คะแนนความสามารถ และบทวิเคราะห์หลังเกมลิเวอร์พูลบุกชนะสเปอร์ส 3-0

by

 

ก่อนเกม และ 11 ตัวจริง

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จัดทีมได้ถูกใจแฟนบอลที่ชอบบู๊ไม่น้อยเมื่อส่ง มาริโอ บาโลเตลลี ลงเป็นตัวจริงทันที แทนที่ เฟลิปเป้ คูตินโญ่ ในแนวรุก และปรับมาเล่น 4-4-2 แบบไดมอนด์ หรือจะเรียกว่า 4-3-1-2 ก็ว่าได้ ขณะที่เกล็น จอห์นสันที่มีการบาดเจ็บเสียตำแหน่งให้ ฆาเบียร์ มานกิโย่ รายของมามาดู ซาโก้ ได้โอกาสลงเล่นตัวจริงแทนที่ มาร์ติน สเคอร์เทล ที่เจ็บมาจากเกมเดียวกับจีเจ แต่ข่าวดีคือ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ มีชื่อเป็นตัวจริง ที่เหลือยังเป็นชุดเดิม ส่วนแฟนบอลที่รอคอยการประเดิมสนามของอดัม ลัลลานายังต้องรอไปก่อน

รูปเกม

จบเกมสเปอร์สครองบอลได้ 60 – 40 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่มีความหมายอะไร เพราะรูปเกมเป็นลิเวอร์พูลที่สร้างโอกาสจะแจ้งได้มากกว่าอย่างชัดเจน ทั้งเกม สเปอร์ส ยิงเข้ากรอบครั้งเดียว และออกนอกกรอบ 4 ครั้ง ตรงข้ามกับลิเวอร์พูลที่ยิงเข้ากรอบไป 8 ออกไป 8 ครั้ง สมดุลเกมลิเวอร์พูลทำได้ดีกว่า โดยเฉพาะการสร้างโอกาสเข้าทำของราฮีม สเตอร์ลิง ลูกเปิดของสตีเวน เจอร์ราร์ด ที่ได้ลุ้นเข้าหัว หรือเปิดโอกาสให้มาริโอ บาโลเตลลี ตลอดทั้งเกมลิเวอร์พูลอาจจะมีจุดผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ แต่โดยรวมดีกว่าสเปอร์สค่อนข้างชัดเจนทั้งจังหวะรับ และรุก เป็นเกมที่เล่นได้เหนือกว่า และสมควรคว้า 3 แต้มกลับมาอย่างไม่ต้องสงสัย

คะแนนความสามารถรายตัวliverpool team

มินโญเลต์ 7 : เซฟลูกยิงปลายครึ่งแรกของนาเซอร์ ชาดลี ในช่วงปลายครึ่งแรก เกมนี้เปิดบอลจากตำแหน่งอันตรายออกมาไม่ผิดพลาดเหมือนเกมก่อนหน้านั้น นอกนั้นไม่ได้ทำอะไรมาก แต่ก็นับว่าเป็นช็อตเซฟที่สำคัญต่อคลีนชีตในเกมนี้

โมเรโน่ 8.5 : ตัดบอลจากกลางสนามด้านซ้าย ก่อนลากไปยิงผ่าน อูโก้ โยริส เป็นลูกที่งดงามที่สุดตั้งแต่เปิดหัวพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ เด่นทั้งเกมรุก รับ และการเติมเกมไม่มีหมด เกมรับถือว่าประสานงานกับมามาดู ซาโก้ ได้ดีพอสมควร การถนัดซ้ายเหมือนกันช่วยได้ไม่น้อย

ซาโก้ 6.5 : จ่ายบอลพลาดจนเกือบเสียประตู และดูลนลานในจังหวะเล่นบอล แต่มีส่วนกับการเช็คออฟไซด์สวยๆ และเข้าบอลได้อย่างแม่นยำ ประสานงานกับโมเรโน่ ได้ดี เล่นได้มั่นคงเรื่อยๆ ตามเวลาที่อยู่ในสนาม

ลอฟเรน 8 : เล่นดีกว่าสองเกมแรก ยังมีจังหวะผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ โดยเฉพาะช็อตเบียดแย่งโหม่งกับอเดบายอร์จน ชาดลี มีพื้นที่ในการยิงประตูครั้งเดียวในเกม แต่นอกนั้นตามไปช่วยเหลือเพื่อนหลายต่อหลายครั้ง และเป็นเสาหลักในแนวรับในเกมนัดนี้

มานกิโย่ 7 : นิยามในเกมนี้คือเล่นได้อย่างมั่นคง และมีประสิทธิภาพ แม้ว่าจะไม่ได้เติมเกมรุกมากนักในเกมนี้ เพราะทีมขึ้นบอลทางฝั่งซ้ายหลายจังหวะ แต่เล่นเกมรับได้ดี และมีข้อผิดพลาดน้อยมาก มีโอกาสแย่งตำแหน่งในระยะยาวจากเกล็น จอห์นสัน และน่าจะแข่งขันกับจอน ฟลานาแกนได้สนุก

โจ อัลเลน 7 : เล่นได้อย่างเข้าใจเกม ยอมเสียฟาวล์รับใบเหลืองในครึ่งแรก แต่ก็มีส่วนสำคัญในการตัดสินผลการแข่งขัน เมื่อขึ้นไปเรียกจุดโทษสำคัญที่ทำให้สกอร์ห่างเป็น 2-0 แย่งบอล และปิดพื้นที่ได้ดี โดยเฉพาะในครึ่งหลัง

