The Kopper Times, บทความ - Columns — December 26, 2013 at 9:50 pm

TKT : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน : เสื้อเบอร์ 8 น่ะหรอ ผมจะรับไว้เอง !!

by

Jordan Henderson : The NEXT number 8 !!

 

 

เป็นเวลากว่า 2 ปีครึ่งแล้วที่จอร์แดน เฮนเดอร์สันย้ายเข้ามาร่วมทัพสังกัดสโมสรลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 16 ล้านปอนด์ (20 ล้านปอนด์เมื่อทีมสามารถคว้าแชมป์ลีกได้) กับนักเตะวัย 20 ปี ที่ยังไม่ได้พิสูจน์อะไรเลยบนเวทีลูกหนัก กับราคาค่างวดในการย้ายทีมมหาศาลขนาดนี้  ทุกสายตาจึงจับจ้องไปที่การเล่นของเขาเพื่อหาคำตอบว่า เหตุใดเคนนี่ เดลกลิช ถึงกล้าทุ่มเงินไปกับเด็กคนนี้ ความคาดหวังในตัวของเฮนเดอร์สันเวลานั้นมีสูงเอามากๆ และเหมือนกับนักเตะที่ย้ายจากทีมเล็กมาสู่ทีมใหญ่ทั่วๆไป ฤดูกาลแรกของจอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับลิเวอร์พูล เฮนโด้ “สอบตก” แบบไม่เหลือคลาบดาวรุ่งที่เคยเฉิดฉายกับทีมแมวดำ ซันเดอร์แลนด์เลย คิง เคนนี่ไม่สามารถหาตำแหน่งที่ให้เฮนเดอร์สันแสดงความสามารถออกมาได้

แม้ในซีซั่นนั้นลิเวอร์พูลจะสามารถทำพื้นที่ไปเล่นบอลยุโรปได้จากการคว้าแชมป์คาร์ลิ่ง คัพ แต่นั่นก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้เคนนี่ เดลกลิช จะรักษาเก้าอี้กุนซือของทีมไว้ได้ เพราะเมื่อเทียบกับเม็ดเงินที่สโมสรทุ่มลงไป มันชัดเจนว่า “เค้าล้มเหลว” และจอร์แดน เฮนเดอร์สัน คือหนึ่งในคำว่าล้มเหลวนั้น และเมื่อโค้ชคนใหม่เข้ามาพร้อมกับปรัชญาการทำทีมในรูปแบบใหม่ เฮนเดอร์สันก็ดูเหมือนจะเป็นส่วนเกินของทีมไปโดยปริยาย  จากตัวสำรองที่จะถูกแถมไปในข้อเสนอซื้อนักเตะ ใครจะเชื่อว่าอีก 18 เดือนให้หลัง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน จะกลายเป็นหนึ่งในนักเตะผู้มีอิทธิพลกับการเล่นของทีม จากตัวตลกแฟนยี้ สู่ว่าที่ทายาทกัปตันทีม อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้เฮนเดอร์สัน ในวัย 23 ปี สามารถแสดงศักยภาพที่แท้จริงของเขาออกมาได้ ?

 

หนึ่งในการเซ็นสัญญาที่ผิดพลาดของคิง เคนนี่และดาเมียง โคมอลลี่ ???

 

ปัญหาของเฮนเดอร์สันตอนที่มาร่วมทีมใหม่ๆ คือ ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะเล่นตำแหน่งอะไร ในระบบ 4-4-2 เดิม จะเล่นกลางรับก็ไม่เด่นเรื่องการเข้าแย่งบอล จะเล่นกลางรุกก็มีสตีเฟ่น เจอร์ราร์ดเป็นตัวคุมเกมอยู่แล้ว ในฤดูกาลแรกเราจึงได้เห็นเฮนเดอร์สันถูกถ่างไปเล่นเป็นกองกลางริมเส้นทางด้านขวาบ่อยๆ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นตำแหน่งที่เจ้าตัวเคยเล่นกับซันเดอร์แลนด์มาแล้ว และจุดเด่นของเฮนเดอร์สันอย่างหนึ่งคือ เป็นคนที่โยนบอลยาวแม่น … ดูแล้วน่าจะเวิร์คใช่มั้ยครับ แต่เปล่าเลยเฮนเดอร์สัน สอบตกกับตำแหน่งนี้อย่างแรง จะด้วยความเร็วที่ไม่มี หรือกดดันที่ต้องแบกค่าตัวมหาศาลไว้บนบ่าก็ตามแต่ แต่การโยกเฮนเดอร์สันมาเล่นด้านขวานี้แทนที่จะได้ประโยชน์จากความขยันและลูกเปิดอันแม่นยำของเขา กลับกลายเป็นสร้างแรงกดดันและทำให้เฮนเดอร์สันกลายเป็นตัวตลกในสายตาของแฟนๆในที่สุด โชคดีของเฮนเดอร์สันที่แบรนดอน รอดเจอร์สเข้ามาและนำระบบ 4-2-3-1 หรือ 4-3-3 มาใช้ เฮนเดอร์สันจึงได้หุบเข้ามาเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวเชื่อมเกมตรงกลาง (อยู่ระหว่างมิดฟิลด์ตัวรับและตัวรุก) หรือที่เรารู้จักในชื่อของ box to box midfielder ซึ่งตำแหน่งนี้ต้องใช้ความขยันอย่างสูงในการไล่บอล ซึ่งเฮนเดอร์สันมีจุดเด่นในเรื่องของความขยันอยู่แล้ว จึงสอบผ่านที่จะเล่นตำแหน่งนี้ได้ และถือว่าเป็นตำแหน่งที่เจ้าตัวสามารถ “เรียกความมั่นใจ” กลับมาได้อีกครั้ง หลังจากเสียเหลี่ยมบอลไปพอสมควรกับฤดูกาลแรก และด้วยตำแหน่งนี้ทำให้แฟนๆเริ่มที่จะมองเฮนเดอร์สันในแง่ดีมากขึ้น หลังจากรอดเจอร์สเข้ามาคุมทีม เฮนเดอร์สันใช้เวลาร่วม 6 เดือนเข้าๆออกๆทีมตัวจริง สุดท้ายก็สามารถสถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นตัวจริงในตำแหน่งนี้ได้ในที่สุด  เงิน 16 ล้านปอนด์ที่เคยคิดว่าจะต้องเสียเปล่ากับนักเตะเกรด C กลับดูมีอนาคตมากขึ้น จบฤดูกาล 2012/13 เฮนเดอร์สันทำประตูให้กับทีมได้มากถึง 5 ประตู กับ 4 แอสซิส จากการลงสนามทั้งหมด 30 นัดในลีก (14 นัดลงมาเป็นผู้เล่นสำรอง)

