100 Players Who Shook the Kop 2013 อันดับที่ 60 – 51

by

 

หลายๆคนอาจจะเคยผ่านหูผ่านตากันไปบ้างแล้วกับการจัดอันดับ 100 Players Who Shook the Kop ครั้งใหม่ในปี 2013 (เคยมีการจัดอันดับเช่นนี้มาแล้วในปี 2006) หากว่าคุณได้เข้าเว็บไซต์ทางการของสโมสร หรือติดตามที่หน้าเพจ Facebook ของ lovelfc.com โดยการโหวตในครั้งนี้สโมสรเริ่มให้แฟนบอลทำการโหวต 10 อันดับนักเตะลิเวอร์พูลที่คุณชื่นชอบมากที่สุดไปตั้งแต่ช่วงต้นปี

หลังจากปิดโหวต และใช้เวลารวบรวมผลคะแนนอยู่หลายเดือน สโมสรก็เริ่มทำการประกาศผลโหวต เมื่อปิดฤดูกาล 2012-2013 โดยเริ่มประกาศจากอันดับที่ 100 ไล่ลงไปจนกว่าจะถึงอันดับที่ 1

loverlfc.com จะทำการสรุปผลไล่เรียนกันไปทีละ 10 อันดับ โดย ณ ตอนนี้ เราทำการสรุปไปถึงอันดับที่ 61 แล้ว มาตามต่อกับอันดับที่ 60-51 ดังนี้

100-players-500x295

อันดับที่ 60 ได้แก่ Jimmy Case

มิดฟิลด์ชาวอังกฤษผู้รับใช้สโมสรในช่วงปี 1975-1981 ลงเล่นให้ลิเวอร์พูล 269 นัด ทำไป 46 ประตู คว้าแชมป์กับทีมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ยูโรเปียนคัพ 3 สมัย แชมป์ดิวิชั่น 1 ถึง 4 เสมัย แชมป์ลีกคัพ 1 สมัย และยูฟา คัพ อีก 1 สมัย

เรียกได้ว่าเขาเป็นอีกหนึ่งตำนาน ผู้ถูกบ็อบ เพสลีย์ ปลุกปั้นขึ้นมาโดยแท้

ปัจจุบันเขาทำหน้าที่เป็นคอมเมนเตเตอร์ให้กับสถานีวิทยุในเมอร์ซีไซด์ และปรากฏตัวทาง LFCTV บ้างเป็นครั้งคราว

อันดับที่ 59 ไม่มีแฟนหงส์ในปัจจุบันคนไหนไม่รู้จักเขาแน่ๆ เพราะเขาชื่อ Martin Skrtel

นักเตะในทีมชุดปัจจุบันคนแรกที่ติดอันดับ Players Who Shook the Kop …กองหลังชาวสโลวาเกีย ผู้ที่ราฟา เบนิเตซ ซื้อมาจาก เซนิต เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ในปี 2008 และรับใช้ทีมจนถึงปัจจุบัน โดยลงเล่นให้ลิเวอร์พูลไปแล้วทั้งสิ้น 206 เกม ทำได้ 9 ประตู รวมถึงประตูตีไข่แตกในเกมนัดชิงลีกคัพ ปี 2012 ด้วย

นอกจากนี้ เขายังได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นแห่งปีของสโลวาเกียถึง 4 ปีติดกัน

อันดับที่ 58 ได้แก่ Vladimir Smicer

มิดฟิลด์สัญชาติเช็ก ซึ่งรับใช้สโมสรในช่วงปี 1999-2005 ลงสนามให้กับลิเวอร์พูลทั้งสิ้น 184 นัด ทำได้ 19 ประตู โดยประตูที่ 19 คือหนึ่งในประตูแห่งประวัติศาสตร์สโมสร ประตูที่เขายิงตีตื้นให้ลิเวอร์พูลไล่ตามเอซี มิลาเป็น 2-3 ในนัดชิงแชมเปียนส์ลีกเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2005

