TIA Column : 10 นัด 20 แต้มหลังพ่ายจ่าฝูง กับเรื่องของเจอร์ราร์ด

by

 

2859__1741__extra01_513X396

ผ่านพ้นไปแล้ว 10 นัดในพรีเมียร์ลีก ของฤดูกาล 2013-14 ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว เราคิดว่าลิเวอร์พูลทำผลงานได้น่าประทับใจกว่าที่หวังไว้ …ชนะ 6 เสมอ 2 และแพ้ 2 เก็บได้ 20 แต้ม และอยู่ในอันดับ 3 ของตารางคะแนน โอเคว่า เกมล่าสุด เราเพิ่งแพ้อาร์เซน่อลไป 2-0 ซึ่งถ้าให้วิพากษ์วิจารณ์ เราก็ต้องยอมรับว่า ทีมรักของเราเล่นได้ไม่ดีเท่าที่หวังนัก ที่ช็อกตั้งแต่ก่อนเริ่มเกมก็คือ การเห็นชื่อ จอน ฟลานาแกน ลงเล่นตัวจริง พร้อมกับข่าวที่ว่า จีเจป่วยต้องเข้าโรงพยาบาล

สำหรับเรา…มันคือลางไม่ดีเอาเสียเลยจริงๆ

ไม่ใช่ว่านึกดูถูกฝีมือฟลาโน่นะคะ แต่เพราะมันเป็นเรื่องของ “การผิดแผน” มากกว่า เราคิดว่าวันนี้เราจะมีทีมที่เกือบสมบูรณ์กลับมาลงสนาม ไม่ได้หวังว่า เฟลิเป้ คูตินโญ่ จะได้ลงตัวจริง เพราะตามธรรมชาติของนักเตะที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บ มันจะไม่ได้เล่นเต็มเกมตั้งแต่นัดแรกที่กลับมา แต่ก็ไม่คิดว่าจะเสียจีเจไป ซึ่งเป็นอีกคนที่มีส่วนสำคัญกับเกมรุกทางกราบขวาไป

ดังนั้น เมื่อเป็นฟลาโน่ ที่เราไม่ได้เห็นเขาลงสนามมานานมาก ลงเล่นในตำแหน่งวิงแบ็คด้านขวา เราเลยค่อนข้างจะทำใจไว้ล่วงหน้าว่า เกมรุกด้านขวาคงจะไม่เป็นจุดโดดเด่นเท่าไหร่นัก แต่เขาก็ไม่ได้สร้างข้อผิดพลาดในแนวรับ

มาที่ฝั่งซ้าย การที่ อาลี ซิสโซโก้ เล่นดีในนัดที่แล้ว จึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่เขาได้ลงเล่นตัวจริงต่อเนื่อง เพียงแต่ในวันนี้ เขาอาจจะโชว์ฟอร์มได้ไม่ดีเท่ากับนัดที่แล้ว ซึ่งก็ำไม่แปลก อาร์เซน่อลไม่ใช่เวสบรอมฯ นี่คะ

และอีกจุดดร็อปลงไปในเกมนี้ คือ แดนกลาง แม้ว่าเปอร์เซ็นต์การผ่านบอลจะยังดูดี (ทั้งเจอร์ราร์ด, ลูคัส และเฮนโด้ ผ่านบอลสำเร็จ เกิน 85% ทุกคน) แต่ทิศทางการผ่านบอล ไม่ส่งเสริมทำให้ทีมเล่นเกมรุกได้อย่างง่ายดายนักในช่วงครึ่งแรก เพราะนักเตะอาร์เซน่อลเข้าบีบพื้นที่ได้เร็ว ทำให้เราออกบอลยาก เมื่อจ่ายขึ้นหน้า ไม่ว่าซัวเรซหรือสเตอร์ริดจ์ก็มักจะโดนประกอบอยู่เสมอ ซ้ำเมื่อได้โอกาส การประสานงานของซัวเรซกับสเตอร์ริดจ์ก็ออกไปคนละทิศละทางเสียมากกว่า

แต่เราก็ไม่ได้ถึงกับเล่นแย่อย่างเลวร้าย สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับ คือ อาร์เซน่อลเล่นเกมเร็วกว่าและแน่นอนกว่าเรา ประสิทธิภาพในการประสานงานของการทำเกมรุกของพวกเขาก็ค่อนข้างน่ากลัว ซึ่งจะว่าไป 2 ประตูที่เสีย ก็เป็นประตูที่เป็นความผิดพลาดไม่กี่ครั้งที่เกิดขึ้นในเกมของเรา และพวกเขาฉวยจังหวะนั้นได้พอดี

