ติตี กามารา กองหน้ากินีหัวใจทองคำ

by

 

ติตี กามารา(titi Camara)

วันเดือนปีเกิด : 17.11.1972

สถานที่เกิด : คอนากรี กินี

สัญชาติ : กินี

สโมสรอื่นๆ ที่ลงเล่น : แซงต์-เอเตียน(1990-95), ล็องส์(1995-97), มาร์กเซย(1997-99), เวสต์แฮม(2000-03), อัล อิติฮัด(ยืมตัว 2003), อัล ซาริยา(2003-04), อาเมียงส์ (2004-06)

ซื้อมาจาก : มาร์กเซย

เซ็นสัญญากับทีม : 2,600,000 ปอนด์เมื่อ 01.06.1999

ประเดิมทีมชาติ ; 31.10.1990 กับแคเมอรูน

ติดทีมชาติ : กินี 38 นัด 23 ประตู(4 นัด 4 ประตูช่วงอยู่กับลิเวอร์พูล) – ไม่มีข้อมูลติดทีมชาติครั้งสุดท้าย

ประเดิมสนามให้ลิเวอร์พูล : 07.08.1999

ลงเล่นเกมสุดท้าย : 14.05.2000

ประตูแรก : 14.05.2000

ประตูสุดท้าย : 14.05.2000

หมดสัญญา : 21.12.2000

ลงเล่นในลีก/ประตู : 33/ 9

ลงเล่นทุกรายการ/ประตู : 27 / 10

titi camara

ในช่วงซัมเมอร์ปี 1999 น่าจะเป็นช่วงที่แฟนบอลลิเวอร์พูลคึกคัก เป็นพิเศษครั้งหนึ่ง เมื่อทีมเสริมทัพทีเดียว 7 ตำแหน่งในเวลานั้น ไม่ว่าจะเป็น ติติ กามารา, สเตฟาน อองโชซ์, ซามี ฮูเปีย, เอริก ไมเยอร์, วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์ และซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์ ซึ่งในเวลาต่อมาคงจะมีคนตอบได้ว่าใครคือการซื้อทีมคุ้มค่าที่สุด(น่าจะเป็นหนุ่มจากฟินแลนด์ไม่ต้องสงสัย)

อย่างไรก็ตามหากย้อนไปช่วงเวลานั้นจริงๆ มันยากจะบอกว่ากองหน้ากินีล้มเหลวในแอนฟิลด์ เพราะในช่วงเวลาดังกล่าวหากมีการโหวตว่าใครคุ้มค่าที่สุด กามารา อยู่อันดับต้นๆ แน่ๆ เพราะเขาเป็นที่รักของแฟนบอลจากทักษะที่ยอดเยี่ยม และจำนวนประตูที่ไม่ได้ขี้เหร่เลยจาก 18 เดือนในแอนฟิลด์ และหลายคนเสียดายอย่างมากที่กามาราถูกขายออกไปในช่วงเวลานั้น

กามาราประเดิมประตูแรกให้ลิเวอร์พูลในเกมกับ เชฟฟิลด์ เวนสเดย์ จนหลายสื่อจับตามองว่าเขาจะเป็นการเสริมทัพที่เพิ่งความหลากหลายให้กับทีม ประตูแรกของเขาในพรีเมียร์ลีกเป็นการการยิงเท้าซ้ายจากจังหวะผ่านบอลของร็อบบี ฟาวเลอร์อย่างรวดเร็วระยะ 25 หลา ผ่านตัว ซนิเช็ก ก่อนหมดเวลา 6 นาที

การยิงประตูในช่วงเวลาแบบนั้นย่อมทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูลตกหลุมรักนักเตะรายนี้อย่างมาก เขาทำได้ดีแม้ว่าจะเริ่มต้นด้วยการเป็นตัวสำรองเป็นส่วนใหญ่ ลงไปเปลี่ยนเกม และในที่สุดเขาก็ได้เป็นตัวจริงมากขึ้น โดยระหว่างฤดูกาล 1999/00 เขาลงเล่นเป็นตัวจริง 24 เกม และ 13 เกมในฤดูกาลดังกล่าว และยิงได้รวม 10 ประตู

แต่ 10 ประตูดังกล่าว 9 ประตูมาจากการลงเล่นเป็นตัวสำรอง!!!

