Exclusive Column !! รอยร้าว ที่ อคาเดมี่ บทสั่งลาของยุคราฟาเอล เบนิเตซ อย่างเป็นทางการ

by

Liverpool Academy 2013

 

 

เชื่อว่าหลายคนคงงุนงงปนตกใจกับข่าวที่สโมสรลิเวอร์พูลมีคำสั่งปลดแฟรงค์ แม็คพาแลนด์ และโรดอฟโฟ่ บอร์เรลล์ ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการและผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของศูนย์ฝึกเยาวชนของลิเวอร์พูล(อคาเดมี่)แบบฟ้าผ่า เกิดอะไรขึ้นกับ 2 ใน 3 ผู้ที่ถือว่ามีส่วนสำคัญในการ “กอบกู้” ระบบเยาวชนของหงส์แดงให้กลับมาเกรียงไกลอีกครั้ง หลังจากดำดิ่งลงเหวไปกว่าทศวรรษ แล้วทิศทางหลังจากที่ไม่มีทั้งคู่แล้วจะเป็นอย่างไร … ที่นี่ มีคำตอบให้ครับ ผมอาสาจะคลายข้อสงสัยให้กับทุกท่านเอง :)

 

เท้าความกลับไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ปี 2009 ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือของทีมในขณะนั้นได้ทำการปฎิวัติระบบฟุตบอลเยาวชนของทีมลิเวอร์พูลใหม่ทั้งหมด เพราะเห็นว่าระบบเยาวชนเดิมนั้นล้าหลังไปมากแล้ว และทีมไม่สามารถปั้นนักเตะดาวรุ่งขึ้นมาเป็นแกนหลักให้กับทีมชุดใหญ่ได้เลย (นักเตะดาวรุ่งคนสุดท้ายที่ถือว่าประสบความสำเร็จของอคาเดมี่ คือ สตีเฟ่น วอร์น็อค) ราฟา จัดการปลดสตีฟ ไฮเวย์ รวมไปถึงทีมงานทั้งหมดและนำคนใหม่ๆเข้ามาเพื่อสร้างปรัชญาการทำทีมในรูปแบบเดียวกับศูนย์ฝึกลา มันเซีย ของบาร์เซโลน่า ด้วยแนวคิดที่ว่าทีมจะประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนนั้น จะต้องเริ่มจากการพัฒนาดาวรุ่งให้มีความสามารถและเข้าใจในปรัชญาฟุตบอลของทีมเสียก่อน และเพื่อการนั้นราฟาจึงความเป็นคนสเปนติดต่อไปยังโรดอฟโฟ่ บอร์เรลล์ โค้ชทีมบาร์เซโลน่าชุดยู 16 ปี และเปป เซกูร่า อดีตโค้ชทีมบาร์เซโลน่า เบ เพื่อมารับงานในการฟื้นฟูอคาเดมี่ ร่วมกับแฟรงค์ แม็คพาแลนด์ อดีตหัวหน้าแมวมองของทีมในยุคราฟา รวมเป็น 3 ประสาน “3 เสือแห่งอคาเดมี่” ที่เข้ามาร่วมงานกัน เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาระบบบอลเยาวชนหงส์แดงให้รุดหน้าทัดเทียมกับทีมอื่นๆในยุโรป

แฟรง แม็คพาแลนด์ ผู้อำนวยการอคาเดมี่

 

แผนงานในการสร้างนักเตะของอคาเดมี่ถูกแบ่งออกเป็น 2 เฟส … เฟสแรก คือ การกว้านหานักเตะเยาวชนฝีเท้าดีทั่วโลกเข้ามาฝึกที่ศูนย์เยาวชนแห่งนี้ เพื่อป้อนให้กับทีมชุดใหญ่ในระยะเวลาอันใกล้ (2-3 ปี เพื่อให้ได้เป็นนักเตะในโควต้าท้องถิ่น – Home Grown) ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายๆก็แบบ ซูโซ่ ที่เป็นนักเตะสเปน แต่มาเป็นนักเตะฝึกหัดของลิเวอร์พูลตั้งแต่อายุ 16 ปี ทำให้สามารถลงทะเบียนเป็นนักเตะในโควต้าเยาวชนของสโมสรได้ ซึ่งตรงจุดนี้ ถือว่า อคาเดมี่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก สามารถป้อนนักเตะอย่าง ซูโซ่, ราฮีม สเตอลิ่ง, มาร์ติน เคลลี่ และอังเดร วิสดอม ขึ้นมาเป็นกำลังหนุนให้กับทีมได้

