TIA Column : The Fields of Anfield Road – เกียรติยศแห่งทุ่งหญ้าแอนฟิลด์

by

Outside the Shankly Gates
I heard a Kopite calling
Shankly, they have taken you away
But you left a great eleven
Before you went to heaven
Now it’s glory round the Fields of Anfield Road

–Chorus– All round the fields of Anfield Road
Where once we watched the King Kenny play (and could he play!)
Stevie Heighway on the wing
We had dreams and songs to sing
Of the glory, round the Fields of Anfield Road

Outside the Paisley Gates
I heard a Kopite calling
Paisley, they have taken you away
But you led the great eleven
Back in Rome in 77
And the Redmen they’re still playing the same way

Chorus

Beside the Hillsborough flame
I heard a Kopite mourning Why so many taken on that day?
Justice has never been done
But their memory will carry on
There’ll be glory round the Fields of Anfield Road.

ด้านนอกประตูแชงคลีย์

ฉันยลยินวจีเดอะค็อปที่กล่าวขาน

แชงคลีย์…พวกเขาพรากคุณผู้ตำนาน

กระนั้น คุณยังฝาก สิบเอ็ดตัวจริงซึ่งไร้เทียมทาน

ก่อนจักก้าวไปสู่สวรงสวรรค์ตลอดกาล

ถึงบัดนี้คือเกียรติ อันได้สืบสาน ตำนานทุ่งหญ้าแห่งแอนฟิลด์

(Chorus) รอบท้องทุ่งแอนฟิลด์แห่งนี้

สถานที่เราเคยดูคิงเคนนีลงเล่น

สตีฟ ไฮเวย์ ตำแหน่งปีก โยนเน้นเน้น

เรามีฝัน เราร้องเพลง ไม่ว่างเว้น

เฉกดังเช่น ความรุ่งโรจน์ รอบทุ่งหญ้าแห่งแอนฟิลด์

ด้านนอกประตูเพสลีย์

ฉันยลยินวจีเดอะค็อปที่กล่าวขาน

เพสลีย์…พวกเขาพรากคุณผู้ตำนาน

กระนั้น คุณยังนำสิบเอ็ดตัวจริง ซึ่งไร้เทียมทาน

สู่กรุงโรม ปีเจ็ดเจ็ด อย่างห้าวหาญ

และนักสู้ชายชาญ ยังชิงชัย ใช่แล้วในวิถีเดิม (Chorus)

ข้างข้าง ไฟรำลึก ถึงฮิลล์โบโร

ฉันยลยินวจีเศร้าร่ำไห้โฮของเดอะค็อปที่กล่าวขาน

มากเท่าใดถูกพรากไปในวันวาน

ความเที่ยงธรรม ถูกเมินเฉย มายาวนาน

พวกเราจัก รำลึกถึงพวกเขา ตลอดกาล

นี่จักเป็นเกียรติ อันได้สืบสาน ตำนานทุ่งหญ้าแห่งแอนฟิลด์ (Chorus x2)

นึกอยากจะเขียนถึงเพลง The Fields of Anfield Road มานานแล้ว แต่ด้วยความที่ไม่มั่นใจในการแปลเพลงเป็นภาษาไทยของตัวเองเท่าไหร่นัก ก็เลยยังไม่ได้เริ่มเขียนเสียที จนพยายามแปลเนื้อเพลง ให้พี่ๆน้องๆในทีมสต๊าฟ loveLFC ช่วยกันดู ถึงได้มั่นใจพอจะเอามาเขียนถึง

ก่อนจะไปพูดถึงรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อเพลง ขอเล่าประวัติของเพลงนี้สั้นๆซักเล็กน้อย ว่าก่อนที่เพลงนี้จะดังสนั่นลั่นแอนฟิลด์นั้น ที่มาที่ไปของเพลงนี้ มาจากไหน …The Fields of Anfield Road เดิมทีแล้ว เป็นเพลงไอริช มาจากเพลงที่ชื่อว่า “The Fields of Atheny” ซึ่งถูกแต่งโดย เพท เซนต์ จอห์น ในปี 1970 และถูกนำไปใช้เป็นเพลงเชียร์ของทีมฟุตบอลอย่าง ทีมชาติไอร์แลนด์ ในช่วงฟุตบอลโลก ปี 1990 รวมถึงเป็นเพลงเชียร์ของสโมสรเซลติกในสก็อตแลนด์ช่วงยุค 90 นอกจากนี้ยังมีทีมรักบีหลายทีมในไอร์แลนด์ เช่น  Connacht, Munster, London Irish และทีมรักบีแห่งชาติของพวกเขาด้วย