 

ยิงคนเดียว 2 ประตูในเกมถล่มนิวคาสเซิ่ลยับคาบ้าน 0-6

ฟอร์มของเฮนเดอร์สันยังคงพัฒนาต่อเนื่องจนมาถึงฤดูกาลนี้ และดูเหมือนว่าแฟนบอลจะได้คำตอบแล้วว่าทำไมเคนนี่ เดลกลิชถึงทุ่มทุนคว้าตัวเฮนเดอร์สันเข้ามาในราคาแพง เฮนเดอร์สันกลายเป็นตัวหลักที่ทีมขาดไม่ได้ และเป็นจิกซอสำคัญที่ทำให้ทีมครองตำแหน่งจ่าฝูงอยู่ในเวลานี้ จริงหรือไม่ที่เฮนเดอร์สัน กำลังแบกทีมไว้เช่นเดียวกับเจอร์ราร์ดเคยทำ ? เราลองมาหาคำตอบกันครับ

 

 

ผ่าฟอร์มเฮนเดอร์สัน “ว่าที่เบอร์ 8” แห่งถิ่นแอนฟิลด์

 

- เมื่อมีเจอร์ราร์ดอยู่ในสนาม

 

Screen Shot 2556-12-17 at 3.41.59 PM

  

Heat Map ของจอร์แดน เฮนเดอร์สัน (บน) และ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด (ล่าง) ในเกมพบกับนอริช ซิตี้

 

 

ต่อเนื่องจากในฤดูกาลที่แล้วมาถึงฤดูกาลนี้ เฮนเดอร์สันและเจอร์ราร์ดได้ลงสนามด้วยกันอย่างต่อเนื่องเล่นและสามารถเล่นด้วยกันได้เป็นอย่างดี เฮนเดอร์สันได้อิสระในการทำเกมรุกมากขึ้นโดยมีเจอร์ราร์ดคอยช่วยอยู่ด้านหลัง แต่อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งของเฮนโด้ถูกวางไว้ให้เป็นคนที่คอยช่วงเกมรุกจากกลางด้านข้างเป็นหลักมากกว่าที่จะได้ปั้นหรือเติมเกมจากตรงกลางซึ่งจะเป็นหน้าที่ของเจอร์ราร์ด สังเกตได้จาก Heat Map ของทั้งคู่ ในเกมหลังสุดที่ทั้งคู่ได้เล่นด้วยกันเต็มเกม จะเห็นว่าเฮนเดอร์สันมักจะอยู่พื้นที่ที่ไม่ใช่ตรงกลาง แต่จะออกไปช่วยไล่บอลและเดิมเกมร่วมกับกองหน้ากึ่งปีกเป็นหลัก

 

- เมื่อไม่มีเจอร์ราร์ดอยู่ในสนาม

 

Screen Shot 2556-12-17 at 3.42.18 PM

 

Screen Shot 2556-12-26 at 9.24.33 PM

Heat Map การเคลื่อนที่ของจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ใน 2 เกมล่าสุดเมื่อไม่มีสตีเฟ่น เจอร์ราร์ด

 

