คะแนนความสามารถ และบทวิเคราะห์หลังเกมแมน ซิตี้ชนะลิเวอร์พูล 3-1

by

ก่อนเกม และ 11 ตัวจริง

ลิเวอร์พูลเพิ่งเปิดตัว มาริโอ บาโลเตลลี แต่กองหน้าชาวอิตาลียังไม่พร้อมในเกมนี้ ท่ามกลางข่าวว่า ลูคัส เลวา กำลังจะย้ายไปเล่นในอิตาลี ไม่มีชื่อในเกมนี้ ที่เหลือ แต่ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ แบ็คซ้ายที่ย้ายมาในสัปดาห์ที่แล้วได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทันที โดยเกล็น จอห์นสัน ถูกโยกกลับไปเล่นในทางด้านขวาทำให้ ฆาเบียร์ มานกิโย่ หลุดไปนั่งสำรอง และโจ อัลเลน ที่เปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรอง และทำผลงานได้ดีในเกมล่าสุดได้โอกาสเป็นตัวจริง ที่เหลือยังเป็นนักเตะในชุดเดิม

รูปเกม

แมนฯ ซิตี้ครองบอลได้ 53 ต่อ 47 % ขณะที่โอกาสยิง  9-11 เข้ากรอบ 4 ต่อ 3 จะเห็นได้ว่าสถิติทั้งสองทีมแทบไม่แตกต่างกันมากนัก แต่เจ้าบ้านได้ความเด็ดขาดในการทำประตูในพื้นที่สุดท้าย โดย โจ ฮาร์ต เซฟไป 3 ขณะที่ ไซม่อน มินโญเลต์ เซฟไป 1 ครั้ง เกมในครึ่งแรกสูสีกันมา ลิเวอร์พูลดูจะมีโอกาสจะแจ้งกว่าด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามความผิดพลาดในการยืนตำแหน่งในช่วงปลายครึ่งแรกเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ครึ่งหลังทีมเล่นได้ยากขึ้น

หลังตกเป็นฝ่ายตามหลัง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ใจเย็นในช่วงต้นยังไม่ปรับทัพ แต่เมื่อทีมถูกทิ้งห่างจากความผิดพลาดทีมต้องปรับเปลี่ยนเปิดเกมมากยิ่งขึ้น และทำให้ถูกลงโทษ แม้ว่าหลังจากนั้นเมื่อริคกี แลมเบิร์ตลงมา และทำให้ทีมตีเสมอ รวมถึงเกือบได้ลุ้น 2-3 แต่พอ เกล็น จอห์นสัน, มาร์ติน สเคอร์เทล และอัลเบร์โต้ โมเรโน่ ผลัดกันบาดเจ็บท้ายเกม โดยเฉพาะจีเจเล่นต่อไม่ไหวขณะที่ทีมเหลือ 10 คน เกมเลยจบโดยปริยาย

คะแนนความสามารถรายตัว1-0 miss

มินโญเลต์ 4 : น่าจะทำได้ดีกว่านั้นในการป้องกันทั้ง 3 ประตู แม้ว่าสองลูกแรกอาจจะสุดวิสัย แต่การเสียจากจังหวะเสาแรกที่อาจจะทำให้ใครหลายคนคิดถึงเปเป้ เรน่าที่ถนัดการป้องกันลูกเสาแรกมากกว่า นอกจากนั้นยังออกบอลไม่ดีตามเคย ลูกเปิดยาวมักจะตามด้วยการเสียบอลให้คู่แข่งบุกกลับแทน ลูกที่สามผิดพลาดในการยืนตำแหน่งอย่างชัดเจน

จอห์นสัน 4.5 : เล่นดีขึ้นกว่าเกมก่อนหน้านี้ แต่ยังช้าไปทั้งจังหวะขึ้น และลง ไม่สามารถป้องกันลูกเสียประตูที่สองได้(ทั้งที่จังหวะนี้น่าจะพุ่งกันโยเวติชมากกว่ายืนคุมเส้น) แต่ที่แย่คือขึ้นเกมรุกแล้วเสียบอล ขณะที่เกมรับก็ไว้ใจไม่ได้เท่าไหร่ ก่อนจะเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหวที่อาจจะทำให้เสียตำแหน่งยาว

