Jeer's Liverpool Home, บทความ - Columns — July 13, 2012 at 10:31 am

The Real Liverpool Way

by

Paul Rogers

 

เขาคือคอลัมนิสต์มือฉมังที่คอยถ่ายทอดข่าวคราวความเคลื่อนไหวของสโมสรลิเวอร์พูลผ่านงานเขียนที่คมกริบ ซึ่งอันที่จริงแล้วเขาคนนี้คือผู้อยู่เบื้องหลังการกำหนดทิศทางของเนื้อหาต่างๆ ในสื่อของสโมสรลิเวอร์พูลทั้งหมด

คงเป็นเพราะความคลั่งฟุตบอลที่ลิขิตให้พอล โรเจอร์ส (Paul Rogers) Head of Contents Liverpool FC และฉันได้มาพบเจอกันระหว่างที่พอลติดตามเหล่าตำนานนักเตะลิเวอร์พูลมาทัวร์เมืองไทยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และได้มีโอกาสพูดคุยกันทั้งเรื่องฟุตบอล หนึ่งวันทำงาน และวันสบายๆ กับสถานที่เที่ยวในเมืองลิเวอร์พูลแบบชาวสเกาเซอร์แท้ๆ

สำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูลทั่วโลก การได้ไปเยือนเมืองลิเวอร์พูลคือความใฝ่ฝันอันสูงสุด แต่การได้มีโอกาสได้ทำงานให้กับสโมสรแห่งนี้ดูเป็นความฝันที่ไกลสุดเอื้อม พอลเล่าให้เราฟังถึงการทำงานที่สโมสรฯ ซึ่งเป็นงานในฝันของใครหลายคน “ตอนเด็กๆ ผมเคยสมมติว่าตัวเองเป็นเคนนี ดัลกลิช ซึ่งผมเชื่อว่าเด็กอังกฤษคนอื่นๆ ก็เป็นเหมือนกัน ผมฝันไว้ว่าวันหนึ่งจะต้องเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้ได้ ซึ่งในสมัยนั้นเราไม่มีเกมคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต หรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะมาดึงความสนใจได้ มันมีแต่ ฟุตบอล ฟุตบอล และฟุตบอลเท่านั้น จนเมื่อผมอายุ 29 ปี ผมได้เซ็นสัญญากับสโมสรฯ ในฐานะบรรณาธิการเว็บไซต์พร้อมกับงานเซตอัพเว็บทางการของสโมสรลิเวอร์พูล จากวันนั้นผ่านไปแล้ว 11 ปี ซึ่งงานไม่ได้มีแค่สิ่งที่คุณเห็นบนเว็บ แต่รวมถึงคอนเทนต์ต่างๆ ในช่อง LFCtv โทรศัพท์มือถือ และสังคมออนไลน์ ถึงงานจะหนักแต่ผมก็ยังเชื่อว่าเป็นงานในฝันของคนที่คลั่งลิเวอร์พูลทุกคน”

สโมสรลิเวอร์พูลคือหนึ่งในสโมสรที่เต็มไปด้วยเรื่องราว แต่ความทรงจำอันยิ่งใหญ่ที่ผูกพันเขากับสโมสรฯ เกิดขึ้นในค่ำคืนที่อิสตันบูล “ผมมีความประทับใจมากมายในการทำงาน ซึ่งยากมากที่จะเลือกช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง แต่การได้ไปทำข่าวรอบชิงแชมเปียนส์ลีกที่อิสตันบูลนั้นเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำจริงๆ ตอนช่วงพักครึ่งผมได้เตรียมบทความที่พูดถึงการปราชัยที่ย่อยยับของทีม ซึ่งเราก็ภาคภูมิใจที่เรามาไกลกันถึงขนาดนี้ แต่แล้วบทความนี้กลับไม่ได้ตีพิมพ์ เพราะทีมพลิกกลับมาชนะด้วยลูกจุดโทษ ตอนขากลับผมได้ถ่ายรูปกับถ้วยรางวัลเหมือนเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในทีม มันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษ อีกทั้งการได้เดินทางไปทั่วโลก และพบปะกับแฟนๆ ก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดของงานนี้อีกด้วย”

