แถลงผลประกอบการของสโมสร

by

European Football - UEFA Champions League - Semi-Final 2nd Leg MD12 - Liverpool FC v Chelsea FC

ลิเวอร์พูลได้แถลงเปิดเผยผลการดำเนินงานของสโมสร ประจำงวดวันที่ 1 สิงหาคม 2011 ถึง 31 พฤษภาคม 2012 โดยเป็นผลการดำเนินงาน 10 เดือน ตามฤดูกาลของฟุตบอล เพื่อโฟกัสไปที่การปรับปรุงรายได้ ขณะเดียวกันก็มีการจัดการวางรากฐานเงินทุน และการดำเนินการทั่วไป

โดยแม้ว่า ลิเวอร์พูลจะไม่ได้ลงเล่นในฟุตบอลยุโรปในช่วงฤดูกาลดังกล่าว แต่รายได้กลับเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับ 12 เดือนก่อนหน้า โดยเป็นรายได้จากในประเทศที่เพิ่มขึ้น

เอียน อาร์ย ผู้อำนวยการสโมสรกล่าวว่า “ผลประกอบการของเราตอนนี้ เพิ่มขึ้น และแสดงให้เห็นว่าเรามีพัฒนาการที่ดีในการจัดการทางการเงิน แม้ว่าเราจะไม่ได้เล่นในยุโรปก็ตาม เราประสบความสำเร็จใน 2 รายการในประเทศ ซึ่งมีส่วนทำให้รายได้ของเราสูงขึ้น นอกจากนี้ ในส่วนของพาร์ทเนอร์ชิฟ เราก็กำลังไปได้สวย แม้เศรษฐกิจโลกจะกำลังถดถอยก็ตาม”

ในช่วงต้นปีนี้ Deloitte’s Football Money League table ได้จัดอันดับให้สโมสรลิเวอร์พูลติดท็อป 10 เป็นสโมสรในยุโรปที่มีรายได้สูงสุด โดยลิเวอร์พูลเป็นสดมสรเดียวใน 10 อันดับที่ไม่ได้ลงเล่นในรายการแชมเปียนส์ลีก แสดงให้เห็นว่า สดมสรมีความแข็งแกร่งและเป็นแบรนด์รดับโลกซึ่งมีความดึงดูดแฟนๆและพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจอย่างสูง

“สำหรับในช่วงระยะเวลา 12 เดือน รายได้ที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบของสโมสรเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5 ล้านปอนด์ และเรายินดีที่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเราในกับพันมิตรทางธุรกิจ ในขณะเดียวกัน ก็ยังมุ่งเน้นการเจริญเติบโตทั้งในบ้านและต่างประเทศ”

“ระหว่างงวด เราได้เซ็นสัญญานักเตะใหม่ 7 คน รวมทั้ง โฆเซ เอนริเก และ เซบาสเตียน โกอาเตส และยืดสัญญาของนักเตะอีก 5 คน ซึ่งรวมถึง สตีเวน เจอร์ราร์ด และเซ็นสัญญานักเตะ 8 คน จากระดับเยาชนสูงระดับอาชีพ แสดงให้เห้นว่าเรามีสัญญาระยะยาวที่ดีในส่วนของเยาวชนมากพรสวรรค์ นอกจากนี้มี 3 นักเตะอยู่ระหว่างการยืมตัว และ 8 คนย้ายออกจากสดมสรไป ในส่วนของการเปลี่ยนผ่าน เราได้ดำเนินการวางนโยบายการย้ายใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะนำนักเตะมากพรสวรรค์เข้ามา ซึ่งจะสร้างมูลค่าให้สโมสรต่อไป”

ในระหว่างงวด สโมสรมีหนี้สินสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 21.8 ล้านปอนด์ เป็น 87.2 ล้านปอนด์ โดยส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายเซ็นสัญญานักเตะ และการลงทุนในนักเตะใหม่ให้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสโมสร ณ สิ้นงวด FSG ทุ่มเงินจำนวน 46.8 ล้านปอนด์ เข้าสู่สโมสรในรูปของเงินกู้ระหว่างกันโดยไม่คิดดอกเบี้ย นั่นแสดงให้เห็นถึงพันธสัญญาและการสนับสนุนจากเจ้าของสโมสร มีการรีไฟแนนซ์วงเงินสินเชื่อกับธนาคาร 3 แห่ง จำนวน 120 ล้านปอนด์ ในเวลาชำระคืน 3 ปี

