ตลาดปิด

by

rodgers

                 เรามักจะได้ยินบรรดาผู้จัดการทีมพูดกันว่า ”วันที่ดีที่สุดของตลาดซื้อขาย คือวันที่ตลาดซื้อขายนักเตะปิดตัวลง” เพราะนั่นคือวันที่เราไม่มีอะไรต้องกังวลเรื่องการโยกย้ายทีมของนักเตะไปอีกหลายเดือน(คิดไปก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว) และสำหรับลิเวอร์พูลในหลาย ๆ ปีคำกล่าวข้างต้นมันเหมือนเป็นการปลอบใจตัวเองมากกว่า ยกเว้นปีนี้ที่เราทำงานกันได้อย่างดี สามารถหานักเตะมาเสริมทัพได้หลายตำแหน่งโดยเฉพาะตำแหน่งที่มีปัญหาในฤดูกาลก่อน นั่นก็คือ“นักเตะในเกมส์รับ”

หลังตลาดซื้อขายนักเตะได้ปิดตัวลงเปรียบได้เหมือนเสียงระฆังยกแรกได้ดังขึ้น ยกแรกที่ว่านั่นหมายถึงการเตรียมอาวุธ และอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ไว้สำหรับต่อสู้กว่า 8 เดือนข้างหน้า ถ้าใครพลาดรอบนี้ต้องไปรอแก้ตัวใหม่ในเดือนมกราคมปีหน้าโน่น

sturridge-prop130427-026-newcastle_liverpool

                 เมื่อฤดูกาลที่แล้วเราได้นักเตะในแนวรุกมาเสริมทัพเปรียบได้กับเราได้ ”อาวุธ” ในฤดูกาลนี้เราจำเป็นต้องหานักเตะในแนวรับที่อาจเปรียบได้ดัง “เสื้อเกราะ”ป้องกันภัย เพราะในปีที่แล้วเราประสบปัญหาเสียประตูง่ายเกินไป ปีนี้นักเตะใหม่ 8 รายของเราจึงเป็นนักเตะในแนวรับถึง 5 คน โดยเฉพาะช่วงก่อนเปิดฤดูกาลเราได้นักเตะใหม่ คือ “มิโญเลต์ และ ตูเร่” ซึ่งส่งผลโดยตรงกับผลงานในสนาม เมื่อมีส่วนอย่างมากกับการช่วยให้”หงส์แดง” ยังไม่เสียประตูให้ทีมใดเลยในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้หลังจากแข่งไปแล้ว 3 เกมส์ แต่เหมือน “บีร็อด” ยังต้องการทำให้แน่ใจว่า “แผงหลังเราจะยืนระยะได้ยาวถึงกลางปีหน้าได้” ก่อนตลาดวายจึงเพิ่มทั้ง “ซิสโซโก อิโลริ และซาโก”เข้ามารวมแล้วปีนี้เรามีนักเตะกองหลังไว้ใช้งานถึง 11 คน นี่ถือเป็นปรากฏการณ์ใหม่อีกอย่างหนึ่งที่เกิดกับลิเวอร์พูลในปีนี้ ซึ่งทำให้มองดูแล้วตอนนี้แผงหลังเรา”แน่น”ขึ้นเยอะ หลังจากที่เคยเป็นจุดอ่อนในฤดูกาลที่แล้ว

นอกจากนักเตะ 5 รายที่ได้กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้แล้วเรายังได้นักเตะในแนวรุกมาเพิ่มอีก 3 ราย คือ อัสปาส อัลแบร์โต และโมเซส แม้เราจะมองกันว่านี่ไม่ใช่อาวุธหนักอย่างที่เราต้องการ ซึ่งโดยส่วนตัวผมคิดว่าเราน่าจะต้องให้เวลาอัสปาส และอัลแบร์โตในการปรับตัวด้วย เพราะเราเพิ่งแข่งไปได้เพียงแค่ 4 เกมส์เท่านั้น บางทีอาจจะดูใจร้ายไปหน่อยถ้าเราจะตัดสินเค้าในตอนนี้ แต่นักเตะในแนวรุกที่น่าสนใจสำหรับผมคือ “โมเซส” ที่เราได้มาจากเชลซีเป็นรายสุดท้ายก่อนตลาดปิด ซึ่งจากเกมส์กับแมน ฯ ยูฯ ในช่วงท้ายเกมส์จะเห็นว่า นักเตะเราที่สามารถเก็บบอลในแดนหน้าได้มีแค่ “สเตอร์ริดจ์” เพียงคนเดียว คูตินโญ่ อัสปาส หรือ สเตียริง ถึงแม้จะมีส่วนร่วมกับเกมส์ โดยเฉพาะการไล่แย่งบอล แต่ยังไม่สามารถสร้างปัญหาให้กองหลัง “ปีศาจแดง” ได้เท่าที่ควร ดังนั้นการที่เราได้ “โมเซส” มาแบบยืมตัวถือได้ว่าเป็นทางเลือกน่าสนใจจริง ๆ บวกกับการกลับมาของ”ซัวเรซ” หวังว่าเราน่าจะได้ 3 ประสานในแนวรุกที่ลงตัวซะที

