ลิเวอร์พูลกับภารกิจที่ต้องทำให้สำเร็จ

by

140316-026-Man_Utd_Liverpool-600x367

          หากจะเอ่ยถึงคำว่า “ภารกิจ” นั้นชวนให้คิดถึงภาพยนตร์เรื่องหนึ่งเหลือเกิน นั่นก็คือ  “Mission Impossible”เป็นหนังแอ๊คชั่นแนวปฏิบัติภารกิจ  ที่เนื้อเรื่องเดาได้ไม่ยาก เพราะคล้ายกันกับชื่อเรื่อง คือ “การทำภารกิจที่ยากจะเป็นไปได้”

          ลอง มองย้อนกลับไปช่วงเปิดฤดูกาล หลังจาก “ลิเวอร์พูล” เพิ่งจบฤดูกาลก่อนด้วยอันดับ 7 การที่ทีมวางเป้าหมายอันดับแรกคือการกลับไปมีส่วนร่วมกับบอลถ้วยใหญ่ “ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก” ให้ได้ จึงเป็นเป้าหมายที่น่าจะจับต้องได้มากที่สุดในเวลานั้น และหากจะมีใครหาญกล้าพูดว่า “ลิเวอร์พูล” จะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก คงต้องโดนยัดเยียดข้อหา “จอมโม้” อย่างไม่ต้องสงสัย

           แต่ในตอนนี้ดู เหมือนว่า “เป้าหมายแรก” ที่เราวางไว้คือ Top 4 ใกล้จะเป็นจริงมากขึ้นในทางทฤษฏี !! เพราะปัจจุบัน “ลิเวอร์พูล” ทำแต้มทิ้งห่างทีมอันดับ 5 อาร์เซน่อล อยู่13 คะแนน !!! แต่อาร์เซน่อลเหลือเกมส์การแข่งขันอีก 5 เกมส์ ทำให้เกมส์คืนนี้ (15 เม.ย.57) ที่อาร์เซน่อล จะเปิดบ้าน พบกับเวสต์แฮม อาจจะเป็นอีก ปัจจัยย่อย ๆ เพื่อ “การันตี” พื้นที่ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกให้ “ลิเวอร์พูล” เพราะหากว่าอาร์เซน่อลพลาดท่า พ่ายแพ้  จะส่งผลให้ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทำ “ภารกิจ” ที่ตั้งไว้เมื่อต้นฤดูกาลสำเร็จทันที

          เพียง แต่ว่า … ปัจจัยย่อย ของอาร์เซน่อล ในคืนนี้น่าจะไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของ “ลิเวอร์พูล”ได้เสียแล้ว  เพราะ ดูเหมือนว่า “ภารกิจ” ของลิเวอร์พูลมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อ “เสียงนกหวีดยาว” เพื่อเป็นสัญญาณแสดงว่าเกมส์กับแมน ฯ ซิตี้ สิ้นสุดลง พร้อมกับ 3 แต้มของลิเวอร์พูล วินาทีนั้น … ผมเชื่อเหลือเกินว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับ “ลิเวอร์พูล” ไม่มีใครมองถึงการทำอันดับติด 1 ใน 4 อีกต่อไป หรือแม้แต่ “การลุ้นแชมป์” ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นคำที่ยาวเกินไป เพราะสิ่งที่ทุกคนต้องการในตอนนี้คือ “แชมป์” คำเดียวเท่านั้น !!!

          อาจจะดูเหมือนว่าผู้เขียนจะออกตัวแรง แต่ลองถามใจของพวกท่านเองเถิดว่าตอนนี้มีคำตอบอื่นนอกจากที่ผมได้กล่าวไป แล้วหรือไม่ ? แม้แต่ปฏิกิริยา ของ “กัปตันไดนาโม” สตีเว่น เจอร์ราดเอง หลังจบเกมส์ มันบอกได้ดีถึง “Passion” คือ  ความ ปรารถนาอันแรงกล้าที่ต้องการกระทำให้ฝันเป็นจริง “เกมส์นี้มันจบแล้ว แต่เราต้องทำอย่างนี้ให้ได้อีกครั้งในเกมส์กับนอริช” คำพูดของกัปตันได้สะท้อนสิ่งต่าง ๆ ออกมาอย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่าอะไรคือเป้าหมายที่แท้จริงที่เค้าต้องการทำให้ “สำเร็จ” เพราะตอนนี้ “เรายังไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรเลย”