ค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นราวๆ 9.5 ล้านปอนด์ ได้ถูกใช้ไปเป็นต้นทุนในส่วนโครงการสร้างสนาม ค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างทั่วไป และต้นทุนในการรีไทน์ของพนักงานระดับสูงที่ออกจากสโมสร

“มีค่าใช้จ่ายจำนวนมากระหว่างงวด นักเตะใหม่เข้ามาร่วมทีมระหว่างซัมเมอร์ และช่วงเดือนมกราคม ซึ่งเป็นการเพิ่มขุมกำลังและความแข็งแกร่งของทีมในสนาม”

“นอกสนาม เรามีการพาร์ทเนอร์ใหม่ๆกับ วอร์ริเออร์, การูดา และเชฟโรเลต โดยรายได้จากสัญยาเหล่านี้ขะแสดงในปี 2013-2014 อย่างไรก็ตาม การเซ็นสัญญากับพันธมิตรเหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์สโมสรลิเวอร์พูล”

“เรามีทีมงานในอนาคตที่แข็งแกร่ง จากการแต่งตั้ง ไมค์ ค็อกซ์ ผู้อำนวยการด้านการขาย, บิลลี โฮแกน ประธานบริหารการค้า และ แม็ธธิว แบ็กซ์เตอร์ ประธานบริหารสื่อ โดยทั้งสามจะนำมาซึ่งประสบการณ์ในธุรกิจระดับโลกที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะเป็นกุญแจให้เราได้เติบโตในระดับนานาชาติในอนาคต”

“เรายังได้ลงทุนในรูปแบบดิจิตอล และได้รับการตอบรับอย่างมาก เป็นฟีดทวิตเตอร์ภาษาท้องถิ่นถึง 10 ชาติ สโมสรลิเวอร์ฟูลเป็นสโมสรที่มีความเคลื่อนไหวโดยตลอดในโลกของทวิตเตอร์”

“ผลการดำเนินงานนี้แสดงให้เห็นว่า เรายังคงพัฒนารายได้ ขณะเดียวกันก็จัดการฐานต้นทุนและค่าใช้จ่ายประจำอย่างมีประสิทธิภาพ และผลจากการทำงานหนักและทุ่มเทของบอร์ดบริหาร ทีมบริหารระดับสูงและพนักงานทุกคนในสโมสร การเปลี่ยนถ่ายธุรกิจใดๆต่างก็ต้องการเวลาและความทุ่มเท และเราทั้งหมดจะตั้งเป้าในการสร้างโคร้งสร้างทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและมั่นคง ซึ่งเราสามารถทำต่อไปได้และเสริมสร้างความแข็งแกร่งในสิ่งที่เราได้เริ่มต้นกับ FSG เมื่อสองปีก่อนต่อไป”

ความเห็นผู้แปล

ไม่รู้ว่าจะมีคนสนใจข่าวนี้มากแค่ไหนนะคะ เพราะเป็นเรื่องการเงินของสโมสร ซึ่งจากข่าว อันที่จริง มันก็ไม่ได้บ่งบอกอะไรที่ลึกซึ้งนัก น่าเสียดายที่สโมสรไม่ได้เอารายงานการเงินออกมาเผยแพร่ด้วย ไม่อย่างนั้นก็อยากจะวิเคราะห์ให้อ่านกัน (เพราะเราจบบัญชี อิอิ) แต่จากที่เห็นเล็กๆน้อยๆ ในส่วนของหนี้ที่เพิ่มขึ้น จาก 21.8 ล้านปอนด์ เป็น 87.2 ล้านปอนด์ ซึ่งมันก็อาจจะทำให้หลายคนตกใจ ที่สำคัญ จากการที่ เอียน อาร์ย ไม่พูดถึง “กำไร” ทำให้เราเดาว่า ปี 2011-2012 สโมสรคงจะขาดทุน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจจากการเทเงินในการซื้อนักเตะใหม่ และใช้จ่ายเงินของ FSG มันเหมือนเป็นช่วงปรับโครงสร้างของสโมสร ที่อาจจะยอมขาดทุนจากบางส่วนที่ผู้บริหารเห็นว่า คงไม่อาจหาประโยชน์อื่นใดเพิ่มจากสินทรัพย์นั้นได้แล้ว พร้อมกับเริ่มลงทุนกับสินทรัพย์ใหม่ๆที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ในอนาคต

