This Is ANNfield by howk_ky, บทความ - Columns — September 9, 2014 at 9:58 pm

TIA Column : แดเนียล แอกเกอร์ …เขาจะเป็น “ท่านรอง” ของเราตลอดไป

by

 

ตั้งหลักอยู่นานกับการตัดสินใจว่าจะเขียนถึง อดีตปราการหลังรองกัปตันทีมชาวเดนมาร์ก แดเนียล แอกเกอร์ ดีหรือไม่ เพราะกับนักเตะลิเวอร์พูลคนนี้ อารมณ์ร่วมมันค่อนข้างเยอะ เขาเป็นนักเตะคนหนึ่งที่แฟนบอลรัก ทั้งๆที่ไม่ได้โชว์ฟอร์มโดดเด่นมากนัก ตลอดระยะเวลาที่ค้าแข้งกับลิเวอร์พูล แต่เขามีบางสิ่งที่นักฟุตบอลไม่กี่คนมีมัน

เราเรียกมันว่า “ความภักดี”

 

dagger1

 

…ถ้าตอนนี้ คุณคิดถึง แดเนียล แอกเกอร์ มากยิ่งกว่าตอนที่เขาเคยอยู่กับเรา ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ เพราะมันแสดงให้รู้ว่า คุณกำลังได้รับรู้ถึงความรู้สึกที่ว่า “คนเราจะระลึกถึงคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ ก็เมื่อเราได้สูญเสียมันไปแล้ว”

คุณค่าของแอกเกอร์ ไม่ได้อยู่ที่ฝีเท้าหรือผลงานที่เขาทำให้สโมสรลิเวอร์พูลแต่เพียงเท่านั้น แต่ที่มากกว่า คือ คุณค่าจากหัวใจของเขาที่มีให้ทีมต่างหาก

แน่นอนว่าในเบื้องต้น หลายต่อหลายคนอาจจะชื่นชอบแอกเกอร์จากบุคลิก หน้าตา รวมไปถึงรอยสัก แต่ด้วยสไตล์การเล่นที่ดูสวยงาม ความสามารถในการครองบอล สร้างสรรค์เกมได้จากแผงหลัง ทั้งยังเติมเกมรุกและยิงไกลได้ดี ก็ทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูลรักเขาได้ไม่ยาก

แดเนียล แอกเกอร์ ย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูลในเดือนมกราคม ปี 2006 โดยย้ายมาจากบรอนบี้ ทีมจากลีกในประเทศบ้านเกิดอย่างเดนมาร์กด้วยค่าตัวเกือบ 6 ล้านปอนด์

ราฟา เบนิเตซ กล่าวในวันที่เขาเซ็นสัญญาเป็นนักเตะลิเวอร์พูลว่า

“เขาจะเป็นเซ็นเตอร์แบ็คของลิเวอร์พูลไปอีก 10 ปี”

…น่าเสียดายว่า เขาอยู่กับเราได้แค่ 8 ปีครึ่งเท่านั้น และในเวลา 8 ปีครึ่ง แอกเกอร์สงสนามให้กับลิเวอร์พูลเพียง 232 นัด และไม่มีฤดูกาลใดที่เขาสามารถลงสนามช่วยทีมได้เกิดกว่า 40 นัดเลย โดยฤดูกาลที่ปราการหลังชาวเดนมาร์กสามารถลงสนามช่วยทีมได้มากที่สุดคือ ฤดูกาล 2012-13 จำนวน 39 นัด อย่างไรก็ตาม ใน 232 นัด แอกเกอร์ทำได้ถึง 14 ประตู ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่า หนึ่งในประตูที่ทุกคนไม่มีวันลืม คือ ประตูที่เขายิงใส่เชลซี ในรายการแชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 กับเชลซี ช่วยให้ทีมขึ้นนำ 1-0 และประตูรวมสองนัดเป็น 1-1 พาทีมไปถึงช่วงดวลจุดโทษเพื่อตัดสินก่อนที่ลิเวอร์พูลจะสามารถเอาชนะเชลซีของโฆเซ่ มูรินโญ่ เขาชิงชนะเลิศรายการยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในปี 2007 ได้อีกครั้ง รวมไปถึงลูกโหม่งให้ลิเวอร์พูลขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมเอฟเอ คัพ รอบ 4 ในฤดูกาล 2011-12 ที่แอนฟิลด์ ช่วยให้ทีมเอาชนะไป 2-1 และเข้ารอบต่อไป