ในขณะที่แฟนบอลทั่วโลกตั้งตาคอยอ่านบทความเกี่ยวกับสโมสร หนึ่งวันทำงานในการผลิตคอนเทนต์ก็เริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ “ผมออกไปทำงานตอน 7.30 น. ระหว่างอยู่บนรถบัสผมก็จะเช้คข่าวลิเวอร์พูลจากไอแพด เช็คทวิตเตอร์และฟอรั่มเพื่อดูว่าแฟนๆ ลิเวอร์พูลพูดถึงอะไรกันบ้าง พอถึงที่ทำงานก็จะหารือไอเดียต่างๆ สำหรับเนื้อหาในเว็บไซต์ และทีวี ก่อนที่จะประชุมกับ Director of Communications เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสโมสร ซึ่งในแต่ละวันก็จะแตกต่างกันไป แต่ที่แน่ๆ คือเราจะประชุมเพื่อหาไอเดียใหม่ๆ เสมอ แล้วก็ใช้เวลาการตอบอีเมล์ที่มีเข้ามามากมาย”

 

3 Best Places in Liverpool : 3 สถานที่ ที่ดีที่สุดในลิเวอร์พูล

1. Bold Street

“ถ้าพูดถึงเรื่องช้อปปิ้ง ผมชอบ Bold Street เพราะให้ความรู้สึกที่เป็นอิสระ มีร้านเล็กๆ ขายของคูลๆ หรือถ้าคุณชอบเทรนเนอร์ วัฒนธรรมฮิปฮอป และเสื้อผ้าสไตล์ฟุตบอล แนะนำให้ไปที่ร้าน Ran”


2. Camp and Furnace

“ที่นี่ไม่เหมือนกับบาร์ทั่วไป ความพิเศษอยู่ที่เป็นบาร์ใหม่ที่ตั้งอยู่ในคลังสินค้าเก่าใกล้เดอะดอคส์ (The Docks) ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก ร่มรื่นด้วยต้นไม้ คาราวาน และโกล์ฟุตบอลขนาดเท่าของจริง บาร์นี้จึงเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการชมยูโร 2012 ที่ผ่านมาของเมืองลิเวอร์พูล เพราะมีคนมาดูบอลยูโรที่นี่เฉลี่ยเกมละ 600 คน”

 

3. Sefton Park

“คนส่วนใหญ่ไม่ได้คิดถึงเมืองลิเวอร์พูลในแง่ของพื้นที่สีเขียว แต่อันที่จริงเรามีสวนสาธารณะที่ดีที่สุดของอังกฤษอย่าง Sefton Park ที่ผมชอบพาลูกๆ และสุนัขมาสนุกกับการวิ่งไล่จับหงส์ในทะเลสาบ” 


Top 3 unmissable Places to visit : 3 สถานที่ ที่ควรไปเยือน

1.Hope Street

“เป็นถนนสายเดียวในอังกฤษที่เป็นที่ตั้งของสองมหาวิหาร ถึงผมจะเป็นแคทอลิก แต่โบสถ์ Anglican Cathedral นั้นน่าประทับใจมาก เพราะนอกจากจะเป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร ยังเป็นโบสถ์ใหญ่อันดับ 5 ของโลก”

 

2. Radio City Tower

“ถ้าคุณต้องการเห็นทั้งเมืองลิเวอร์พูล สามารถทำได้โดยการขึ้นไปชั้นบนสุดของ Radio City Tower ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ด้วยความสูงถึง 138 เมตร จะเห็นวิวของเมืองลิเวอร์พูลโดยรอบแบบ 360 องศา”

 

3. Anfield

“คุณคงไม่คิดว่าผมจะไม่เอ่ยถึงการเยี่ยมชมสโมสรลิเวอร์พูล (ยิ้ม) ถึงแม้ว่าผมจะมาที่นี่ตั้งแต่ยังเด็กซึ่งจนถึงวันนี้นับเป็นร้อยครั้งแล้ว แต่ผมก็ยังขนลุกทุกครั้งเมื่อแฟนบอลพร้อมใจกันยืนขึ้นแล้วร้องเพลง ’You’ll Never Walk Alone’”


Top 3 things that make Liverpool unique : 3 สิ่ง ที่ทำให้เมืองลิเวอร์พูลโดดเด่นไม่เหมือนใคร

1.The People

“มีคนเคยเขียนไว้ว่า เมืองลิเวอร์พูลหันไปหาอเมริกาเพื่อหาแรงบันดาลมากกว่ามองกลับมายังประเทศอังกฤษ ซึ่งผมก็เห็นด้วย ผู้คนในเมืองนี้มีความภาคภูมิใจในถิ่นเกิด ติดดิน สนุกสนาน และแอบกบฎ ผมชอบการผสมผสานนี้นะ แถมสาวๆ ยังสวยด้วย”

 

2. The Music

“คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยง Beatles ในลิเวอร์พูล (และคุณเองคงไม่ต้องการอย่างนั้น) อย่างไรก็ตามที่ลิเวอร์พูลก็มีเพลงดีๆ อยู่ทั่วไป ทั้งวงดนตรีใหม่ ศิลปินเดี่ยว ดีเจ และแรปเปอร์เกิดขึ้นใหม่อยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังมีดนตรีสดดีๆ ให้ดูได้ทุกคืน