เรื่องของหนี้สิน มันจะมาพร้อมสินทรัพย์เสมอไป หนี้ที่เพิ่มขึ้นของสโมสร แลกมากับ นักเตะใหม่ๆที่ก้าวเข้ามาในช่วงนั้น อย่างไรก็ตาม หนี้จำนวน 87.2 ล้านปอนด์นั้น เป็น “หนี้ผู้บริหาร” ที่ไม่คิดดอกเบี้ย จำนวน 46.8 ล้านปอนด์ เท่ากับว่าเกินครึ่งเป็นหนี้การที่ FSG เอามาลงให้กับสโมสร โดยไม่คิดค่าตอบแทน 

บางคนอาจมองว่า ทำไมไม่ให้เปล่า 

…แหม หนี้กับแบงก์ที่สองปลิงก่อไว้ เค้าก็มาใช้ให้แล้ว จากนี้มันควรเป็นก้าวเดินของสโมสรเองมากกว่าจะอาศัยขาใครมาก้าวแทน เพราะมันจะมั่นคงกว่าถ้าเราอยู่ได้ด้วยตัวเราเอง FSG ไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป วันหนึ่งเขาอาจจะจากไป ถ้าหาดเรามัวแต่พึ่งพาเขาโดยไม่ยืนด้วยตัวเอง เราอาจจะล้มเมื่อเขาทิ้งเรา

นี่เป็นเหตุผลที่เราค่อนข้างประทับใจกับเงินกู้ไม่คิดดอกเบี้ยจาก FSG…

แม้ว่าเราจะเห็นว่ามีการเซ็นสัญญาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจหลายแห่ง แต่อย่างที่อาร์ยบอก รายได้เหล่านั้น เราจะได้รับในอนาคต ทยอยรับกันเป็นรายไปตามระยะเวลาในสัญญา ทำให้มันอาจจะยังไม่ปรารกฎในรายได้ของปีแรกที่ทำธุรกิจร่วมกัน

แหม เสียดายจริงๆที่ไม่มีตัวงบการเงินมาให้วิเคราะห์ ไม่งั้นล่ะ มันส์เลย ครั้งหนึ่งสโมสรเคยเอางบการเงินลงในเว็บทางการด้วย และเราก็เคยได้เห็นมาแล้ว แต่เป้นงบของปี 2004-2005 ซึ่งเราคิดว่า โครงสร้างรายได้คงไม่เปลี่ยนไปนัก และที่ทำให้เ่ีรายังคงติดอันดับท็อป 10 สโมสรรายได้สูงในยุโรป ก็เพราะรายได้ส่วนใหญ่ของสโมสรฟุตบอลน่ะ มาจาก “แฟนบอล” อย่างไรล่ะค่ะ

…ไม่ใช่เงินรางวัล ไม่ใช่ค่าถ่ายทอด แต่เป็นค่าตั๋วเข้าชมเกมจากแฟนบอลต่างหาก ที่มันสร้างมูลค่าให้สโมสรมากที่สุด

ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจเลย หากว่าเรายังติดท็อป 10 อยู่ เพราะแอนฟิลด์ไม่เคยมีเก้าอี้ว่างจริงๆ ยกเว้นนัดกับโบลตัน ปลายปี 2010 ยุครอย ฮ็อดจ์สัน หุหุ

มันจึงเป็นความจำเป็นอย่างที่สุดที่สโมสรจะต้องขยายสนาม เพราะนั่นหมายถึงรายได้ที่จะเพิ่มขึ้นอย่างเป็นกอบเป็นกำและแน่นอนมากกว่ารายได้จากทางใด

และเราจะไม่แปลกใจเลยว่าเราอาจจะเป็นสโมสรที่หารายได้จากตั๋วชมเกมได้มากที่สุด แม้ว่าค่าตั๋วจะไม่ได้แพงที่สุดก็ตาม ถ้าหากเรามีที่นั่ง 60,000 ที่นั่งในแอนฟิลด์ 

 

ที่มา  :  เว็บทางการ

แปลและวิเคราะห์โดย  : howk_ky

synergy

 

51 Comments

  • กู้ข้อมูล
    ชื่อเต็มของคุณ: ………………………
    วงเงินกู้ที่ขอ: ……………………..
    ระยะเวลาของเงินให้กู้ยืม: ………………………
    วัตถุประสงค์ของเงินกู้: ……………………..
    ที่อยู่ของผู้สมัคร: ………………………..
    อาชีพ: ……………………..
    ที่อยู่: ……………………..
    ประเทศ: ……………………..
    ประเทศ: ……………………..
    เพศ: ……………………..
    อายุ: ……………………..
    มือถือ ……………………….
    รายได้รายเดือน: ……………………..
    ขอบคุณที่เรารอการตอบกลับอย่างเร่งด่วนของคุณ

Leave a Reply