มันคืออาการบาดเจ็บ ที่พรากเอาเวลาของเขากับลิเวอร์พูล รวมถึงเวลาในอาชีพของเขาไป แอกเกอร์เวียนเข้าเวียนออกจากทีมด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บอยู่ทุกปี โดยอาการบาดเจ็บหนักของเขาครั้งแรกเกิดขึ้นในเดือนกันยายน ปี 2007 เป็นการบาดเจ็บบริเวณกระดูกฝ่าเท้า ทำให้เขาแทบไม่ได้ลงสนามในฤดูกาล 2007-08 เลย ราฟา เบนิเตซเคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า แอกเกอร์มีปัญหากับรองเท้าสตั๊ด ซึ่งมันเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาเกิดอาการบาดเจ็บ เขาต้องเขารับการผ่าตัดในที่สุด และกว่าที่เขาจะได้กลับมาลงสนามก็เมื่อ มาร์ติน สเคอเทล ได้รับบาดเจ็บในช่วงกลางฤดูกาล 2008-09 ช่วงปลายฤดูกาลที่เขากำลังจะเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ ก็กลับต้องโชคร้ายพบกับอาการบาดเจ็บที่บริเวณหลังอีก

 

article-1348415271467-15299CBC000005DC-282322_636x300

daniel-agger-liverpool-premier-league_2387364

 

หลังการจากไปของ ราฟา เบนิเตซ แอกเกอร์ก็มีปัญหากับสไตล์การเล่นเกมรับของ รอย ฮอดจ์สัน ผู้จัดการทีมคนใหม่ จนดูเหมือนว่า เขาอาจจะต้องย้ายออกจากทีมไป แต่โชคดีที่ คิง เคนนี่ กลับเข้ามาคุมทีมในเดือนมกราคม ปี 2011 แอกเกอร์ถึงได้กลับมาเล่นในแบบที่ถนัดอีกครั้ง แต่แล้วเขาก็บาดเจ็บอีกครั้งในเกมกับเวสบรอมวิช อัลเบี้ยน ช่วงต้นเดือนมีนาคม ปี 2011 และในฤดูกาลถัดมากับเบรนแดน ร็อดเจอร์ แอกเกอร์ได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง และมีข่าวมากมายในช่วงท้ายฤดูกาล 2011-12 ว่า เขาเป็นที่ต้องการของทีมอย่างบาร์เซโลน่า แต่แล้ว แอกเกอร์ก็จัดการไปสักรอยสักใหม่ที่ตอบทุกข้อสงสัยว่าเขาอยากจะย้ายออกจากทีมหรือไม่ ใช่แล้วค่ะ รอยสัก Y N W A ที่ข้อนิ้วทั้ง 4 ของมือขวา รวมถึงเซ็นสัญญาระยะยาวในเดือนตุลาคม ปี 2012 และเมื่อ เจมี คาร์ราเกอร์ แขวนสตั๊ดตอนสิ้นฤดูกาล 2012-13 แอกเกอร์ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองกัปตันทีม

…ซึ่งต่อไปนี้ เราจะขอแทนชื่อ แอกเกอร์ว่า “ท่านรอง” นะคะ เพราะเขาจะเป็น “ท่านรอง” ของเราตลอดไป

ตลอดระยะเวลา 8 ปีครึ่ง ท่านรองต้องพบกับอาการบาดเจ็บมากมาย ไม่เพียงแค่อาการบาดเจ็บที่เท้า ที่เข่า ที่หลัง ที่น่อง หรือกระทั่งเรื่องของระดับความฟิตเท่านั้น แต่ท่านรองยังเคยต้องสังเวยทั้งเลือดจากการหัวแตก และฟันหักคาสนามมาแล้ว เรียกได้ว่า เรื่องของความทุ่มเท ท่านรองไม่เคยเป็นสองรองใคร แม้จะรู้ตัวว่าร่างกายเปราะบาง ก็ไม่เคยเกรงกลัวที่จะเข้าเสียบสกัดบอล

ท่านรองไม่เคยพูดจาหวานหูว่ารักสโมสรลิเวอร์พูลมากเพียงใด หรือไม่เคยสัญญิง สัญญา ว่าจะอยู่ที่นี่ไปจนแขวนสตั๊ด แต่ท่านรองแสดงออกเป็นการกระทำให้บรรดาแฟนลิเวอร์พูลรับรู้ถึงหัวใจของเขาว่าเขารักลิเวอร์พูลมากเพียงใด

