TIA Column : บันทึกการเดินทาง…ตามความฝันที่แอนฟิลด์ (ตอนจบ)

by

 

มาถึงตอนจบแล้ว ใครยังไม่อ่านตอนที่ 1 กับ 2 ไปอ่านกันก่อนได้นะคะ ตามลิ้งนี้เลยค่ะ

TIA Column : บันทึกการเดินทาง…ตามความฝันที่แอนฟิลด์ (ตอนที่ 1)

TIA Column : บันทึกการเดินทาง…ตามความฝันที่แอนฟิลด์ (ตอนที่ 2)

 

อันที่จริงตอนจบนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นที่ลิเวอร์พูล แต่มันเกิดขึ้นที่ลอนดอนอย่างที่ทิ้งข้อความค้างไว้ท้ายตอนที่สองว่า

…ภารกิจติ่งที่ลิเวอร์พูลจบลงแล้ว แต่ยังมีภารกิจติ่งเล็กๆที่สุดเซอร์ไพรส์เล็กๆที่ลืมไม่ลง เมื่องานมอบรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของ FWA ถูกจัดขึ้นที่โรงแรม Lancaster ในลอนดอน…

เรื่องมันมีอยู่ว่า

15 พ.ค. 2014

…ลอนดอน…

เป็นโชคดีของพวกเราทั้งสามคนที่ได้รู้จักกับน้องนกและน้องนุก สาวกลิเวอร์พูลที่น่ารักทั้งสองคน ซึ่งมาร่วมติ่งกับพวกเราในวันแข่ง ทั้งก่อนเกม ระหว่างเกม และหลังเกม โดยเราสามคนแยกกับน้องทั้งสองที่ลิเวอร์พูลโดยได้มีการนัดแนะที่จะไปเที่ยวด้วยกันที่ลอนดอน

และเป็นโชคดีอีกชั้นที่น้องทั้งสองคนพักอยู่ที่โรงแรม Lacaster ซึ่งอยู่ใจกลางมหานครลอนดอนเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อน้องทั้งสองคนได้ทราบข่าวการจัดงานมอบรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของสมาคมนักข่าวฟุตบอล หรือที่เรียกย่อๆว่า FWA ซึ่งในปีนี้ หลุยส์ ซัวเรซ เป็นผู้ที่ได้รับรางวัล โดยงานจะถูกจัดขึ้นทในโรงแรม Lancaster ที่น้องพักอยู่ น้องก็รีบโทรศัพท์มาบอก “คุณนายที่เจ็ด” ทันที ทำให้โปรแกรมเที่ยวทั้งหมดในวันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม 2014 ต้องเสร็จสิ้นให้ได้ภายในเวลาไม่เกิน 5 โมงเย็น เพื่อที่พวกเราจะได้ไปเฝ้ารอซัวเรซที่โรงแรม

และหลังจากเร่งเที่ยวกันมาทั้งวัน โดยโปรแกรมสุดท้าย คือ การไปทัวร์เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม พวกเราถึงกับไม่เข้าชมพิพิธภัณฑ์ของอาร์เซน่อลเลยทีเดียว (ก็ไม่ได้อยากดูเท่าไหร่ มันไม่อิน 555+) เพื่อรีบกลับเข้าเมืองให้เร็วที่สุด

เมื่อถึงโรงแรม Lancaster พวกเราก็รีบไปกินอาหารเย็นกันโดยเร็ว และรีบลงมารอบริเวณล็อบบี้ของโรงแรม

เมื่อใครเวลาเริ่มงาน บรรดานักข่าว ซึ่งแต่งตัวเต็มยศก็เดินผ่านไปผ่านมากันพลุกพล่านไปหมด พวกเราทำเพียงสอดส่ายสายตาหาคนคุ้นเคย ซึ่งพวกเราได้รู้จากคุณพ่อของน้องนกและน้องนุกว่า เบรนแดน ร็อดเจอร์สและเจมี เรดแนนป์ มางานนี้ และเดินลงไปที่ห้องรับรองแล้ว เราจึงเฝ้ารอด้วยความหวังว่าจะได้เจอกับพวกเขาเหล่านั้น หากพวกเขาเดินออกมาจากห้องรับรอง หรือนาทีใดนาทีหนึ่ง ซัวเรซอาจจะเดินผ่านประตูโรงแรมเข้ามา ขณะนั้นเอง คุณพ่อก็ได้หันไปเห็น แกรม เลอ โช อดีตนักเตะเชลซี จึงพาพวกเขาเข้าไปขอถ่ายรูปก่อนถือเป็นการอุ่นเครื่อง หลังจากนั้น พวกเราก็เอาแต่มองคนที่เดินผ่านไป ผ่านมา เผื่อจะเจอใครที่ใช่ หรือคนที่เรารอคอยเขาอยู่…