3. The Football

“ถึงแม้เมืองอื่นๆ จะมั่งคั่ง ร่ำรวยแค่ไหน แต่ผมก็ไม่เคยเห็นเมืองใดที่จะคลั่งไคล้ฟุตบอลเท่าที่นี่ ไม่ว่าคุณจะเชียร์ทีมลิเวอร์พูล หรือทีมเอฟเวอร์ตัน คนเมืองนี้ก็หายใจเข้า หายใจออกเป็นฟุตบอลตลอดเวลา ความเสียใจจากความพ่ายแพ้นั้นมีเพื่อทำให้ชัยชนะมันหอมหวานขึ้นนั่นเอง”

 

ขอขอบคุณ นิตยสาร AROUND เอื้อเฟื้อข้อมูล พร้อมติดตามอ่านเรื่องท่องเที่ยวเมืองลิเวอร์พูลได้ทาง www.facebook.com/AROUNDmagazine อีกไม่นานเกินรอ

 

——Off the Record——

สำหรับแฟนลิเวอร์พูลที่อยู่ไกลโพ้นทะเลอย่างฉัน การได้ทำความรู้จักกับพอล โรเจอร์สถือเป็นการรู้จักอีกแง่มุมหนึ่งของสโมสรลิเวอร์พูล ผ่านทางคนทำงานที่อยู่เบื้องหลังเรื่องราวต่างๆ ที่เราอ่านจากบนหน้าเพจทางการอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

หลังจากที่ได้รู้ว่าเหล่าลิเวอร์พูลมาสเตอร์จะมาทัวร์ประเทศไทย ฉันจัดแจงเขียนข้อความถามหาแมต โอเว่น (Matt Owen) แอดมินเพจทางการว่าจะมาทัวร์คราวนี้ด้วยหรือไม่ แมตตอบมาอย่างรวดเร็ว (รู้สึกได้ถึงน้ำเสียงแกมผิดหวังในข้อความ) ว่าไม่ได้มา แต่มีเพื่อนและเจ้านายมาแทน โดยกำชับเสร็จสรรพว่าให้ฉันเข้าไปแนะนำตัวว่าเป็นพนักงานภาคพื้นบางกอกที่ช่วยเหลือเรื่องภาษาไทยบนหน้าเพจทางการกับพอล โรเจอร์ส หัวหน้าแผนกคอนเทนต์ของสโมสร

เลยจัดการนัดแนะกับมาร์ค พิธีกร LFCTV ทางทวิตเตอร์เรียบร้อยว่าจะเจอกันในวันแข่ง และเพราะต้องบึ่งรถมาจากพัทยา เลยไม่มีเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เข้ากับบรรยากาศดูฟุตบอล ชุดไปดูบอลวันนั้นของฉันเลยเป็นชุดแซ็คสีฟ้า รองเท้าส้นสูงประมาณหนึ่งนิ้วครึ่ง พร้อมกิ๊บดอกไม้สองดอก แทนที่จะเป็นชุดที่ดูทะมัดทะแมงหน่อย แต่นั่นอาจเป็นข้อดี เพราะดูเหมือนการ์ดที่ดูแลความเรียบร้อยคิดว่าเราเป็นพีอาร์หรือสต๊าฟฟ์จัดงาน ชุดสีฟ้านั่นคงดูกลมกลืนไปกับสีโลโก้ธนาคารสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์กระมัง

ด้วยความที่ขาหนึ่งเป็นสื่อมวลชน บัตรวีไอพีที่ได้มากลับไม่ได้ใช้ ทำเลของบัตรเพรสนั้นดีมาก เพราะอยู่แถบเดียวกับที่นักเตะรอลงสนาม มาร์คบอกว่าเมื่อถึงสนามให้สังเกตผู้ชายสองคน คนหนึ่งถือกล้องวิดีโอ อีกคนถือไมค์ แล้วให้เดินมาทักได้เลย ซึ่งก็หาไม่ยากจริงๆ ฉันเดินตรงเข้าไปทักมาร์ค แล้วมาร์คก็แนะนำให้รู้จักกับริคกี้ ช่างกล้องที่ติดตามมาร์คไปทุกหนทุกแห่ง คุยกันนิดหน่อยพอหอมปากหอมคอ มาร์คก็พาไปรู้จักพอล โรเจอร์ส ซึ่งขอสารภาพตามตรงว่ารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย เพราะเป็นแฟนคอลัมน์พอล โรเจอร์สมาตั้งแต่เมื่อปี 2001 อันที่จริงก็แอบอิจฉาหน่อยๆ เพราะไม่ว่าทีมจะไปที่ไหน ก็จะได้อ่านรายงานแบบริมขอบสนามของพอลเสมอ…