ยามใดที่เพื่อนร่วมทีมมีปัญหาในสนาม ท่านรองจะพุ่งเข้ามาช่วยทุกครั้ง จนกลายเป็นตัวเลือกของเปเป เรน่า เลยทีเดียว เมื่อถูกถามว่า ถ้าคุณมีเรื่องวิวาท คุณจะพาเพื่อนร่วมทีมคนใดไปด้วย เรน่าตอบทันทีว่า แอกเกอร์

เมื่อเฟร์นันโด ตอร์เรส ทิ้งทีมไปในเดือนมกราคม 2011 ท่านรองแสดงออกอย่างชัดเจนว่า ไม่เห็นชอบด้วยกับการย้ายไปอยู่ทีมคู่แข่งกับลิเวอร์พูลโดยตรงของตอร์เรส และในเกมแรกที่ตอร์เรสต้องสวมเสื้อสีน้ำเงินลงสนามต่อสู้กับลิเวอร์พูล ท่านรองก็จัดการเล่นนอกเกม ด้วยการศอกใส่อดีตเพื่อนร่วมทีมอย่างไม่ไว้หน้า …แน่นอนว่าสิ่งที่ท่านรองทำนั้นไม่ถูกต้อง แต่มันสะท้อนเข้าไปถึงขั้วหัวใจของแฟนลิเวอร์พูลทุกคนที่กำลังเสียใจกับการจากไปของตอร์เรสว่า ใครกันแน่ที่รักทีมอย่างแท้จริง

For a Dane, it’s about having respect for the club you play at. I am proud to be able to pull on my Liverpool jersey and will never go to another club in England…”

“สำหรับชาวเดนมาร์ก มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเคารพต่อสโมสรที่คุณลงเล่นให้ ผมภาคภูมิในที่ได้สวมเสื้อลิเวอร์พูลของผมและจะไม่มีวันย้ายไปเล่นให้สโมสรอื่นในอังกฤษ…”

แม้เมื่อเขามีโอกาสที่จะย้ายไปอยู่กับบาร์เซโลน่า ทีมที่มีชื่อเสียง ได้โอกาสลงเล่นในรายการยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก อันเป็นที่ปรารถนาของนักฟุตบอลทุกคน ในช่วงเวลาที่ลิเวอร์พูลให้สิ่งนั้นแก่เขาไม่ได้…

ถ้าเขาเลือกเดินจากไป ลิเวอร์พูลจะได้ค่าตัวจากการขายไม่น้อย และท่านรองจะได้ไปอยู่กับทีมที่มีชื่อเสียงมากกว่า ที่สำคัญทีมนั้นก็ไม่ได้อยู่ในลีกเดียวกันกับลิเวอร์พูล แต่ท่านรองก็เลือกที่จะปฏิเสธข้อเสนอนั้น แล้วไปสักตัวอักษร Y N W A และเซ็นสัญญาอยู่กับทีมต่อไป

ท่านรองไม่ได้แค่สักตัวอักษร YNWA ที่มีความหมายลงบนผิวหนังเท่านั้น แต่ท่านรองได้สักความรักของเขาที่มีให้ลิเวอร์พูลลงไปบนเนื้อหัวใจด้วย

 

dagger ynwa

 

เขาไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดมากมายเพื่อบอกว่ารักลิเวอร์พูล แต่ทั้งหมดที่เขาทำให้ทีม ให้แฟนบอล มันบ่งบอกทุกความรู้สึกของเขาแล้ว

การเข้ามาของเดยัน ลอฟเรน ในฤดูกาลนี้ มันเป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะต้องเกิดขึ้นกับท่านรอง หลายคนอาจคิดว่า ถ้าหากสโมสรเลือกที่จะเก็บตัวท่านรองไว้ล่ะ เพราะสัญญาของเขายังไม่หมดลง แต่จากสัมภาษณ์สุดท้ายของท่านรอง เราเชื่อว่า สโมสรได้ให้เกียรติท่านรองเป็นคนเลือกเส้นทางอาชีพของตัวเอง

ถ้าอยู่ต่อ ท่านรองจะต้องยอมรับกับโอกาสในการลงสนามที่น้อยลงอย่างมาก ต้องยอมรับว่าเขาจะไม่ได้เป็นนักเตะตัวหลักให้ทีมอีกแล้ว จากความแข็งแกร่งและความสามารถของลอฟเรน รวมถึงการต่อสู้แย่งตำแหน่งที่ยากลำบากกับทั้งสเคอเทลและซาโก้ ในฐานะนักฟุตบอลแล้ว การลงสนามเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณไม่ได้ลงสนาม คุณก็เหมือนไม่ได้ทำงาน และท่านรองจำต้องเลือกหน้าที่การงานก่อนความรู้สึกของตัวเอง