แล้วคิง เคนนี่ก็เดินผ่านประตูเข้ามา พวกเราโบกไม้โบกมือให้ ซึ่งคิงก็โบกกลับมา แต่เขารีบ และกำลังอยู่ในช่วงที่มีคนพลุกพล่านพอสมควร ทำให้ไม่มีโอกาสได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น แต่ก็ปลื้มปริ่มตามๆกันไปแหละแหละ…แล้วพวกเราก็หันมายืนรอกันต่อไป

…ทันใดนั้นเอง สายตาของเราก็หันไปเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่คุ้นตาเป็นที่สุด เขาดูสง่างามมากทีเดียวในชุดสูทสีดำ เราเพ่งพิศราว 5 วินาที และความมั่นใจก็หลั่งไหลมาพร้อมกับความตื่นเต้น …เจมี คาร์ราเกอร์ นั่น เจมี่ คาร์ราเกอร์

เราเอ่ยออกมาให้พรรคพวกได้ยินว่า

“นั่น คาร์ราใช่มั้ย คาร์รา คาร์รา…”

photo

 

ทุกคนหันไปตามสายตาของเรา “คุณนายที่เจ็ด” รีบเดินเข้าไปพร้อมกับ “หาดทราย สายลม แสงดาว” รวมทั้งคุณพ่อของน้องนกและน้องนุก ขณะที่เรายังยืนขาแข็งจ้องคาร์ราตาไม่กระพริบอยู่ที่เดิม

“เจมี่ เจมี่” คุณนายที่เจ็ดเรียก เสียงไม่เบาเท่าไหร่

คาร์ราได้ยิน แต่ก็มีคนเรียกเขาจากอีกทางเช่นกัน คงจะเป็นเพื่อนในงาน เขาจึงหันไปหันมา และต้องรีบเดินลงห้องจัดงานไป

ก็แอบเสียดายนิดหน่อยนะคะ ที่ไม่ทันได้ถ่ายรูปกับคาร์รา แต่อยากจะบอกว่า คาร์ราตัวจริง ไม่เหมือนในทีวีเลยแม้แต่นิดเดียว ยิ่งเขาอยู่ในชุดสูทเต็มยศ ยิ่งดูแตกต่างจากตอนใช่ชุดแข่ง …เขาสูง สง่า และเท่ห์เอามากๆเลย

คือลุคของเขาตรึงขาเราอยู่กับที่จริงๆ …ไม่ไหว…ขอกรี๊ดดังๆซักทีเถอะ …กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

พวกเราหันมาเม้าท์กันเป็นการใหญ่ว่า คาร์ราดูดีเกินกว่าที่เคยคิดกันไว้มาก จากนั้นสายตาก็คอยมองไปที่ทางออกของห้องจัดงาน เผื่อว่าคาร์ราจะออกมาอีกซักครั้ง แต่คนที่เดินออกมากลับกลายเป็น เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

โอ้…พระเจ้า คราวนี้พวกเราทุกคนรีบก้าวเข้าไปหาบอสคนเก่งของเราพร้อมกับส่งรอยยิ้มที่กว้างที่สุดไปให้บอสอย่างพร้อมเพรียง บอสเองก็ดูงงๆ แต่ก็ยิ้มตอบพวกเรา คุณพ่อของน้องนกและน้องนุกรีบพูดขอให้บอสถ่ายรูปกับพวกเราเด็กสาวทั้ง 5 คนที่รักลิเวอร์พูลสุดหัวใจ บอสก็ยินดีถ่ายอย่างเต็มใจ แต่ด้วยความรีบ จึงมีโอกาสเพียงถ่ายรูปหมู่รวมกันภาพเดียวเท่านั้น แต่ที่เราไม่ลืม คือ ขอจับมือกับบอสและพูดว่า

