“จิ๊กซอว์”ที่หล่นหาย

by

 

European Football - UEFA Champions League - Quarter Final - Liverpool v Juventus

                   สุภาษิตไทยบอกเอาไว้ว่า “ความพยายาม อยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น”เป็นคำกล่าวที่สะท้อนผลงาน “ลิเวอร์พูล” ได้ชัดเจนมาก  เมื่อ “หงส์แดง” ทำได้ตามเป้าหมายสามารถเก็บ 3 แต้มแรกสุดสำคัญเข้ากระเป๋าได้แล้ว หลังจาก ไม่ชนะในเกมส์เปิดสนามมาถึง 4 ฤดูกาล !!

หากใครติดตามข่าวสารของลิเวอร์พูลมาตลอดจะรู้ว่า ช่วงปิดฤดูกาลทีมงานของเราทำงานกันหนักมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการซื้อขายนักเตะที่รวดเร็วขึ้น หรือการซ้อมโดยเฉพาะซ้อมนัดสุดท้ายกับนิวคาสเซิล ที่เป็นการซ้อมแบบปิด เป็นเรื่องที่เราไม่ค่อยคุ้นเคยกันมาก่อน นั่นแสดงให้เห็นว่าทีมงานทุกคนหรือแม้กระทั่งเจ้าของสโมสร “เอาจริงเอาจังมากแค่ไหน” กับฤดูกาลนี้

ปัญหาแรก คือ “เจมี่ คาราเกอร์” หลังจากเค้าแขวนสตั๊ด เราเป็นห่วงกันว่า ใครที่จะมาคอยควบคุมแผงหลังแทน “คาร่า” ได้ แต่ปัญหากลับถูกแก้ไขปอย่างง่าย   หลังจาก”คาราเกอร์” แขวนสตั๊ดไปไม่นาน เราได้ “โคโล ตูเร่” เข้ามาเสริมทีมเป็นรายแรกในฤดูกาลนี้ หลายคนคงสงสัยว่าเอามาทำไมนักเตะวัย 32 ขวบ แม้จะฟรีก็เถอะ เพราะนักเตะที่ “บีร็อด” ชื่นชอบคือนักเตะอายุน้อยที่เหมาะกับการวางแผนทำทีมระยะยาว

football-zSjN3QbebN

               แต่เพียงไม่นานนับจากวันแรกที่เห็น “ตูเร่” ลงสนามให้ลิเวอร์พูลคือเกมส์ไปเยือน “เปรสตัน นอร์ท เอนด์” จนมาถึงนัดเปิดสนามกับ “สโต๊ก” ตูเร่ พิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่าอายุเป็นเพียงแค่ตัวเลขและของฟรียังมีในโลก !! และโดยส่วนตัวผมมองว่าที่ลิเวอร์พูลทำผลงานได้ดีขึ้นตั้งแต่ช่วงพรีซีซั่นนั้น ส่วนหนึ่งมาจาก “ตูเร่” เป็น”จิกซอว์” ที่ลิเวอร์พูลทำหายไปพร้อมกับ”ชายที่ชื่อ “ซามี ฮูเปีย” ประสบการณ์ที่มีทำให้รู้ว่าเมื่อใดควรจะเข้าบอลและเมื่อใดควรจะเบรกเกมส์  ความสามารถในการเล่นลูกกลางอากาศไม่ว่าจะเป็นเกมส์รับหรือรุก “ตูเร่” มีส่วนร่วมตลอด คล้าย ๆ สิ่งที่ “ซามี” เคยทำให้ลิเวอร์พูลในครั้งกาลก่อนและสิ่งที่เปลี่ยนไป มากที่สุดสำหรับลิเวอร์พูลปีนี้ ผมจึงมองว่าเป็นเรื่องการเสียประตูที่ยากขึ้น ยังผลให้การทำเกมส์ของลิเวอร์พูลต่อเนื่องมากขึ้นด้วย จากเกมส์กับสโต๊ก เราจะเห็นได้ว่า “ลิเวอร์พูล” เคาะบอลทำเกมส์กันตามช่องได้ไหลลื่นมาก มีโอกาสมากมายที่จะทำประตูได้ ผิดกันกับฤดูกาลที่แล้วที่ “ลิเวอร์พูล” ก็สามารถทำเกมส์ได้ แต่ต้องมาสะดุดตกม้าตายเพราะจังหวะโดนสวนกลับ เสียประตูง่าย ๆ หลายครั้ง ทำให้สูญเสียความเชื่อมั่น  เกมส์ก็สะดุด เล่นกันขาด ๆ เกิน ๆ ทำให้ผลงานของทีมไม่เป็นไปตามที่เราหวังกันไว้

“เบรแดน ร็อดเจอร์” เป็นผู้จัดการทีมที่มีทัศนคติที่ยอดเยี่ยมแล้ว ยังมีแท๊คติกการทำทีมที่น่าสนใจอีก แต่สิ่งหนี่งที่ “ร็อดเจอร์” ได้ทำให้เห็นมาแล้วก็คือเรื่องการซื้อตัวนักเตะ เราจะเห็นกันว่านักเตะที่ถูกนำเข้ามาในยุค “บีร็อด” ส่วนใหญ่ทำผลงานกันได้เด็ดเหลือเกิน  โดยเฉพาะนักเตะในแนวรุก แต่ครั้งนี้ “ตูเร่” เป็นคำตอบในแนวรับที่”ถูก” ต้อง (ถูกจริง ๆ เพราะได้มาฟรี) จนแทบจะอดคิดไม่ได้ว่า “นี่คือการซื้อตัวแห่งฤดูกาล” เลยที่เดียว

หากจำไม่ผิด นับตั้งแต่ “ซามี ฮูเปีย” ได้อำลาทีมไป ลิเวอร์พูลยังไม่สามารถพาทีมไปจบในตำแหน่ง “ท็อป 4″ ได้อีกเลย การที่เราได้ “ตูเร่” มาเติมเต็มในจุดนี้อาจทำให้เรามีความหวังกันขึ้นมาได้อีกครั้ง   แต่ยังก่อน อย่าพึ่งด่วนรีบดีใจกันไป แม้ลิเวอร์พูลจะมีขุมกำลังที่แกร่งขึ้นและลงตัวขึ้น แต่เพราะนี่เพิ่งผ่านพ้นเกมส์แรกไป ยังเหลืออีก 37 นัดให้เป็นบทพิสูจน์  เราค่อย ๆ ลุ้นกันไปนัดต่อนัด และส่วนตัวคงไม่ขออะไรมากขอแค่ให้ลิเวอร์พูลเล่นให้ได้เหมือนเล่นกับ”สโต๊ก” ทุกนัด แล้วเมื่อจบนัดที่ 38 คำตอบจะเป็นอย่างไร ก็จะไม่เสียใจเลย

ปล. ทำไมทีมที่ได้จุดโทษ เกมส์แรกที่ผ่านมาทุกทีม ไม่ว่าจะยิงเข้าหรือไม่เข้า ต้องยิงไปทางซ้ายมือตัวเองทุกลูกด้วย หรือต้องการบอกว่าปีนี้ใครช้า ก็ชิดซ้ายไป “หงส์แดง” จะแซงแว้วว (เกี่ยวกันเปล่าหว่า) ^-^

 

ขอบคุณ

//heroic

4 Comments

Leave a Reply