เรนเจอร์เองก็ไม่น้อยหน้าเซลติก ยังนำทำนองของเพลงนี้ไปใช้กับ เพลง My Fathers Advice ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงที่พวกเขาร้องที่สนาม Ibrox

แล้ว The Fields of Anfield Road เกิดขึ้นมาได้อย่างไร?

แฟนบอลลิเวอร์พูลส่วนใหญ่ในอังกฤษเชื่อว่า มันเกิดขึ้นจากแฟนบอลทีมชาติไอร์แลนด์ในช่วงยุค 90 มีเกมรอบเพลย์ออฟ เพื่อคัดลือกทีมเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลยูโร 1996 เกมหนึ่งที่ไอร์แลนด์ต้องพบกับฮอลแลนด์ที่แอนฟิลด์ และแฟนบอลไอร์แลนด์ก็นำเพลง “The Fields of Atheny” ไปร้องที่สนามเหย้าของลิเวอร์พูลในวันนั้น ประกอบกับความใกล้ชิดระหว่าง ชาวไอริชกับสเกาเซอร์ กับทำนองเพลงที่ยอดเยี่ยม แกรี “เฟอร์โก” เฟอร์กูสัน แฟนบอลลิเวอร์พูลจากฮายตัน จึงได้ทำการแปลงเพลง “The Fields of Atheny” ให้เป็น “The Fields of Anfield Road” ที่เราได้ยินกันอยู่ทุกนัดที่ลิเวอร์พูลลงแข่ง โดยเฉพาะที่แอนฟิลด์

ในปี 2009 ได้มีการแต่งเนื้อเพลงเพิ่มอีกท่อน เพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์ที่ฮิลล์สโบโร ครบรอบ 20 ปี โดยท่อนสุดท้ายที่เพิ่มเข้ามาใหม่นี้ แต่งและร้องใหม่โดย จอห์น พาวเวอร์ นักร้อง นักดนตรี ชาวลิเวอร์พูล โดยมีแฟนบอลและอดีตนักเตะลิเวอร์พูลหลายคน เช่น ฟิล ธอมป์สัน, บรูซ กรอบเบลา, จอห์น อัลดริดจ์ เป็นต้น ร่วมร้องในท่อนฮุกของเพลงด้วย “The Fields of Anfield Road” นี้ติดชาร์ตเพลงในสหราชอาณาจักรอีกครั้ง ในอันดับที่ 16 ในวันที่ 12 เมษายน 2009 และอันดับที่ 14 ในสัปดาห์ถัดมา

จบแล้วค่ะ ประวัติสั้นๆของเพลง The Fields of Anfield Road …ที่อยากจะพูดถึงต่อจากนี้เป็นเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึกล้วนๆ

เราไม่รู้ว่า เพื่อนๆจะรู้สึกอย่างไรกับเพลงนี้ โดยส่วนตัว ครั้งแรกที่ได้ยิน เรารู้สึกว่า เพลงนี้เป็นเพลงที่ยิ่งใหญ่ หลายๆคนอาจได้ยินเพลงนี้ก่อนเพลง You’ll never walk alone. เสียอีก เราเองก็เป็นคนหนึ่งที่คิดว่าตัวเองคงจะได้ยินเพลงนี้ก่อนเพลงประจำสโมสรอย่าง You’ll never walk alone. และยังเข้าใจไปว่านี่คือ เพลง You’ll never walk alone. ซะงั้น อันเนื่องมาจากเราได้ยินจากคลิปที่แฟนบอลตัดต่อทำไฮไลท์ช่วงเวลาอันสุดแสนมหัศจรรย์ของทีมประกอบเพลงลงในยูทูป ฟังวนไปก็หลายรอบ ไม่ยักกะได้ยินคำว่า You’ll never walk alone. เสียที จนมาค้นพบในภายหลังว่า “ผิดเพลงเสียแล้ว” 555+