โดยส่วนตัว เราค่อนข้างพอใจกับการเปลี่ยนตัวคูตินโญ่ลงมาในครึ่งหลังนะ แน่นอน ถ้าเป็นไปได้ เราก็อยากเห็นเขาลงได้เต็มเกมมากกว่า แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องสภาพร่างกายที่อาจยังไม่เต็มร้อย ร็อดเจอร์สจึงสามารถใช้งานเขาได้ดีที่สุดเพียงแค่นี้แหละ ซึ่งเขาก็ทำให้ทีมมีมิติในการเล่นเกมรุกมากขึ้น ทำให้เรามีโอกาสหลายครั้งในครึ่งหลัง และแม้จะทำไม่สำเร็จ เราก็ยังได้เห็นความพยายาม ความทุ่มเทจนนาทีสุดท้าย

อย่างที่บอกไปตั้งแต่แรก ตอนนี้ผ่านไป 10 นัด ด้วย 20 แต้มและเรายังอยู่ในอันดับที่ 3 เหมือนเดิม ด้วยฟอร์มการเล่นโดยรวมที่มันอาจจะดีกว่านี้ได้อีก หากนักเตะที่ดีที่สุดของเราทุกคนกลับมาพร้อมกันอีกครั้ง มันเข้าใจได้นะว่า เมื่อทีมทำผลงานได้ดีกว่าที่เราคิด เราก็จะคาดหวังสูงขึ้น จากเดิมที่คิดกันว่า แค่ติดท็อป 4 ให้ได้ก็พอใจ ตอนนี้บางคนอาจมองถึงลุ้นแชมป์แล้ว โดยส่วนตัว เราก็มีคิดบ้าง นี่ยอมรับเลย…ก็ใครจะไม่อยากได้แชมป์ล่ะ ถ้ามันยังอยู่ในเส้นทางที่พอจะหวังได้ แต่เราก็มักจะดึงตัวเองลงมาเสมอว่า อย่าเพิ่งคิดไปไกลขนาดนั้น เอาแค่นัดต่อนัดไปก่อน เพราะขุมกำลังของทีมเราก็ยังด้อยกว่าหลายๆทีมที่กำลังเกาะกลุ่มบนของตารางคะแนนในเวลานี้ แม้แต่สเปอร์ส ก็ยังมีขุมกำลังที่ดีกว่าเรา ดังนั้น พวกเขาพร้อมจะแซงเราได้ทุกเมื่อ

ความจริง สัปดาห์นี้ เรายังมองว่าลิเวอร์พูลโชคดีนะ แม้จะแพ้อาร์เซน่อลก็ตาม เพราะเชลซีดันแพ้ด้วย แถมเอฟเวอร์ตันกับสเปอร์สก็มาเสมอกันอีก ทำให้อันดับเรายังไม่ร่วง แม้สเปอร์สจะไล่จี้จนคะแนนเท่าเราแล้วก็ตาม 

แพ้ไปแล้วก็ปล่อยมันไป ถึงเวลาต้องมองไปที่เกมหน้า และพยายามให้ดีที่สุด นัดหน้าเฟลิเป้ คูตินโญ่ น่าจะได้ลงเล่นในเวลาที่มากขึ้น หรือหากเป็นไปได้ เขาก็อาจได้ลงตัวจริง พร้อมกับจีเจที่จะหายป่วยกลับมา มันก็น่าคิดว่า ร็อดเจอร์สจะยังใช้ระบบ 3-5-2 เหมือนเดิมหรือกลับไปใช้ 4-3-3 ซึ่งโดยส่วนตัว เราไม่เกี่ยงว่าจะเป็นแผนไหน เพราะเชื่อว่า ร็อดเจอร์สคงคิดมาดีแล้ว

อีกประเด็นที่อยากจะพูดถึง คือ เรื่องกัปตัน…

บางทีก็เบื่อที่จะเขียนถึงกัปตัน เพราะถ้ามันมาจากเรา มันมักเต็มไปด้วยอคติ ด้วยความเป็นแม่ยก บางที แม้เขาเล่นไม่ดี เราก็ไม่อยากจะต่อว่า อันนี้ขอยอมรับกันตรงๆ 