“Thanks very much”

ซึ่งขอยืนยันคำเดิมค่ะ …มือบอสนิ่มมากกกกกกกก มากจริงๆ ถ้าไม่นับมือเด็ก เราคิดว่ามือบอสคือมือที่นิ่มที่สุดเท่าที่เราเคยจับมาเลยทีเดียว (เริ่มแสดงอาการโรคจิตแระ 5555+)

1782104_827987743878139_4555094945723585701_n

 

นาทีนั้น หัวใจมันพองโตมาก แบบยิ่งกว่าเต็มอิ่มเสียอีก แต่เรื่องมหัศจรรย์ยังไม่จบแค่นั้นค่ะ

หลังจากบอสเดินจากไป พวกเราก็ยังคงมุ่งมั่นรอคอยซัวเรซกันต่อไป แต่ก็เริ่มพูดคุยกันแล้วว่าทำไมจนป่านนี้ยังไม่มาอีก เพราะงานน่าจะใกล้เริ่มเต็มทน สังเกตจากบรรดานักข่าวทั้งหลายทยอยเดินลงไปที่ห้องจัดงานกันจนล็อบบี้โรงแรมแทบจะร้างแล้ว ซัวเรซก็ยังไม่ปรากฏกาย แล้วเขาก็มา…

เปล่าค่ะ ไม่ใช่ ซัวเรซ แต่เป็นเอียน แอร์ 5555+

จากนั้น ไม่นานนัก มีผู้ชายร่างท้วมหน้าตาดูใจดี แต่จริงจังคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพวกเรา กางไม้กางมือ พูดอะไรซักอย่างที่เราฟังไม่รู้เรื่อง …เราเริ่มคิดว่า เขาอาจเป็นเจ้าหน้าที่ของโรงแรม และเห็นพวกเรามายืนลับๆล่อๆกันแถวนี้นานแล้วก็ได้ เลยคิดว่าต้องมาจัดการเสียที เพื่อไม่ให้ล็อบบี้โรงแรมไม่น่าดู เขาพูดอะไรก็ไม่รู้ที่เราก็ไม่ได้ตั้งใจฟัง แถมยังเริ่มเดินออกห่าง จนพี่พนักงานคนไทยของโรงแรมเดินเข้ามาและแปลสิ่งที่เขาพูดให้ฟังว่า

…เขามีตั๋วเข้างานเหลือ 1 ใบ สามารถพาพวกเราเข้าไปได้ 1 คน

พอเราได้ยินพี่พนักงานโรงแรมพูด เรารีบเงยหน้ามองเขา เขาก็ถามในสิ่งที่พวกเราเริ่มจะรับรู้รับฟังว่า

“พวกคุณเป็นแฟนลิเวอร์พูลใช่มั้ย ผมมีบัตรเหลือพาเข้าไปได้ 1 คน แต่คนเดียวเท่านั้นนะ ขอให้คนที่เขาไปเป็นคนที่พูดภาษาอังกฤษได้”

คือ มันเป็นอะไรที่น่าตกใจมาก เราตกใจมากจริงๆ อึดใจหนึ่ง เราก็เลยเชียร์ให้ “คุณนายที่เจ็ด” เป็นคนเข้าไป

10305325_827979367212310_5773161203935382993_n

 

เราคิดเพียงว่า นี่คืองานของหลุยส์ ซัวเรซ และคนที่จะมีความสุขมากที่สุดจากการได้เห็นซัวเรซเดินขึ้นไปรับรางวัลก็คือ พี่สาวของเราคนนี้แหละ เธอสมควรเป็นคนเข้าไปในงานนี้อย่างที่สุดแล้ว ในความรู้สึกของเรา

แต่เธอก็ดูละล้าละลัง เพราะคิดว่า น้องนกและน้องนุกน่าจะได้รับสิทธิ์นั้นมากกว่า อันเนื่องมาจาก พวกเราได้รู้ข่าวงานนี้จากน้องทั้งสองคนที่พักอยู่ที่นี่ ดังนั้น น้องทั้งสองคนก็มีสิทธิ์อย่างเต็มที่เช่นกันที่จะเข้าไปในงาน

