TIA Column : จากใจถึงเพื่อนๆที่รักลิเวอร์พูล

by

 

gerrard-suarez

ที่จริงนึกอยากจะเขียนเรื่องของ หลุยส์ ซัวเรซ มาพักใหญ่แล้ว แต่ก็กังวลเล็กๆว่าจะเป็นประเด็นให้เกิดการโต้เถียงจนนำไปสู่การทะเลาะเบาะแว้งกันในหมู่แฟนบอลลิเวอร์พูลรึเปล่า เลยยั้งมือไว้ก่อน ก็พอดี คุณพี่ Stare Decisis เขียนพอดีในบทความชื่อว่า “จากใจถึงซัวเรซ” ดังนั้นเราเลยอยากจะเขียนในอีกมุมหนึ่ง แต่ไม่เขียนถึงซัวเรซ แต่ขอเขียนถึง เดอะค็อป…แฟนบอลลิเวอร์พูล แทน

อ่านมาถึงตรงนี้ เพื่อนๆอาจจะสงสัยว่า เราต้องการจะสื่ออะไรกันแน่ เราอยากจะสื่อถึงปฏิกิริยาจนถึงความคิดของพวกเรา แฟนบอลลิเวอร์พูล ต่อประเด็นการย้ายทีมของนักเตะค่ะ ซึ่งอันที่จริง พี่ Stare Decisis ก็ได้พูดถึงไปบ้างแล้วในบ้างส่วน ของบทความ “จากใจถึงซัวเรซ” ว่า แฟนบอลลิเวอร์พูลเข้าใจดีถึงเรื่องการย้ายทีมของนักเตะ เพราะมันเป็นเรื่องปกติในวงการฟุตบอล เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในทุกๆปี สิ่งที่เราอยากจะพูดถึงก็คือ ความรู้สึกของพวกเรา บรรดาแฟนบอล เพื่อนๆที่รักลิเวอร์พูลทุกคนมากกว่า

เราคิดว่าแฟนบอลลิเวอร์พูลนั้นมีหลายวัย ช่วงอายุอาจจะมีตั้งแต่ 12 – 70 ปี เลยทีเดียว และความนึกคิด ประสบการณ์ที่เคยมีของแฟนบอลแต่ละคนรวมถึงความรู้สึกเมื่อนักเตะคนสำคัญย้ายทีมก็จะมีความแตกต่างกันไปตามวัยและสิ่งที่เคยพบเจอมา

แฟนบอลที่อายุมากแล้ว ผ่านประสบการณ์การสูญเสีย เควิน คีแกน, เอียน รัช และนักเตะคนสำคัญๆหลายคนในทีม อาจจะเฉยๆกับปฏิกิริยาของซัวเรซ และหากว่าซัวเรซย้ายทีม ก็คงเป็นเรื่องธรรมดาๆสำหรับแฟนบอลกลุ่มนี้ เพราะพวกเขาเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว …จุดที่ทีมสูญเสียนักเตะคนสำคัญ ซึ่งมันทำให้เราได้เรียนรู้ที่จะยอมรับความจริง เพราะมันไม่สำคัญเลยว่า นักเตะคนสำคัญคนนั้นจะย้ายออกจากทีมเราไปด้วยสาเหตุใด ที่สำคัญคือ เขาจากไป และเสโมสรก็จะหานักเตะคนใหม่เข้ามาทดแทนจนได้ เท่านั้นเอง

แต่กับแฟนบอลรุ่นใหม่ๆ ที่อาจจะยังไม่เคยพานพบ หรืออาจจะพานพบการสูญเสียนักเตะคนสำคัญมาบ้างก็ตาม แต่อาจจะยังไม่คุ้นเคยมากพอ บางคนอาจจะรู้สึกเจ็บปวด และยากจะยอมรับ คุณอาจรู้สึกท้อแท้ว่าหากเป็นเช่นนี้ ทีมในฤดูกาลหน้าจะเป็นอย่างไร ใครจะยิงประตู แม้บางคนอาจเคยผ่านการสูญเสียโอเว่น หรือตอร์เรสมาแล้ว ก็อาจทำใจได้ยาก หากจะเสียซัวเรซไปอีกคน