ประตูที่สอดเยี่ยมลูกหนึ่งของเขามาจากการปั่นโค้งเสียบสามเหลี่ยมที่ เอลแลนด์ โรด หรืออีกลูกที่ทำให้มีเสียง “เฮ” ดังไปทั่วอัฒจันทร์ เดอะ ค็อป ในเกมกับโคเวนทรี ในวันฉลองครบ 4 ทศวรรษที่ บิลล์ แชงคลีย์ มายังแอนฟิลด์

ติตีมีช่วงเวลาสะเทือนอารมณ์ในแอนฟิลด์ช่วงเย็นในเดือนตุลาคม 1999 เมื่อเขาเจ็บเข่าทั้งสองข้างจากเกมที่แอนนี โรด หลังจากยิงประตูเปลี่ยนเกมพลิกชนะเวสต์แฮม โดยก่อนหน้านั้นไม่กี่ชั่วโมงเขาเพิ่งได้รับข่าวร้ายว่าพ่อของเขาเสียชีวิต มันเป็นการเล่นในช่วงเวลาที่ไม่น่าจะมีนักเตะคนใดกลั้นเก็บอารมณ์ความรู้สึกได้ แต่เขายังยิงประตุ และความทุ่มเท ความเป็นมืออาชีพที่แสดงออกมาในวันนั้นได้รับคำชมกับ เชราร์ อุลลิเยร์ ผู้จัดการทีมเป็นอย่างมาก

“ผมต้องยกย่องติตีเป็นพิเศษ เพราะวันนี้เป็นวันที่พิเศษสำหรับเขา”อุลลิเยร์ กล่าวหลังเกม “เขาสูญเสียพ่อไปในช่วงหนึ่งของวันนี้แต่เขาบอกผมว่า – ผมอยากลงเล่นเพื่อพ่อของผม – เขาร้องไห้หลังจากยิงประตูได้ เพราะมันเป็นวันที่สะเทือนใจอย่างมาก”

ติตีได้รับการยกย่อง และการสนับสนุนจากแฟนบอลเดอะ ค็อป อย่างมาก แต่หลังจากฤดูกาลที่เหมือนหนังชีวิต เขาก็เจอปัญหาร้ายแรงที่ทำให้ต้องหายหน้าจากแอนฟิลด์ในยุคที่การสื่อสารยังไม่รวดเร็ว และข่าวคราวไม่ลึกซึ้งรวดเร็วเหมือนโลกอินเตอร์เน็ตทุกวันนี้ ซึ่งทำให้แฟนบอลหลายคนแปลกใจว่าทำไมเขาไม่ได้ลงสนาม และอุลลิเยร์ อธิบายในเดือนตุลาคม 2001 ก่อนเขาอำลาทีมไปแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

“ติตีได้รับบาดเจ็บตั้งแต่พักครึ่งในเกมพรี-ซีซัน กับปาร์มา เมื่อ 12 สิงหาคม การบาดเจ็บมันรุนแรง และเขาเพิ่งกลับมาได้หลังผ่านไป 7 สัปดาห์ ผมไม่รู้จักอาการบาดเจ็บแบบนี้เท่าไหร่ ซึ่งเกมแรกของเขากับเราจะเป็นวันที่ 2 ตุลาคม กับแมนฯ ยูไนเต็ด ทีมสำรอง และหลังจากนั้นเขาจะไปเล่นทีมชาติกินี ก่อนกลับมาในวันที่ 11 ตุลาคม และเราจะต้องเล่น 3 นัดกับดาร์บี, เลสเตอร์ และสโลวาน ลิเบอเร็ค เขาจะไม่อยู่ใน 2 เกมแรก และจะกลับมาเป็นตัวสำรองในเกมต่อมา หลังจากนั้นวันต่อมาเขาเข้ามาหาผม และบอกว่าไม่ต้องการเล่นให้ลิเวอร์พูล เขาต้องการย้ายทีม ถ้าเขาไม่อยากเล่นให้ลิเวอร์พูล และสวมเสื้อสีแดง เขาก็ไม่ต้องไป”

