Kopper Times – หลุยส์ ซัวเรซ กับมหากาพย์การย้ายทีม (Luis Suarez : I just can’t get enough … I just can’t get enough … You are not ENOUGH !!)

by

 

 

Luis Suarez : I just can't get enough ... I just can't get enough ... You are not ENOUGH !!

 

เป็นเวลามากกว่า 2 เดือน แล้ว ที่หลุยส์ ซัวเรซ ออกมาประกาศแบบช็อคหัวใจแฟนๆบอล “เดอะ ค็อป” ว่า … “ผมต้องการย้ายทีม” !!

ในตอนแรก ซัวเรซให้เหตุผลถึงเรื่องความไม่เป็นธรรมของสื่ออังกฤษที่คอยพยายามคุกคามเค้าและครอบครัวอยู่ตลอดเวลา มันทำให้เค้ารู้สึกไม่สามารถอาศัยอยู่ในประเทศนี้ได้อีกแล้ว การย้ายออกจากอังกฤษเท่านั้น ที่จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้แบบเด็ดขาด โดยมีรีล มาดริด ยักษ์ใหญ่จากสเปน เป็นเป้าหมายใหม่ที่เจ้าตัวอยากที่จะไปค้าแข้งด้วย แม้สโมสรจะไม่อยากสูญเสียหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของทีมออกไป แต่กับแฟนบอลแล้วต่างเข้าใจ เห็นใจในตัวเค้าเป็นอย่างดี ทุกคนรับได้ หากซัวเรซต้องการทำเพื่อครอบครัวของเค้า การย้ายทีมออกไปในช่วงต้นของตลาดการซื้อขายเป็นอะไรที่รับได้ ยิ่งการขายซัวเรซนั้นจะช่วยทำให้ทีมได้เงินก้อนโตเพื่อหาตัวแทนในระดับเดียวกับเค้าได้ด้วยแล้ว ทุกอย่างดูหอมหวาน อบอวล  … แต่ยขึ้นชื่อว่าลิเวอร์พูล ไม่มีคำว่าง่าย ครับ

ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รีล มาดริด ไม่ได้อยากได้ซัวเรซ หรือ ถ้าอยากได้ก็ไม่พร้อมที่จะจ่ายในราคาที่ลิเวอร์พูลต้องการ มาดริด ให้ความสำคัญในการตามล่านักเตะอย่าง กาเร็ธ เบลล์ และสลาตัน อิบราฮิโมวิช มากกว่า … แฟนบอลต่างดีใจ เพราะ ไม่คิดว่าจะมีทีมไหนที่อยากได้ซัวเรซและพร้อมจ่ายเงินก้อนโตกระชากเค้าออกไปจากแอนฟิลด์ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้น หลุยส์ ซัวเรซ คงยังต้องอยู่รับใช้ลิเวอร์พูลไปอีกอย่างน้อย 1 ฤดูกาล ตามที่สโมสรตั้งใจอยากจะให้เป็น … แต่เหมือนเดิมครับ … ขึ้นชื่อว่าลิเวอร์พูล ไม่มีคำว่าง่าย

อาร์เซน่อล ทีมดังจาก “เกาะอังกฤษ” เป็นทีมที่ยื่นข้อเสนอเข้ามาเพื่อขอซื้อตัวหลุยส์ ซัวเรซ เป็นทีมแรก … แฟนๆหลายคนได้ยินก็คงขำ ไม่ใช่แค่แฟนบอลที่ขำหรอกครับ ซัวเรซอยากย้ายทีมออกจากเกาะอังกฤษ แต่ดันเป็นอาร์เซน่อล ทีมร่วมลีกติดต่อเข้ามาอยากได้เค้าไปร่วมทีมแทน มันจะเป็นไปได้ที่ไหน ยื่นมาก็เสียเวลาเปล่า … แต่มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ขำครับ คนนั้นคือ หลุยส์ ซัวเรซ !!

เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางแอนฟิลด์เลยก็ว่าได้ครับ หลุยส์ ซัวเรซ สนใจย้ายไปร่วมทีมอาร์เซน่อล เพียงเพราะเจ้าตัวบอกว่า … อยากเล่นฟุตบอลยุโรป จร้าาาาาา !! อ้าวแล้วที่บอกว่าเกลียดสื่ออังกฤษที่มาคุกคามชีวิต คุกคามครอบครัว นี่มัน คิตตี้ อัลไล !! … เชื่อผมรึยังครับว่า ขึ้นชื่อว่าลิเวอร์พูล ไม่มีคำว่าง่าย !!