บางทีอาจเพราะความรักที่พวกเรามีให้แก่พวกเขา ที่ทำให้เรารู้สึกเสียใจกับการตัดสินใจของพวกเขาเหล่านั้น โดยส่วนตัวแล้ว ตอร์เรสคือคนที่ทำให้เราเจ็บที่สุด ตอนที่เขาย้ายทีม เพราะตอนโอเว่นย้าย เรายังไม่ได้เชียร์ลิเวอร์พูล และเมื่อซัวเรซมา เราคิดว่ากลไกการป้องกันตัวของเรามันถูกการจากไปของตอร์เรสกระตุ้นให้ทำงาน

เราไม่เคยพูดและยังไม่เคยรู้สึกว่า “รักซัวเรซมากมายเหลือเกิน” แม้ว่าเขาจะยิงประตูให้เรา ลงเล่นอย่างทุ่มเทเพื่อเราเสมอ หรือมีอารมณ์ร่วมกับเกม(มากมายมหาศาล) ซึ่งก็อย่างที่บอก …การย้ายทีมของตอร์เรสนั้นสร้างภูมิคุ้มกันความเจ็บปวดกรณีนักเตะคนสำคัญย้ายทีมให้แก่เราอย่างมากทีเดียว หรือแม้กระทั่งการจากไปของบุคคลอันเป็นที่รัก …นักเตะที่กล้าพูดว่า “รัก” และผู้จัดการทีมที่ “รักมาก” ก็เช่นกัน มันได้สร้างเกราะป้องกันความเสียใจให้เราด้วย

ใช่ค่ะ เรากำลังพูดถึง ชาบี อลอนโซ, ราฟา เบนิเตซ และคิง เคนนี …ตั้งแต่พวกเขาจากไป เราไม่เคยเลยที่จะรักพวกเขาน้อยลง แต่เราก็รู้ดีว่า พวกเขาจากไปแล้ว เช่นเดียวกับตอร์เรส ที่จากเราไปแล้ว และเราอาจจะไม่สามารถรู้สึกกับตอร์เรสได้เหมือนเดิมอีก ด้วยวิธีการที่เขาจากไป แต่มันก็ไม่สำคัญอะไรเท่ากับว่า เขาจากไปแล้วจริงๆ

เหล่านี้ มันคือสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในทุกๆปี และปีนี้กับซัวเรซ ก็มีแนวโน้มที่อาจจะเกิดขึ้นอีก ซึ่งเพื่อนๆแฟนหงส์คะ …ไม่ว่าคุณจะโกรธ เกลียด หรือเสียใจเจ็บปวดจากสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในครั้งนี้จากซัวเรซ อยากจะให้เพื่อนๆสงบจิตสงบใจในทุกๆทาง ทั้งในทางดีและทางร้าย คิดเสียว่ามันคือเรื่องธรรมดาที่อาจเกิดขึ้นได้ในโลกฟุตบอล …หลายคนอาจนึกสงสัยในใจว่า แล้วสิ่งที่ซัวเรซพูดนั้นไม่เคยมีค่าและไม่มีความจริงใจหรืออย่างไร กับการบอกว่ารักสโมสรและเมืองแห่งนี้

หากจะให้เราอธิบายล่ะก็ คนมองโลกในแง่ดีอย่างเราคงจะบอกว่า “รักนั้นมันไม่มากพอที่จะก่อให้เกิดความศรัทธา” อย่างไรล่ะคะ

