100 Players Who Shook the Kop 2013 อันดับที่ 80-71

by

 

หลายๆคนอาจจะเคยผ่านหูผ่านตากันไปบ้างแล้วกับการจัดอันดับ 100 Players Who Shook the Kop ครั้งใหม่ในปี 2013 (เคยมีการจัดอันดับเช่นนี้มาแล้วในปี 2006) หากว่าคุณได้เข้าเว็บไซต์ทางการของสโมสร หรือติดตามที่หน้าเพจ Facebook ของ lovelfc.com โดยการโหวตในครั้งนี้สโมสรเริ่มให้แฟนบอลทำการโหวต 10 อันดับนักเตะลิเวอร์พูลที่คุณชื่นชอบมากที่สุดไปตั้งแต่ช่วงต้นปี

หลังจากปิดโหวต และใช้เวลารวบรวมผลคะแนนอยู่หลายเดือน สโมสรก็เริ่มทำการประกาศผลโหวต เมื่อปิดฤดูกาล 2012-2013 โดยเริ่มประกาศจากอันดับที่ 100 ไล่ลงไปจนกว่าจะถึงอันดับที่ 1

loverlfc.com จะทำการสรุปผลไล่เรียนกันไปทีละ 10 อันดับ โดย ณ ตอนนี้ เราทำการสรุปไปถึงอันดับที่ 81 แล้ว มาตามต่อกับอันดับที่ 80-71 ดังนี้

100-players-500x295

อันดับที่ 80 ได้แก่ Donald MacKinlay

กองหลังชาวสก็อต ผู้รับใช้สโมสรในช่วง ปี 1910-1928 นานถึง 18 ปีเต้มๆทีเดียว ซึ่งเมื่อนานขนาดนั้น เขาจึงลงเล่นให้สโมสรถึง 434 นัด และทำประตูไป 34 ประตู และเขาคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 กับลิเวอร์พูล 2 สมัย ในฤดูกาล 1921-1922 และฤดูกาล 1922-1923

อันดับที่ 79 ได้แก่ Maxi Rodriguez

ปีกชาวอาร์เจนตินา ผู้ซึ่งย้ายมาร่วมทีมของเราในปี 2010 และจากไปในปี 2012 ลงเล่นให้ลิเวอร์พูลไป 73 นัด ทำไป 17 ประตู ไฮไลท์ของเขาที่ทุกคนน่าจะจดจำกันได้ดี คือ ช่วงท้ายฤดูกาล 2010-2011 เขาทำ 7 ประตูใน 4 เกมสุดท้าย ซึ่งใน 7 นั้นมีแฮตทริกถึง 2 แฮตทริกกับเบอร์มิงแฮมและฟูแลม

และอีก 1 การกระทำที่เป็นที่ประทับใจบรรดาเดอะค็อปของ Rodriguez คือ เมื่อเขาย้ายออกจากสโมสรในปี 2012 เพื่อกลับไปร่วมทีม Newell’s Old Boys ในบ้านเกิด เขาได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงแฟนบอลลิเวอร์พูล ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เขามีความผูกพันกับแฟนๆมากเพียงใด แม้ว่าจะอยู่กับสโมสรไม่นานนัก และคำลงท้ายจดหมายของเขา ก็คือคำว่า Hasta la vista ซึ่งแปลว่า ลาก่อน

อันดับที่ 78 ได้แก่ Alan A’Court

ปีกซ้ายชาวอังกฤษผู้รับใช้สโมสรในช่วงปี 1953-1964 ก่อนจะย้ายออกไปอยู่กับทีมเพื่อนบ้านอีกทีมอย่างทรานสเมียร์ โรเวอร์ส โดยในช่วงที่อยู่กับลิเวอร์พูล เขาลงเล่นให้ทีมทั้งสิ้น 381 นัด ยิงประตูไป 63 ประตู เขาเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ลงเล่นให้สโมสรถึง 200 นัด ที่สำคัญ ที่สำคัญ คือ เขาเล่นให้ทีมในช่วงที่ตกชั้นไปอยู่ในดิวิชั่น 2 ซึ่งกินเวลานานถึง 8 ปี และช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 ในฤดูกาล 1961-1962 ได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดอีกครั้งในที่สุด