แต่กระนั้น เราก็ยังประทับใจกับเพลง The Fields of Anfield Road อย่างบอกไม่ถูก และเมื่อได้ดูเกมการแข่งขันสดๆทางทีวี ก็สังเกตได้ว่า เพลงนี้จะดังขึ้นหลังจากทีมยิงประตูคู่แข่งได้ทุกครั้ง และอาจจะเป็นช่วงนำขาด หรืออาจจะเป็นก่อนเริ่มเกมใหญ่ที่แฟนบอลพร้อมใจกันร้องกันกระหึ่มสนาม

 

 

…All round the fields of Anfield Road. Where once we watched the King Kenny play (and could he play!) Stevie Heighway on the wing. We had dreams and songs to sing. Of the glory, round the Fields of Anfield Road.

มันเป็นเสียงที่ทำให้ยิ้มได้เสมอ มันฟังดูยิ่งใหญ่และให้ความรู้สึกของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างแท้จริง

กระทั่งเนื้อเพลงแต่ละท่อน ก็ยังเป็นการพูดถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีทางแบบลิเวอร์พูล ที่ชัดเจนเป็นที่สุด ตั้งแต่ท่อนแรก ที่พูดถึง บิลล์ แชงคลีย์ ปรมาจารย์ผู้สร้างสรรค์ประเพณีและวัฒนธรรมของทีมอันทรงคุณค่า วางรากฐานทีมฟุตบอลที่แข็งแกร่งและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวบางประการที่มันยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ ไล่มาจนถึง บ็อบ เพสลีย์ ผู้สืบสานและสร้างทีมที่แกร่งกล้ายิ่งกว่าเดิม แต่ไม่เคยละทิ้งวิถีทางในแบบลิเวอร์พูล

สำหรับท่อนฮุก มันคงเป็นเกียรติอันไม่อาจหาสิ่งใดมาเทียบเท่าได้แล้ว สำหรับ คิง เคนนี และสตีฟ ไฮเวย์ สองนักเตะที่จะคงอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลลิเวอร์พูลไปตลอดกาล กับการมีชื่อในท่อนฮุกของเพลงเชียร์ของสโมสร ซึ่งแทบจะเรียกได้ว่า เป็นอมตะไม่แพ้ You’ll never walk alone.

สำหรับ คิง เคนนี คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณใดๆของเขาแล้ว กับการทำหน้าที่ ทั้งนักเตะ ผู้จัดการทีม และทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อสโมสรแห่งนี้ แต่หลายคนอาจยังไม่รู้จัก สตีฟ ไฮเวย์ ดีนัก ดังนั้น จะถือโอกาสนี้ เล่าถึงเรื่องของ สตีฟ ไฮเวย์ ซักเล็กน้อย ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน และทำไม เขาถึงได้รับเกียรติให้มีชื่อในท่อนฮุกของเพลงอันแสนยิ่งใหญ่เพลงนี้

สตีฟ ไฮเวย์ เป็นนักเตะที่เล่นในตำแหน่งปีกซ้ายในยุคของ บิลล์ แชงคลีย์ และยึดตำแหน่งยาวมาจากถึงยุคของ บ็อบ เพสลีย์ ด้วย ไฮเวย์เล่นกับทีมนอกลีก ซึ่งมีลูกชายสองคนของบ็อบ เพสลีย์เป็นโค้ช จึงไม่ยากที่เพสลีย์จะได้เห็นฝีเท้าของเขา จะกลับไปบอกโค้ชคนอื่นๆที่แอนฟิลด์ว่า เด็กคนนี้จะกลายเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม ในที่สุด ไฮเวย์ก็ได้เซ็นสัญญากับลิเวอร์พูลในปี 1970 ในยุคของแชงคลีย์ ด้วยอายุ 22 ปี พ่วงด้วยปริญญาตรีสาขาเศษฐศาสตร์ เสียด้วย เขาเป็นปีกซ้ายที่ไปกับบอลได้ดี ผ่านบอลได้ยอดเยี่ยม พาทีมคว้าแชมป์มากมายทั้งในยุคของแชงคลีย์และเพสลีย์ โดยเขาได้แชมป์ลีก 5 สมัย, เอฟ เอ คัพ 1 สมัย, ลีกคัพ 1 สมัย, แชริตี ชิลล์ 4 สมัย, ยูโรเปียน คัพ 3 สมัย, ยูฟา คัพ 2 สมัย และยูฟา ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย

หลังเลิกเล่น เขาไปทำงานโค้ชที่สหรัฐอเมริกา และกลับมาเป็นโค้ชที่อเคเดมีของลิเวอร์พูลอีกครั้งในปี 1989 ทำทีมเยาวชนของสโมสรชนะรายการ เอฟ เอ ยูธ คัพ ในปี 1996, 2006 และ 2007 และมีนักเตะหลายต่อหลายคนที่มาจากการปั้นของเขา ไม่ว่าจะเป็น สตีฟ แมคมานามาน, ร็อบบี ฟาวเลอร์, โดมินิก มัตเตโอ, เดวิด ธอมป์สัน, เจมี คาร์ราเกอร์, ไมเคิล โอเวน และแน่นอน คนสุดท้ายที่เราทุกคนไม่มีวันลืม …สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีมคนปัจจุบัน

และสุดท้าย นอกจากผลงานอันยิ่งใหญ่ของเขาที่ผ่านมาทั้งเบื้องหน้า(ในสนาม) และเบื้องหลัง(นอกสนาม) อาจด้วยความเป็น ไอริชชนของเขาที่ทำให้เขาได้รับเกียรติให้มีชื่ออยู่ในท่อนฮุกของเพลง The Fields of Anfield Road ก็เป็นได้ จากการที่เราใช้ทำนองเพลงไอริชมาแต่งเพลงนี้

แต่กระนั้น เราก็รู้สึกว่า มันไม่มีใครที่เหมาะสมเท่ากับชายสองคนนี้อีกแล้วกับการได้รับเกียรติให้มีชื่อในท่อนฮุกของเพลงนี้ และเป็นการเลือกที่ถูกต้องที่สุดแล้วของ แกรี เฟอร์กูสัน ผู้แปลงเนื้อเพลงเวอร์ชันแรกก่อนจะมีการเติมท่อนสุดท้ายเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ที่ฮิลล์สโบโร ซึ่งสำหรับการเติมท่อนสุดท้ายของเพลงในปี 2009 นี้ ส่วนตัวแล้ว เราคิดว่ามันเป็นเหมือนการลงมติกลายๆของคนทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสโมสรแห่งนี้ว่า เพลงนี้เป็นเพลงที่มีความสำคัญกับสโมสรลิเวอร์พูลไม่น้อยไปกว่าเพลง You’ll never walk alone. และมันเป็นเหมือนสัญลักษณ์อีกประการที่ได้พันผูกการรำลึกถึงเหตุการณ์อันเลวร้ายของสโมสรมาเป็นเกียรติสำหรับแฟนบอลทุกคนที่ได้มีส่วนร่วมกับการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมให้แก่ผู้วายชนม์ทั้ง 96 คน

 

 

เป็นสิ่งซึ่งแสดงให้เห็นว่า เกียรติของการเป็นแฟนบอลลิเวอร์พูล เกียรติของการเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานวิถีแห่งแอนฟิลด์ ไม่ได้มาจากชัยชนะในสนามฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังมาจากการต่อสู้เพื่อกันและกันนอกสนามด้วย

มีแต่สโมสรลิเวอร์พูลเท่านั้นแหละที่มีสิ่งเหล่านี้ให้เราได้สัมผัส และช่างเป็นเกียรติเหลือเกิน ที่เราสามารถเข้าถึงและรู้สึกได้ในยามที่แฟนบอลในสนามตะโกนก้องขึ้นมาว่า

…All round the fields of Anfield Road. Where once we watched the King Kenny play (and could he play!) Stevie Heighway on the wing. We had dreams and songs to sing. Of the glory, round the Fields of Anfield Road.

 นี่เอง เกียรติยศแห่งทุ่งหญ้าแอนฟิลด์

 

โดย  :  howk_ky

ขอบคุณข้อมูลจาก  :  วิกิพีเดีย, บล็อก Thekop ในเว็บทางการ, เว็บไซต์ This is Anfield, เว็บไซต์  lfvhistory และคลิปวิดีโอจากยูทูป

 

Leave a Reply