ยังจำได้มั้ยว่า ตอร์เรสย้ายเพราะอะไร …แชมเปียนส์ ลีก ไงล่ะคะ ตอร์เรสอยากไปเล่นแชมป์เปียนส์ ลีก อยากชูเจ้าหูโต และเขาก็ทำสำเร็จแล้วด้วย ไม่ว่าจะสำเร็จแบบไหนก็ตาม มีแค่ตัวเขาที่รู้ตัวรู้ใจตัวเองดีว่า เขารู้สึกอย่างไรกับการคว้าแชมป์ยุโรปเมื่อปีที่แล้ว ตอร์เรสอาจจะรักลิเวอร์พูลก็ได้ แต่รักนั้นมันยังไม่มากพอจนแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นความศรัทธาต่อทีม ต่อแฟนบอลและสโมสร ที่แม้จะอยู่ในภาวะยากลำบากเพียงใด ก็ยังมีความหวัง มีฝันที่อยากจะทำร่วมกันอยู่ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะเขาเป็นคนสเปน เขาไม่ใช่คนอังกฤษ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ใช่สเกาเซอร์ …ที่นี่ไม่ใช่รากเหง้าของเขา

กับซัวเรซในครั้งนี้ก็อาจจะไม่ต่างกัน แม้เขาจะพูดถึงเรื่องโทษแบน เรื่องสื่อ และครอบครัว ก็ตาม มันก็อาจจะเป็นเหตุผลจริงๆของเขาก็ได้ ซึ่งถ้ามันเป็นนะ ก็แปลว่า แม้ซัวเรซจะรักลิเวอร์พูล แต่ “รักนั้นก็ยังไม่มากพอจะทำให้เขาเชื่อมั่น ศรัทธาในทีมและแฟนบอลว่าจะอยู่เคียงข้างเขาเสมอไป” ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะจากวัฒนธรรมที่ต่างกัน เชื้อชาติที่ต่างกัน ซัวเรซคงไม่คิดว่าแฟนบอลที่อังกฤษ แม้จะเป็นแฟนบอลลิเวอร์พูลก็ตาม จะเข้าอกเข้าใจเขามากไปกว่าคนที่ใช้ภาษาเดียวกันได้

เราพูดถึง “รัก” และ “ศรัทธา” …มันต่างกันนะคะ รักคืออารมณ์ที่แปรเปลี่ยนได้ แต่ศรัทธาคือความเชื่อ เจตจำนงที่ฝังใจ

เราคิดว่า ทุกคนคงไม่มีใครตั้งข้อสงสัยถึงความจงรักภักดีของเจอร์ราร์ด แม้ว่าเขาจะเกือบย้ายไปเชลซีเมื่อ 8 ปีก่อนก็ตาม แต่หลังจากนั้น มันกลายเป็นว่า เขาได้ก้าวข้ามผ่านทางเลือกที่สำคัญอาจจะที่สุดในชีวิตของเขาไปแล้ว และเขาเลือกลิเวอร์พูล

นอกจากเพราะเป็นทีมบ้านเกิด ทีมที่เชียร์มาแต่เล็กแต่น้อยแล้ว มันก็มาจาก “รัก” ที่เราคิดว่ามันกลายเป็น “ศรัทธา” ไปเสียแล้ว …มันไม่ใช่ว่ากัปตันงมงายว่านั่งเฉยๆแล้วจะเป็นแชมป์ลีกกับลิเวอร์พูลได้ แต่เพราะเขา “ศรัทธา” ที่จะต่อสู้ไปพร้อมๆกับทุกๆคนที่รักลิเวอร์พูลต่างหาก และเราคิดว่ากัปตันรู้ดีทีเดียวว่ามันก็มีโอกาสที่จะไม่สำเร็จ แต่นั่นอาจจะไม่สำคัญมากไปกว่าการได้พยายามทำตามความฝันของตัวเองให้ถึงที่สุดก็ได้