แต่น้องทั้งสองคนก็น่ารักมาก สนับสนุนให้ “คุณนายที่เจ็ด” เป็นตัวแทนพวกเราทุกคนลงไปในงานนั้น

และในที่สุด “คุณนายที่เจ็ด” พี่สาวของเราก็เดินตามชายร่างท้วมคนนั้นลงไปในงาน…

หลังจากนั้น พวกเราก็มานั่งรอกันที่โซฟา สิ่งที่เราคิดในตอนนั้น คือ ถามตัวเองซ้ำๆว่านี่คือความจริงใช่มั้ย มันเกิดขึ้นได้ยังไง มันเป็นไปได้ยังไง พี่สาวของเรากำลังอยู่ในงานประกาศรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของสมาคมนักข่าวฟุตบอล นี่คือเรื่องมหัศจรรย์ที่สุดเรื่องหนึ่งในชีวิตที่เราได้เคยมีส่วนร่วมด้วย เราแค่อยากมายืนเฝ้าดูอยู่ห่างๆเท่านั้นเอง แต่สิ่งที่พวกเราได้รับมันกลับมากกว่านั้น และ “คุณนายที่เจ็ด” ก็น่ารักมาก นางส่งข้อความรายงานสถานการณ์ตลอดเวลาที่พอจะทำได้ว่า นางได้ไปเจอใครบ้าง ได้ถ่ายรูปกับใครมาบ้างแล้ว ในงานกำลังเกิดอะไรขึ้น

ที่ดูจะน่าเสียดายที่สุด คือ นางส่งข้อความมาบอกว่า ซัวเรซไม่มา ให้บีร็อดขึ้นไปรับรางวัลแทน

แต่ถึงเป็นอย่างนั้น เราก็ยังคิดว่า มันคุ้มค่าที่สุดแล้วที่นางได้มีโอกาสไปอยู่ในงานนี้ เพราะอย่างไรก็เป็นงานของซัวเรซ นางเล่าว่า มีภาพซัวเรซเต็มงาน มีวิดีโอรวมผลงานของซัวเรซฉาย และเมื่อบีร็อดขึ้นไปรับรางวัล ก็ย่อมต้องพูดถึงซัวเรซ ทุกสิ่งรอบตัวล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับนักเตะที่เรารักและชื่นชม ยังไงมันก็คือประสบการณ์และความรู้สึกอันล้ำค่าอย่างแน่นอน

เราเองรู้สึกมีความสุขไปกับพี่สาวของเราด้วยอย่างมาก น้องทั้งสองคนที่อุตส่าห์เสียสละให้พี่สาวของพวกเราลงไปในงานนี้ ต่างก็ยืนยันว่า “คุณนายที่เจ็ด” เหมาะสมแล้วที่จะเป็นผู้ได้เข้าไปในงานนี้ น้องนกบอกว่า อยากจะลงไปถ่ายภาพความเปรมปรีด์ของ “คุณนายที่เจ็ด” มากยิ่งกว่าไปถ่ายรูปนักเตะเสียอีก

เมื่องานเลิกราวๆ 4 ทุ่มกว่า “คุณนายที่เจ็ด” ก็ส่งข้อความมาบอกว่า กำลังจะขึ้นมาแล้ว ให้เราไปเตรียมรอแถวๆทางขึ้น เผื่อว่าใครจะเดินขึ้นมา เราก็ตะครุบ เอ้ยยยย ไม่ช่ายยยย ก็จะได้ทักทายและขอถ่ายรูป ซึ่งขณะที่เรากำลังยืนรอพี่สาวของเราอยู่นั้น ก็มีนักข่าว 2 คนเดินขึ้นมา พอพวกเขาเห็นพวกเรา ก็พูดอะไรบางอย่าง ที่เราได้ยินไม่ถนัด แต่น้องนกบอกว่า เขาพูดว่า “คาร์รายังไม่ขึ้นมา” …เอิ่มมมม คือ เหมือนเรา 5 คนจะทำให้เค้าจำได้ซะแล้วว่ามายืนแถวนี้ทำอะไร แบบว่าก็แอบอายอยู่นะ แต่ก็ยังรอต่อไปอยู่ดี 5555+