สองเดือนต่อมาหลังจากที่เขาไม่ได้ลงเล่นเลยในช่วงนั้น ดาวเตะกินี ก็ย้ายไปเวสต์แฮม ซึ่งแม้ว่าจะอยู่กับทีมเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่เขายังติดอยู่ในอันดับ 91 ในการจัดอันดับ”100 Players Who Shook The Kop” ในปี 2006 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าช่วงนั้นเขาเป็นที่ชื่นชอบของแฟนบอลแค่ไหน

ช่วงเวลาหลังจากแอนฟิลด์ ดูเหมือนว่าเขาไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างที่วันที่ย้ายไปใหม่ๆ ซึ่งเขาบอกว่า “ผมมาเวสต์แฮมเพื่อลงเล่น เล่น เล่น และยิง ยิง ยิง” ติตีกล่าว “ถ้ามันเป็นเหตุผลแค่เรื่องเงิน ผมจะอยู่ที่ลิเวอร์พูล และคว้ามันไว้ แต่ผมอยากลงเล่น ถ้าไม่อย่างนั้นมันก็ไม่ใช่เป้าหมายของผม”

แต่เหมือนหนีเสือปะจระเข้ในการย้ายไปเป็นลุกทีมของแฮร์รี เร็ดแน็ปป์ เมื่อเขาได้ลงเล่นแค่ 14 เกม และยิงไม่ได้เลยจากสัญญา 2 ปีครึ่งที่อัปตัน พาร์ก เขาระเห็จไปหลายๆ ที่ในเวลาต่อมา และกลายเป็นเศรษฐีย่อมๆ ในการค้าแข้งกับทีมในซาอุดิอารเบียช่วยปลายอาชีพ และเขายอมรับในเวลาต่อมาว่ารู้สึกเหลือเชื่อที่อาชีพนักฟุตบอลจะทำเงินให้เขา เขายังไปขุดทองต่อในกาตร์ ก่อนกลับมาเล่นในฝรั่งเศสกับอาเมียงส์ เป็นทีมอาชีพทีมสุดท้าย

ในเดือนมิถุนายน 2009 ติตี กามารา ขึ้นคุมทีมชาติกานา ก่อนจะออกจากตำแหน่งใน 4 เดือนต่อมา และได้รับการแต่งตั้งตั้งเป็น รัฐมนตรีกีฬา(ก่อนออกจากตำแหน่งไปในเดือนตุลาคม 2012 นี่เอง)

“ที่ลิเวอร์พูล ผมโชคดีมากที่ได้เล่นกับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ แต่โชคไม่ดีที่หลายสิ่งหลายอย่างเป็นไปไม่สวยงามนักผมอยากที่จะสานต่อช่วงเวลาที่นั่น แต่เกมฟุตบอลคือปลายทางของชีวิตผม ผมมีความทรงจำมากมายที่แอนฟิลด์ ซึ่งจะคงอยู่กับตัวผมไปจนวันสุดท้ายของชีวิต”กามารา กล่าวไว้

แม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆ ในแอนฟิลด์ แต่กามารามีผลงานที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ยิ่งเมื่อเทียบกับค่าตัวนักเตะสมัยนี้  บางทีเขาอาจจะควรได้โอกาสมากกว่านั้น แต่หากจะพูดถึงนักเตะกินีซักคน คงไม่มีเด็กหงส์นึกถึงชื่อนักเตะรายอื่นๆ ไปได้นอกจาก ติตี กามารา

 

เล่าเรื่องโดยเจ้าของที่ดาวศุกร์

1 Comment

Leave a Reply