คะแนนความสามารถนักเตะลิเวอร์พูลชนะเอฟเวอร์ตัน4-0(28/01/2014)

by

 

ลิเวอร์พูล

ซิมง มินโญเล่ต์(7/10)

กลับมาเล่นอย่างมั่นใจโดยเฉพาะหลังจากเซฟลูกยิงของ ฟีล จากีลก้า และเควิน มิรัลราสในครึ่งแรก ซึ่งเป็นเซฟสำคัญ ก่อนที่เรียกว่าได้พักในครึ่งหลัง เพราะแทบไม่ได้ออกแรงเลย แต่ก็นับว่าน่าจะได้เครดิตจากคลีนชีต

จอน ฟลานาแกน(8/10)

โดดเด่นเหลือเชื่อหากคิดถึงสภาพร่างกายของนักเตะที่เพิ่งกลับมาจากการบาดเจ็บ โชว์ฟอร์มข่มสตีเวน พีนาร์ปีกซ้ายของเอฟเวอร์ตันตลอดทั้งเกมเมื่อเล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่น และเชื่อใจได้มากที่สุดในแนวรับ จึงไม่น่าแปลกใจที่แฟนบอลลุกขึ้นปรบมือให้ตอนที่เขาถูกเปลี่ยนออก

มาร์ติน สเคอร์เทล(8/10)

ดูเหมือนนักรบเมื่อมีผ้าคาดศรีษะ ช่วงสกัดบอลหลายต่อหลายครั้ง และยังนิ่งพอในจังหวะถ่ายทอดให้ทีมไม่ต้องอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงก่อให้เกิดความผิดพลาด

โคโล ตูเร(7/10)

อาจจะช้าไปบ้าง แต่ก็โล่งอกหลังลูกากูได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออก ยืนตำแหน่งดี และเข้าบอลได้อย่างแม่นยำ

อาลี ซิสโซโก(6.5/10)

เป็นเกมที่ไม่เลวเมื่อต้องรับมือกับการโจมตีอย่างจงใจของคู่แข่งที่สลับหน้ากันมาทั้งมิรัลลาส และสโตนส์ ซึ่งแม้บางจังหวะอาจจะปล่อยให้คู่แข่งมีพื้นที่แต่อาจจะต้องให้เพื่อนในแดนกลางถอยลงมาช่วยบ้าง อย่างไรก็ตามเกมนี้นับว่าเล่นได้อย่างมีวินัยกว่าเกมอื่นๆ

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน(7.5/10)

น่าจะเป็นคนเบิกสกอร์แรกในช่วงต้นเกม แต่ก็เล่นได้อย่างมีพลังตั้งแต่ต้นจนจบ และไม่น่าแปลกใจที่เขาเป็นหนึ่งในกองกลางเชื้อสายอังกฤษที่โชว์ฟอร์มดีที่สุดในพรีเมียร์ลีกเวลานี้ ไม่เกี่ยงกับการต้องเป็นคนคอยวิ่งไล่คู่แข่ง4-0 ok

สตีเวน เจอร์ราร์ด(8.5/10)

โหม่งทำประตูแรก และสะใจอย่างมากกับจังหวะทำประตูดังกล่าว แถมยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดทั้งเกมในการรับมือแดนกลางเอฟเวอร์ตัน และมีจังหวะขึ้นไปยิงไกลให้เห็น ทำได้ดีขึ้นกับบทบาทมิดฟิลด์ตัวคุมจังหวะเกม และแสดงความเป็นผู้นำออกมาตลอดทั้งเกม

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่(9/10)

กลับมาเป็นคูตินโญ่ในแบบที่เราเคยเห็นหลังจากฟอร์มดร็อปไป 2-3 นัด เล่นง่ายๆ แต่ยอดเยี่ยม อาศัยจังหวะช่องว่างของแนวรับในการผ่านบอลโดยเฉพาะลูกเปิดคิลเลอร์พาสให้สเตอร์ริดจ์ทำประตูที่สอง อาจจะมีความพยายามยิงประตูที่ไม่เป็นผลอยู่บ้าง แต่นับว่าใช้ความสามารถออกมาข่มคู่แข่งชัดเจนมากในเกมนี้ และเป็นอีกคนที่ได้รับการยืนปรบมือเมื่อถูกเปลี่ยนออก

ราฮีม สเตอร์ลิง(8/10)

