This Is ANNfield by howk_ky, บทความ - Columns — November 15, 2014 at 2:08 pm

TIA Column : ทำไมเราอาจจะไม่ได้เห็นวันสุดท้ายของกัปตันแบบเดียวกับคาร์รา?

by

 

เหลือเวลาอีกราวๆ 1 เดือนครึ่งเท่านั้น ที่หากว่ายังไม่มีการลงนามในสัญญาฉบับใหม่กับสโมสร สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีมลิเวอร์พูลซึ่งเป็นที่รักของเดอะ ค็อป ทุกคนบนโลกใบนี้จะสามารถเจราจากับสโมสรใดก็ได้ เพื่อย้ายทีมแบบไร้ค่าตัวในช่วงซัมเมอร์ปี 2015

ถ้าถามเราในฐานะแม่ยกกัปตันว่า เคยคิดมั้ยว่าจะมีวันแบบนี้เกิดขึ้นกับเขา ขอสารภาพเลยว่า เราคิดมาโดยตลอดตั้งแต่เขาเลือกอยู่กับทีมในวันนั้น เมื่อปี 2005 ว่า การย้ายทีมของกัปตัน มันจะอยู่บนพื้นฐานที่ว่า

“เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ ตามธรรมชาติ แต่จะไม่มีวันเกิดขึ้น”

 

5321__8552__steven_53334423de90f345361006

 

 

 

…เพราะเราเชื่อหมดใจว่า กัปตันได้ก้าวผ่านทางเลือกที่สำคัญที่สุดทางหนึ่งในชีวิตไปแล้ว และเขาจะเลือกทางนั้นเสมอ ไม่ว่าจะมีอีกกี่ทางแยกในอนาคตให้เผชิญ และสำหรับสโมสร เราก็คิดเสมอว่า สโมสรแห่งนี้จะไม่มีวันเหมือนกับสโมสรอื่นๆในแง่ของการรักษาบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญยิ่งกว่าถ้วยแชมป์หรือเงินทองไว้ สโมสรลิเวอร์พูลมีรากเหง้า มีบางสิ่งที่พันผูกนักเตะไว้กับสโมสรและแฟนบอลได้เสมอ เราไม่ได้คิดว่า กัปตันจะมีความสำคัญไปกว่าใคร หรือเป็นบุคคลพิเศษที่จะได้รับการยกเว้นให้มีสิทธิพิเศษเหนือกว่าหรือต่างจากคนอื่น

และมันเป็นแบบนั้นจริงๆ บางที นี่อาจเป็นอีกหนึ่งทางแยกที่กัปตันต้องเลือกอีกครั้ง และมันก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ยากไปกว่าเมื่อปี 2005 เลย อย่างที่กฎธรรมชาติว่าไว้ “สิ่งต่างๆล้วนเปลี่ยนแปลงได้เสมอ”

ครั้งนี้ กัปตันอาจจะทำลายความเชื่อของเราที่ว่า การย้ายทีมของเขานั้น เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ แต่ไม่มีวันเกิดขึ้น เสียก็ได้…

เพราะเมื่อสิ่งต่างๆสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ความคิดก็เช่นกัน มันมักจะเปลี่ยนแปลงไปตามความรู้สึกและประสบการณ์อยู่เสมอ บางที ถ้าให้เราตัดสินใจในบางเรื่องที่เราเคยตัดสินใจไปเมื่อ 10 ปี ที่แล้วในวันนี้ เราอาจตัดสินใจต่างจากที่เคยตัดสินใจในวันนั้นก็เป็นได้

และกัปตันก็เป็นคนมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ที่สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดของตัวเองได้เสมอ เมื่อเวลาเปลี่ยนไป และถ้าเขาจะจากเราไป มันไม่ได้แปลว่า เขารักเราน้อยลง เหมือนที่ ถ้าหากลิเวอร์พูลไม่ได้แชมป์ เราก็ไม่ได้รักทีมน้อยลงเหมือนกัน

ที่เขียนแบบนี้ เราไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งในแง่ของการมีความหวังว่าเขาจะอยู่ต่อ หรือ หมดหวังว่าเขาไปแน่ๆ เพราะสิ่งเหล่านี้มันยังไม่เกิดขึ้น

และเราก็อยากให้เพื่อนๆที่รักกัปตันทุกคนจงเข้าใจในวิถีที่เป็นไปตามธรรมชาติด้วยว่า มันเป็นเรื่องปกติ เพราะเห็นหลายคนถึงกับออกปากว่า จะเลิกเชียร์ทีม ถ้ากัปตันย้ายออกไป