สเคอร์เทล 6 : เล่นได้ดีพอใช้ ไม่มีความผิดพลาดส่วนตัวในเกมนี้ ก่อนจะมีการบาดเจ็บรบกวนท้ายเกม แต่ก็ลงเล่นจนจบ โดยรวมนับว่าหยุดเอดิน เชโก้ได้ดีในลูกกลางอากาศ

ลอฟเรน 4.5 : เริ่มเกมได้ดี บัญชาเกมรับได้น่าสนใจ แต่มาผิดพลาดร่วมกับโมเรโน่ในการปิดพื้นที่ในจังหวะเสียประตูแรกทั้งขยับออกมาด้านซ้ายน้อยเกินไป และโหม่งสกัดออกมามาไม่ขาดแม้จะต้องยอมรับว่ามีโชคร้ายประกอบด้วยก็ตา  ลูกที่สามตามประกบ เซร์คโอ อเกวโร่ ‘กุน’ ไม่อยู่  และเป็นเกมที่มีข้อผิดพลาดค่อนข้างมาก

โมเรโน่ 4.5 : เกมโดยรวมทำได้ดี แม้จะถูกเพ่งเล็งแน่กับความผิดพลาดในจังหวะเสียประตูแรกทั้งเปิดพื้นที่ด้านใน และยังเตะสกัดพลาด แม้อาจจะต้องการเวลาปรับตัวสักนิด ประกบไม่ดีพอในจังหวะปล่อยให้คู่แข่งเปิดบอลในลูกที่สาม แต่แสดงออกถึงเลือดนักสู้เล่นเกมจบเกม อย่างไรก็ตามยังขึ้นลงในเกมรุก และรับได้มีแววในอนาคต

โจ อัลเลน 5 : ช่วยทีม พลิกบอลได้ในบางจังหวะ และช่วยเกมป้องกันได้พอสมควร อย่างไรก็ตามไม่ช่วยให้แดนกลางต่อกรกับแมนฯ ซิตี้ เล่นได้ดีในเกมรับ แต่เกมรุกไร้บทบาท

เจอร์ราร์ด 4.5 : พอจะเปิดบอลยาวให้ได้ลุ้นอยู่บ้าง แต่มีส่วนช่วยเกมรับไม่ดีพอ นอกนั้นไม่รู้ว่าจะให้คะแนนตรงส่วนไหน

เฮนเดอร์สัน 5 : ขยันเช่นเคย แต่ไม่มีส่วนร่วมกับเกมมากนัก เปิดบอลไม่ผ่านแนวรับแมนฯ ซิตี้ ต้องปรับปรุงจังหวะสุดท้ายทั้งการเข้าทำ และการเปิดบอลให้เพื่อนเข้าทีมอีกมาก

คูตินโญ่ 5 : เรียกใบเหลืองจากยาย่า ตูเร อย่างงดงามในครึ่งแรก และมีลูกเปิดกล้าได้กล้าเสียในช่วง 45 นาทีแรก อย่างไรก็ตามแผ่วไปต้นครึ่งหลังจนถูกเปลี่ยนตัวออกอีกครั้งในเกมนี้

สเตอร์ลิง 6 : แบกจังหวะขึ้นเกมรุกของทีมในเกมนี้ โดยเฉพาะจังหวะเปิดให้เฮนเดอร์สันได้ลุ้นประตูในครึ่งแรก แต่บทบาทหายไปในช่วงครึ่งหลัง และถูกเปลี่ยนออกในที่สุด

