คะแนนความสามารถ และบทวิเคราะห์หลังเกมลิเวอร์พูลชนะเซาท์แฮมป์ตัน 2-1

by

คะแนนความสามารถ และบทวิเคราะห์หลังเกมลิเวอร์พูลชนะเซาท์แฮมป์ตัน 2-1

ก่อนเกม และ 11 ตัวจริง

ลิเวอร์พูลมีปัญหานักเตะบาดเจ็บ 4 ราย แต่สถานการณ์หลายๆ คู่วันเสาร์ถือว่าเป็นใจพอสมควร และแฟนบอลมั่นใจไม่น้อยว่าจะเก็บ 3 แต้มแรกได้ในบ้าน อย่างไรก็ตามการที่ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ส่งเอกสารไม่ทันวันศุกร์ทำให้ไม่มีชื่อในเกมนี้ บวกกับการบาดเจ็บของจอน ฟลานาแกน และโฆเซ่ เอ็นริเก้ ก็ยังไม่สมบูรณ์ ทำให้บีอาร์แทบไม่มีทางเลือกในการจัดทีมในตำแหน่งแบ็คซ้าย ต้องใช้เกล็น จอห์นสัน เช่นเดียวกับตำแหน่งของเอ็มเร ชานที่มีรายงานว่ายังไม่เต็มร้อยทำให้ ลูคัส เลวา ได้โอกาส นอกนั้นโดยรวมเป็นไปตามความคาดหมาย แต่การส่ง ฆาเบียร์ มานกิโย่ ลงเล่นนัดแรกจากที่ไม่เคยเล่นพรีเมียร์ลีก มาก่อน และมีประสบการณ์ลาลีกาไม่กี่นัดนับว่าบีอาร์กล้าไม่น้อย

รูปเกม

สถิติเมื่อจบเกมชัดเจนว่าลิเวอร์พู และครองบอลได้มากกว่า 56- 44 แต่สุดท้ายจบเกมทั้งสองทีมต่างมีโอกาสยิงเท่ากันที่ 10 – 10 แสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพการเล่นเกมนี้แทบไม่ได้แตกต่างกัน ครึ่งแรกลิเวอร์พูลดีกว่าอย่างชัดเจน แต่ครึ่งหลังนักบุญแก้เกมมาดีมาก โดยเฉพาะการเจาะทางด้านซ้ายของลิเวอร์พูลเห็นเด่นชัดตลอดครึ่งหลัง และทำให้แฟนบอลเดอะ ค็อปต้องขวัญผวาทุกครั้ง เกมโดยรวมพูดอย่างแฟร์ๆ ต้องบอกว่าสูสีกันมาก

คะแนนความสามารถรายตัว

มินโญเลต์ 8 : เป็นที่ทำให้หงส์แดงไม่แพ้ในเกมนี้ก็ว่าได้ด้วยการเซฟช็อตสำคัญๆ ที่ต้องเสียประตูอย่างน้อย 2 ครั้งในเกมนี้ รวมถึงจังหวะที่โดยปลายมือก่อนที่บอลจะชนคาน แม้ยังดูเสียวๆ กับจังหวะออกมาตัดบอลอยู่บ้าง และยังเปิดบอลได้แย่เหมือนเคย แต่การป้องกันประตูเข้าตามมากในเกมนี้

จอห์นสัน 4.5 : บ่อน้ำมันในเกมนี้ชัดเจน ขึ้นไม่สุด ลงไม่สุด มีส่วนรับผิดชอบกับประตูที่เสียไป ทั้งที่คู่แข่งขึ้นมาเพียง 2 คน แต่หุบเข้ามาช่วยเพื่อนไม่ทัน ป้องกันบอลเปิดจากริมเส้นด้านซ้ายของทีมแทบไม่ได้เลย

สเคอร์เทล 5.5 : ต้องรับผิดชอบกับประตูที่เสียไป กันลูกครอสไม่ดีในหลายจังหวะ โชคดีไม่ถูกลงโทษมากกว่านี้

ลอฟเรน 7 : ถูกโห่จากแฟนบอลทีมเยือนทั้งเกม แต่นิ่ง และเห็นได้ชัดถึงความเชื่อมั่น รวมถึงการสั่งการในแนวรับ น่าจะได้คะแนนมากกว่านี้หากกันจังหวะเสียประตูแรกจากบอลแรกได้ แต่โดยรวมมีส่วนประสานงานกับมินโญเลต์ได้ดีหลายจังหวะทำให้แนวรับดูนิ่งขึ้นอีกนิด