หลายนัดในฤดูกาลนี้ ถ้าทุกคนสังเกต ก็จะเห็นอย่างชัดเจนว่า กัปตันวิ่งน้อยลง เข้าบอลน้อยลง และเดินมากขึ้น จนบางทีก็เหมือนกลายเป็นจุดบอดในแดนกลาง(หรือเปล่าก็ไม่รู้แหละ) เพราะเขาอาจจะช่วยลูคัสชะลอเกมรุกคู่แข่งได้ไม่มากเท่าที่ควร(หรือเปล่า) จากจัดอันดับนักเตะที่เข้าแท็คเกิ้ลได้สำเร็จสูงสุดในลีกจากเ็ว็บไซด์ whoscored.com มีเพียงแค่เซาป์แธมป์ตันเท่านั้นที่ติดท็อป 10 มา 2 คน ในอันดับที่ 7 Morgan Schneiderlin และอันดับ 10 Nathaniel Clyne นอกนั้นจะโผล่มาทีมละคนทั้งนั้น

Picture8

 

โดยอันดับ 1 ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ลูคัส เลว่า ของเรานั่นแหละ เขาเข้าแท็คเกิ้ลไปแล้ว 42 ครั้ง สำเร็จ 28 ครั้ง คิดเป็น 66.7% ในขณะที่ เจอร์ราร์ด โน่นค่ะ อยู่อันดับที่ 31 เข้าแท็กเกิ้ลไป 27 ครั้ง สำเร็จ 20 ครั้ง คิดเป็น 74.1% หลายคนอาจสงสัยว่าเปอร์เซ็นต์การแท็กเกิ้ลสำเร็จของกัปตันมากกว่าลูคัส แต่ทำไมลูกคัสถึงได้อันดับดีกว่า เพราะการคิดคะแนนตรงนี้ น่าจะคิดจากหลายๆปัจจัย ทั้งจำนวนครั้งที่เข้าแท็กเกิ้ล และจำนวนครั้งที่สำเร็จ ที่เจอร์ราร์ดได้เปอร์เซ็นต์การแท็คเกิ้ลสำเร็จมากกว่าลูคัส นั้นเป็นเพราะเขาเข้าแท็กเกิ้ลน้อยครั้งกว่าลูคัสมาก แต่มันก็บ่งบอกว่า เขาจะเข้าแท็กในจังหวะที่มั่นใจว่าจะสำเร็จมากกว่าเข้าทุกจังหวะ 

Picture9

บางที เราพิสูจน์ไม่ได้หรอกว่า แบบไหนดีกว่ากัน แต่เราเห็นด้วยกับทางเลือกของกัปตัน จากปัจจัยหลายๆอย่าง โดยเฉพาะเรื่องสภาพร่างกาย และความเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ เพราะเราต้องไม่ลืมว่า กัปตันอายุ 33 ปี ไม่ใช่ 23 วิธีการเล่น มันไม่สามารถเป็นแบบเดิมได้อีกแล้ว เราเชื่อว่าถ้าเล่นแบบเดิมได้ กัปตันก็จะเลือกเล่นแบบเดิม โดยไม่ห่วงกังวลต่อความเสี่ยงในการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เพราะเขาเล่นเช่นนั้นมาตลอด 15 ปี เพียงแต่ในอาการบาดเจ็บแบบเดียวกัน กับเด็กอายุ 23 เขาอาจใช้เวลาฟื้นฟูแค่ไม่กี่สัปดาห์ แต่กับวัย 33 ปี มันอาจต้องใช้เวลานานกว่าเดิมที่จะฟื้นฟูก็ได้ ดังนั้นเพื่อยืดระยะเวลาในอาชีพ ไม่เสี่ยงจะดีกว่า

ทีนี้มาถึงคำถามที่ว่า งั้นลองดร็อปกัปตันบ้างดีมั้ย หรือไม่ต้องให้กัปตันมายุ่งกับเกมรับ คอยไปทำเกมรุกอย่างเดียวเลย

เรื่องดร็อป …อันนี้น่าคิด แม้จะเป็นแม่ยกกัปตัน เราก็ไม่เกี่ยงหรอกนะ เพราะเคยทำใจไว้ตั้งแต่ร็อดเจอร์สเขามาแล้วว่า กัปตันอาจจะได้ลงเล่นน้อยลง ซึ่งมันดันมีปัญหามาตลอดที่ทำให้ดร็อปกัปตันไม่ได้ เริ่มจาก ลูคัสเจ็บ จนมาถึงอัลเลนเจ็บ จนบัดนี้ เราคงต้องรอว่าเมื่อไหร่ ร็อดเจอร์สจะลองใช้อัลเลนดูบ้าง เผื่อกัปตันจะได้เหนื่อยน้อยลง

