คะแนนความสามารถ และบทวิเคราะห์หลังเกมลิเวอร์พูลชนะลูโดโกเร็ตส์ 2-1

by

ก่อนเกม และ 11 ตัวจริง

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ไม่อาจจะใช้งาน ลาซาร์ มาร์โควิช กับเอ็มเร ชานที่ติดโทษแบนจากฤดูกาลที่แล้ว รายหลังก็บาดเจ็บ ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ราฮีม สเตอร์ลิงเป็นตัวสำรองในเกมวันเสาร์ แต่กลับมาเป็นตัวจริงในเกมนี้ นอกนั้น 11 ตัวจริงยังเป็นชุดเดิมจากเกมวันเสาร์ เหมือนกับทดสอบโจทย์ที่ว่าเกมดังกล่าวแตกต่างกันเพราะไม่มีสเตอร์ลิงตัวเดียวหรือไม่? นอกจากนี้ถือว่าทีมยังเน้นปลอดภัยไว้ก่อนพอสมควรกับการเน้นให้คูตินโญ่ กับจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลงต่ำช่วยสตีเวน เจอร์ราร์ด โดยหวังเล่นให้รัดกุมไว้ก่อน

รูปเกม

แทบจะก็อปปี้เกมกับแอสตัน วิลลา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาก็ว่าได้ ต่างกันที่ทีมเยือนไม่ได้ขึ้นนำก่อน ไม่อย่างนั้นลิเวอร์พูลจะเจอสถานการณ์ที่ลำบากไม่ต่างกันแน่ๆ และที่แตกต่างจากเกมวันเสาร์อยู่บ้างคือการทำเกม และการประสานงานที่ดีขึ้นของนักเตะในทีมลิเวอร์พูล รวมถึงทีเด็ดในการทำเกมของราฮีม สเตอร์ลิงที่เรียกฟาวล์ และใบเหลืองจากนักเตะทีมเยือนได้ อย่างไรก็ตามสุดท้ายทีมก็เจาะประตูทีมเยือนไม่ได้จนต้องปรับส่ง ฟาบิโอ บอรินี และลูคัส เลวา ลงมาเพื่อปรับใช้หน้าคู่ที่ทำให้เกมเสี่ยงมากขึ้น จนทีมได้ประตูขึ้นนำ แม้จะเสียคืนเป็น 1-1 แต่สุดท้ายความขยันของ มานกิโย่ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ทีมมีโชค ก่อนที่เจอร์ราร์ดจะแสดงความนิ่งในการยิงจุดโทษตัดสินเกมอีกครั้ง

คะแนนความสามารถรายตัวhero

มินโญเลต์ 5 : ไม่ออกบอลโฉ่งฉ่างแบบบางเกม และมีช็อตเซฟเล็กๆ น้อยๆ แต่เทียบกับโอกาสที่ต้องป้องกันประตูตลอดทั้งเกม กับจังหวะที่เสียประตูต้องนับว่ามีส่วนรับผิดชอบกับการกะจังหวะออกไปตัดบอลไม่ดี ทำให้คู่แข่งยิงประตูง่ายๆ

โมเรโน่ 6.5: พยายามเติมเกมรุก และลองเสี่ยงยิงไกล แต่ไม่เป็นผล ไม่มีข้อผิดพลาด แต่ไม่มีคะแนนพิเศษ

ซาโก้ 6.5 : สกัดบอลจังหวะสำคัญในช่วงครึ่งแรกที่คู่แข่งเกือบหลุดเดี่ยว และไม่มีส่วนรับผิดชอบกับจังหวะที่ทีมเสียประตู แม้ว่าจะผิดพลาดในบางจังหวะเล็กๆ น้อยๆ แต่โดยรวมทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ

ลอฟเรน 5 : ดูเป็นรองคู่หูในแนวรับในเกมนี้ ไม่สามารถสกัด ดาเนียล อบาโล่ ในจังหวะเสียประตู 1-1 ที่ต้องรับผิดชอบร่วมกับมินโญเลต์ และแผงกองกลางที่ไม่ช่วยสกรีนไว้ก่อน แต่โดยรวมเป็นเกมที่ไม่ดีนัก และถูกเล่นงานจากมาร์เซลินโญ่ไม่น้อย

มานกิโย่ 6 : เติมเกมรุกได้ดีในช่วงต้นเกม ก่อนจะแผ่วไป และต้องเล่นเกมรับมากขึ้น ก่อนจะมีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมได้ประตูจากจุดโทษท้ายเกมที่เปลี่ยนเป็น 3 แต้มที่ล้ำค่ำ

