TL : ลูคัส, ตูเร, แลมเบิร์ตผู้สร้างจุดเปลี่ยน และเจอร์ราร์ด

by

 

ผลงานของลิเวอร์พูลกระเตื้องขึ้นใน 3 เกมหลังสุดทั้งในแชมเปียนส์ลีก และพรีเมียร์ลีก ต้องยอมรับว่าจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เก้าอี้ของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส กลับมามั่นคงขึ้นจากการ 3 นักเตะที่ไม่ได้โอกาสมากนักในช่วงต้นๆ อย่าง ลูคัส เลวา, โคโล ตูเร และริคกี แลมเบิร์ตlambert

แลมเบิร์ต โหม่งตีเสมอให้ลิเวอร์พูลในเกมเยือนลูโดโกเร็ตส์ ราซกราด แม้ว่าเกมนั้นจะจบลงด้วยผลเสมอ แต่เป็นผลเสมอที่ไม่แตกต่างกับชัยชนะ เพราะสุดท้ายไม่ว่าจะออกสกอร์ไหน ลิเวอร์พูลจำเป็นต้องชนะบาเซิ่ลในเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มสัปดาห์หน้าในแอนฟิลด์ให้ได้อยู่ดี และจากสถานการณ์ที่ทีมแพ้มา 4 เกมรวดความมั่นใจตกต่ำผลเสมอแบบที่ทีมเล่นได้ดีขึ้นในวันนั้นทำให้ทีมพอมีหวังอยู่บ้าง

มันอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของฤดูกาลก็เป็นได้สำหรับทีมของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส เพราะคนที่เพียร และพยายามอย่างแลมเบิร์ตก็ได้รับรางวัลตอบแทน หลังจากก่อนหน้านี้เขาได้ลงเล่นไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากนัก แต่การบาดเจ็บของกองหน้ารายอื่นๆ ทำให้เขาได้โอกาสเป็นตัวจริง และพิสูจน์ตัวเองกับเบอร์ 9

แลมเบิร์ตช่วยเกมรุกไม่เพียงแต่ทำประตูแต่ยังขยัน ในเกมกับลูโดโกเร็ตส์ เขาใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายสอดเข้าไปโหม่งทำประตู และก็ทำประตูต่อเนื่องตั้งแต่เกมก่อนหน้านั้นที่ไม่น่าจดจำในเกมกับพาเลซ แต่แลมเบิร์ตน่าจะมีความสุขมากกว่ากับ 2 เกมถัดมาที่ทีมชนะในลีก แม้ว่าไม่มีสกอร์สำหรับเขาแต่ก็ได้แอสซิสต์จากการโหม่งชนคานก่อนที่เกล็น จอห์นสันจะซ้ำเข้าไป

และเกมกับเลสเตอร์ที่เพิ่งจบลงไป เขาแอสซิสต์ให้อดัม ลัลลานา ที่หนีตามกันมาจากเซาท์แฮมป์ตัน และความขยันกับประสบการณ์ในการอ่านเกมของเขาทำให้ทีมเรียกใบแดงจากเวส มอร์แกน รวมถึงเปิดบอลสวยๆ หลายต่อหลายครั้งไม่นับกับการสร้างโอกาสด้วยตัวเอง

โคโล ตูเร อาจจะไม่ได้คลีนชีตในเกมกับลูโดโกเร็ตส์ แต่ย้อนไปตั้งแต่เกมกับเรอัล มาดริดเขาทำได้ดีจนนักวิจารณ์ต่างประเทศหลายคนเรียกร้องให้เขาได้รับโอกาสเช่นเดียวกับแฟนบอล แม้ว่าเกมเยือนบัลแกเรียทีมจะเสีย 2 ประตู แต่ต้องยอมรับว่ามาจากความผิดพลาดของไซม่อน มินโญเลต์มากกว่า

ตูเรช่วยให้ทีมเก็บคลีนชีตสำเร็จในเกมกับสโต๊ก ซิตี้ และมีส่วนสำคัญในเกมกับเลสเตอร์กับการสกัดหลายๆ จังหวะ แม้ว่าทีมจะเสียไป 1 ประตู แต่เกมรับดูมั่นคงขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้านั้นมาก

และที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือลูคัส เลว่า ที่ทำให้จังหวะของทีมกลับมาลงตัวlucas

ก่อนหน้านี้ลิเวอร์พูลใช้สตีเวน เจอร์ราร์ด ลงเล่นในตำแหน่งตัวรับ ที่ร็อดเจอร์ส ให้นิยามตัวคุมจังหวะเกมรุกจากด้านหลังมากกว่าจะเป็นตัวตัดเกม

การที่ลิเวอร์พูลเล่นเกมรุกเป็นหลัก ทีมถูกโต้กลับเป็นว่าเล่น และมีแค่เจอร์ราร์ดในวัย 34 ปีป้องกันอยู่หน้าแผงหลังคนเดียวก่อนหน้านี้จึงเป็นปัญหาเมื่อทีมไม่ได้เล่นเกมรุกลื่นไหลแบบในฤดูกาลที่ผ่านมา โครงสร้างเกมรุกที่ไม่เหมือนเดิมเมื่อทีมขาด SAS