เขาคือหนึ่งใน 24 นักเตะ ผู้ได้รับเลือกให้อยู่ใน Hall of Fame ของสโมสร และเขาเสียชีวิตในปี 2009

ในอันดับที่ 77 คนนี้รู้จักกันเป็นอย่างดีแน่ๆ โดยเฉพาะแฟนหงส์ในยุค 90 เพราะเขาคือ Stan Collymore

ศูนย์หน้าสัญชาติอังกฤษ ที่รับใช้สโมสรในช่วยปี 1995-1997 ผู้เป็นคู่หูจอมถล่มประตูคู่กับร็อบบี ฟาวเลอร์ เขาลงเล่นให้ลิเวอร์พูลไปเพียงแค่ 81 เกมเท่านั้น แต่ทำประตูไปถึง 35 ประตู โดยใน 2 ฤดูกาลที่เขากับฟาวเลอร์จับคู่เป็นกองหน้าของทีม ทั้งคู่ทำประตูรวมกันถึง 102 ประตู

นอกจากนี้เขาแล้วยังเคยโผล่ไปเล่นหนัง Hollywood อีกต่างหาก เรียกว่าสร้างสีสันแก่ทีมไม่น้อยเหมือนกัน หลังย้ายออกจากลิเวอร์พูลในปี 1997 ก็เลือกย้ายไปเล่นให้ทีมในวัยเด็กของเขาอย่าง แอสตัน วิลลา ปัจจุบัน เขารับหน้าที่เป็นผู้วิเคราะห์เกมให้กับสถานีวิทยุ ท็อกสปอร์ต

อันดับที่ 76 ได้แก่  Jari Litmanen

ศูนย์หน้าชาวฟินแลนด์ ผู้รับใช้สโมสรเพียง 1 ปีในช่วงฤดูกาล 2001-2002 โดยเขาลงเล่นเพียง 43 นัดและทำประตูไป 9 ประตู คว้าทริปเปิลแชมป์กับลิเวอร์พูล ในยุคเชรา อุลลิเยร์

อันดับที่ 75 ได้แก่ Paul Ince

มิดฟิลด์ชาวอังกฤษ ที่รับใช้สโมสรในช่วงปี 1997-1999 ลงเล่นไป 81 เกม ทำ 17 ประตู แม้จะไม่มีถ้วยรางวัลใดๆร่วมกับทีม แต่เขาคือหนึ่งในกัปตันทีมของสโมสร และเป็นนักเตะคนหนึ่งที่เป็นตัวอย่างให้สตีเวน เจอร์ราร์ด เรียนรู้ เพื่อจะเป็นนักฟุตบอลในระดับอาชีพ

ปัจจุบันเขาเป็นผู้จัดการทีมแบล็คพูล

อันดับที่ 74 ได้แก่ Jack Balmer

ศูนย์หน้าชาวอังกฤษผู้รับใช้สโมสรในช่วงปี 1935-1952 รวมเวลาถึง 17 ปี และแขวนสตั๊ดกับลิเวอร์พูล

เขาลงเล่นไปทั้งสิ้น 312 นัด ยิงประตูไป 111 ประตู ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ในฤดูกาล 1946-1947

ความจงรักภักดีของเขา ทำให้เขาได้รับเลือกให้เป้นนักเตะอีกคนหนึ่งที่มีชื่ออยู่ใน Hall of Fame ของสโมสร

Balmer เสียชีวิตในปี 1984

อันดับที่ 73 ศูนย์หน้าชาวอังกฤษที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี เขาคือ Peter Crouch