อยู่ในช่วงที่ฟอร์มกำลังพุ่งจริงๆ และน่าจะเป็นคนทำประตูแรกในเกมนัดนี้เมื่อได้บอลเปิดจากสเตอร์ริดจ์ แต่ยิงไปติดฮาวเวิร์ด และเกือบกระดอนมาชนเข้าเข้าประตูไป ใช้ความเร็วปั่นป่วนแนวรับของเอฟเวอร์ตันตอลดเวลา และช่วยให้ทีมได้จุดโทษ แม้ว่าสุดท้ายสเตอร์ริดจ์จะยิงพลาดก็ตาม และแทบไม่มีข้อต้องตำหนิในเกมนี้

แดเนียล สเตอร์ริดจ์(9/10)

มีส่วนกับรายละเอียดของเกมเยอะมากไม่ว่าจะเป็นการเปิดบอลให้สเตอร์ลิงลุ้นทำประตู และยังทำเองอีกสองประตู ทำให้ทีมได้ทุ่ม ได้เตะมุม ได้ฟาวล์ และปิดสกอร์สองลูกได้อย่างมีคุณภาพ น่าจะได้คะแนนมากกว่านี้หากไม่ยิงจุดโทษข้ามคาน และเสียสมาธิหลังจากนั้นเมื่อหัวเสียจากการพลาดแฮตทริกที่ถูกหักคะแนนในตอนท้าย

 

หลุยส์ ซัวเรซ(9/10)

ไม่ด้อยไปกว่าคนอื่นๆ ในแนวรุก เมื่อเป็นคนเปิดลูกเตะมุมให้เจอร์ราร์ดโหม่งทำประตูอย่างแม่นยำ ทำงานหนัก ใจกว้าง และเหนือชั้นในการลากหนีฟิล จากีลก้า ทำประตูที่ 4 จากครึ่งสนาม น่าจะมีโอกาสลุ้นทำประตูมากกว่านี้แต่ยังเป็นเกมที่แสดงให้เห็นถึงความหลากหลาย และพิษสงรอบตัว

สำรอง

วิกเตอร์ โมเซส, มาร์ติน เคลลี่ และหลุยส์ อัลเบร์โต้(-/10)

เวลาน้อยเกินไป และลงมาในช่วงที่เกมขาดแล้วจะให้คะแนนก็ไม่ยุติธรรมนัก

ผู้จัดการทีม

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส(9/10)

เรียนรู้จากความผิดพลาดทั้งมวลในเกมแรกที่กูดิสัน พาร์ก รวมถึงผลเสมอที่แอนฟิลด์ต่อแอสตัน วิลล่าเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำอย่างที่ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมเมื่อเลือกจะเน้นวินัยในเกมรับ ขณะที่ไม่ได้เน้นหนักเพียงเปอร์เซนต์ของบอลที่เป็นรองในเกมนี้ แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับการเปิดพื้นที่โจมตีแบ็คสองข้าง และแนวรับของเอฟเวอร์ตันที่ลอยสูง แม้จำนวนตัวเลขความพยายามการทำประตูจะสูสี แต่ลิเวอร์พูลได้ยิงในพื้นที่จะแจ้งกว่ามาก แสดงให้เห็นถึงการเตรียมตัวการใช้สตีเวน เจอร์ราร์ดในตำแหน่งนี้มาตั้งแต่หลายเกมก่อน มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการเปลี่ยนตัวในเกมนี้ และการดึงสเตอร์ริดจ์ออกเป็นการให้บทเรียนที่ถูกต้องเกี่ยวกับการควบคุมอารมณ์ เจ้านายเองก็มีอารมณ์ความรู้สึกร่วมกับนักเตะ และแฟนบอลในเกมนี้ วางแผนปิดจุดเด่นของเอฟเวอร์ตันได้หมด และโจมตีแนวรับของเอฟเวอร์ตันที่มีปัญหาในตำแหน่งแบ็คขวาตั้งแต่ต้น ล่อให้คู่แข่งขึ้นทางซิสโซโก้แต่เตรียมการรับมือตัวซ้อนไว้ได้ค่อนข้างดี และการเข้าทำเกมรุกนัดนี้มีความรวดเร็วกว่าหลายเกมที่ผ่านมา ชนะแท็กติกเหนือโรเบร์โต้ มาร์ติเนซอย่างชัดเจนในนัดนี้

แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ของ Lovelfc.com : คูตินโญ่

9 Comments

Leave a Reply