 

เรื่องที่ผมพิมพ์มาข้างบน เป็นบทสรุปของ 2 เดือน ที่ผ่านมาครับ ทุกสิ่งทุกอย่างแฟนๆบอลทุกคนได้ทราบกันบ้างแล้ว อ่านจะเคยอ่านผ่านๆตากันมาหรือติดตามกันแบบละเอียดยิบๆๆ แต่ที่พูดมาทั้งหมด ไม่ได้เสี้ยวของสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น … สิ่งที่ผมกำลังจะพูดถึง มันคือ บทต่อไป ที่กำลังจะเป็นมหากาพย์ ต่อจากนี้ไป ต่างหาก …

 

 

——————————————————————————————————————————————————————————————

 

 

อาร์เซน่อลเอาจริงเอาจังกับดีลนี้มากแค่ไหน ?

คงต้องตอบว่า ถึงตอนนี้แล้ว อาร์เซน่อล เอา “จริง” แน่นอน เพราะ อาร์เซน่อล ได้ยืนข้อเสนอซื้อ ซัวเรซ มาถึง 3 ครั้งก่อนหน้านี้ … 25 ล้านปอนด์, 35 ล้านปอนด์ และ 40 ล้านปอนด์ … แน่นอนว่าทุกครั้งโดนลิเวอร์พูลปฎิเสธหมด แต่ที่สร้างความไม่พอใจให้กับลิเวอร์พูลมากที่สุดนั่น คือ ข้อเสนอมูลค่า 40000001 ปอนด์ !! … เงิน 1 ปอนด์ ไม่มีนัยยะทางด้านค่าตัว สำหรับการซื้อขายนักเตะอาชีพแน่นอน เพราะงั้นคงไม่มีสโมสรไหน “บ้าจี้” ยื่นข้อเสนอแบบนี้เข้ามา หากสโมสรที่ยื่นมานั้นไม่ได้ล่วงรู้ “ความลับ” อะไรบางอย่าง ที่เงิน 1 ปอนด์ สามารถทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป … ข้อสัญญาที่อยู่ในสัญญาของซัวเรซ นั่นเอง !!

ขึ้นชื่อว่าสัญญา คงไม่มีใครล่วงรู้ได้ นอกจากสโมสร นักเตะ และเอเย่นต์ เท่านั้นที่จะทราบดีว่า ในสัญญานั้นมีข้อบ่งชี้ หรือเงื่ิอนไขอะไรพิเศษ ที่สามารถทำให้สถานะการจ้างงานของพวกเขาเปลี่ยนไปได้ ในสัญญาของซัวเรซ ถึงเวลานี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า มีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่งที่ระบุไว้ในสัญญาก็คือ สโมสรจะต้องแจ้งให้ทราบและอนุญาตให้นักเตะสามารถเจรจากับสโมสรอื่นๆที่ยื่นข้อเสนอเข้ามาในราคาที่มากกว่า 40 ล้านปอนด์ … 1 ปอนด์ ที่อาร์เซน่อล บิดเพิ่มเข้ามา ยืนยันถึงสถานณะเงื่อนไขนี้ได้เป็นอย่างดี จริงมั้ยครับ ?

 

แบบนี้เท่ากับว่าเราเสียท่าให้กับอาร์เซน่อลแล้ว ?