ตอนที่มาร์คพาไปสวัสดีพอล พอลกำลังง่วนกับการเช็คข่าวอื่นๆ ทางไอแพด ซึ่งไม่แปลกใจเลยว่าในสัมภาษณ์ข้างต้น ชีวิตประจำวันของพอลจะมีซีนเช็คข่าวจากไอแพดเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็สโมสรมันมีเรื่องให้อัพเดตมากมาย (บางข่าวก็ทำเอาแฟนบอลหัวใจวาย หรือนอยด์ได้ไม่น้อย) ด้วยความที่เป็นเซียนสโมสร การคุยแต่ละครั้งก็ค่อนข้างเกร็ง กลัวจะปล่อยไก่ออกไปในบางคำ แต่เพราะพอลเป็นชาวเมอร์ซีย์ไซด์อยู่เต็มเปี่ยม ด้วยอุปนิสัยที่ง่ายๆ สบายๆ ตลก แต่จริงใจ ทำให้บทสนทนาเริ่มขยายหัวข้อ จากฟุตบอล ไปเรื่องเพลง และอื่นๆ รวมทั้งการทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี พาผู้มาเยือนได้เห็นมุมใหม่ในกรุงเทพฯ ที่ไม่ใช่ย่านสีลม หรือพัฒพงศ์ อย่างที่เจ้าภาพชอบพาไป ซึ่งหลังจากเสร็จงานกาล่า ดินเนอร์ของอีกวัน ฉันและเพื่อนก็พาอาคันตุกะต่างแดนไปกินลมชมวิวที่ Vertigo ชั้นที่ 61 โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ ระหว่างที่คณะซิ่งราตรีขับรถออกมาจากโรงแรมที่จัดงานกาล่า (และก็เป็นที่พักของทางนักเตะและทีมงาน) ก็เจอกลุ่มนักเตะดาวโรยลิเวอร์พูลนำทีมโดยร็อบบี้ ฟาวเลอร์ พาเพื่อนๆ (และรุ่นพี่) นักเตะอย่างจูเลี่ยน ดิกส์ สตีฟ ฮาร์คเนส และอีกสองสามคนไปเที่ยวข้างนอก ฟาวเลอร์ถามพวกเราว่าไปไหนกัน เราก็ตอบว่าไปสาทร ฟาวเลอร์คงเห็นว่ารถเต็มเลยบอกว่างั้นจะเดินไปหาแมคโดนัลด์กินแถวนี้ แล้วส่งยิ้ม ซึ่งวินาทีนั้นฉันแทบจะทิ้งทุ่นอาร์ตไดฯ ที่ออฟฟิศที่มาด้วยกันแล้วหนีบฟาวเลอร์ไปแทนเลยทีเดียว

เสียดายที่ไม่สามารถถ่ายทอดเรื่องที่คุยกับพอล โรเจอร์สวันนั้นออกมาได้หมด ทั้งบทสนทนาเรื่องการเฟ้นหาผู้จัดการทีมคนใหม่ (ในขณะนั้น) รวมถึงเรื่องเล่าเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับนักเตะแต่ละคนเมื่ออยู่นอกสนาม หรืออดีตผจก.ที่สื่อในอังกฤษโปรดปรานน้อยที่สุด แต่สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือมิตรภาพที่พอลและทีม LFCTV มอบให้ ถึงแม้จะรู้จักกันในเวลาสั้นๆ

 

“คุณไม่จำเป็นต้องเป็นใครที่ยิ่งใหญ่ แต่ตราบใดที่คุณเชียร์ลิเวอร์พูล …เราจะคุยภาษาเดียวกันเสมอ”

 

ฉันคิดอย่างนั้นจริงๆ

 

With love between Merseyside and Chaopraya River,

 

jeerard

 

 

7 Comments

  • อ่านจบแล้ว………ขอบคุนมากนะครับพี่สาว ที่เอาสิ่งดีๆมาแบ่งกัน พวกผม : )

  • รักแล้วรักเลย
    เมืองนี้…ทีมนี้ ^^

  • สุดยอดดดดดด น่าประทับใจมากค่ะ

  • ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ นะคะ อ่านแล้วอยากไปเที่ยวลิเวอร์พูลเลยค่ะ

  • เพิ่งได้อ่านบทความ ขอบคุณมากค่ะที่นำมาถ่ายทอดให้คนที่พูดภาษาเดียวกันได้รู้เรื่องราวของทีมรักแบบอนๆซด์ขนาดนี้

Leave a Reply