เจอร์ราร์ด 6.5 : เล่นไม่ดีนักในครึ่งแรก แต่ยังอันตรายในจังหวะเปิดฟรีคิก เกือบได้แอสซิสต์ในหลายจังหวะ ทั้งการซ้อมลูกเปิดเตะมุมให้บาโลเตลลียิง ยังนำทีมได้ดี และรับผิดชอบการสังหารจุดโทษได้อย่างไม่มีข้อผิดพลาด แม้ไม่ใช่เกมที่ทำได้สมบูรณ์แบบนัก และกระเตื้องขึ้นในช่วงครึ่งหลัง

เฮนเดอร์สัน 7.5 : ขับเคลื่อนแดนกลางของทีม โดยเฉพาะจังหวะสอดไปรับบอลทางด้านขวาอย่างรู้ใจเพื่อน และเปิดใส่พานให้ สเตอร์ลิง ทำประตูแรกซึ่งทำให้ลิเวอร์พูลเล่นง่ายขึ้น มีส่วนรักษาสมดุลในเกมโต้กลับ

สเตอร์ลิง 9 : อันตรายทุกจังหวะที่ได้บอล สร้างความปั่นป่วนให้กับแผงหลังสเปอร์สต้องกุมขมับตลอดทั้งเกม น่าจะทำได้มากกว่า 1 ประตูในวันนี้ โดยเฉพาะจังหวะที่กระชากหลบกองหลังเจ้าถิ่น 3-4 ราย นอกจากนี้ยังช่วยเกมรับ ลองมาสอดรับบอลในแดนกลาง และทำหน้าที่ได้เกือบสมบูรณ์แบบที่คุณจะเรียกร้องจากนักเตะในตำแหน่งนี้

สเตอร์ริดจ์ 6.5 : อาจจะเงียบๆ  ในเกมนี้ แต่ก็เปิดพื้นที่ และสร้างโอกาสทำประตูได้สวยๆ ยิงลูกตอกสั้นของบาโลเตลลีหลุดกรอบไปเล็กน้อย ขยับลงต่ำ และฉีกไปเล่นริมเส้น ไม่ใช่เกมที่เด่นมากแต่ไม่แย่

บาโลเตลลี 7 : ไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ด แต่การเล่นของเขาทำให้สเปอร์สจับทางยาก สร้างโอกาสทำประตูได้ดี และยังประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมได้ไม่เลว มีส่วนในการเปิดพื้นที่แนวรับให้ สเตอร์ลิง มีพื้นที่ว่าง ได้ลุ้นจากลูกโหม่ง และเกือบทำประตูตั้งแต่ต้นเกม มีสัญญานที่ดีสำหรับอนาคต

สำรอง

มาร์โควิช, ชาน และเอ็นริเก้ : ลงมาช่วงเกมขาดแล้ว ไม่ให้คะแนน

ผู้จัดการทีม

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส 8 : ตัดสินใจถูกที่ปรับมาเล่นไดมอนด์ที่ดูเหมือนว่าทีมจะคุ้นเคยในระยะหลัง และใช้สเตอร์ลิงเป็นตัวทำเกมในเกมนี้แทนที่จะเป็นคูตินโญ่ เพราะอ่านออกว่าเกมรับของสเปอร์สมีปัญหาด้านการรับมือนักเตะความเร็วสูง ปรับเกมตามจังหวะได้ดี เปลี่ยน อัลเลน ออกในช่วงเวลาที่เกมขาด และต้องระวังใบเหลือง เกมนี้เห็นได้ชัดว่าเลือกขึ้นเกมทางด้านซ้ายเป็นหลัก และกลายเป็นอาวุธเด็ดที่ตัดสินผลการแข่งขัน

แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : ราฮีม สเตอร์ลิง

วิเคราะห์หลังเกม

ลิเวอร์พูลทำให้แฟนบอลคิดถึงเกมเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เมื่อทีมบุกชนะคู่แข่งจากลอนดอน 5-0 แม้ว่าคราวนี้สกอร์จะต่ำกว่า แต่แบ็คซ้ายของทีมก็ทำประตูได้เหมือนกับเกมนัดที่แล้ว

ด้านขวาพอไม่มีเกล็น จอห์นสัน ทำให้แฟนบอลโล่งใจได้เยอะ(ฮ่า…) ขณะที่เกมรุกด้านซ้าย ความเร็ว ความฟิต และความขยันของโมเรโน่ทำให้ทีมบุกได้อย่างต่อเนื่อง

ลิเวอร์พูลเหนือกว่าสเปอร์สในเกมนี้ทุกจุดในการปะทะ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งของสเตอร์ลิง, โมเรโน่ แม้แต่บาโลเตลลี หรือสเตอร์ริดจ์ ที่ทำให้แผงหลังของสเปอร์สอยู่ไม่สุข ยิ่งเมื่อทีมขึ้นนำ พื้นที่ว่างยิ่งมากขึ้น เกมรุกของลิเวอร์พูลที่เอาชนะสเปอร์สได้อย่างชัดเจนในเกมนี้คือความเร็ว

ขณะที่เกมรับของทีมก็ไม่ได้ช้ากว่าเจ้าถิ่นเลยแม้แต่น้อย ทั้งเกมอาจจะมีข้อผิดพลาดด้านการเปิดบอลอยู่บ้าง แต่โดยรวมลิเวอร์พูลปิดโอกาสสเปอร์สให้ยิงเข้ากรอบแค่ครั้งเดียว และไวต์ ฮาร์ต เลน ที่เคยเป็นสนามที่น่าหวั่นเกรงของลิเวอร์พูลตลอด 2 ทศวรรษของพรีเมียร์ลีก

ดูเหมือนว่าตอนนี้มันจะสิ้นสุดลงไปแล้วในยุคของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส!

เจ้าของที่ดาวศุกร์

 

2 Comments

Leave a Reply