ยังหรอกครับ ที่ผมบอกว่าเป็นมหากาพย์ ก็เพราะว่า มันไม่มีทางที่จะจบลงง่ายๆอย่างแน่นอน เพราะทีมไม่ได้มีความตั้งใจที่จะขายซัวเรซให้กับอาร์เซน่อลอยู่แล้ว และผมเชื่อว่าไม่มีทางที่ลิเวอร์พูลจะยอมขายซัวเรซให้กับอาร์เซน่อลด้วย (ยกเว้นน่อลบ้าจี้ให้มา  50 ล้านปอนด์ขึ้นไป) ถ้าเป็นเชลซี หรือ แมนฯ ซิตี้ ผมว่ายังมีโอกาสที่ทีมจะยอมทำธุรกิจด้วยมากกว่าครับ เพราะว่า อาร์เซน่อลถือเป็นคู่แข่งโดยตรงที่จะมาแย่งพื้นที่อันดับ 4 กับทีมเรา (ยอมรับก่อนนะครับว่าอันดับ 1-3 ด้วยสภาพทีมตอนนี้ เรายังสู้ เชลซี แมนฯยูไนเต็ด หรือแมนฯซิตี้ ไม่ได้) การที่จะไปแชมป์เปี้ยน ลีก ถือเป็นเป้าหมายหลักสำคัญของทีมในฤดูกาลนี้ครับ การพลาดไปแชมป์เปี้ยน ลีก อีกในปีนี้ ผมมั่นใจว่าเก้าอี้ของรอดเจอร์สมีสั่นแน่ๆ ลิเวอร์พูลจะไม่สามารถกอบกู้ทีมได้เลย หากไม่ได้ไปเตะถ้วยนี้ ด้วยอำนาจเม็ดเงินและเสน่ห์ดึงดูดนักเตะก็ดี การกลับไปเล่นถ้วยนี้ให้เร็วที่สุด คือ คำตอบสุดท้าย และคำตอบเดียวที่พลพรรคหงส์แดงต้องทำให้ได้ในซีซั่นนี้ครับ … และนี่ถึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ทุกคนในสโมสร รวมถึง จอห์น ดับเบิ้ลยู เฮนรี่ ถึงเกรี้ยวกราดทวิตถามถึงอาร์เซน่อลอย่างนิ่มๆว่า “พวกเอ็งกำลังเมาปุ้นอยู่รึเปล่าฟร่ะ (กรณีอยากได้ซัวเรซแต่ยื่นข้อเสนอมาแค่นี้)” ตรงนี้เข้าใจตรงกันนะครับว่า ขายให้ใครขายได้ แต่สำหรับ อาร์เซน่อล หรือ สเปอร์ส (ทีมที่แย่งอันดับ 4) อาจจะรวมไปถึงแมนฯยูไนเต็ด (เพราะไม่ชอบขี้หน้ากัน) ถือเป็นความ “สูญเสีย” แบบไปกลับคูณ 2 ที่ทีมไม่มีทางให้มันเกิดขึ้น (ยกเว้นจะทุบค่าตัวสถิติย้ายตัวบนเกาะอังกฤษ)

** อัพเดทล่าสุด ** รอดเจอร์สให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทางมาไทยยืนยันว่า อาร์เซน่อลได้ยื่นข้อเสนอเข้ามา 40 ล้านปอนด์ + 1 ปอนด์ จริง และซัวเรซยืนยันแล้วว่าต้องการที่จะย้ายทีมออกไป แต่ค่าตัวแค่นี้ ไม่สามารถพรากซัวเรซไปจากทีมได้หรอก **

 

แต่สัญญาระบุไว้ไม่ใช่หรอว่า 40 ล้านปอนด์ ต้องขาย ?

ตรงนี้ผมต้องขออธิบายเพิ่มเติมสักหน่อย หลายคนคงเข้าใจว่าเงื่อนไขในสัญญาแบบนี้เหมือนในสเปนเลย ที่เราจะเห็นหลายครั้งทีมๆหนึ่งต้องการนักเตะคนนี้มาก จึงยื่นข้อเสนอเท่ากับ “เงื่อนไขในการปล่อยตัว” เพื่อฉีกสัญญาและเจรจากับนักเตะที่ตัวเองอยากได้ โดยที่สโมสรต้นสังกัด “ไม่สามารถ” ยับยั้งหรือเรียกร้องอะไรไปมากกว่านั้นได้ ยกตัวอย่าง หลุยส์ ฟิโก้ ซึ่ง รีล มาดริด สร้างเรื่องช็อคโลกขโมยออกมาจากอ้อมอกของบาร์เซโลน่า โดยที่บาร์ซ่าไม่สามารถยับยั้งหรือโก่งค่าตัวไปมากกว่าที่ระบุในสัญญาได้ … แต่นั่นใช้ได้กับที่สเปนครับ ไม่ใช่ที่อังกฤษ !!