สเตอร์ริดจ์ 7.5 : เทียบกับโอกาสที่เพื่อนร่วมทีมสร้างให้ นับว่าเป็นคนเดียวที่เล่นได้อันตราย และทำให้กองหลังของแมนฯ ซิตี้ รวมถึงผู้รักษาประตูต้องออกแรงมากที่สุด และเปิดบอลให้ทีมได้ประตูตีไข่แตก และเกือบช่วยให้ทีมได้ประตูที่สองไล่ตามมา เห็นได้ชัดว่าต้องการผู้ช่วยในแดนหน้า

สำรอง

มาร์โควิช 6.5 : วูบวาบในการประสานงานช่วงต้นที่ลงสนามกับโมเรโน่ทางฝั่งซ้าย แสดงให้เห็นว่ามีความเร็ว และสร้างสรรค์โอกาสได้ดี แต่ลงมาในช่วงที่เกมค่อนข้างปิด โดยรวมยังให้คะแนนมากกว่านี้ได้ยาก

ชาน 5.5 : ลงมาช่วยครอบคลุมพื้นที่แดนกลาง แต่ก็เสียใบเหลืองเร็วเกินไป และอาจจะนับว่าเกมค่อนข้างขาด แม้ว่าจะมีสัญญานที่ดีอยู่บ้าง

แลมเบิร์ต 6.5 : เกือบทำประตูแรกในชุดลิเวอร์พูลจากลูกกลางอากาศ(ก่อนที่จะมีการตัดสินเป็นการทำเข้าประตูของซาบาเลต้าในเวลาต่อมา) และแสดงให้เห็นว่าเป็นซูเปอร์ซับที่พอหวังผลได้ น่าเสียดายที่เกมขาด และการบาดเจ็บของจอห์นสันทำให้ท้ายเกมไม่ได้เห็นการเปิดบอลริมเส้นเข้าไปให้เขาลุ้นโหม่งมากกว่านี้ เวลาอยู่ในสนามน้อยเกินไปหน่อย ฃ

ผู้จัดการทีม

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส 6 : พูดถึงรูปแบบการเล่น และแท็กติกในเกมนี้ทำได้สูสีกับแมนฯ ซิตี้ เจ้าถิ่น แต่แพ้เรื่องประสบการณ์ และความเด็ดขาดของนักเตะในสนาม ในเกมนี้อาจจะต้องย้อนตั้งแต่ต้นเกมที่เลือกประสบการณ์ของจีเจ แทนที่จะเป็นมานกิโย่แสดงว่ายังไม่กล้าพอ เป็นอีกเกมที่เปิดหัวด้วยระบบ 4-3-3 อาจจะต้องพิจารณาเปลี่ยนระบบในเกมถัดๆ ไป ตัดสินใจส่งชาน และแลมเบิร์ตลงไปช้าพอสมควรในขณะที่เกมต้องการประตูคืนอย่างรวดเร็ว มีการบ้านต้องแก้ในหลายๆ จด

แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : แดเนียล สเตอร์ริดจ์

วิเคราะห์หลังเกม

ก่อนเกมนี้ตามหน้าเสื่อลิเวอร์พูลเป็นรองตั้งแต่แรก อย่างไรก็ตามแฟนบอลลิเวอร์พูลคงจะหวังจะเก็บอย่างน้อย 1 แต้มจากเกมนัดนี้ และด้วยฟอร์มนัดแรกที่แย่พอๆ กัน ทำให้ทั้งสองฝ่ายน่าจะมีโอกาส เพียงแต่จากที่พูดคุยเกจิกับหลายๆ คนตั้งแต่ก่อนเกมเห็นตรงกันว่าประตูแรกอาจจะตัดสินผลการแข่งขัน และถ้าลิเวอร์พูลยันสกอร์ผ่าน 45 นาทีแรกได้ก็อาจจะมีโอกาสในเกมนี้

และเหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งกับประตูที่ทีมเสียไปในช่วงปลายครึ่งแรก ซึ่งหากจะมองเป็นความผิดพลาดส่วนบุคคล จริงๆ ลูกนี้คล้ายกับจังหวะเสียประตูให้กับเซาท์แฮมป์ตัน ในเรื่องพื้นที่ระหว่างเดยัน ลอฟเรน กับแบ็คซ้าย แม้ว่าจะสกัดลูกโหม่งได้ และบอลดันไปเข้าทางโยเวติช แต่ย้อนไปดูช็อตก่อนหน้านั้นต้องบอกว่าน่าจะรับผิดชอบด้วยกันทั้งคู่

ประตูดังกล่าวทำให้เกมที่ 50-50 อยู่ในช่วงก่อนหน้านั้น กลายเป็นงานยากของลิเวอร์พูลทันที เพราะแผนที่วางไว้ดูจะเป็นการเล่นเกมชิงจังหวะ ซึ่งก่อนจะเสียประตูดังกล่าว แม้ว่าโอกาสของลิเวอร์พูลจะน้อย แต่ก็มีให้ได้ลุ้นไม่แพ้เจ้าถิ่น ถึงจะครองบอลน้อยกว่าอยู่บ้าง แต่ประตูดังกล่าวกลายเป็นจุดตัดสินเกม

แน่นอนว่าความเด็ดขาดมีส่วนสำคัญทั้งประตูที่สอง และสามของโยเวติช และกุน ทำให้งานของลิเวอร์พูลเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา แต่ประตูแรกทำให้ทีมต้องหันไปเล่นเกมรุก และเปิดพื้นที่มากขึ้นจนถูกลงโทษ ซึ่งมันเดย์ ไนต์ ดูจะยังเป็นอาถรรพ์ของทีม และการแพ้นอกบ้านนัดแรกในรอบปี 2014 ยังต้องดูมาตรฐานยาวๆ (นัดหน้าไปไวต์ ฮาร์ต เลน ก็หนักไม่แพ้กัน)

สัญญานดีๆ อย่างน้อยๆ แม้จะมีส่วนผิดพลาด และยังสื่อสารกันไม่ดีระหว่าง โมเรโน่ กับลอฟเรน แต่ทักษะ และความสามารถ ความเร็วในตัวฟูลแบ็คสเปนน่าจะทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในระยะยาว เทียบกันแล้วให้นักเตะเล่นดียาวๆ ดีกว่ามองแค่เกมเดียว แต่อาจจะต้องรอลุ้นว่า โมเรโน่, สเคอร์เทล และจีเจจะพักกันยาวแค่ไหน แต่รายหลังหลายคนอาจจะลุ้นในแบบตรงข้าม(แฮ่ม!)

ลาซาร์ มาร์โควิช ใช้เวลาในช่วงสั้นๆ แสดงออกว่ามีโอกาสแย่งตำแหน่งตัวจริงในทีมได้เหมือนกัน ขณะที่แลมเบิร์ตก็สามารถลงมาพลิกสถานการณ์ให้กับทีม และการเพิ่มตัวเลือกในแดนหน้าสองเกมติดต่อกันแสดงให้เห็นว่าสเตอร์ริดจ์จะทำได้ดีขึ้น ดังนั้นการมาของมาริโอ บาโลเตลลีอาจจะตอบโจทย์ตรงจุดนี้ได้ในบางสถานการณ์ของเกม

ผลการแข่งขันไม่ได้พลิกความหมาย แต่ลิเวอร์พูลไม่สามารถทำตามความคาดหวังได้ และนั่นแปลว่าทีมต้องไปแก้ตัวในเกมอื่นๆ  2 นัดแรกกับ 3 แต้มยังไม่นับว่าขี้เหร่หากมีอะไรติดมือจากเดอะ เลนในสัปดาห์หน้า

ก็ได้แต่หวังว่าทีมชุดนี้จะใช้เวลาไม่นานเกินไปในการปรับตัว

และที่แน่ๆ กับสถิติที่ย่ำแย่ในมันเดย์ ไนท์ หวังว่าลิเวอร์พูลไม่ต้องเล่นในเกมวันจันทร์อีกยาวๆ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่!

