นอกสนาม: ลิเวอร์พูลมีอะไรที่ต่างไปในนัดปะทะหงส์ขาว

by
Scoreboard Swansea 2:2 Liverpool

Scoreboard Swansea 2:2 Liverpool

 

การวิเคราะห์ วิจารณ์สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วมักจะดูเป็นเรื่องง่ายกว่าการทำนายอนาคต ก็เพราะมันเกิดไปแล้ว จะยกทฤษฎีอะไรมาอ้างมาพูดก็ดูเหมือนจะเข้าเค้าไปเสียหมด แต่การพูดถึงข้อสังเกตและการสันนิษฐานถึงสิ่งทีเกิดขึ้นไปแล้วก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจ อย่างน้อยก็เป็นการแบ่งปันความเห็นความเข้าใจให้กัน และน่าจะเป็นการช่วยเพิ่มมุมมองให้กัน เพื่อให้เราคิดในมุมอื่นๆ มากขึ้น และในบทความนี้ ผมขอนำเสนอในมุมที่ผมสังเกตเห็นสิ่งที่แตกต่างไปในนัดที่ลิเวอร์พูลพบกับสวอนซี ซิตี้

ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมผมถึงเลือกเน้นสิ่งที่ต่างไปในนัดที่ลิเวอร์พูลพบกับทีมหงส์ขาว ง่ายๆครับ เพราะเราไม่ชนะ เพราะเราเสียประตู เพราะเราไม่สามารถรั้งสกอร์ 1-0 ได้เป็นนัดที่ 4 สิ่งที่แตกต่างไปจาก 3 นัดก่อน เราน่าจะเขียนมาคร่าวๆ ได้ดังนี้ครับ

  1. วิสดอมลงแทน เกลน จอห์นสัน
  2. ซาโก้ ลงเล่นเป็นกองหลังตัวกลางเป็นนัดแรก
  3. วิกเตอร์ โมเซส ลงเป็นนัดแรก
Pass comparison between Glen Johnson and Andre Wisdom

Pass comparison between Glen Johnson and Andre Wisdom

 

สิ่งที่อยากจะชวนให้มาตั้งข้อสังเกตกันก็คือ พื้นที่การเล่นของนักเตะแต่ละตำแหน่งที่ลงมาแทน โดยผมขอนำเสนอภาพพื้นที่จังหวะจ่ายบอลของแต่ละตำแหน่งในนัดที่พบกับสวอนซีเทียบกับนัดก่อนๆ เริ่มจาก วิสดอม และ เกลน จอห์นสัน หากดูภาพเปรียบเทียบดังกล่าว เราพอจะอนุมานได้ว่า วิสดอม ใช้พื้นที่ได้ตามแท็กติก ใกล้เคียงกับ เกลน จอห์นสัน มากๆ เรียกว่าแทบไม่น่าเป็นห่วง อาจจะมีเปอร์เซนต์การจ่ายบอลพลาดมากกว่า และจ่ายไปข้างหน้า และเติมไปข้างหน้าน้อยกว่า แต่ถือว่าค่าสถิติอื่นๆ โดยเฉพาะในเกมรับ ทดแทนกันได้

 

Pass comparison Agger and Sakho

Pass comparison Agger and Sakho

ถัดมาผมขอพูดถึง ซาโก้ เนื่องจากลงมาแทน แดเนียล แอกเกอร์ และเราเสียไปถึงสองประตู จึงไม่แปลกที่จะโดนข้อหาเป็น “จุดอ่อน”  ที่ทำให้ทีมเสียประตูไป แต่หากเปรียบเทียบค่าสถิติกับ แดเนียล แอกเกอร์ ในนัดก่อนๆ ซาโก้ไม่ได้ด้อยไปกว่าแอกเกอร์เลย เรียกได้ว่าพอๆกันด้วยซ้ำในเกมรับ แถมถ้าดูค่าสถิติการจ่ายบอล ซาโก้มีความผิดพลาดน้อยกว่า (แต่ส่วนใหญ่จะเป็นจ่ายสั้น ไม่เหมือนแอกเกอร์ที่จะมีลูกจ่ายๆทะลุยาวๆบ้าง) แต่จุดที่น่าสังเกตจริงๆ คือ ตำแหน่งที่ซาโก้ออกบอล จะต่างกับ แอกเกอร์

