด้วยดวงใจที่เปี่ยมด้วยความหวัง

    And you’ll never walk alone,
    และคุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย

  • ศรัทธา และเชื่อมั่น ความยิ่งใหญ่เช่นในอดีตกำลังจะกลับมา

Leave a Reply