ส่วนเฟสที่ 2 นั้น คือ การพัฒนานักเตะดาวรุ่งอังกฤษฝีเท้าดี ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในละแวกเมืองลิเวอร์พูล (พูดง่ายๆก็เด็กท้องถิ่นนั่นแหละ) ให้ได้เข้ามาฝึกที่อคาเดมี่ตั้งแต่ทีมชุดเล็กที่สุด เพื่อที่จะเพราะปลูกความคิดและจิตวิญญาณความเป็น”ลิเวอร์พูล”ให้กับตัวเด็กให้ได้มากที่สุด เพื่อวันนึงแล้วนักเตะชุดนี้จะก้าวขึ้นไปเป็น “หัวใจ” ของเฉกเช่นรุ่นพี่อย่างสตีเฟ่น เจอร์ราร์ดและเจมี่ คาร์ราเกอร์ ต่อไป (ใครสนใจตามอ่านต่อได้ที่ Fan’s Opinion: ‘Five for the Future’ 5 ยอดกุมารท้องถิ่นแห่งอะคาเดมี ที่ผมเขียนที่เวบทางการได้ครับ ขอโฆษณาอีกที :p)

2 ใน 3 เสือแห่งอคาเดมี่ เซกูร่า และ บอร์เรลล์

 

ทุกอย่างเหมือนดำเนินมาด้วยดี  แม้ในระหว่างทางจะมีอุปสรรคบ้างเล็กน้อย  … 1 ปีหลังจากปฏิวัติระบบอคาเดมี่ ราฟาเอล เบนิเตซ ถูกปลดออกจากตำแหน่ง และรอย ฮอดจ์สัน ก้าวมารับตำแหน่งแทน เวลานั้นอคาเดมี่ยุคใหม่เพิ่งตั้งหลักได้แค่ปีเดียว แต่ด้วยความที่มันยังใหม่มากๆ เช่นเดียวกับฮอดจ์สันที่เพิ่งมาใหม่และอยู่ได้ไม่นาน อคาเดมี่เลยไม่ถูกแทรงแซงมากนัก และกว่าอคาเดมี่จะมาเริ่มออกดอกออกผลจริงๆ ก็ข้ามมาถึงยุค “คิง เคนนี่” เคนนี่ เดลกลิช ซะแล้ว … ยุคนี้ นับว่าเป็นยุคเฟื้องฟูของอคาเดมี่มาก ด้วยการที่เดลกลิชเป็นอีก 1 คนที่ร่วมพัฒนาระบบเยาวชนแบบใหม่นี้ขึ้นมา (คิง เคนนี่ เป็นทูตพิเศษของอคาเดมี่ที่ราฟาแต่งตั้งขึ้นมาในปี 2009) ทีมอคาเดมี่โชว์ฟอร์มทั้งในและนอกประเทศได้อย่างสวยงาม (ได้อันดับ  3 ในศึกเน็กส์เจน ซีรีส์) เราได้ยินชื่อของนักเตะอย่างราฮีม สเตอลิ่ง, ซูโซ่, แจ็ค โรบินสัน และจอน ฟลานาแกน บ่อยขึ้น และเป็นเดลกลิชเองที่เป็นคนที่ให้โอกาสนักเตะดาวรุ่งลงสนามในช่วงยุคปลายของเขา และยิ่งในยุคของ FSG ที่มีนโยบายเน้นนักเตะดาวรุ่งเป็นหลักแล้ว แทบทุกคนเชื่อว่า ทั้ง 3 กำลังหลักของอคาเดมี่ ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นคงอยู่กับสโมสรไปอีกนานเลยทีเดียว