ในขณะที่พื้นที่ออกบอลของแอกเกอร์จะเป็น พื้นที่ตรงกลางตำแหน่งเดิมซ้ำๆ (จินตนาการว่า พาบอลขึ้นมาจากกรอบเขตโทษเล็กน้อยแล้วจ่าย หรือ รับบอลได้จากตำแหน่งเดิมๆ) แต่พื้นที่ออกบอลของซาโก้ จะกระจายกว่าไปทั่วๆ นั่นหมายความว่า ตำแหน่งยืนของซาโก้ ค่อนข้างกระจาย และอนุมานได้ว่า ซาโก้ได้รับบอล หรือ ตัดบอลได้จากตำแหน่งประมาณนั้น หากเราคิดว่า นักเตะคนอื่นเล่นตามแท็กติกเดิม แล้วทำไมซาโก้ถึงต่างไปจาก แอกเกอร์?

 

คำตอบที่ผมสังเกตได้คือ “วิกเตอร์ โมเซส”

 

ที่เขียนมาทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ คือ “บทนำ”ครับ จากนี้ไปคือ สิ่งที่ผมตั้งใจจะนำเสนอจริงๆ

การได้ วิกเตอร์ โมเซส มาร่วมทีม ลิเวอร์พูลเปรียบเหมือนได้ ดาบคมๆ มาหนึ่งด้าม พร้อมจะเพิ่มศักยภาพในเกมรุกให้กับทีม และโมเซส ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง ยิงได้ตั้งแต่นัดแรกที่ลง เป็นที่ประทับใจของแฟนบอล แต่ในอีกมุมหนึ่ง หากพิจารณาถึงรูปแบบสไตล์การเล่นของ โมเซสแล้ว หากไม่มีการปรับเปลี่ยนแผนสำหรับนักเตะคนอื่น หรือ สำหรับโมเซส ดาบเล่มนี้อาจจะกลับมาทำร้ายเราได้ ประหนึ่งเป็น ดาบที่มีสองคม

 

ก่อนที่จะพูดถึงสไตล์การเล่นของ โมเซส ในเกมพบกับสวอนซี ซิตี้ ผมขอกล่าวถึงรูปแบบการเล่นในสามเกมที่ผ่านมาของทีมเราก่อน เริ่มจากแดนกลาง เรามี ลูคัส และ เจอร์ราร์ด คุมพื้นที่ทั้งหมดในแดนกลาง โดยสลับกันเติมขึ้นมา โดยที่ เจอร์ราร์ด ออกบอลยาวบ่อยมากกว่าลูคัส ซึ่งเล่นได้ค่อนข้างสม่ำเสมอในทั้ง 4 เกม นอกจากนี้เรายังมี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน คอยวิ่งริมเส้นฝั่งขวา และมี คูตินโญ่, อัสปาส และ สเตอริดจ์ คอยวิ่งไปทั่วๆสนาม ตั้งแต่หลังจรดหน้า (ประหนึ่งเป็นตัวฟรี) ดูได้จากความกระจัดกระจายของสามคนนี้ในรูปด้านล่าง

 

Pass by Attacking Players

Pass by Attacking Players

 

แต่พอเปลี่ยนจาก อัสปาส มาเป็น วิกเตอร์ โมเซส ในวันที่เราต้องการเล่นเกมโต้ที่รวดเร็ว และอัสปาสดูจะไม่เหมาะ ทำให้พื้นที่ในการรับผิดชอบเปลี่ยนไป หากเปรียบเทียบพื้นที่ การวิ่งระหว่าง อัสปาส และ วิกเตอร์ โมเซส จะเห็นได้ว่า โมเซส จะวิ่งในแนวตรงเป็นแบบฉบับสไตล์ปีกธรรมชาติ และแทบจะไม่มีการวิ่งเข้าไปในพื้นที่อื่น โดยเฉพาะพื้นที่แดนกลางในเกมรับ ทำให้ต้องมีนักเตะคนอื่นที่เขยิบเข้ามาในพื้นที่ตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็น เฮนโด้ที่ต้องหุบเข้ามาในบางที หรือ ซาโก้ ที่ต้องเติมขึ้นมาสูงขึ้น