Smicer คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก, ยูฟ่า คัพ และเอฟเอ คัพ อย่างละสมัย บวกกับแชมป์ลีกคัพอีก 2 สมัย

ปัจจุบันเขาเป็นหนึ่งในทีมงานของทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก

อันดับที่ 57 ได้แก่ Craig Johnston

มิดฟิลด์ชาวออสเตรเลีย ผู้รับใช้สโมสรในช่วงปี 1981-1988 ลงสนามให้ลิเวอร์พูลไป 271 นัด ยิงประตูได้ 40 ประตู เป็นอีกหนึ่งตำนานที่คว้าแชมป์กับทีมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น แชมป์ยูโรเปียนคัพ 1 สมัย, แชมป์ดิวิชั่น 1 อีก 5 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย และลีกคัพ 3 สมัย เรียกได้ว่า ครบทุกแชมป์กับลิเวอร์พูลจริงๆ นอกจากนี้เขายังเป็นผู้แต่งเพลง Anfield Rap อีกหนึ่งเพลงเชียร์ของสโมสรที่มีนักเตะหลายคนร่วมร้องด้วย

ปัจจุบันเขาย้ายกลับไปอาศัยอยู่ในออสเตรเลีย

อันดับที่ 56 คนนี้พิเศษสุดจริงๆ เพราะเขาคือชายผู้รับใช้สโมสรลิเวอร์พูลในทุกๆบทบาทรวมถึง 44 ปีเลยทีเดียว ชายผู้เป็นอัศวินสำหรับ เดอะค็อปทุกคน …(Sir) Bob Paisley

เขาเป็นมิดฟิลด์ผู้ลงเล่นในตำแหน่งฮาล์ฟซ้าย ให้แก่สโมสรในช่วงปี 1946-1954 โดยลงสนามไปทั้งสิ้น 277 นัด ยิงประตูได้ 12 ประตู และได้แชมป์ดิวิชั่น 1 กับทีม 1 สมัย ในฤดูกาล 1946-1947

อันที่จริงแล้ว Paisley เป็นแฟนตัวยงของทีมซันเดอร์แลนด์ แต่เมื่อไปทดสอบฝีเท้ากับทีมแมวดำ เขาไม่ได้เซ็นสัญญาด้วยเหตุผลว่า “ตัวเล็กเกินไป” จึงไปเล่นให้ทีม บิชอป ออคแลนด์ จนเข้าตาแมวมองจากลิเวอร์พูล และได้สัญญากับจอร์จ คีย์ ผู้จัดการทีมในขณะนั้นว่าจะไปเล่นให้ลิเวอร์พูล ในปี 1939 แต่กลับเกิดเหตุสงครามโลกเสียก่อน และ Paisley ก็ถูกเกณฑ์ให้ไปอยู่ในกองทัพ ทำให้กว่าที่เขาจะได้ลงเล่นให้ลิเวอร์พูลอย่างเป็นทางการก็ปาเข้าไปปี 1946

ไฮไลท์ของปู่บ็อบในฐานะนักเตะ คือการทำประตูชัยในรอบรองชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ให้ลิเวอร์พูลเอาชนะเอฟเวอร์ตัน ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับอาร์เซนอล แต่เขากลับถูกดรอปในนัดชิง และทีมก็พ่ายแพ้ในที่สุด ซึ่ง Paisley เคยกล่าวว่า มันเกือบเป็นสาเหตุให้เขาออกจากทีมเลยทีเดียว (โชคดีที่เขาเปลี่ยนใจ)

Paisley แขวนสตั๊ดในปี 1954 โดยมีความคิดที่จะกลับไปทำอาชีพช่างอิฐที่บ้านเกิด แต่บอร์ดลิเวอร์พูลยื่นข้อเสนอให้เขาทำหน้าที่ในทีมสต๊าฟฟ์ เพราะเขามีความรู้เรื่องกายภาพบำบัด Paisley จึงอยู่กับทีมจนได้เป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมของปรมาจารย์อย่าง บิล แชงคลีย์ และรับตำแหน่งผู้จัดการทีมต่อจากแชงคลีย์ และสร้างประวัติศาสตร์ลิเวอร์พูลให้ยิ่งใหญ่ทั้งในอังกฤษและในยุโรป