เราไม่รู้ว่า “ฝัน” ของนักเตะอย่าง ตอร์เรส หรือ ซัวเรซ คืออะไร แต่คงไม่ใช่ฝันแบบเดียวกับเจอร์ราร์ดแน่ๆ และเราคิดว่านักเตะบางคนที่ไปถึงความสำเร็จที่เคยหวังไว้ แต่ไม่ใช่ความสำเร็จที่ฝั่งฝัน เขาอาจจะมีความสุขน้อยกว่า นักเตะอย่างเจอร์ราร์ดที่ยังไปไม่ถึงความสำเร็จที่เคยหวังไว้ทั้งหมด แต่เขาก็ยังเดินอยู่บนเส้นทางแห่งความฝันของตัวเขาเองเสียอีก

ไม่ว่าความฝัน ความหวังของ ซัวเรซ จะเป็นอะไรหรืออย่างไร บางทีมันอาจไม่ใช่ความฝันร่วมกันกับพวกเราอีกแล้ว แต่ก็ไม่เห้นเป็นอะไรนี่คะ เรายังมีความฝันของคนที่รักลิเวอร์พูลอีกมากมายร่วมกันอยู่ และเราทุกคนสามารถก้าวต่อไปได้ไม่ว่าจะมีซัวเรซหรือไม่

…อย่าโกรธ อย่าเกลียด และอย่าเสียใจเพราะนักเตะคนเดียว สโมสรลิเวอร์พูลยิ่งใหญ่กว่ามากมายนัก จอห์น บาร์นส์ เคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อตอนที่คิง เคนนี จากสโมสรไปเมื่อปีที่แล้ว ก่อนการแต่งตั้งเบรนแดน ร็อดเจอร์ส เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ไว้ว่า

“…The club is the most important thing of all and the fans are the second most important component, because they’ll always be there. These fans aren’t going to be here in 100 years but new Liverpool fans will be. The fans and the club are what are important. Not John Barnes, 20 years ago or Kenny Dalglish now or Bill Shankly before that or anyone else in the future.”

“…เหนืออื่นใด สโมสรคือสิ่งสำคัญที่สุด และแฟนบอลคือสิ่งที่สำคัญตามมาเป็นอันดับสอง เพราะพวกเขาจะอยู่ตรงนี้เสมอ แฟนบอลในวันนี้จะไม่ได้อยู่ที่นี่ไปอีก 100 ปีหรอก แต่จะมีแฟนบอลลิเวอร์พูลรุ่นใหม่ๆต่อไปอีกยาวนาน แฟนบอลและสโมสรต่างหาก คือ สิ่งสำคัญ ไม่ใช่ จอห์น บาร์นส์ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว หรือเคนนี่ ดัลกลิชในวันนี้ หรือ บิลล์ แชงคลีย์ในสมัยก่อนหน้านั้น หรือใครๆก็ตามในอนาคต”

…เราคิดว่า เขาพูดถูกที่สุดเลยทีเดียว พวกเราแฟนบอลลิเวอร์พูลทุกคนเสียอีก ที่มีคุณค่าต่อสโมสรมากยิ่งกว่านักเตะหรือผู้จัดการทีมคนใดๆของทีม เพราะถ้าไม่มีพวกเรา สโมสรก็คงอยู่ต่อไปไม่ได้ ดังนั้น เราคิดว่า การที่แฟนบอลหนึ่งคนเลิกสนับสนุนสโมสร มันเลวร้ายยิ่งกว่านักเตะหนึ่งคนเดินจากสโมสรไปมากมายนัก

เพราะว่านักเตะคนหนึ่งเดินจากไป ก็จะมีอีกคนเข้ามาแทนที่เสมอ แต่แฟนบอลคนหนึ่งจากทีมไป มันไม่มีทางจะหาใครมาแทนที่ได้เลย 

ดังนั้น ไม่ว่าซัวเรซจะอยู่หรือไป จงทำใจให้สบาย แล้วรอเชียร์ทีมรักในฤดูกาลหน้าดีกว่าคะ

YNWA.

 

โดย  :  howk_ky

4 Comments

Leave a Reply