เรื่องให้กัปตันไปเล่นเกมรุก …อันนี้ ใจจริงน่า อยากนะคะ เพราะหมายถึงกัปตันอาจมีโอกาสทำประตูมากขึ้น แอสซิสมากขึ้น แต่…เมื่อคูตินโญ่กลับมาแล้ว เราคิดว่าทุกคนคงเห็นด้วยว่าการใช้คูตินโญ่นั้นดีและเหมาะสมกว่า

อีกจุดที่เพื่อนๆพี่ๆที่รู้จักมอง คือ หน้าขวาในระบบ 4-3-3 …กัปตันเล่นได้แน่ หน้าขวาใน 4-3-3 แต่เรากำลังเล่นด้วยระบบ 3-5-2 ดังนั้น ตำแหน่งนี้มันก็หายไปโดยปริยาย

และเราเชื่อว่าการที่ร็อดเจอร์สไม่ดร็อปกัปตัน นอกจากเพราะประเมินแล้วว่า อันเลนอาจไม่ได้ทำได้ดีกว่า ก็อาจจะมาจากสถิติของกัปตันเอง ที่ในฤดูกาลนี้ เขาจ่ายบอลที่เป็นลูกได้เสีย (Key Passes) ไปแล้วถึง 25 ครั้ง น้อยกว่า ดาวิด ซิลวา ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่ทำได้ 27 ครั้ง เพียงคนเดียว ซึ่งนั่นหมายความว่า การจ่ายบอลของกัปตันโดยรวม ยังคงเป็นการจ่ายบอลในลักษณะสร้างสรรค์เกมที่อาจนำไปสู่การทำประตูได้ ซึ่งเขาทำได้มากเป็นอันดับ 2 ของลีก

แม้คิดในแง่ที่ว่า ส่วนหนึ่งย่อมมาจากการเปิดลูกนิ่งอย่าง ฟรีคิกหรือเตะมุมก็ตาม แต่นั่นก็คือหนึ่งในโอกาสที่จะทำให้เกิดการทำเกมรุกต่อหรือทำประตูที่ทีมอื่นๆก็มีนักเตะที่รับหน้าที่นี้เช่นกัน และใน 10 อันดับแรก ก็ไม่มีนักเตะของทีมใดติดอันดับเกินกว่า 1 คนด้วย

Picture10

 

วันหนึ่งในอนาคต ถ้าลิเวอร์พูลมีนักเตะในตำแหน่งนี้ที่เล่นดีกว่า สตีเว่น เจอร์ราร์ด ในวันนี้ มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่กัปตันจะไม่ถูกดร็อป เพียงแต่ วันนี้มันมีนักเตะคนนั้นแล้วหรือยัง …คงต้องไปถามร็อดเจอร์ส เราถึงจะรู้คำตอบ

กลับมาที่ทีม …นัดหน้า เราจะได้กลับมาเล่นที่แอนฟิลด์ กับฟูแล่ม ซึ่งเราก็เป็นอีกคนที่หวังว่า เฟลิเป้ คูตินโญ่ จะพร้อมลงเล่นได้ตั้งแต่นาทีแรก และทุกคนจะกลับมาโชว์ฟอร์มดีอย่างนัดกับเวสบรอมฯ สิ่งหนึ่งที่ร็อดเจอร์สต้องพิสูจน์ตัวเขาเองให้ได้ คือ การแก้เกม แม้เราจะค่อนข้างมองว่า เขาพยายามแก้เกมได้ดี พยายามจนเห็นได้ว่ามันดีขึ้นจริงๆ แต่ที่ยังไม่เกิดขึ้น คือ ผลการแข่งขัน หลายครั้งที่ร็อดเจอร์สเปลี่ยนตัวแล้ว เกมรุกของทีมดีขึ้น มีโอกาสมากขึ้น แต่ที่มันไม่เกิดขึ้นคือประตูตีเสมอหรือประตูชัย ซึ่งนั่นยังคงเป็นสิ่งที่ร็อดเจอร์สต้องก้าวผ่านไปให้ได้ หากอยากพิสูจน์ความเป็นผู้ชนะในตัวเขาเอง ซึ่งเราจะเอาใจช่วยจนถึงที่สุด

แต่ในเวลานี้ เมื่อคิดถึงว่า ผ่านมา 10 นัด ลิเวอร์พูลทำได้ 20 แต้ม แล้ว ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้จริงๆ

 

โดย  :  howk_ky

11 Comments

Leave a Reply