แต่การที่ทะเลสงบมากจนเกินไปบางครั้งมันก็เป็นการส่งสัญญาณอันตรายที่อาจจะมาแบบที่เราไม่คาดคิด !! … เรื่องความบาดหมางเล็กๆเกิดขึ้น เมื่อสโมสรแต่งตั้งแบรนดอน รอดเจอร์สขึ้นเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ เดิมทีทาง FSG อยากจะให้รอดเจอร์สคุมทีมในฐานะผู้จัดการทีมเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องยุ่งกับงานอื่นๆ จึงมีความประสงค์อย่างจะตั้งให้มีตำแหน่ง “ผู้อำนวยการฟุตบอล” (เป็นระบบแบบสากลที่ประเทศอื่นๆใช้กัน มีหน้าที่คล้ายๆกับหลังบ้าน คอยดูแลทุกอย่าง รวมไปถึงการซื้อขายนักเตะด้วย) ซึ่งรอดเจอร์สไม่ยอม รอดเจอร์สเชื่อว่าฟุตบอลอังกฤษเหมาะสมกับระบบเก่ามากกว่าที่ผู้จัดการทีมจะเป็นผู้ควบคุมทุกอย่างเอง ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ FSG ต้องยอมรับหากจะให้เขาเข้ามาคุมทีม แน่นอนว่า เงื่อนไขนี้ทำให้ เปป เซกูร่า ผจก.ฝ่ายเทคนิกของอคาเดมี่ 1 ใน 3 เสือแห่งอคาเดมี่ไม่พอใจมาก เพราะก่อนหน้านั้น FSG ได้ทาบทามให้เปปขึ้นมารับตำแหน่งใหม่นั่นคือ ผู้อำนวยการฟุตบอล นั่นเอง และเมื่อ FSG ตัดสินใจที่จะยกเลิกแนวความคิดที่จะแต่งตั้ง ผู้อำนวยการฟุตบอล ไป เปป จึงขอลาออกจากทุกตำแหน่งในสโมสรด้วยเหตุผลที่ว่าอยากกลับสเปนเพื่อใช้เวลากับครอบครัว ไปเมื่อสิงหาคม ปีที่แล้ว …

จาก 3 สิงห์ เหลือแค่ 2 สิงห์ … แต่งานในอคาเดมี่ในขวบปีแรกของรอดเจอร์สที่ลิเวอร์พูลยังความดำเนินไปด้วยความสัมพันธ์ที่ดี รอดเจอร์ส ซึ่งเป็นอดีตโค้ชเยาวชนที่เชลซี ก็ให้โอกาสเด็กๆหลายๆคนจากอคาเดมี่ ได้แจ้งเกิดในยุคของเขา ที่ชัดเจนเลยก็มี ซูโซ่และอังเดร วิสดอม ที่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมในขวบปีที่ผ่านมาได้อย่างยอดเยี่ยม ขวบปีแรกผ่านไป ชื่อของรอดเจอร์สกลายเป็นคำพูดฮิตติดปากของแฟนบอลด้วยลีลาการเล่นบอลบุกที่เร้าใจ และการให้โอกาสดาวรุ่งได้โชว์ฝีเท้า คงไม่มีเวลาไหนที่เหมาะแกการปรับเปลี่ยนอะไรบางให้เป็นไปในอย่างที่รอดเจอร์สต้องการ เริ่มจากปลายฤดูกาลที่แล้ว ที่รอดเจอร์สนำเอาอเล็ก อิงเกิ้ลโทรป เข้ามาเป็น ผจก ทีมชุดยู 21 ปี แทนที่บอร์เรลล์ และให้บอร์เรลล์ไปเป็นหัวหน้าทีมผู้ฝึกสอนของอคาเดมี่แทน ซึ่งจริงๆแล้วบอร์เรลล์ต้องการกลับไปเป็นโค้ชปั้นเด็กในทีมชุด 16-18 ปี ตามกำหนด มากกว่าที่จะกลายเป็น “เฮดของเฮดโค้ช” (คนละความหมายกับทีมแถวบ้านเรานะครับ ฮ่าๆ) แบบนี้ (ชี้แจงนิดนึง ตำแหน่งโค้ชของอคาเดมี่ มีการตกลงกันว่า โค้ชแต่ละคนจะคุมนักเตะชุดเดียวกันไปตลอดตั้งแต่ชุดยู 16 ปีขึ้นไปจนถึงชุดยู 21 ปี เช่น บอร์เรลล์ เคยคุมชุดยู 18 ปี มาก่อน พอนักเตะกลุ่มนี้ขึ้นไปเล่นชุดยู 21 ปี โค้ชก็จะมาการเปลี่ยนตำแหน่งจามขึ้นไปด้วย เพื่อการพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ส่วนโค้ชคนเก่าก็จะเลื่อนลงมารับเด็กในรุ่นถัดไปใหม่ เป็นระบบที่เพิ่งนำมาใช้ได้ไม่ถึง 2 ปีนี่เองครับ) นั่นถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่บอร์เรลล์คงเซ็งไม่น้อย เพราะงานสอนพวกนี้ เค้าได้วางระบบไว้หมดแล้ว ตั้งแต่ยุคแรกๆที่มาถึงอคาเดมี่ ต่อมาในช่วงซัมเมอร์ รอดเจอร์ส ได้ปรึกษา FSG เพื่อแต่งตั้งทีมงานที่ชื่อว่า “คณะกรรมการที่ดูแลการซื้อขายผู้เล่น” (transfer committee) ขึ้น เพื่อดูแลการซื้อขายนักเตะทั้งทีมชุดใหญ่และทีมเยาวชน รวมไปถึงอคาเดมี่ด้วย ซึ่ง เดิมการซื้อตัวของอคาเดมี่นั้นจะเป็นหน้าที่ของแฟรงค์ แม็คพาแลนด์ ผู้อำนวยการของอคาเดมี่ที่เคยเป็นหัวหน้าทีมแมวมองเก่าในยุคราฟา เบนิเตซ กับโรดอฟโฟ่ บอร์เรลล์ เป็นผู้ตัดสินใจหลักอยู่ การตั้ง transfer committee ขึ้นมา โดยที่ไม่มีชื่อของทั้งแม็คพาแลนด์และบอร์เรลล์ นั่นหมายความว่าทั้งคู่ไม่มีหน้าที่ในการที่จะไปกวาดผู้เล่นดาวรุ่งฝีเท้าดีที่ตนเองและทีมงานสนใจได้ในทันทีแบบเมื่อก่อน และต้องนำเรื่องขึ้นไปที่ transfer committee ก่อน จำได้มั้ยว่าเคยมีข่าวว่า รอดเจอร์สยกเลิกระบบแมวมองของทีมแล้วนำระบบแมวมองแบบใหม่ของตัวเองมาใช้ ก็คือ การลดบทบาทของแม็คพาแลนด์นี่แหละครับ นอกจากเรื่องแทรกแซงการทำงานกันแล้ว อีกเรื่องที่รอดเจอร์สและ 2 สิงห์มีความเห็นไม่ลงรอยกัน ก็คือ เรื่องการพัฒนาดาวรุ่งท้องถิ่น ทั้งแม็คพาแลนด์และบอร์เรลล์เน้นย้ำเสมอว่า อยากจะให้ทีมพัฒนาแกนหลักจากผู้เล่นเยาวชนท้องถิ่นเป็นหลัก ในขณะที่รอดเจอร์สกลับมีแนวคิดว่า ไม่สำคัญว่าคุณจะเป็นนักเตะท้องถิ่นหรือไม่ แค่คุณเก่งพอ มีความสามารถ คุณก็ดีพอ ด้วยนโยบายนี้ทำให้มีผู้เล่นดาวรุ่งถูกทีมอื่นแย่งไปเป็นจำนวนมาก ร่วมไปถึงผู้ปกครองเลือกที่จะสนับสนุนให้เด็กได้ไปเติบโตกับทีมอื่นที่มีโอกาสมากกว่าด้วย