ลูคัส ที่หนุ่มกว่า และถ้าพูดถึงการตัดเกม ทำลายจังหวะคู่แข่ง กองกลางบราซิลเด่นกว่า แม้จะมีประโยชน์ต่อเกมรุกน้อยกว่า แต่เขาทำให้จังหวะทีมกลับมาสมดุล และแนวรับของทีมทำงานสบายขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านั้น

3 เกมนี้ลูคัสเล่นได้เฉลี่ยมีมาตรฐานขึ้นจนนึกถึงช่วงเวลาที่ดีก่อนที่จะบาดเจ็บในฤดูกาลที่แล้ว แม้เป็นเรื่องปกติที่จะเห็นการฟาวล์ของนักเตะรายนี้ในเกมบ้าง แต่นั่นคือความดุดันที่ทีมขาดหายไป

การมีลูคัสในสนามยังเพิ่มอิสระในการวิ่งของสตีเวน เจอร์ราร์ด ที่หลายคนที่ติดตามเขามา 16 ปี รู้ดีว่าเขามีพรสวรรค์ในการเล่นเกมรุก และหาจังหวะทำประตูมากเพียงใด แม้ในฤดูกาลที่แล้วเขาจะถอยต่ำ แต่ก็ยังเปิดบอลยาวให้ทีมได้ลุ้นเสมอ

ใจของเจอร์ราร์ดอยู่หน้าปากประตูคู่แข่ง และเมื่อทีมมีปัญหาเกมรุก สมดุลเกมรับที่ไม่ดี การส่งลูคัสลงสนามจึงทำให้ทีมลงตัวมากขึ้น

หากร็อดเจอร์สดื้อรั้นไม่เปิดโอกาสให้ 3 คนนี้ลงเล่นในช่วง 2-3 เกมที่ผ่านมา ยังไม่รู้ว่าสถานการณ์ของทีมในเวลานี้จะเป็นเช่นไร แต่การส่งทั้งสามคนลงเล่นต่อเนื่องแสดงให้เห็นว่าโค้ชชาวไอร์แลนด์เหนือยังมองเห็นจุดเปลี่ยน และไหวตัวทัน

เจอร์ราร์ด มักจะกลับมาได้เสมอตลอดช่วงเวลาที่เขาอยู่กับลิเวอร์พูลหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักมาเมื่อใด เขามักจะตอบโต้ด้วยฟอร์มในสนาม

ต้องยอมรับว่าฟอร์มของเขาดร็อปลงไปตั้งแต่ลื่นในเกมกับเชลซีฤดูกาลที่แล้ว และถ้าใครติดตามฟุตบอลโลกจะเห็นว่าอดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษรายนี้ฟอร์มไม่สู้ดีนัก

การเล่นในตำแหน่งตัวรับยิ่งเสี่ยงให้เกิดความผิดพลาด และลังเลมากขึ้น แต่เมื่อเขาสามารถวิ่งได้อย่างอิสระอีกครั้ง เจอร์ราร์ด ก็ยังเป็นเจอร์ราร์ดคนเดิม แม้ว่าจะเป็นช่วงปลายอาชีพ แต่เชื่อว่าหลายคนอยากเห็นเขาเล่นในตำแหน่งถนัด ไม่ว่าจะเต็มหรือไม่เต็มเกม ดีกว่าเล่นรอจังหวะ และออมแรงให้ครบ 90 นาทีเท่านั้น

เจอร์ราร์ดดูกลับมามั่นใจขึ้นเมื่อมีคนช่วยเล่นเกมรับมากขึ้น แม้ว่าเรายังไม่รู้ว่าอนาคตของกัปตันจะอยู่ในทิศทางใด และมันจะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเขาในชุดหงส์แดงหรือไม่?

เจอร์ราร์ดน่าจะพิจารณาจากตัวของเขาเองว่าสามารถช่วยทีมได้แค่ไหน? ตราบใดที่เขามั่นใจว่าตัวเองยังมีประโยชน์กับลิเวอร์พูลเชื่อว่าคนรักทีมอย่างเขาจะอยู่เพื่อช่วยทีมต่อไป กลับกันหากเขารู้สึกเป็นส่วนเกิน หรือจะช่วยทีมได้น้อยลงเจอร์ราร์ดอาจจะเลือกทางเดียวกับทีมชาติอังกฤษ

ลูคัสทำให้แดนกลางค่อนไปทางเกมรับแข็งแกร่งขึ้น และเป็นพื้นฐานให้เจอร์ราร์ดเล่นเกมรุกได้เต็มที่ มันอาจจะไม่ใช่สูตรตายตัวที่ใช้ได้ตลอดฤดูกาล แต่มันทำให้ ‘จังหวะ’ ของทีมกลับมาดีขึ้นในตอนนี้

ฟอร์มในสนามเท่านั้นที่จะให้คำตอบกับเจอร์ราร์ด แต่เชื่อว่าเดอะ ค็อป อยากเห็นลูกยิงของกัปตันทีมเหมือนอย่างเกมกับเลสเตอร์อีกมากกว่าให้เขายืนอยู่หน้าแผงหลังเฉยๆ เป็นแน่

เจ้าของที่ดาวศุกร์

8 Comments

Leave a Reply