และพอ “คุณนายที่เจ็ด” เดินขึ้นมาพร้อมกับนักข่าวราวท้วมที่พานางเข้างาน พวกเราก็รีบเข้าไปหาด้วยความตื่นเต้น คุณนักข่าวคนนั้นมองพูดเราด้วยสายตาทึ่งๆและถามว่า

“นี่พวกคุณรออยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหนเลย ไม่ออกไปข้างนอกเลยหรือ”

พวกเราก็ตอบว่า ใช่ เรารออยู่ตรงนี้ เมื่อยก็ไปนั่งที่โซฟา

เขาทำหน้าเหลือเชื่อและพูดทำนองว่า พวกเรานี่ช่างอดทนรอได้สุดยอดดีแท้ พวกเราก็ยิ้มขำๆกันไป

“คุณนายที่เจ็ด” เลยแนะนำให้น้องๆได้รู้ว่า คุณนักข่าวผู้ใจคนนี้ชื่อว่า “พอล” เป็นนักข่าวอิสระ ทำงานอยู่เว็บไซด์ NewsandSport และ London24 เป็นแฟนเชลซี และนางก็ยังถามพอลว่า จะให้พวกเราลงไปในงานได้มั้ยในตอนนี้

พอลตอบแบบเปิดกว้าง เขาบอกทำนองว่า

“ไม่แน่ใจ แต่ลองดูก็ได้นะ ถ้าเจ้าหน้าที่ข้างล่างไม่ว่าอะไรก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ถ้าเขาว่าก็คงต้องยอมรับ”

10302638_633617820065924_8537165155868895594_n

 

แต่พวกเราก็ตัดสินใจที่จะไม่เดินลงไป เลือกรออยู่ตรงทางออกนี่แหละ และไม่นาน เจมี่ แรดแนปป์ก็เดินขึ้นมา …พี่เร้ดเดอร์คุยติดพันอยู่กับเพื่อนของเขา ซึ่งเมื่อเพื่อนของเขาเห็นว่าพวกเรากำลังจ้องมองอย่างหื่นกระหาย (เฮ้ยยยยย ไม่ใช่แระ แต่ก็ใกล้เคียง 555+) เขาก็สะกิดให้เรดแนปป์รู้ และพวกเราก็ได้ผลัดกันถ่ายรูปคู่กับอดีตกัปตันทีมลิเวอร์พูลสุดหล่อ …คือ อายุทำอะไรพี่เร้ดเดอร์ไม่ได้เลยจริงๆ

แต่เราว่าคาร์ราหล่อและดูดีกว่า ฮี่ๆๆๆๆ

พอนางจากไป เราก็ตั้งความหวังอย่างแรงกล้าว่า นาทีใดนาทีหนึ่ง คาร์ราจะเดินขึ้นบันไดมา และเราจะได้ถ่ายรูปกับเขาซักครั้ง…

ระหว่างที่รอคาร์รา ก็มีนักข่าวอีก 2 คนที่เป็นเพื่อนของ “พอล” เข้ามาคุยกับพวกเรา เขาถามว่า

“พวกคุณเป็นแฟนลิเวอร์พูลกันหมดเลยเหรอ”

พวกเราตอบว่า “ใช่แล้ว” และยิ้ม พร้อมถามกลับว่าเขาล่ะเชียร์ทีมอะไร

“อาร์เซน่อล” เขาตอบ และถามว่า พวกเรามาจากไหน

“ไทยแลนด์”

“โอ้ ที่นั่นแฟนลิเวอร์พูลเยอะมากเลยนะ”

…คุยกับใครที่นี่ ทุกคนต้องพูดว่า ที่เมืองไทยนี่เป็น biggest livepool fan กันหมดเลย …ทำให้เราประหลาดใจเล็กๆ เพราะไม่ได้คิดว่าในประเทศไทยจะมีคนเชียร์ลิเวอร์พูลเยอะขนาดเป็น biggest แต่ก็ภูมิใจนะคะ และเขาก็เหลือบไปเห็นสูจิบัตรงานในมือของ “คุณนายที่เจ็ด” เขาก็ถามพวกเราที่เหลือว่า

