สนามซ้อม : Steven Gerrard in my memory โดยคุณ @nok77

by

 

บทความโดยคุณ Surin Jittjang หรือ @nok77 ที่ถ่ายทอดความทรงจำเกี่ยวกับ สตีเวน เจอร์ราร์ด

ขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยที่อนุญาตให้เอามาลงเว็บของเรา

————————————————————————————————–

capt1

 

capt2

 

29 พฤศจิกายน 1998 ในเกมลีกนัดที่ลิเวอร์พูลเปิดบ้านเอาชนะแบล็คเบิร์น โรเวอร์ไป 2-0 เด็กน้อยหัวขิงซึ่งสวมเสื้อหมายเลข 28 ถูกเปลี่ยนตัวลงไปในนาทีสุดท้ายแทน เวการ์ด เฮกเก้ม เป็นการลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก

 

capt3

 

 

5 ธันวาคม 1999 ทำประตูแรกให้กับทีมชุดใหญ่ได้ในเกมลีกนัดที่ลิเวอร์พูลเปิดบ้านเอาชนะเชฟฟิลด์ เวนสเดย์ไป 4-1 ต่อมาในฤดูกาล 2000-01 เปลี่ยนไปใส่เสื้อหมายเลข 17 แทน พอล อินซ์ ซึ่งย้ายออกไป

ในฤดูกาล 2002-03 ได้รับการแต่ตั้งให้เป็นรองกัปตันทีม และหลังจากเป็นรองกัปตันทีมอยู่ประมาณ 1ปี ในวันที่ 15 ตุลาคม 2003 ได้รับการแต่งตั้งเป็นกัปตันทีมแทน ซามี่ ฮูเปีย และเป็นจุดเริ่มต้นของ Captain Fantastic ผู้ซึ่งสร้างความมหัศจรรย์มากมายให้กับสโมสร

 

capt4

 

 

ฤดูกาล 2004-05 เปลี่ยนมาใส่เสื้อหมายเลข 8 ที่เราคุ้นตากันจนถึงปัจจุบันนี้ และในฤดูกาลนี้ในวันที่ 8 ธันวาคม 2004 ลิเวอร์พูลเปิดบ้านรับการมาเยือนของโอลิมเปียกอสในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก และต้องเอาชนะให้ได้ 2 ประตูขึ้นไปเพื่อผ่านเข้ารอบ หลังจากตกเป็นฝ่ายตามหลัง 0-1 ในครึ่งแรก ในครึ่งหลังลิเวอร์พูลพลิกกลับมานำ 2-1 แต่ยังไม่เพียงพอต่อการเข้ารอบ จนผ่านมาถึงนาทีที่ 86 เจอร์ราดก็ยิงประตู 3-1 ทำให้ลิเวอร์พูลผ่านเข้ารอบต่อไปได้ จนมาถึงนัดชิงที่พบกับ เอซี มิลาน หลังจากทีมตกเป็นรองในครึ่งแรก 0-3 สตีเว่น เจอร์ราร์ดก็จุดประกายความหวังของทีมขึ้นมาเมื่อทำประตูตีไข่แตกไล่ตามมา 1-3 และปลุกระดมลูกทีมจนกลับมาตีเสมอ 3-3 ได้สำเร็จ ก่อนจะเอาชนะไปได้ในการดวลจุดโทษ และเป็นการชูถ้วยแชมป์เป็นครั้งแรกในฐานะกัปตันทีม

 

capt5

 

 

ฤดูกาล 2005-06 ในนัดชิง เอฟเอ คัพ ลิเวอร์พูลพบเวสต์แฮม ยูไนเต็ด หลังถูกออกนำไปก่อน 2-0 และจบครึ่งแรกด้วยการตามอยู่ 2-1 ในครึ่งหลังเจอร์ราร์ดก็ยิงตีเสมอ 2-2 ก่อนที่จะถูกนำ 3-2 ไปอีกครั้ง จนกระทั่งเข้าสู่นาทีที่ 90 เกมทำท่าจะจบด้วยชัยชนะของเวสต์แฮม แต่เจอร์ราร์ดซึ่งก่อนหน้านั้นเป็นตะคริวก็สามารถยิงตีเสมอให้กลับทีมได้สำเร็จอีกครั้ง ก่อนที่ลิเวอร์พูลจะเอาชนะในการดวลจุดโทษไปได้ และเป็นแชมป์เอฟเอ คัพในปีนั้น

 

capt6

 

 

ฤดูกาล 2013-14 เจอร์ราร์ดนำลูกทีมขับเคี่ยวลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้อย่างสนุกตื่นเต้น และลิเวอร์พูลทำท่าว่าจะคว้าแชมป์ไปได้แน่นอน เมื่อเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้ 3-2 กุมความได้เปรียบในการลุ้นแชมป์เอาไว้ในมือพร้อมกับภาพประทับใจที่กัปตันปลุกเร้าลูกทีมหลังจบเกม แต่ในนัดที่พบเชลซี การลื่นของเจอร์ราร์ดทำให้เชลซีขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่จะชนะไป 2-0 ซึ่งการลื่นครั้งนี้ทำให้แชมป์หลุดมือไป และเป็นสิ่งที่แฟนบอลทีมอื่นนำมาล้อเลียนเจอร์ราร์ดจนถึงทุกวันนี้ แต่เชื่อว่าเดอะค็อปทุกคนไม่มีใครโทษเจอร์ราร์ด เพราะทุกคนรู้ว่ามันเป็นอุบัติเหตุและคนที่เจ็บปวดที่สุดกับการลื่นครั้งนั้นก็คือตัวของ สตีเว่น เจอร์ราร์ดเอง และถ้าไม่มีเจอร์ราร์ด ลิเวอร์พูลเองคงหมดลุ้นแชมป์ไปก่อนหน้านี้แล้วแน่นอน