โชคดีที่เป็นบรอนบี้ โชคดีที่ท่านรองได้กลับบ้านเกิด แทนที่จะย้ายไปที่ไหนก็ตามที่ไม่ได้อยากไป

นักฟุตบอลบางคน ไม่ได้ปรารถนาจะลงเล่นให้ทีมที่ดีที่สุดในโลก หรือทีมที่จะคว้าแชมป์ในทุกปี แต่เขาเลือกที่จะลงเล่นให้ทีมที่เขารัก นอกจาก สตีเวน เจอร์ราร์ด แล้ว แดเนียล แอกเกอร์ เป็นอีกคนที่มีทัศนคติในการใช้ชีวิตแบบนี้

พวกเขาอาจไม่สามารถคว้าแชมป์มากมาย มีชื่อเสียงเงินทองมากเท่าที่ควร หรือแม้แต่ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักฟุตบอลชั้นยอด แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาจะมีในทุกๆวันของชีวิต คือ รอยยิ้มบนใบหน้า ความภาคภูมิใจและความสุข

ลิเวอร์พูลนั้นสุดแสนจะโชคดีที่มีนักเตะที่รักทีมมากขนาดนี้ ไม่เพียงแค่คนเดียว แต่เรามีนักเตะที่รักทีมด้วยใจจริงอยู่หลายคน

วันนี้ ท่านรองอาจไม่สามารถสวมเสื้อลิเวอร์พูล ลงไปวิ่งในสนามเพื่อพวกเราได้อีกแล้ว แต่ความทรงจำตลอด 8 ปีครึ่ง ที่อยู่ด้วยกันมา จะคงอยู่ในใจของเราตลอดไป

เราโชคดีที่ได้มีโอกาสเจอท่านรองในวันสุดท้ายของฤดูกาลที่แล้ว เราไปดูเกมที่ลิเวอร์พูลเอาชนะนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ซึ่งท่านรองสามารถทำประตูตีเสมอให้ทีมได้ในนาทีที่ 63 ของการแข่งขัน …ประตูสุดท้าย ในเกมสุดท้าย… ในสีเสื้อลิเวอร์พูล หลังจบเกม ขณะที่บรรดานักเตะทั้งหลายขับรถกลับบ้านกันไปหมดแล้ว ท่านรองออกจากสนามเป็นคนสุดท้าย เราไม่อาจเดาได้ว่าทำไมเขาถึงออกมาช้าขนาดนั้น เราไม่กล้าจินตนาการว่าเขาเดินรอบสนามเพื่อบอกลาแอนฟิลด์หรือเปล่า แต่เมื่อเขาเดินออกมาและเห็นแฟนบอลเกาะลูกกรงประตูสนามด้านถนนแอนฟิลด์ติดสวนสาธารณะสแตนลีย์ เขาก็เดินตรงมาหา ระยะทางไม่ใช่ใกล้ๆ แต่เขาเดินมา ไล่แจกลายเซ็นให้แฟนบอลตลอดแนวลูกกรงประตูสนาม เราอยากจะคิดว่าท่านรองทำเช่นนั้นเป็นประจำอยู่แล้วกับแฟนบอล เพราะตอนมาเมืองไทย ท่านรองก็เดินแจกลายเซ็นให้แฟนๆแบบนี้ที่ราชมังคลากีฬาสถานเหมือนกัน แต่ใจหนึ่งก็อดคิดไม่ได้ว่า ท่านรองกำลังจะบอกลาหรือเปล่า

การจากลาของท่านรองกับสโมสรลิเวอร์พูลนั้นเป็นไปอย่างสวยงามที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้ว สโมสรให้เกียรติท่านรองในการเลือกเอง และเมื่อเขาเลือกบรอนบี้ สโมสรเดิมของเขา มันชัดเจนว่า ลิเวอร์พูลไม่มีทางที่จะได้รับค่าฉีกสัญญาของเขาในราคาที่ควรจะได้ และท่านรองเองก็จะต้องลดค่าเหนื่อยของตัวเองลง เมื่อย้ายไปอยู่กับทีมที่ไม่ได้มีเงินเหลือเฟืออย่างบรอนบี้ การย้ายทีมของท่านรอง เป็นไปด้วยเหตุผลทางฟุตบอล และเป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกันระหว่างสโมสรกับนักเตะอย่างที่สุดแล้ว ท่านรองทุ่มเทเพื่อทีมเสมอมา ยอมปฏิเสธข้อเสนอดีๆในวันที่ทีมตกต่ำ เพื่ออยู่กับทีมต่อไป เขาสมควรได้รับเกียรติจากสโมสรอย่างที่สุด