Crouch เล่นให้กับลิเวอร์พูลในช่วงปี 2005-2008 โดยลงสนามให้เราไป 134 นัด ทำประตูได้ 42 ประตู เขาอาจจะใช้เวลาถึง 19 เกมกว่าจะทำประตูแรกให้ลิเวอร์พูลได้ แต่ที่อยู่ในความทรงจำของเหล่าเดอะค็อปน่าจะเป็น Perfect hat-trick (ทำ 3 ประตูด้วยเท้าซ้าย เท้าขวา และลูกโหม่ง) ที่เขาทำได้ในเกมพรีเมียร์ลีกกับอาร์เซนอล ซึ่งลิเวอร์พูลชนะไป 4-1 ที่แอนฟิลด์ในเดือนมีนาคม ปี 2007 มากกว่า

หลังจากการย้ายมาของตอร์เรส ทำให้โอกาสลงสนามของเขาน้อยลง จนในที่สุดก็ตัดสินใจย้ายไปพอร์ตสมัธ ในปี 2008 ปัจจุบันเขายังค้าแข้งอยู่กับทีมสโตค ซิตี้

อันดับที่ 72 หนึ่งในฮีโร่อิสตันบูล … Milan Baros

ศูนย์หน้าชาวเช็ก ผู้รับใช้สโมสรในช่วงปี 2002-2005 ก่อนจะย้ายไปแอสตัน วิลลา เขาลงเล่นให้ลิเวอร์พูล จำนวน 108 นัด ทำไป 27 ประตู และเป็นหนึ่งในฮีโรในค่ำคืนมหัศจรรย์ที่อิสตันบูล โดยนอกจากแชมป์ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก เมื่อปี 2005 แล้ว เขายังมีได้แชมป์ลีกคัพในปี 2003 กับเราอีกด้วย

ปัจจุบันเขากลับไปค้าแข้งกับทีมต้นสังกัดเดิมในบ้านเกิดก่อนที่จะย้ายมาลิเวอร์พูล ชื่อทีม Banik Ostrava

อันดับที่ 71 ก็ยังเป็นนักเตะที่เราทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีเช่นกัน นั่นคือ Yossi Benayoun

กองกลางชาวอิสราเอล ผู้รับใช้สโมสรในช่วงปี 2007-2010 ลงสนามให้ลิเวอร์พูลไป 134 นัด ทำประตูได้ทั้งสิ้น 29 ประตู

แม้จะไม่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงมากนัก แต่ Benayoun ถือเป็นกำลังสำคัญของทีมในฤดูกาล 2008-2009 โดยเขาลงสนามมายิงประตูในฐานะตัวสำรองอยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นนักเตะที่ทำแฮตทริกได้ในการแข่งขันรายการใหญ่ทั้ง 3 รายการ ได้แก่ พรีเมียร์ลีก ในเกมกับเบิร์นลีย์ ในเดือนกันยายน ปี 2009 เกมเอฟ เอ คัพกับทีมฮาแวนซ์ แอนด์ วอร์เตอร์ลู และทีมเบซิกตัส จากตุรกีในยูฟา แชมเปียนส์ ลีก

ที่สำคัญ เขาทำประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บในเกมพรีเมียร์ลีกกับฟูแลม เมื่อเดือนเมษายน ปี 2009 ทำให้ลิเวอร์พูลเก็บ 3 แต้มสำเร็จในช่วงที่กำลังไล่ล่าแชมป์ลีกกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และที่ลืมไม่ได้ คือ เขาโหม่งประตูชัยใส่ เรอัล มาดริด ในเกมยูฟา แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 ทีม ซึ่งทำให้มาดริดแพ้ลิเวอร์พูลคาบ้าน 0-1 ก่อนที่ลิเวอร์พูลจะกลับมาถล่มทีมราชันชุดขาวอีกครั้งที่แอนฟิลด์ถึง 4-0

ปัจจุบัน เขายังค้าแข้งอยู่กับเชลซี

 

แล้วมาติดตามการจัดอันดับ 100 Players Who Shook the Kop กันต่อในอันดับที่ 70-61 ได้ในโอกาสหน้าค่ะ

 

ที่มา  :  เว็บทางการ

เรียบเรียงโดย  :  howk_ky

No related content found.

Leave a Reply