ในการย้ายทีมในอังกฤษ “ไม่อนุญาต” ให้สโมสรแอบคุยกับนักเตะก่อนที่ต้นสังกัดจริงๆจะอนุญาตครับ (ถึงแม้จะมีการแอบทำกันเป็นปกติก็ตาม) ถ้าเป็นแฟนบอลรุ่นปี 2000 คงยังจำกันได้ว่า ลิเวอร์พูลเคยโดน “ปรับ” เงินร่วมๆ 2 ล้านปอนด์ ให้กับมิดเดิ้ลสโบลช์ หลังแอบไปเจรจากับ คริสเตียน ซีเก้ ก่อนที่สโมสรต้นสังกัดจะอนุญาต ซึ่งตรงนี้ในทางปฏิบัติที่ถูกต้อง สโมสรจะต้องยื่นข้อเสนอเป็นที่พอใจให้กับสโมสรต้นสังกัดซะก่อน สโมสรต้นสังกัดจะออกใบอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรให้ เพื่อที่จะสามารถคุยกับนักเตะได้ครับ ยกเว้นนักเตะที่มีสัญญาเหลือปีสุดท้าย หากพ้นเดือนพฤษภาคมไปแล้ว สามารถคุยกับสโมสรใหม่ได้ โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตสโมสรเดิมครับ … นี่คือ สิ่งที่เป็นธรรมเนียมปฎิบัติกันบนเกาะอังกฤษครับ ยกเว้นจะมีเงื่อนไขในสัญญาบางอย่างที่ระบุไว้ เช่นกรณีนี้ !!

อย่างที่พูดไว้แล้วด้านบน ซัวเรซ ณ ตอนนี้ เข้าใจว่า เงื่อนไขดังกล่าว เป็นเงื่อนไขเดียวกับที่ใช้ในประเทศสเปน ซึ่งสโมสรไม่สามรถที่จะปฏิเสธข้อเสนอตรงนี้ได้ แต่ในมุมมองของลิเวอร์พูลแล้ว เงื่อนไขตรงนี้ ไม่ใช่ “เงื่อนไขการปล่อยตัว” แต่เป็นแค่เงื่อนไขที่ “ปลดล็อค” ให้สโมสรอื่นสามารถพูดคุยกับนักเตะและเอเย่นต์โดยที่ไม่ผิดกฏเท่านั้น เงื่อนไขนี้ไม่ใช่ “เงินที่จะซื้อสัญญา” นักเตะแบบในสเปน โดยในสเปนนั้น เงินค่าฉีกสัญญาจะถูกจ่ายไปยังนักเตะนำไปให้สโมสรต้นสังกัดเดิมเพื่อฉีกสัญญา ซึ่งเป็นคนละแบบกับในอังกฤษที่สโมสรคู่เจรจา จะจ่ายเงินกันโดยตรง ไม่ผ่านนักเตะ จึงไม่ถือว่าเป็นการ “ซื้อสัญญา” แบบที่สเปนครับ

กรณีนี้ลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายได้เปรียบครับ พูดไปคล้ายๆกัับกรณีของเอ็มคิตายาน ที่มีเงื่อนไขปล่อยตัวอยู่ 20 ล้านยูโร แต่ไปๆมาๆ ดอร์ทมุนต์ต้องจ่ายมากถึง 26.5 ล้านยูโร ถึงปิดดีลนี้สำเร็จ

 

แล้วบทต่อไปจะเป็นอย่างไรต่อไป ?

ทีมยังต้องการเก็บซัวเรซไว้ครับ แม้เจ้าตัวจะงอแงจะขอย้ายท่าเดียวก็ตาม มีการพยายามโน้มน้าวจากทุกคนในสโมสรนี้ ตั้งแต่เจ้าของสโมสร โค้ช รวมไปถึงนักเตะ ทุกคนทราบดีว่าการจะทำอันดับให้ดีที่สุด ทีมต้องไม่เสียผู้เล่นที่ดีที่สุดออกไป ลิเวอร์พูลได้ทำการเสนอสัญญาใหม่ให้กับซัวเรซพิจารณาอย่างน้อยๆ 2 ครั้ง เป็นสัญญาที่เพิ่มค่าเหนื่อยให้ เพื่อที่จะให้ซัวเรซอยู่กับทีมต่อไปอย่างน้อยอีก 1 ปี ค่อยตัดสินใจใหม่ แต่ซัวเรซยังปฏิเสธและต้องการจะย้ายทีมอยู่ครับ ซึ่งถ้าสุดท้ายทีมจำเป็นต้องขายจริงๆ ผมว่าทีมคงเลือกที่จะเสนอขายให้กับทีมจากต่างประเทศมากกว่าครับ 40 ล้านปอนด์ มาเอาไปเลย ส่วนถ้าอาร์เซน่อลอยากได้ ยังไงก็ต้องมี 50 ล้านปอนด์ขึ้นไป ถือว่าบวกความเสี่ยงในการพลาดอันดับ 4 ด้วยครับ … แต่ถ้าสุดท้ายไม่มีทีมติดต่อเข้ามายกเว้นอาร์เซน่อลทีมเดียว เราไม่ขาย แล้วซัวเราซอยากย้าย ก็ต้องไปขออำนาจศาลวินิจฉัยเอาครับ ซึ่งซัวเรซเคยทำมาแล้วสมัยที่อยู่กับโกรนิงเก้น ที่ยื่นเรื่องต่อศาลของให้ทีมปล่อยตัวเค้าไปให้กับอาแจ็กซ์ตามที่ระบุไว้ในสัญญา ถึงสุดท้ายคำร้องจะตกไป แต่ซัวเรซก็ได้ย้ายทีมสมใจ เนื่องจากสโมสรเห็นว่านักเตะหมดใจแล้วนั่นเอง