หลังจากลงจากเก้าอี้ผู้จัดการทีม เขายังขึ้นไปดำรงตำแหน่งในบอร์ดบริหารของสโมสรจนถึงปี 1990

Paisley เสียชีวิตในปี 1996 ด้วยโรคอัลไซเมอร์

อันดับที่ 55 ได้แก่ Patrik Berger

มิดฟิลด์ชาวเช็ก ผู้รับใช้สโมสรในช่วงปี 1996-2003 ลงเล่นให้ลิเวอร์พูลทั้งสิ้น 196 นัด ทำได้ 35 ประตู คว้าแชมป์ยูฟ่าคัพและเอฟเอ คัพ อย่างละ 1 สมัย รวมถึงลีกคัพอีก 2 สมัย

หลายๆคนน่าจะทันได้ดู Berger ทำแฮตทริกใส่เชลซีในฤดูกาล 1997-1998 ที่แอนฟิลด์ ช่วยให้ทีมของรอย อีแวนส์เอาชนะทีมสิงโตน้ำเงินครามไปได้ 4-2 และอีกหนึ่งชอตความทรงจำคือ การจ่ายบอลยาวให้ ไมเคอล โอเวน ควบไปยิงใส่เดวิด ซีแมน ให้ลิเวอร์พูลแซงชนะอาร์เซนอล 2-1 คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพในปี 2001

ปัจจุบัน Berger เลิกเล่นแล้ว แต่เชื่อว่าแฟนหงส์หลายๆคนยังคิดถึงเขาอยู่แน่นอน

อันดับที่ 54 ได้แก่ Steve McMahon

มิดฟิลด์ชาวอังกฤษผู้รับใช้สโมสรในช่วงปี 1985-1991 เขาลงเล่นให้ลิเวอร์พูลไป 277 นัด ทำประตูได้ 50 ประตู คว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 จำนวน 3 สมัย และเอฟเอ คัพ 2 สมัย

เขาเป็นมิดฟิลด์คนสำคัญในทีมของ เคนนี ดัลกลิช ที่สำคัญประตูแรกที่เขาทำให้ทีมได้เกิดขึ้นในเกมดาร์บีแมตซ์ที่กูดิสัน พาร์ค

McMahon โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นที่สุดในฤดูกาล 1986-1987 ทั้งจากการผ่านบอล แทคเกิล และยิงประตู โดยเขาทำประตูในฤดูกาลนั้นได้ถึง 14 ประตูทีเดียว ซึ่งมีอยู่เกมหนึ่งที่เขายิงคนเดียว 4 ประตู คือ เกมกับฟูแลม ในเดือนสิงหาคม ปี 1986

ปัจจุบัน เขาเป็นนักวิจารณ์ให้กับ อีเอสพีเอ็น สตาร์สปอร์ตส์

อันดับที่ 53 ทุกคนน่าจะยังจำเขาได้ โดยเฉพาะเมื่อเขาเป็นผู้ทำประตูชัยให้ลิเวอร์เอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดถึง 3 ครั้ง เขาคือ Danny Murphy

มิดฟิลด์ชาวอังกฤษ ผู้รับใช้สโมสรในช่วงปี 1997-2004 ลงสนามให้ลิเวอร์พูลไป 249 นัด ทำได้ 44 ประตู ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ 1 สมัย, ลีกคัพ 2 สมัย และยูฟ่า คัพ 1 สมัย

Murphy เป็นมิดฟิลด์ที่เล่นได้ทุกตำแหน่งในแผงกลองกลาง เคยเล่นให้ลิเวอร์พูลทั้งด้านซ้าย ตรงกลาง และด้านขวา จุดเด่นของเขาอยู่ที่ลูกเซตพีค และการวางบอลยาว