 

capt7

 

 

ฤดูกาล 2014-15 ฟอร์มการเล่นของเจอร์ราร์ดเองก็ตกลงไปด้วยวัยที่เพิ่มขึ้น และสัญญาของเจ้าตัวก็จะหมดลงเมื่อจบฤดูกาล จนในที่สุดสิ่งที่เดอะค็อปไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นก็มาถึง เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2015 สตีเว่น เจอร์ราร์ด ได้ออกมาประกาศว่าจะอำลาสโมสรเมื่อจบฤดูกาล ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เดอะค็อปรู้สึกเจ็บปวด แต่ตัวเจอร์ราร์ดเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน แต่ก็เป็นการตัดสินใจที่ทำเพื่อทีมอีกครั้งหนึ่งของกัปตันคนนี้

เป็นระยะเวลา 17 ปี ตั้งแต่เจอร์ราร์ดลงประเดิมสนามให้ลิเวอร์พูลเป็นครั้งแรก จนกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของสโมสรในปัจจุบัน เป็นที่รักของแฟนบอล สิ่งที่ลิเวอร์พูลจะเสียไปเมื่อจบฤดูกาลนี้ ไม่ใช่แค่นักเตะผู้ยิ่งใหญ่ แต่เป็น “หัวใจ” ของทีม อย่างที่ ราฟาเอล เบนิเตซได้กล่าวไว้

 

capt8

 

 

17 ปี เป็นระยะเวลาที่นานมากในการที่รู้จักใครสักคนนึง ถ้าเป็นเพื่อนกัน ก็คงเป็นเพื่อนที่สนิทและรู้ใจกันมาก 17 ปี ที่สตีเว่น เจอร์ราร์ดรับใช้สโมสรลิเวอร์พูลมา จากเจ้าหนูหัวขิงหมายเลย 28 ผู้ซึ่งไม่เคยเกรงกลัวใครในสนาม มาเป็น Captain Fantastic ผู้ซึ่งสร้างความมหัศจรรย์มากมายให้กับสโมสรแห่งนี้ หลายต่อหลายครั้งในช่วงที่ดีที่สุดในชีวิตค้าแข้งของเจอร์ราร์ด ที่มีโอกาสจะย้ายไปอยู่กับทีมที่มีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า ได้เงินมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นเชลซี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รีล มาดริด บาเยิร์น มิวนิค อินเตอร์มิลาน แต่สุดท้ายเขาก็ปฏิเสธเลือกอยู่กับลิเวอร์พูลต่อไป

หลังจากที่ปฏิเสธทีมเหล่านั้น เชื่อว่าเดอะค็อปทุกคนคงจะคิดว่าสตีเว่น เจอร์ราร์ดคงจะไม่ย้ายไปไหนอีกแล้ว กัปตันคงจะเป็น One Club Man ไม่มีใครคิดว่าจะมีวันนี้ เมื่อสโมสรประกาศยืนยันว่าสตีเว่น เจอร์ราร์ดจะย้ายจากทีมไปเมื่อจบฤดูกาลนี้ จึงเป็นข่าวที่ช็อคความรู้สึกเดอะค็อปทั้งหลายมาก ความรู้สึกตอนนั้นคือ ใจหายมาก เหมือนเพื่อนสนิทที่เรารู้จักมา 17 ปี กำลังจะย้ายบ้านไป เมื่อได้ฟังบทสัมภาษณ์ของเจอร์ราร์ดเอง และได้อ่านสิ่งที่เพื่อนรักอย่างเจมี่ คาราเกอร์เขียน ก็เข้าใจได้ว่านี่เป็นการตัดสินใจของกัปตันเอง (อ่านได้บทความของคาร์ราเกอร์ที่แปลเป็นภาษาไทยได้จาก “บทความของคาร์ราเกอร์: สตีเว่น เจอร์ราร์ด ได้รับอนุญาตให้ลาจากลิเวอร์พูลไป…เขาควรที่จะได้รับการแสดงออกว่าเขาเป็นที่ต้องการจากสโมสร พวกเขาปล่อยให้กัปตันจากไปได้อย่างไร?” แปลโดย kenny7) ซึ่งในฐานะแฟนบอลลิเวอร์พูลก็คงได้แต่ยอมรับและเคารพการตัดสินใจของกัปตัน แม้ในใจลึกๆยังเชื่อว่าสโมสรไม่ได้พยายามมากพอและควรทำได้ดีกว่านี้ในการรั้งตัวกัปตันไว้ ถ้ามีการยื่นสัญญาใหม่ตั้งแต่ช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้ว หรือต้นฤดูกาลนี้ มั่นใจว่ากัปตันจะเซ็นอย่างไม่ลังเล แต่เมื่อมาถึงจุดนี้แล้วก็คงได้แต่ขอบคุณสำหรับความภักดีที่มีต่อสโมสร และทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกช่วงเวลามหัศจรรย์ ที่ผู้ชายคนนี้ “สตีเว่น เจอร์ราร์ด” มอบให้กับสโมสรแห่งนี้ และเดอะค็อปทุกคน และขอให้ประสบความสำเร็จกับความท้าทายใหม่ๆที่จะเจอ

อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการจากไปของกัปตันในครั้งนี้ เป็นแค่การจากลาชั่วคราว เลยขอบอกกัปตันว่า “แล้วเจอกัน กลับมาไวๆนะ”

 

capt9

Leave a Reply