รอดเจอร์สกับแผนผังระบบใหม่ "Transfer Commitee"

รอดเจอร์สกับแผนผังระบบใหม่ “Transfer Commitee”

 

ผมเชื่อว่าตรงนี้มันชัดเจนว่า รอดเจอร์ส ต้องการปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่างในอคาเดมี่อย่างแน่นอน อยู่ที่ว่าจะเป็นเมื่อไหร่เท่านั้นเอง รอดเจอร์สอาจจะมองว่าระบบอคาเดมี่ในตอนนี้ ถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแปลงและเดินหน้าไปอีกก้าวหนึ่ง ซึ่งเป็นก้าวที่ใหญ่กว่าเดิม ก้าวที่จะพัฒนาอคาเดมี่ให้เป็นเบอร์ 1 แทนที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เป็นเบอร์ 1 อคาเดมี่บนเกาะอังกฤษมาให้ได้ (หลายคนสงสัย ทำไมผมถึงบอกว่าแมนฯซิตี้ เป็นอันดับ 1 แทนที่จะเป็นอาร์เซน่อล … อันนี้วัดจากหลายอย่างครับ ผลงานของทีม ความทันสมัย ความต่อเนื่องของระบบเยาวชน ซิตี้ในรอบ 5 ปีหลังนี่มาดีจริงๆ)  ใน 2 ฤดูกาลของรอดเจอร์สที่อยู่กับลิเวอร์พูล รอดเจอร์สกวาดสตาฟโค้ชจากแมนฯซิตี้ ทั้งชุดใหญ่และชุดเล็กเข้ามาร่วมงานถึง 5 คน (ส่วนใหญ่เป็นแมวมอง) นั่นคงจะบอกอนาคตและทิศทางการดำเนินไปของอคาเดมี่ได้เป็นอย่างดี และอย่าได้แปลกใจหากมีข่าวว่าทั้งแฟรงค์ แม็คพาแลนด์และโรดอฟโฟ่ บอร์เรลล์ ถูกติดต่อจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้ไปเป็นผู้สร้างทีม นิวยอร์ก แยงกี้ เอฟซี ทีมสโมสรฟุตบอลน้องใหม่ที่เป็นทีมลูกของแมนฯซิตี้ ที่เป็นโปรเจคอนาคตรองรับการลงเล่นในศึก Major League Soccer ในปี 2015 นี้ เพราะนอกจากผลงานของทั้งคู่ในการพัฒนาระบบจะทิ่มตาแล้ว ยังได้เอาคืนที่รอดเจอร์สมาดูดสตาฟโค้ชฝีมือดีออกจากทีมไปอีกด้วย ข่าวเรื่องการติดต่อของแมนฯซิตี้ ที่มีต่อ 2 เสือแห่งอคาเดมี่นั้น อาจจะเป็นแค่ตัวเร่งให้ทั้ง 2 ลงจากตำแหน่งไวขึ้นเท่านั้น เพราะดูจากทรงแล้ว สิ้นฤดูกาลนี้ ทั้งคู่ที่โดนล้วงลูกขนาดนี้ ก็ไม่น่าจะทนอยู่กับทีมต่อไปอยู่แล้ว