 

ถ้าหากจะให้วิเคราะห์นี่น่าจะเป็น หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เกิดการเสียประตูทั้งสองหน  เนื่องจากซาโก้ ต้องเติมขึ้นมาในพื้นที่กลางที่หายไป ทำให้ พื้นที่แดนกลางต่อกับหลังที่ฝั่งของซาโก้มีสภาพเหมือนขาดผู้เล่นไป หนึ่งคน เมื่อเชลวีย์ ทะลุผ่านไปแล้ว จึงขาดตัวรอง และทำให้หลุดยาวในลูกแรก และ ในลูกที่สอง เชลวีย์ วิ่งเติมไป โหม่งชง หน้ากองหลัง โดยไม่มีกองกลางตามมาคุม

 

Pass comparison Iago Aspas and Victor Moses

Pass comparison Iago Aspas and Victor Moses

 

ด้วยเหตุผลนี้เองทำให้ผมคิดว่า การจะใช้ โมเซส โดยที่ยังรักษาสมดุลของทีมไว้ อาจจะมีปรับแผนเล็กน้อยสำหรับนักเตะคนอื่น เพื่อรองรับพื้นที่การเล่นที่เปลี่ยนไป หรือไม่ก็อาจจะต้องให้ โมเซส เปลี่ยนรูปแบบการวิ่ง ให้เข้ากับทีมที่เหลือ แต่หากให้คิดต่อ ความเป็นไปได้ยังมีอีกหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น การปรับใช้ อัสปาส ทางด้านขวาแทนเฮนโด้ และให้ โมเซสค่อยปรับเข้ากลางบ้าง ซึ่งจะทำให้รูปแบบการใช้พื้นที่กลับไปเหมือน สามเกม ก่อนหน้าที่มีแดนกลางแน่นหนาพอ แต่กลับด้านในเกมบุก แต่รูปแบบหนึ่งที่ผมอยากจะเห็นเหลือเกินในฐานะพ่อยก หลุยส์ อัลเบร์โต้ ก็คือ การใช้ หลุยส์ อัลเบร์โต้ แทน คูตินโญ่ ที่บาดเจ็บอยู่ เพราะผมเชื่อว่า หลุยส์ อัลเบร์โต้ จะใช้พื้นที่ในแดนกลางมากกว่าคูตินโญ่ ทำให้มาเติมเต็มความสมดุลการใช้พื้นที่ริมเส้นของ วิกเตอร์ โมเซส

 

สรุป 

ต้องถือว่าเป็นการเปิดฤดูกาลใหม่ที่น่าประทับใจของทีมลิเวอร์พูลมากๆ หลังจากจบไปสามนัด และขึ้นเป็นจ่าฝูง ทำให้ผมแอบเป็นห่วงทัศนคติของนักเตะ ว่าจะแกร่งพอไหมที่จะรับความกดดันในตำแหน่งนี้ แต่โชคดีที่ทีมลิเวอร์พูลเตะทีหลัง อาร์เซนอล และ สเปอร์ส ทำให้ ความกดดันลดลงไปได้ แต่ก็แอบเสียดายที่เราไม่ชนะ แต่หากพิจารณาดีๆ หาทีมเราชนะไปเรื่อยๆโดยไม่เสียประตูเลย หากมีสักนัดที่แพ้ อาจจะต้องใช้เวลาในการกลับมาในจังหวะเดิม แต่การที่เสียประตู และยังได้หนึ่งแต้มออกมาจาก ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม ได้ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ไม่เลว และน่าจะสร้างแรงกดดันที่พอดีๆ ให้กับนักเตะ เพื่อที่จะเก็บชัยชนะในนัดต่อๆไป และค่อยๆ สร้างความคุ้นเคยกับแรงกดดันของการเป็นทีมอันดับหนึ่งในตารางพรีเมียร์ลีก

 

YNWA

 

Kenny7

www.facebook.com/loveLFCdotCom

13 Comments

Leave a Reply