คูตินโญ่ 5 : เล่นได้ดีกว่าเกมที่แล้ว แต่ยังห่างไกลมาตรฐานที่ทีมต้องการ แม้จะต้องถอยมาต่ำพอสมควร และไม่พลาดเสียบอลง่ายๆ รวมถึงเอาตัวรอดได้ดีในหลายจังหวะ แต่ทีเด็ดในจังหวะปล่อยบอล หรือการเล่นจังหวะสุดท้ายไม่เฉียบคม และไม่มีประโยชน์จนถูกเปลี่ยนตัวออกอีกครั้ง

เจอร์ราร์ด 7 : ขโมยซีนจากการยิงจุดโทษท้ายเกมตัดสินชัย โดยรวมในเกมมีทั้งดี และแย่ปะปนกันไป แม้จะคุมแดนกลางได้ดี และช่วยเปิดบอลให้ทีมได้ลุ้นอยู่บ้าง รวมถึงเล่นลูกตั้งเตะ แต่หลุดตำแหน่งจากจังหวะเสียประตูทำให้เซนเตอร์แบ็กต้องเจอภาระ แต่โดยรวมก็ยังทำได้ดีพอใช้

เฮนเดอร์สัน 6 : เกือบช่วยให้ลัลลานาทำประตูได้ มีความขยัน และตามบอล แต่ก็เหมือนกับหลายๆ คนที่ยังผิดพลาดในจังหวะสุดท้าย

ลัลลานา 4.5 : ยังห่างไกลมาตรฐานที่ทีมต้องการ น่าจะทำประตูได้จากจังหวะได้ยิงเหน่งๆ หลังมีพื้นที่ว่างในการยิงจ่อๆ ดูจะเกร็งตั้งแต่ต้นเกม และน่าจะเลือกเปิดให้เพื่อนแทนที่จะเข้าทำในหลายจังหวะ

สเตอร์ลิง 6.5 : เป็นความหวังหลักในการทำเกมของทีม ทั้งเรียกฟาวล์ และใบเหลืองทำให้แนวรับของทีมเยือนเล่นยากขึ้น โดนเล่นงานตลอดทั้งเกม แต่ถือว่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้แนวรับของทีมเยือนต้องพะวง

บาโลเตลลี 7.5 : มีประโยชน์กับเกมรุกของทีม แม้จะโดดเดี่ยวไปหน่อยในช่วงต้น และหลายจังหวะยืนในตำแหน่งพื้นที่ว่างได้ดี แต่เพื่อนร่วมทีมไม่ส่งให้ทำให้พลาดโอกาส แต่สุดท้ายก็เป็นคนทำประตูสำคัญให้เกมเปิดจากจังหวะยิงที่เด็ดขาด และเกือบทำประตูมากกว่าหนึ่งลูกในเกมนี้

สำรอง

บอรินี 6.5 : ลงมาโหม่งเกือบเสียบใต้คานให้ผู้รักษาประตูทีมเยือนต้องออกแรงปัดทิ้ง นอกนั้นอาจจะไม่เด่นมาก แต่กับระยะเวลาที่อยู่ในสนามนับว่าช่วยให้เกมรุกของทีมมีสีสัน และมีตัวเลือกมากขึ้น

ลูคัส 6 : ลงมาในเวลาไล่เลี่ยกับบอรินี ช่วยให้ทีมเก็บบอล และเปิดโอกาสให้เจอร์ราร์ด รวมถึงแดนกลางคนอื่นๆ เติมเกมมากขึ้น พยายามขึ้นไปยิงไกล โดยรวมทำให้ทีมเล่นเกมรุกได้มากขึ้นกว่าตอนที่คูตินโญ่กับลัลลานาอยู่ในสนาม แต่ก็ไม่มีคะแนนพิเศษ

ผู้จัดการทีม

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส 6.5 : ยึดแผนเติมตั้งแต่ต้นเกม แต่รูปแบบการยืนที่คล้ายเป็น 4-1-4-1 ดูจะไม่เข้าท่ากับลิเวอร์พูลในเวลานี้แม้จะใช้ราฮีม สเตอร์ลิงทำเกมได้อย่างอิสระ แต่กองกลางรายอื่นๆ ดูจะมากไป และขาดตัวจบสกอร์ในแดนหน้าที่ต้องพึ่งบาโลเตลลีคนเดียว แต่หลังจากเห็นวาไม่ได้ผลก็พยายามปรับเกมเท่าที่ทำได้ วางแผนให้ลูกทีมเล่นเร็วกว่าเกมที่แล้ว อาจจะมีจุดเสี่ยงมากขึ้น แต่สุดท้ายภาพรวมก็ยุติธรรมพอสมควรกับชัยชนะ แม้ว่าผลเสมอก็ถือว่าแฟร์กับทีมเยือนเหมือนกัน

แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : มาริโอ บาโลเตลลี

วิเคราะห์หลังเกม

เป็นเกมฝึกความอดทนจริงๆ สำหรับนักเตะลิเวอร์พูล, ทีมงาน, ผู้จัดการทีม และรวมไปถึงแฟนบอล! ซึ่งคาดว่าทีมจะต้องเจอรูปแบบการเล่นแบบนี้จากทีมคู่แข่งที่มาเยือนแอนฟิลด์ หรืออาจจะรวมไปถึงนอกบ้านในอีกหลายๆ นัด!

อย่างไรก็ตามสำหรับในแชมเปียนส์ลีก 3 แต้มแรกแบบทุลักทุเลก็ไม่แตกต่างจากชัยชนะ 3-0 หรือ 4-0 แม้อาจจะมีคนแย้งไปถึงเฮด-ทู-เฮด ในอนาคต แต่กับรูปการตอนนี้แล้วขณะที่แนวรุกของทีมยังไม่ลงตัว และมีนักเตะหลายคนยังเจ็บอยู่ การประคองให้ทีมเก็บ 3 แต้มได้ก่อนนับว่าน่าพอใจแล้ว

นอกจากจะต้องอดทนกับการทำเกม และอดทนกับแท็กติกคู่แข่งแล้ว ต้องท่องในใจว่าทีมชุดนี้ยังต้องการเวลาในการปรับตัวเข้าหากัน อย่างลัลลานากับคูตินโญ่ที่ยังทำได้ไม่ดีนักในช่วงเวลาที่อยู่ในสนามพร้อมกันก็จริง แต่เวลานี้ตัวเลือกหลักอย่างแดเนียล สเตอร์ริดจ์ บาดเจ็บอยู่ ลิเวอร์พูลต้องมีแผนสำรองหลังมีเสียงวิจารณ์จากเกมวันเสาร์ว่าทีมไม่มีแผนสองกรณีไม่มีสเตอร์ลิงทำเกม

อย่างไรก็ตามแฟนลิเวอร์พูลต้องอดทน และเชื่อใจขุมกำลังของทีมใหม่ เพราะนักเตะชุดนี้เป็นแบบเครื่องค่อยๆ ร้อน และหลายคนยังไม่ฟิตสมบูรณ์เต็มร้อย เฮนเดอร์สันเจ็บเล็กน้อยมาตั้งแต่ก่อนเกมทีมชาติกับสวิส, ลัลลานาก็เจ็บมาหลายสัปดาห์ ตัวอย่างจากซีซั่นที่แล้วสองคนนี้เป็นนักเตะที่ฟิตมาก และวิ่งได้ทั้งเกมหากสมบูรณ์เต็มที่

เกมนี้เราได้เห็นบาโลเตลลีเล่นเต็มเกมครั้งแรกรวมตั้งแต่อยู่กับเอซี มิลาน ตั้งแต่ปรีซีซั่น! ขณะที่อาจจะมีคนบ่นกับคู่เซนเตอร์แบ็กอยู่บ้าง แต่ถ้าพิจารณาดูจากเกมที่ลงเล่นด้วยกันมากขึ้น ซาโก้ กับลอฟเรน ดูจะกำลังลงตัวขึ้นเรื่อยๆ และจังหวะที่เสียประตูนอกจากความผิดพลาดส่วนบุคคลแล้ว แดนกลางมีส่วนไม่น้อยที่ปล่อยให้คู่แข่งทะลุมาจังหวะดังกล่าว

โดยรวมแล้วการเล่นแชมเปียนส์ลีกแม้จะทำให้ทีมเหนื่อยล้าต้องลงเล่นหลายเกมต่อเนื่องมากขึ้น แต่ก็เป็นโอกาสที่นักเตะทั้งหลายจะมีเวลาทำความคุ้นเคยกันและกันมากขึ้น และเป็นตัวเร่งให้ทีมลงตัวเร็วขึ้นด้วย…

เจ้าของที่ดาวศุกร์

5 Comments

Leave a Reply