การออกไปของแฟรงค์ แม็คพาแลนด์และโรดอฟโฟ่ บอร์เรลล์ รวมไปถึงเปป เซกูร่า “3 สิงห์ แห่งอคาเดมี่” นั้น เราน่าจะพูดได้ว่า เป็นจุดยุติของยุค ราฟาเอล เบนิเตซ อย่างสมบูรณ์แบบ และเช่นเดียวกับราฟา แฟนบอลทุกคนต่างระลึกถึงคุโนปการที่ทั้ง 3 คนได้ช่วยกันปฎิวัติอคาเดมี่สโมสรให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง การปฏิวัติของรอดเจอร์สในครั้งนี้ ไม่ใช่เพราะว่าของเดิมมันแย่ จนต้องปฏิวัติเหมือนเช่นครั้งเก่า หากแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้อคาเดมี่พัฒนาและเดินก้าวขึ้นไปได้อีกขั้น ขั้นที่สูงกว่าตอนนี้

 

ผมมีความมั่นใจแปลกๆ อยู่อย่างว่า ราฟา เคยให้เครดิต “คิง เคนนี่” เป็นกำลังหลักเพื่อเจิมการปฏิวัติของตัวเองมาครั้งหนึ่งแล้ว ในฐานะของทูตฟุตบอลของอคาเดมี่ … บางทีการปฏิวัติของรอดเจอร์สในครั้งนี้ เพื่อความเป็น “สิริมงคล” แล้ว เราอาจจะได้เห็น “คิง เคนนี่” ที่ตอนนี้เป็นบอร์ดบริหารของทีม กลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้งก็เป็นได้

 

หาก 4 ปี ของอคาเดมี่ภายใต้ยุคราฟาเอล เบนิเตซ คือ การซ่อม … ยุคต่อไปนี้ภายใต้การควบคุมของแบรนดอน รอดเจอร์ส คงจะเป็น 4 ปี ที่สร้างความเกรียงไกรให้กับอคาเดมี่

 

“Brendanlution”  ในครั้งนี้ เวลาเท่านั้น ที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์

 

 

kopper

 

www.twitter.com/cerebrophobia

 

 

 

ปล เนื้อหาในบทความนี้ ผมรวบรวมมาจากข่าว บทความ รวมไปถึงกอสซิปต่างๆจากต่างประเทศนะครับ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เพราะมันอาจจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมดก็ได้ 555 แต่เพื่อความใกล้เคียงผมได้คัดกรองมาในระดับหนึ่งแล้ว เห็นสมควรว่าน่าจะจริง เลยเอามาบอกเล่าให้ฟังครับ

 

 

 

 

 

 

4 Comments

  • ขอบคุณมากครับ

  • สุดยอดบทความครับ หูตาสว่างขึ้นเยอะ หวังใจว่า ทุกอย่างจะดีขึ้น อยากให้ อะคาเดมี่ ของ Liverpool เถลิงอำนาจ เป็นเต้ยสุดในยุโรปไปเลยครับ

  • ขอบคุณครับราฟา,3สิงห์,คิงเคนนี่และบีร็อด
    สำหรับนักเตะอย่างราฮีม,ฟลานาแกน ,เคลลี่

Leave a Reply