มานกิโย่ 7 : เล่นดีกว่าแบ็คด้านซ้ายเยอะ วิ่งขึ้นลงตลอดทั้งเกม แม้แต่จังหวะทดเวลาบาดเจ็บยังขึ้นไปช่วยรักษาบอลกับแดเนียล สเตอร์ริดจ์ ขึ้นไปครอสเสียอยู่บ้าง แต่สำหรับเกมแรกในพรีเมียร์ลีกต้องนับว่าเล่นได้น่าประทับใจพอสมควร

ลูคัส เลว่า 5 : ผ่านบอลง่ายเกินไป มีพลาด และถูกจับทางได้ แม้ว่าจะช่วยทีมได้ในหลายจังหวะ แต่บอดเกมรุก ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกหลังไม่ช่วยให้แดนกลางได้เปรียบทีมเยือน

เจอร์ราร์ด 5.5 : หายไปจากเกมพอสมควร โผล่มาเฉพาะจังหวะเปิดฟรีคิก ดูจะทับกับลูคัสในช่วงที่กองกลางบราซิลอยู่ในสนาม แต่กระเตื้องขึ้นหลังจากนั้น ผ่านบอลสวยๆ ได้พอสมควร

เฮนเดอร์สัน 8 : ขยัน เปิดบอลสวยๆ และได้ลุ้นทำประตู แย่งบอล ผ่านบอลได้ ตัดสินใจได้เร็วขึ้นมาก มีส่วนร่วมกับเกมจนกลายเป็นกำลังสำคัญแบบที่ทีมขาดไม่ได้ เด่นที่สุดในแดนกลางวันนี้

คูตินโญ่ 5.5 : ฟอร์มไม่ดีเหมือนช่วงเล่นเกมอุ่นเครื่อง ไม่สามารถหาช่องจ่ายบอลสวยๆ ได้ ความพยายามมีส่วนร่วมกับเกมมีมาก แต่ยังไม่ประสบผลในเกมนี้ ล้มง่ายไปหน่อยในบางจังหวะ สุดท้ายถูกเปลี่ยนตัวออกในที่สุด

สเตอร์ลิง 9 : ยิง 1 จ่าย 1 โดยเฉพาะลูกยิงลูกแรกหากเป็นซีซั่นก่อนๆ อาจจะไม่เข้า แสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะ และการเติบโตขึ้น มีส่วนกับจังหวะที่ได้ลุ้นประตูส่วนใหญ่ของทีม สร้างปัญหาให้กับคู่แข่ง และผู้รักษาประตูทีมเยือนsterling goal 1

สเตอร์ริดจ์ 7.5 : ทำประตูที่ทรงคุณค่า พยายามมีส่วนร่วมกับเกม แต่มีพื้นที่ว่างค่อนข้างน้อย เริ่มจะเล่นออกมากขึ้นหลังมี แลมเบิร์ต ลงมาช่วยในการดึงตัวกองหลังคู่แข่งออกไปบ้าง และฉีกไปเล่นด้านขวา แม้ว่าจะวูบวาบน้อย แต่มีทีเด็ดช่วยตัดสินเกมเช่นเคย

สำรอง

อัลเลน 7 : ลงมาในช่วงที่แดนกลางทีมเป็นรอง แต่ออกบอลให้ทีมผ่อนคลายในหลายสถานการณ์ และทำให้รูปเกมดีขึ้น มีส่วนผสานเกมรุก และรับ ที่มีส่วนให้ทีมกลับมาเก็บ 3 แต้มในที่สุด

แลมเบิร์ต – : เวลาน้อยเกินไปไม่ให้คะแนน

ผู้จัดการทีม

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส 7 : จัดทีมตามความจำเป็น แต่ก็กล้าได้กล้าเสียไม่น้อยที่ส่งมานกิโย่ลงเล่นเกมนี้ แก้เกมได้ดีในการปรับจาก 4-3-3 เป็น 4-4-2 แบบไดมอนด์ จนทีมกลับมาเก็บ 3 แต้มในท้ายที่สุด เหลือโควต้าเปลี่ยนตัวอยู่หนึ่งน่าจะใช้ค่าเวลาได้ มีการบ้านต้องแก้ ในเรื่องพื้นที่ระหว่างแดนกลางกับแดนหน้า รวมถึงฟูลแบ็คด้านซ้าย แต่ก็น่าจะแก้ปัญหานี้ได้ในสัปดาห์ต่อไปหลังเปิดตัว โมเรโน่ ไปเรียบร้อย

แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : ราฮีม สเตอร์ลิง

วิเคราะห์หลังเกม

แฟนบอลลิเวอร์พูลหวังจะได้เห็นทีมเก็บชัยชนะอย่างเด็ดขาด แต่หากใครลุ้นในช่วงครึ่งหลังต้องบอกว่าแทบไม่ต่างจากฤดูกาลก่อนๆ ที่แฟนบอลที่มีโรคหัวใจอาจจะต้องหลีกเลี่ยง! เกมนี้ลิเวอร์พูลไม่ได้เป็นต่อเซาท์แฮมป์ตันมากมายอะไร อย่างไรก็ตามเกือบแพ้เกือบเสมอ ดีกว่าเกือบชนะแน่ๆ 3 แต้มในวันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะโปรแกรมเดียวกันในซีซั่นที่แล้วลิเวอร์พูลไม่มีแต้ม ดังนั้นเท่ากับว่าทีม +3 แต้มเพิ่ม ที่เหลือก็คงต้องรอนักเตะที่บาดเจ็บอย่าง อดัม ลัลลานา และลาซาร์ มาร์โควิช มาช่วยด้านซ้าย และพื้นที่หลังกองหน้าที่เกมนี้ทีมดูจะมีปัญหา เพราะต้องโยกคูตินโญ่ไปเล่นริมเส้น หากได้สองตัวนี้หายเจ็บกลับมาก็น่าจะทำได้ดีขึ้น เช่นเดียวกับตรงกลางที่เอ็มเร ชานอาจจะพร้อมกว่านี้

แบ็คซ้ายคาดว่าสัปดาห์หน้าไม่น่าจะเห็นจีเจยืนด้านนี้อีกแล้ว และความเป็นแบ็คซ้ายธรรมชาติดีกรีแชมป์ยูโรปา อย่างโมเรโน่ที่วิ่งเร็ว ขึ้นลงไว น่าจะทำให้สมดุลด้านนี้ดีขึ้น และสเตอร์ลิงน่าจะมีคนประสานงานได้ดีกว่านี้ ขณะที่แลมเบิร์ตแสดงให้เห็นอยู่บ้างว่าการมีเขาลงมาเชื่อมเกม และอยู่ในสนามอย่างน้อยก็ดึงตัวประกบให้สเตอร์ริดจ์มีพื้นที่มากขึ้น ลิเวอร์พูลมีความยืดหยุ่นมากขึ้นแน่ๆ แต่อาจจะต้องมองแบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป และหวังว่าจะได้กองหน้าเพิ่มก่อนปิดตลาด

ท้ายเกมสเตอร์ริดจ์ไปเก็บบอลมุมธงด้านขวา ในสถานการณ์ที่ทีมนำอยู่เพียงลูกเดียวในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ถือว่าเป็นสัญญานที่ดีว่าทีมเรียนรู้ว่าต้องเก็บ 3 แต้มให้ได้มากกว่าจะหวังยิงเยอะอย่างเดียว กับสถานการณ์ในช่วงเวลานั้น เป็นสัญญานที่ดีที่ส่วนตัวมองว่าทีมชุดนี้เติบโตขึ้น

โจทย์ข้อแรกสอบผ่านแบบหวุดหวิด และต้องยอมรับว่าเทพีแห่งโชคเข้าข้างไม่น้อย แต่ก็นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีก่อน 37 เกมที่เหลือในลีก และเช่นกันจากผลการแข่งขันคู่ก่อนหน้านี้ทุกคู่ยังไม่มีทีมใดยิงขาดเกิน 2 ลูก แปลว่าพรีเมียร์ลีกยังต้องลุ้นแบบนี้กันอีก 37 นัด…

เตรียมหัวใจคุณไว้ให้ดี…

เจ้าของที่ดาวศุกร์

2 Comments

Leave a Reply