“พวกคุณไม่มีใช่มั้ย” ว่าแล้วก็เปิดกระเป๋าหยิบสูจิบัตรที่เขามีอยู่ 2 เล่มให้และสะกิดเพื่อนอีกคนว่ามีอีกมั้ย ซึ่งก็รีบหาให้ซึ่งเขามีอยู่เล่มเดียว ทำให้มันไม่ครบคน เขาบอกว่าเดี๋ยวเขาไปหามาให้อีกเล่ม และเดินกลับเข้าไปในงาน ท่ามกลางเสียงร้องบอกของพวกเราว่า “ไม่เป็นไรๆๆๆ” แต่เขาไม่ฟังเลย

ไม่นานนักเขาก็กลับมาพร้อมสูจิบัตรอีกเล่ม ทำให้พวกเราได้รับสูจิบัตรงานกันครบทุกคน …น่าประทับใจมากกกกกกกกก

พวกเราขอบคุณเขากันยกใหญ่เลย

“คุณนายที่เจ็ด” ถึงกับประกาศว่าจะเชียร์อาร์เซน่อลให้ได้แชมป์เอฟเอ คัพ เลยทีเดียว 5555+

10289842_828248483852065_8262150219156469626_n

 

พอคุณนักข่าวที่น่ารักทั้งสองคนจากไป เราก็รอแล้วรอเล่า ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาคาร์รา จนกระทั่งมีคนคุ้นเคยอีกคนเดินขึ้นมา ไม่ใช่ใครที่ไหน เอียน แอร์ ค่ะ …เขาดูจะจำพวกเราได้ ก็เลยขอถ่ายรูปกับเขาซะหน่อย (เดี๋ยวเขาจะผิดหวังที่อุตส่าห์เดินผ่านมาแล้วอดถ่ายรูปกับพวกเรา …เอิ่ม ใช่เหรอวะ 555+)

เราเริ่มกังวลถึงเรื่องเวลา เพราะตอนนั้นมันใกล้เที่ยงคืนเต็มทน กลับรถไฟใต้ดินจะปิด และเราจะไม่สามารถกลับที่พักได้ เราเลยเริ่มเปรยๆกับ “คุณนายที่เจ็ด” และ “หาดทราย สายลม แสงดาว” ว่า กลับมั้ย เพราะเดี๋ยวรถไฟใต้ดินปิดจะลำบาก “คุณนายที่เจ็ด” บอกว่า นางไม่มีปัญหา เพราะนางได้ถ่ายรูปกับคาร์ราไปแล้ว แล้วแต่เรากับ “หาดทราย สายลม แสงดาว” เลย ถ้าเราสองคนจะอยู่รอ ก็อยู่ได้ ถ้าจะกลับก็แล้วแต่ เราสองคนเห็นว่า กลับดีกว่า ไม่รู้นานแค่ไหนคาร์ราถึงจะออกมา และถ้าเกิดเขาพักที่โรงแรม เขาก็อาจจะกลับขึ้นห้องพักไปแล้วก็ได้ ซึ่งเราออกจะคิดว่า คาร์ราน่าจะพักที่นี่เหมือนกับบีร็อด (คุณพ่อของน้องนกและน้องนุก เห็นบีร็อเช็คอิน) เพราะถ้าจะกลับลิเวอร์พูล มันก็ไม่ใช่ใกล้ๆ และนี่มันก็ดึกมากแล้วด้วย

สรุปพวกเราสามคนเลยตัดสินใจกลับที่พัก โดยที่น้องนกและน้องนุกยังเฝ้าอยู่เพราะน้องทั้งสองพักที่นี่ และน้องก็สัญญาว่าถ้าเจอคาร์ราจะโทรไปบอก พวกเราก็เลยร่ำลากับน้องสาวที่น่ารักทั้งสองคนที่ล็อบบี้โรงแรมนั่นเอง

โดยส่วนตัว ก็เสียดายนิดหน่อยนะคะ ที่ไม่ได้ถ่ายรูปกับคาร์รา แต่วินาทีที่เราหันไปเห็นเขามันจะคงอยู่กับเราไปตลอดกาล เหมือนกับทุกวินาทีแห่งความทรงจำในทุกๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เราเหยียบแผ่นดินอังกฤษจนถึงนาทีที่เหยียบแผ่นดินไทยในอีกหนึ่งสัปดาห์ถัดมานั่นแหละ