แต่ไม่ต้องกังวลกันมากนะครับ ผมเชื่อว่า ก่อนซัวเรซจะย้ายออก จะต้องมีนักเตะเข้ามาร่วมทีมแน่นอน และต้องไม่ใช่นักเตะฝีเท้าธรรมดาแน่นอน เหมือนกรณีตอนที่เฟอร์นานโด ตอร์เรส งอแง เราก็ดึงเรื่องไว้จนกว่าจะได้หลุยส์ ซัวเรซ มา นัยหนึ่งคือ ทีมต้องการโชว์ให้นักเตะเห็นว่าทีมมี “ความทะเยอทะยาน” ที่จะใช้เงินซื้อนักเตะเกรด A มาเพื่อพาทีมบรรลุเป้าหมาย อันนี้ก็จะเอาไปกล่อมให้ซัวเรซให้คิดใหม่และอยู่ต่อกับเราได้ในที่สุด หรืออีกทาง หากทีมจะต้องเสียซัวเรซออกไปจริงๆ ทีมก็มีหลักประกันแล้วว่า จะมีกองหน้าที่เป็นตัวความหวังมาแทนที่เจ้าตัวเพื่อลุ้นทำอันดับ 4 แน่ๆครับ อันนี้ก็ต้องดูกันต่อไป ทีมพยายามจะจบเรื่องนี้ให้ได้ไวที่สุดครับ แต่ดูแลผมว่าจบยากยังไงก็ไม่รู้แหะ

 

บทสุดท้ายของมหากาพย์การย้ายทีมจะเป็นอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าซัวเรซจะอยู่หรือไป แต่สปิริตของชาว The Kop ก็ยังคงอยู่ ตราบใดที่หลุยส์ ซัวเรซ ยังคงเป็นนักเตะลิเวอร์พูล เราก็ยังคงเดินหน้าและตะโกนเชียร์เจ้าตัวต่อไปครับ

 

 

28 กรกฎาคม นี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เราจะมาเชียร์ลิเวอร์พูลของเรากันครับ

 

 

 

*** Upadate *** (31/7/2013)

หลุยส์ ซัวเรซ เริ่มอ่อนข้อลงแล้ว หลังได้รับคำชี้แจงจากทีมกฏหมาย ถึงเรื่องเงื่อนไข 40 ล้านปอนด์ ไม่ใช่เงื่อนไขในการซื้อสัญญาแบบในสเปนแต่อย่างไร (ซัวเรซและเอเย่นต์เข้าใจผิดไปเอง) สโมสรได้บอกไปยังอาร์เซน่อลแล้วว่า ต้องการค่าตัวซัวเรซ 55 ล้านปอนด์ ถ้าไม่ได้ตามนี้ไม่ต้องมาคุยกัน … ส่วนทางด้านรีล มาดริด ตอนนี้ไม่ได้วางเป้าซัวเรซเป็นเป้าหมายหลักตามที่พูดไป เพราะกำลังตามล่าแกเรธ เบล อย่างบ้าคลั่ง ถ้าได้เบลจริง ซัวเรซคงต้องลืมรีล มาดริด ไปได้เลย … เพราะฉะนั้น สถานการณ์ตอนนี้ ดูเหมือนว่า ซัวเรซยังจะเป็นนักเตะของลิเวอร์พูลต่อไปอีก 1 ซีซี่นครับ

 

 

kopper

twitter : @cerebrophobia

 

 

 

 

 

 

 

 

No related content found.

15 Comments

  • ถ้างอแง ก็จับดองยาวไปเลยดีกว่า ดัดหลังให้เข็ด

  • เขียนได้ดีมากเลยครับ เข้าใจง่าย อ่านง่าย ขอบคุณมากครับ

Leave a Reply