เจ้าของที่ดาวศุกร์

Tanapong Tongmee, Bee Liverpool, Laemsing Yangklan, Rutchanoo Munrae, ช่าง มัน สิ, Matanee BoonMas, Thanin Charoenphan, Nay Wisamitanan, Jiradech Beau Pongpun, I'Ice Orachun Rakngam, Cavee Zerow, AE PK, เบนช์เซ้ แสบเหลือร้าย, Apichat Art Saetiao, หงส์ ซิ่ง, กะปุ่น น้อยนิด, Tem Kj, Anucha Buakhil, Namo Prasitchai Mangsachat, Auii Peerapon, Wich Threesulyuth, Janindr Hunchor, Chaturapone Tu Samui, Janews Sangruang, Liewlom Bunnag, Rattaphon Dew Ph, สถิตย์ชัย ลิเวอร์พูล, Wachira Laokayun, Bom Nattorn, แค๊ป เก้า นิ้ว, ThaiStick HippyGame, Phatcharapong Kitpalo, Sek Sittipong Matting, Elninyo Laninya, Sakchai Suphapburut, Pornchai Kittipokirat, Jeerasak Mangsarkoo, Jojo Chess, ธนิล โมลาดุก, Kajonded Jeab, นพดล พลายละหาร, Ball Wutthichai, Arucha Shane Khuansuwan, Supachai Boonprasert, วัชรวุฒิ พองพรหม, Sanan Phomthi, Naruwat Nopakun, Prajak Yupakarn, อัสรี ประสารการ, ธนภูมิ แสงแสน, Kittipong Tara, Surachet Patthum, เต็งหนึ่ง ไผ่ตัน, Chaiwat Yindeeroop, ซุ้ม พยัคฆ์คลาสสิค เหมืองจี้ ลำพูน, Anukorn Prongarkart, พยัคฆ์ สมุทร, Chatri Sirimongkolpawong, Teerawat Kaewdam, K'Kunchonsri Eve, Thanawat Chinnawong, Poom Anu, Tanatcha Jitjumnong, Rungfa Lim, Icekittanai KbNp, Ploysaiiping Sripayap, Vicky Vee, Anutr Baifern Thongthajittra, ThePoor Indy, Jeeraphan Arm Komutphan, Orawan Ta-ngam, Chaiyo Liverpool, Kanthon Rakkhum, Zenbonzakura Rebellion, Abo Clab, Siriwat Siriwat Wattanasin, Tanakorn Sukkong, Maprang Juthamas, Arm Chuaysong, Sunisa Tangpoo, New Änfield, Sao Kertkaew, Happy Anan, Noppon Chantanam, Bright Thamthiwat, ก้าวไปบนวิถีแห่งสวรรค์ เพื่อปกครองทุกสิ่ง, Pruttichai Wiwatwitayawong, Pichagon Prasungnoen, นักรบสายพันธิ์ใหม่ ไม่ได้โหดแต่อยู่ในโหมดฆาตรกร มือปืนกิ๊กก๊อก, อรรถพล กรองทอง, Puy Suphabchon, Joe Pisanu Phet-In, Toodtoo Kraiprab, ThawatChai SukSan, อภิชัยยะสิทธิ์ นาคนาคา, Nimito Ev, Somruethai Jaikla, Danuwasin Jamalee, Lift Sermchai Chawdon, Wittaya Sitthijinda, Tuch Phinuekram, ณัฐพล สมบูรณ์, Su Mang, Phadodo Thekop, Peet Peerapong, Chanwit Promchai, ปัง คุ๊งง, Bombay Narongpol, อิทธิพล จิตร์จักร์, Roheem Durabiab, Sorakrit Kasem, Sakulporn Modbaankhok Khamyord, Kutin Deng Tinsirisuk, จิระศักดิ์ ภวัครคุณ, Anan Bunloom, ท่าน ขุนตั้น liked this post

Leave a Reply