…ถ้าให้บรรยายความรู้สึกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดค่ำวันนั้น มันบอกไม่ถูกเลย เราจินตนาการภาพการยืนรอคอยแบบตอนไปรอนักเตะลิเวอร์พูลที่โรงแรม ตอนมาเยือนเมืองไทย แค่ไม่ได้มีใครมารอนอกจากพวกเรา 5 คน และคนที่เรารอก็คือ หลุยส์ ซัวเรซ คนเดียว ไม่ใช่นักเตะทั้งทีม และเราคงแค่ได้เห็นเขาเดินผ่านไป ถ้าโชคดีก็อาจได้จับไม้จับมือ หรือถ่ายรูปซักนิด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงมันเหนือกว่าที่จินตนาการไว้มาก แม้ซัวเรซจะไม่ได้มางาน แต่การได้เจอคิง เคนนี่, เจมี่ เรดแนปป์, เจมี่ คาร์ราเกอร์ และเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ได้ถ่ายรูปกับพวกเขาบางคน และการที่หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มเราได้ลงไปในงาน ซึ่งไม่ได้เป็นงานที่พวกเรามีสิทธิ์เข้าไปเลยด้วยซ้ำ มันเป็นอะไรที่เหลือเชื่อมากๆ หรือการที่มีคนพยายามไปหาสูจิบัตรมาให้พวกเรา ทั้งๆที่เขาไม่จำเป็นต้องทำให้เลยก็ได้ คือ มันเป็นที่สุดแห่งความประทับใจแล้วจริงๆ

เราจะไม่มีวันลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในโรงแรม Lancaster ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2014 ไปตลอดชีวิตของเรา เพราะมันไม่ใช่แค่การได้เจอกับบุคคลที่เราชื่นชม แต่เรายังได้รับน้ำใจจากคนที่เราไม่รู้จักด้วยซ้ำ น้ำใจเล็กน้อยที่มันนำมาซึ่งความประทับใจไม่รู้ลืม

สุดท้ายนี้ อยากจะบอกทุกคนว่า ถ้าคุณฝันอยากไปไหน จงพยายามไปให้ได้ ถ้าคุณฝันอยากทำอะไร จงพยายามทำให้ได้ มันสำคัญเลยว่ามันจะมากหรือน้อยในสายตาใคร ไม่สำคัญเลยว่ามันจะสมบูรณ์แบบเท่ากับที่เราวาดหวังไว้หรือไม่ เพราะบางที แค่คุณไปยืนอยู่ในที่ที่คุณฝันใฝ่ หรือขณะที่กำลังกระทำในสิ่งที่คุณวาดฝัน คุณอาจรู้สึกเหมือนว่ากำลังยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกแล้วก็เป็นได้

ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่มีฝัน…

YNWA

 

เล่าเรื่องโดย : howk_ky

ผู้ร่วมติ่ง : คุณนายที่เจ็ด, หาดทราย สายลม แสงดาว น้องนก และน้องนุก

ปล. ขอบคุณภาพประกอบหลายๆภาพ จากความว่องไวในการกดชัตเตอร์ของน้องนกไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะจ๊ะ

 

2 Comments

  • อิจฉาจังค่ะ ได้ไปดูทีมรัก พร้อมได้เจอนักเตะและผู้จัดการทีม
    กับเพื่อนๆ ร่วมทัวร์ที่น่ารัก
    ฝันเหมือนกันค่ะว่าสักครั้งหนึ่งในชีวิตจะไปแอนฟิลด์
    เก็บเงินมาร่วม 10 ปีแล้ว ตอนนี้มีปัญหาแค่ว่าหาเพื่อนไปด้วยไม่ได้
    เพราะเค้ามีครอบครัวกันหมด หาเวลาให้ตรงกันยากมากๆ
    แต่ไม่ว่ายังงัยก็จะไม่หยุดฝันค่ะ
    ถ้าหากมีใครในทีมคิดจะไปแอนฟิลด์อีกซักรอบ
    ขอเป็นติ่งตามไปด้วยคนนะคะ

Leave a Reply