อย่างที่เรายืนยันไปแล้วตั้งแต่แรกว่า “ท่านรอง” จะเป็น “ท่านรอง” ของเราตลอดไป

เรารู้ว่า คำว่า “ตำนาน” ควรใช้กับนักเตะที่พาทีมคว้าแชมป์ ตามบรรทัดฐานของสังคมในโลกฟุตบอล แต่ตามบรรทัดฐานของเรา และเราเชื่อว่าเป็นบรรทัดฐานของแฟนลิเวอร์พูลอีกหลายคน ตำนาน…ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป แต่เราจะยกย่องนักเตะที่ทุ่มเทและรักทีม เราจะไม่ลืมพวกเขา แม้ว่าเขาจะคว้าแชมป์กับเราแค่น้อยนิด เราจะจดจำภาพความรัก ความทุ่มเทที่พวกเขามีให้กับทีมไม่มีวันลืม

สุดท้ายนี้ เราขอแปลจดหมายเปิดผนึกจากท่านรองถึงแฟนบอลลิเวอร์พูลทุกคน ซึ่งนั่นก็รวมถึงพวกเรา แฟนลิเวอร์พูล ด้วย ท่านรองบอกว่า…

“ลิเวอร์พูลคือส่วนสำคัญในชีวิตและครอบครัวของผมมาอย่างยาวนาน นั่นทำให้การย้ายจากไปเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างมาก”

“ผมจะขอเริ่มต้น ด้วยคำพูดว่า บรรดาแฟนบอลลิเวอร์พูลนั้นทำให้ผมประหลาดใจมาโดยตลอด ตั้งแต่ข่าวการย้ายทีมถูกเปิดเผย ผมได้รับข้อความดีๆและคำอวยพรมากมาย ไม่แค่จากแฟนๆในลิเวอร์พูล แต่มาจากทั่วโลก”

“ผมและครอบครัวรู้สึกได้เสมอถึงการหนุนหลังของพวกคุณ มันเป็นลักษณะเฉพาะของสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ เมืองนี้ และแฟนๆของเรา ผมเหมือนได้รับสิทธิพิเศษที่ได้เป็นตัวแทนของสโมสรแห่งนี้ และผมซาบซึ้งกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมได้เรียนรู้ในช่วงที่อยู่ที่นี่”

“เมื่อผมย้ายมาร่วมสโมสรที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ ผมมาในฐานะเด็กหนุ่มวัย 21 ปีที่พร้อมที่จะเรียนรู้ ลิเวอร์พูลช่วยให้ผมเติบโตและสร้างให้ผมเป็นชายหนุ่มอย่างที่ผมเป็นในวันนี้ ผมภาคภูมิใจอย่างที่ผมเป็นและผมคงไม่อาจเป็นคนอย่างที่ผมเป็นในวันนี้ได้โดยปราศจากช่วงเวลาของผมที่ลิเวอร์พูล”

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ใช้ชีวิตในเมืองอันอบอุ่นแห่งนี้ และผมจะไม่มีทางลืมประสบการณ์ในฐานะลิเวอร์พัดเลี่ยนคนหนึ่ง สุดท้ายนี้ ผมอยากจะอวยพรให้สโมสรได้รับสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับฤดูกาลนี้ ผมจะเชียร์พวกคุณในทุกๆย่างก้าวของเส้นทาง เฉกเช่นเดียวกับคนอื่นๆอีกนับล้าน คุณจะไม่มีวันเดินอย่างเดียวดาย”

แดเนียล แอกเกอร์

ขอบคุณนะคะ ท่านรอง ขอบคุณที่รักกัน ถึงคุณจะอยู่ไกลจากเราครึ่งโลก แต่กระแสจิตที่รักในลิเวอร์พูลเหมือนกัน คงทำให้คุณรับรู้ได้ว่า คุณไม่มีวันเดินอย่างเดียวดาย

Dan Agger …You’ll never walk alone. …Forever.

 

howk_ky

 

8116__0194__140716-preseason-match-brondbylfc12_700X420

31 Comments

Leave a Reply