เมื่อเจอร์ราร์ดเจ็บ แทนที่รอดเจอร์สจะหุบคูติญโญ่เข้ากลางตำแหน่งถนัดแล้วเติมตัวรุกเริ่มเส้นลงไป แต่กลับกลายเป็นว่ารอดเจอร์สเลือกที่จะส่งโจ อัลเลนลงมาและดันเฮนเดอร์สันเข้าไปรับบทบาทจอมทัพคุมแดนกลางแทนสตีวี่ จี (ดูจาก heat map การวิ่งของเฮนเดอร์สัน) และนี่ที่ตำแหน่งนี้เองที่เฮนเดอร์สันฉายแววเด่นได้คุ้มค่าตัว 16 ล้านปอนด์ ที่สุด การจับคู่กับโจ อัลเลน เหมือนเอามิดฟิลด์ผึ้งงาน 2 คนมาคู่กัน การบีบพื้นที่คู่แข่งทำได้ดีขึ้น ในเกมกับสเปอร์ส เฮนเดอร์สันและอัลเลน 2 คน สามารถเอาชนะแผงกลางของสเปอร์สได้หมด นอกจากนี้เรายังได้เห็นเฮนเดอร์สันเจาะตรงกลางของสเปอร์สจนเละเทะ เป็นที่มาของชัยชนะท่วมท้น 5-0 และจบเกมด้วยตำแหน่งแมน ออฟ เดอะ แมทซ์ เหนือหลุยส์ ซัวเรซที่ยิง 2 ประตูในเกมนั้นได้ ฟอร์มของเฮนเดอร์สันกับตำแหน่งใหม่ยังไม่หยุดเท่านั้น ในนัดต่อมาที่ทีมเปิดบ้านไล่ยำคาร์ดิฟฟ์ 3-1 เฮนเดอร์สันยังคงโชว์ฟอร์มเก่งได้อย่างต่อเนื่อง มีส่วนทั้ง 3 ประตูที่เกิดขึ้นในเกมนี้ทั้งหมด โดยเฉพาะลูกที่ 2 ที่เฮนเดอร์สันเปิดยาวให้ซัวเรซหลุดเดี่ยวนั้น เหมือนกับได้เห็นเจอร์ราร์ดในตอนหนุ่มๆกลับมาลงสนามด้วยตัวเองยังไงอย่างงั้น

 

 

Screen Shot 2556-12-26 at 9.33.53 PM

 

 

เทียบฟอร์มจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ฤดูกาล 2012/13 กับ 2013/14

เมื่อเราลองเทียบฟอร์มการเล่นของเฮนเดอร์สันในซีซั่นนี้เปรียบเทียบกับซีซั่นที่แล้ว จะเห็นว่าเฮนเดอร์สันทำได้ดีกว่าซีซั่นที่แล้วในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็น %การผ่านบอลที่แม่นยำขึ้น %การแย่งบอลทั้งบนพื้นและกลางอากาศ โดยเฉพาะ 2 อันหลัง ซึ่งถือว่าน่าประทับใจมากสำหรับกองกลางที่ไม่ใช่กลางรับ มาดูสถิติในเกมรุกกันบ้าง แม้ในซีซั่นนี้เจ้าตัวจะยิงประตูได้แค่ลูกเดียวเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว 5 ลูก แต่เมื่อมามองดูที่การแอสซิสและจังหวะที่สร้างโอกาสให้เพื่อนทำประตูแล้ว แม้จะเพิ่งผ่านมาแค่ครึ่งซีซั่นแต่เฮนเดอร์สันก็ได้ทำสถิติแซงหน้าที่ทำได้ในซีซั่นที่แล้วทั้งปีได้หมดแล้ว น่าสนใจมากๆว่าในช่วงครึ่งซีซั่นหลังเจ้าตัวยังจะรักษาความคงเส้นคงวาแบบนี้ได้หรือไม่

 

 

ในเวลานี้ อาจจะเร็วเกินไปนักที่จะสรุปว่า จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นั้นดีพอที่จะเข้ามาแทนที่ตำแหน่งของเจอร์ราร์ดในอนาคต แต่ระยะเวลากว่า 18 เดือนที่ผ่านมาอย่างน้อยเฮนเดอร์สันน่าจะสามารถปลดความกดดันจากค่าตัวอันมหาศาลของเขาลงจากบ่าได้แล้ว ช่วงระยะเวลาจากนี้จะเป็นช่วงเวลาที่จะพิสูจน์ว่าเฮนเดอร์สันจะสามารถก้าวผ่านคำว่านักเตะดาวรุ่งเป็นสู่นักเตะผู้ที่ทีมและแฟนๆจะฝากความหวังที่เค้าไว้เฉกเช่นกับที่ฝากไว้กับเจอร์ราร์ดได้หรือไม่ เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เบอร์ 8 แห่งถิ่นแอนฟิลด์สมควรจะเป็นของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน รึเปล่า ? แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเวลานี้ กระแสเฮนโด้ ฟีเวอร์ ในหมู่มวลมหาประชาค็อป ได้เกิดขึ้นแล้ว

 

อย่างน้อยๆ ก็ต้องขอบคุณเจลแต่งผมของเฮนโด้ บ้างหล่ะ ฮึ่ยยย !!

 

 

 

kopper

 

 

twitter : @cerebrophobia

 

 

No related content found.

1 Comment

  • ตลก ถามว่าอีกกี่สิบปี ลิเวอร์พูลจะมีนักเตะอย่าง เจอราด ดีกว่า

Leave a Reply