…เรารักกัปตันที่สุด และคงไม่มีนักเตะคนไหนจะทำให้เรารักและชื่นชมได้มากไปกว่าเขาอีกแล้ว เราจินตนาการถึงวันที่เขาออกปากว่า “ผมจะเลิกเล่น” มานับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งเราทุกคนรู้ดีว่ามันจะต้องมีวันนั้นในอนาคตอันใกล้นี้ เพียงแต่เป็นไปในรูปแบบใดมากกว่า ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่า ทุกคนอยากให้มันจบลงที่แอนฟิลด์ เหมือนอย่าง เจมี คาร์ราเกอร์

แต่…

ในฐานะแม่ยก เราขอบังอาจวิเคราะห์ตัวตนกัปตันซักนิด…

ผู้ชายคนนี้ไม่เหมือน เจมี คาร์ราเกอร์ …ที่คาร์ราเลิกเล่น เพราะเขาไม่อยากรอให้ถึงวันที่มีคนออกมาพูดว่า เขาควรเลิกเล่น คาร์ราอยากจบแบบสวยๆ อยากจบให้คนเสียดาย อยากจบแบบให้มีคนบอกว่า เขายังเล่นในระดับสูงได้อีก

กัปตันไม่ใช่แบบนั้น… เจอร์ราร์ดเป็นคนที่จะไม่แคร์เสียงใคร เขาจะเลิกเล่นเมื่อยอมรับกับตัวเองว่าไปต่อไม่ได้ เพราะเขาไม่เคยหยุดที่จะทำฝันให้เป็นจริง เราแน่ใจอย่างที่สุดในวันที่เขาประกาศเลิกเล่นทีมชาติอังกฤษ ที่เขาเลิก เพราะเขาเลือกลิเวอร์พูล และยอมรับว่า เขาต้องลดจำนวนเกมที่จะเล่นต่อปีลง บอกตามตรงว่า ถ้ากัปตันเลิกเล่นทีมชาติ หลังจบยูโร 2012 มันจะเป็นอะไรที่สวยงามมาก ผู้คนจะพากันพูดว่า

“ช่างน่าเสียดายที่ สตีเวน เจอร์ราร์ด เลิกเล่นทีมชาติแล้ว อังกฤษได้สูญเสียกัปตันผู้ยิ่งใหญ่ไป…” นั่นก็เพราะเสียงสรรเสริญฟอร์มการเล่นในรายการฟุตบอลยูโรปี 2012 มันดังมากนั่นเอง เขาเล่นดีถึงขั้นติดทีมยอดเยี่ยม เป็นหัวใจของทีม แม้ทีมจะตกรอบ

ถ้าเขาหยุดที่ตรงนั้น มันจะเป็นการจบที่สวยงามที่สุด แต่เขาไม่หยุด…

เพราะเขามั่นใจไงล่ะว่าเขาจะไปต่อได้อีก นี่แหละ ผู้ชายที่ชื่อ สตีเวน เจอร์ราร์ด

เขาจะไปต่อจนกว่าจะยอมรับกับตัวเองว่า ไปไม่ได้แล้ว เขาถึงจะยอมถอยออกมา

 

10525885_869008296442750_5429846904441856621_n

 

 

กับลิเวอร์พูลก็เช่นกัน กัปตันไม่ได้ยอมเลิกเล่นทีมชาติเพียงเพื่อลงสนามให้ลิเวอร์พูลทุกนาทีไปอีกแค่ 1 ปี แต่เขามองไกลกว่านั้น และถ้ามันจะไม่เกิดขึ้น มันก็ต้องเป็นที่อื่นที่เขาจะก้าวต่อไป

เราไม่ได้ตำหนิสโมสรกับเรื่องนี้ เพราะเราเข้าใจดีถึงกฏแห่งการเปลี่ยนแปลง และอย่างให้เพื่อนๆทุกคนเข้าใจด้วยเช่นกัน

ถ้าสโมสรยื่นสัญญาให้กัปตัน เชื่อเถอะว่าเขาจะเซ็นมัน ไม่เกี่ยงว่าจะถูกลดค่าเหนื่อยหรืออะไรเทือกนั้น ทำไมเราถึงเชื่อแบบนั้น…

เพราะทุกครั้งที่เห็นภาพกัปตันคู่กับน้องลิลลี่, เล็กซี่ และลูร์ดส์ มันทำให้เรารู้ว่าไม่มีอะไรที่กัปตันจะทำเพื่อนางฟ้าน้อยๆทั้งสามไม่ได้ และมันง่ายกว่าที่จะไม่ไปเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในวิถีชีวิตของลูกๆที่คุ้นเคยและมีความสุขกับมันอยู่แล้ว กัปตันมีสิ่งยึดเหนี่ยวมากมาย ที่ไม่ใช่แค่ความรักในสโมสร แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะคาดเดาถูก

ไม่มีใครยิ่งใหญ่ไปกว่าสโมสร …เป็นคำพูดที่จริงแท้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็น บิล แชงคลีย์, บ็อบ เพสลีย์, เคนนี ดัลกลิช จนถึงสตีเวน เจอร์ราร์ด ไม่มีใครอยู่มาก่อนสโมสร และเมื่อพวกเขาจากไป สโมสรก็ยังคงอยู่

เราไม่ได้หมายความว่าพวกเขา… เหล่าตำนานของสโมสร ไม่มีความสำคัญ เปล่าเลย บางที สำหรับเราแล้ว พวกเขาอาจจะสำคัญยิ่งกว่าถ้วยแชมป์เสียอีก เพราะพวกเขาคือส่วนหนึ่งที่ทำให้สโมสรแห่งนี้เป็นดังเช่นทุกวันนี้ ตัวตนของพวกเขาแฝงอยู่ในบทเพลง เสียงเชียร์ และแรงสนับสนุนของเดอะ ค็อป ในทุกๆเกมที่ทีมลงสนาม

กัปตันก็เช่นกัน…วันหนึ่งเขาจะเป็นอดีต แต่เขาจะเป็นอดีตที่มีคุณค่ามากมายมหาศาล ไม่ว่าเขาจะจบแบบไหน จะเป็นที่แอนฟิลด์หรือไม่ ความงดงามของการมีผู้ชายคนนี้เป็นกัปตันทีมไม่ได้อยู่ที่ดราม่าน้ำตาท่วมสนามในวันสุดท้ายของเขากับสโมสรแห่งนี้ แต่มันวิ่งวนอยู่ในหัวใจของพวกเรา ในยามที่หลับตาคิดถึงทุกนาทีที่เขาสวมปลอกแขนเดินนำลูกทีมลงสนามนับครั้งไม่ถ้วน และนั่นคือสิ่งที่จะคงอยู่ไปตลอดกาล

เราเคยคิดกลัวสุดขีดในวันที่กัปตันประกาศเลิกเล่นทีมชาติ …เพราะเราได้เห็นวิธีคิดของเขาต่ออาชีพของตัวเอง และมันทำให้เรากลัวว่าเขาจะไม่แคร์ตอนจบที่สวยงาม แต่จะสนใจเพียงการเดินไปจนสุดทาง แม้ทางนั้นมันจะเป็นทางตันก็ตาม แต่ก็ยังคงจะเดินไปให้ถึงที่สุด เขาจะทำแบบนั้นกับลิเวอร์พูลด้วยเช่นกัน ซึ่งมันทำให้เราเริ่มที่จะไม่คาดหวังกับภาพวันสุดท้ายของเขาในแบบเดียวกับภาพวันสุดท้ายของคาร์รา เว้นแต่สโมสรจะใจกว้างพอที่จะให้เกียรติกัปตันเป็นคนเลือกตัดสินใจเอง และเราจะรอดูต่อไปว่ามันจะเป็นแบบไหน

ที่แน่ๆ กัปตันจะไปต่อ จนกว่าจะถึงวันที่เขายอมรับกับตัวเองว่าไปต่อไม่ได้แล้วอย่างแน่นอน ดังนั้น จงอย่าคาดหวังว่าจะเห็นตอนจบที่สวยงามเหมือนอย่างตอนจบของเจมี คาร์ราเกอร์

แต่ในวันนี้ อยากจะขอเพียงเรื่องเดียวจากเบรนแดน ร็อดเจอร์ส…

ได้โปรด ใช้งานกัปตัน 60 นาทีในเกมรุกเต็มสูบแทนที่ 90 นาทีในตำแหน่ง Deep-Lying Midfielder เถิดค่ะ

หรือเพราะมีตัวรุกอยู่หลายตัว จะใช้กัปตัน 90 นาทีในเกมรุก แต่เล่นเกมเว้นเกมก็ยังได้นะ ความเร็วเขาไม่ได้ตกลงไปหรอก แต่เป็นตัวเขาเองที่สงวนพลังงานไว้เพื่อใช้ให้ได้เต็มเกม ซึ่งมันไปขัดขวางศักยภาพของเขาอย่างมากมาย

ลูคัสเป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่ดีกว่ากัปตัน เท่าๆกับที่กัปตันเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกที่ดีกว่าลูคัส

Put the right man in the right job เถอะค่ะ

ไหงมาจบที่ร็อดเจอร์สได้ล่ะเนี่ย 5555+

 

โดย : howk_ky

1649__5497__stemadrud1000

 

5 Comments

Leave a Reply