เขาเป็นผู้ทำประตูชัยให้ลิเวอร์พูลชนะคู่ปรับตลอดกาลอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึง 3 ครั้ง โดยที่ทั้ง 3 ครั้งเกิดขึ้นที่สนามโอลแทรฟฟอร์ดทั้งหมด และลิเวอร์พูลก็เอาชนะแมน ยู ไป 1-0 ทั้ง 3 ครั้งด้วย ครั้งแรกเป็นลูกฟรีคิก เดือนธันวาคม ปี 2001, ครั้งที่ 2 เป็นลูกโอเพนเพลย์ จากแอสซิสของเจอร์ราร์ด เกิดขึ้นในเดือนมกราคม ปี 2002 และครั้งที่ 3 เป็นลูกจุดโทษ เกิดขึ้นในเดือนเมษายน ปี 2004

Murphy ย้ายไปชาร์ลตัน ในปี 2004 หลังการมาของราฟา เบนิเตซ ปัจจุบัน เขายังคงเล่นฟุตบอลอยู่กับทีมแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส

อันดับที่ 52 ได้แก่ Gerry Byrne

กองหลังชาวอังกฤษผู้รับใช้สโมสรในช่วงปี 1957-1969 ลงสนามให้ลิเวอร์พูลถึง 333 นัด ทำได้ 4 ประตู มีส่วนทำให้ทีมคว้าแชมป์ ดิวิชั่น 1 จำนวน 2 สมัย และเอฟเอ คัพ อีก 1 สมัย

เป็นหนึ่งในนักเตะที่ เอียน คัลลาแกน กล่าวถึงไว้ว่า “เป็นนักเตะที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยเล่นให้ลิเวอร์พูลมา” เลยทีเดียว โดยในฤดูกาล 1961-1962 เขาลงเล่นครบทุกเกมในดิวิชั่น 2 และช่วยให้ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ได้เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในดิวิชั่น 1 นอกจากนี้เขายังมีชื่อติดทีมชาติอังกฟษชุดแชมป์โลกเมื่อปี 1966 ด้วย

ปัจจุบัน เขาอาศัยอยู่ในเวลส์

อันดับที่ 51 เขาคนนี้เป็นนักเตะในทีมชุดปัจจุบันคนที่ 2 ที่ติดอันดับ …นั่นคือ Glen Johnson

แบ็กขวาหมายเลข 2 ที่ราฟา เบนิเตซซื้อตัวมาจากพอร์ตสมัต ในปี 2009 เขาลงเล่นให้ลิเวอร์พูลไปแล้ว 142 เกม ทำได้ 8 ประตู

Johnson ทำประตูให้ลิเวอร์พูลได้ถึง 2 ประตูใน 4 เกมแรกของเขากับสโมสร และได้ลงเล่นไป 35 เกมในฤดูกาลแรกของเขาในถิ่นแอนฟิลด์

และในเดือนพฤศจิกายน 2011 เขาทำประตูทีมเก่าอย่างเชลซีในช่วงท้ายเกม ช่วยให้ลิเวอร์พูลเอาชนะทีมสิงโตน้ำเงินครามถึงถิ่น 2-1 นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในคนที่ยิงจุดโทษผ่านมือนายทวารของคาร์ดีฟฟ์ ทำให้ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีก คัพ มาครองได้สำเร็จ

ที่น่าทึ่งอีกประการ คือ ปัจจุบัน Johnson กำลังศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในสาขาคณิตศาสตร์ ในเวลาที่เขาว่างจากฟุตบอล

 

แล้วมาติดตามอันดับการจัดอันดับ 100 Players Who Shook the Kop 2013 ในอันดับที่ 50-41 กันต่อในโอกาสถัดไปค่ะ

 

ที่มา  :  เว็บทางการ

เรียบเรียง :  howk_ky

No related content found.

Leave a Reply