แต่…แม้ว่าเราจะได้กองหน้ากับกองหลังเข้ามาเสริมทีมแล้ว ผมเชื่อว่ามีหลายคนบ่นเสียดายที่เราน่าจะได้กองกลางมาเสริมทีมอย่างน้อยอีกสักคน และผมก็คิดเช่นกัน เนื่องจากว่าปีนี้เราได้ปล่อยนักเตะตัวกลางออกไป คือ เจย์ สเปียริง จอนโจ้ เชลวีย์ อาจรวมถึง ซูโซ ที่เราปล่อยยืมตัวไปด้วย ทำให้แดนกลางเราเหลือนักเตะเพียงแค่ 4คน ไว้ใช้งาน นั่นคือ เจอร์ราด ลูคัส เฮนเดอร์สัน และอัลเลน ที่ได้รับบาดเจ็บมาจากเกมส์กับน็อต เคาน์ตี้ เราคงต้องภาวนาช่วยกันว่าอย่าให้มีใครได้รับบาดเจ็บเพิ่มอีกเลย อย่างน้อยจนกว่าตลาดหน้าหนาวจะเปิดก็ยังดี

เป็นอย่างไรบ้างครับ การซื้อขายนักเตะในปีนี้คุณคิดว่าทีมใดคือทีมที่ทำได้ดีที่สุด ? สำหรับผมมองว่าทีมที่เป็นผู้ชนะ ในตลาดซื้อขายในปีนี้ นอกจากลิเวอร์พูล แล้ว ก็มีแมน ฯ ซิตี้ ฯ กับสเปอร์ ที่เสริมทัพได้น่าสนใจมาก อย่างไรก็ดีการซื้อขายเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของการแข่งขันเท่านั้น นักเตะบางรายชื่อเสียงโด่งดัง ค่าตัวแรง อาจจะเล่นไม่ดีเท่านักเตะโนเนม ราคาถูกก็เป็นได้ เช่นกันกับอาร์เซน่อล และ แมน ฯ ยู ฯ อาจจะถูกมองว่าเป็นผู้แพ้ในตลาดซื้อขายครั้งนี้ แต่ก็ไม่มีอะไรมาทำให้เรามั่นใจได้ว่าพวกเขาจะต้องเป็นผู้พ่ายแพ้ในเกมส์การแข่งขัน

sturrigde

                 ที่สุดแล้วเรายังคงต้องให้อันดับบนตารางคะแนนเป็นหน่วยวัดความสำเร็จอยู่ดี หลายคนบอกว่าเราไม่ควร”ฝันหวาน”จนเกินไปเพราะเกมส์การแข่งขันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น  ซึ่ง”ผมก็เห็นด้วยกับประโยคข้างต้นทุกประการ” แต่ยังไงผมก็คงจะไม่โกหกกับความรู้สึกของตัวเองด้วยการบอกว่าไม่ดีใจกับชัยชนะรวด 3 นัดติดต่อกันแบบไม่เสียประตู เพราะมันเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนักที่ลิเวอร์พูลจะเริ่มต้นได้ดีขนาดนี้ เพราะที่ผ่านมาเรามักพลาดกันตั้งแต่ต้นและงานที่เหลือก็คืองานที่เราต้องตามแก้ไข สุดท้ายมันก็สายเกินกว่าจะแก้ไขสิ่งที่เราพลาดมาในช่วงต้นฤดูกาลทุกทีและผมยังคิดด้วยว่าในบางครั้ง”โชคชะตา”ก็ควรยืนอยู่ข้างเราบ้าง…ไม่ใช่เหรอ…

ไม่ว่าผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร  เราจะต้องจบด้วยอันดับเท่าไหร่  “ไม่มีใครรู้ได้” เพราะนั่นคือเรื่องของอนาคต แต่ในวันนี้จะไม่ให้ผมชื่นชม “เหล่านักเตะและทีมงานลิเวอร์พูล”ได้อย่างไร กับตลาดซื้อขายนักเตะที่ดีขึ้นประกอบกับการเริ่มฤดูกาลที่งดงามเช่นนี้ สำหรับผลงานเดือนแรกของ “เบรแดน ร็อดเจอร์”ผมให้ “ผ่าน” ครับ

 

 

//heroic

10 Comments

Leave a Reply