           หาก จะพูดถึงเกมส์กับ “นอริช ซิตี้” ดูเหมือนว่า “หลุยซ์ ซัวเรซ” จะถูกโฉลกเหลือเกินกับเจ้านกขมิ้นตัวนี้ เพราะนับตั้งแต่เค้าย้ายมาจากอาแจ๊กซ์ในเดือนมกราคม 2011 ก็ทำ “แฮททริก” ใส่นอริช ไปเบา ๆ 3 ครั้งจากการพบกัน 4 ครั้ง !!! เรียกได้ว่าทำประตูได้ทุกครั้งที่เจอกัน โดยทำประตูรวม 11 ประตู !!! พร้อมกับชัยชนะ 4 เกมส์รวดที่เค้าลงสนาม และ คงจะไม่มีครั้งไหนอีกแล้วที่พวกเราต้องการให้ “ซัวเรซ” ทำ “แฮททริก” ใส่นอริชพร้อมกับชัยชนะของลิเวอร์พูลเท่าครั้งนี้ เพราะนั่นคือการทำให้เรารู้ว่าเรายังอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง อีกทั้ง “เจ้านกขมิ้น” ในฤดูกาลหน้า อาจจะไม่มีโอกาสได้อยู่ในพรีเมียร์ลีกอีกแล้ว เพราะปัจจุบันรั้งอันดับ 17 แต่มีแต้มห่างจากโซนตกชั้นเพียง 2 คะแนน ส่วนโปรแกรมที่เหลืออีก 4 นัดเรียกได้ว่าโหดมาก ๆ เมื่อต้องพบกับ “ลิเวอร์พูล” “แมน ฯ ยู ฯ” “เชลซี” และปิดท้ายด้วย “อาร์เซน่อล” ซึ่งผมก็ได้แต่หวังว่า “นอริช” จะกลับมาเล่นดีอีกครั้งหลังพบกับเรา และขอให้เขาอยู่รอดปลอดภัยได้ต่อไป

           ถึง ตอนนี้ผมเชื่อเหลือเกินว่าพวกเราเหล่า “เดอะค็อป” ต่างก็มีความสุขเหลือเกินในฤดูกาลนี้ ไม่ว่าเราจะทำสิ่งที่หวังสำเร็จหรือไม่ แต่อำนาจการ “คว้าแชมป์” ยังคงอยู่ในมือ “ลิเวอร์พูล”  คือ หากเราสามารถคว้าชัยชนะได้ทั้งหมดอีก 4 เกมส์ ก็ไม่จำเป็นต้องไปสนใจใครอีกต่อไป แต่ถ้าหากว่าเราสะดุด “แมน ฯ ซิตี้” ที่เราเพิ่งเขี่ยออกไปจากเส้นทางลุ้นแชมป์จะฟื้น   คืนชีพกลับมาทันที  แต่ ทั้งนี้ทั้งนั้น มันคงจะไม่มีอะไรที่ง่ายสำหรับ 3 ทีมนำหัวตารางในตอนนี้ ที่ล่าสุดเราได้เห็นกันแล้วว่า “คริสตัล พาเลซ” ทีมที่อยู่ในโซนท้ายตาราง นั้นได้เคยกระชากให้เชลซีตกจากบัลลังค์ “จ่าฝูง” มาแล้ว นั่นหมายความว่า เราจะประมาทไม่ได้สักเกมส์เลยจริง ๆ กับเกมส์ที่เหลือหากใครพลาดครั้งนี้แทบจะไม่เหลือโอกาสให้แก้ตัวอีก

            พวก เราได้เดินทางกันมาไกลมากแล้ว กว่าเราจะมาถึงจุดนี้ได้นั้นต้องฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ มาไม่ใช่น้อย เราเคยตามหลังจ่าฝูง 7 คะแนน เมื่อจบการแข่งขันนัดที่ 13 แต่เกมส์ที่ 17 เราก็กลับมายืน “จ่าฝูง” อีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าความฝันเราจะพังทลายลงไปอีกครั้งเมื่อจบการแข่งขันเกมส์ที่ 22 เราโดนอาร์เซน่อลทีมนำตอนนั้นนำห่างถึง 8 แต้ม แต่ด้วยความพยายามที่ไม่ย่อท้อทำให้เรากลับมาได้อีกครั้งใน อีก 10 นัดต่อมา และครั้งนี้เราจะไม่ยอมให้ใครแซงเราได้อีกแล้ว เราจะจบ “ภารกิจ” ด้วย “ความเชื่อ” ความศรัทธาที่เรามีอยู่ให้ได้เหมือนในหนัง “Mission Impossible” ที่ตอนจบ “ภารกิจที่ว่ายากหนักหนาสาหัสเพียงใด ก็จะถูกทำให้สำเร็จจนได้” เหมือนที่เหล่าเดอะค็อปที่ถือป้ายว่า “Anything is possible for those who believe”  ขอแค่ทุกคนยังคงศรัทธาในความเชื่อ แล้วพวกเราจะฝันไปด้วยกัน #make us dream

140326-004-Liverpool_Sunderland-600x400

No related content found.

Leave a Reply