Special Column, Uncategorized, บทความ - Columns — January 3, 2015 at 11:00 pm

บทความของคาร์ราเกอร์: สตีเว่น เจอร์ราร์ด ได้รับอนุญาตให้ลาจากลิเวอร์พูลไป…เขาควรที่จะได้รับการแสดงออกว่าเขาเป็นที่ต้องการจากสโมสร พวกเขาปล่อยให้กัปตันจากไปได้อย่างไร?

by

 

สตีเว่น เจอร์ราร์ด ได้รับอนุญาตให้ลาจากลิเวอร์พูลไป…เขาควรที่จะได้รับการแสดงออกว่าเขาเป็นที่ต้องการจากสโมสร พวกเขาปล่อยให้กัปตันจากไปได้อย่างไร?

gerrardcarragher

เรื่องเช่นนี้ถูกปล่อยให้เกิดได้อย่างไร? แม้การกล่าวร่ำลานี้จะเกิดขึ้นจาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด แต่ผมยังติดใจอยู่ว่ามันลงเอยเช่นนี้ได้อย่างไร

ผมไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะไปจากลิเวอร์พูล ผมมักจะเห็นภาพเขาเหมือนผมเสมอ ว่าเขาจะจบชีวิตค้าแข้งของเขา โดยเป็นนักเตะที่เล่นให้สโมสรแห่งเดียว

เขาได้มอบชีวิตของเขาให้กับลิเวอร์พูลตั้งแต่ก้าวแรกของเขาในอะคาเดมีของสโมสร เมื่อตอนอายุ 8 ขวบ และเขาก็ได้เสียสละมากมายตลอดมา

ย้อนกลับไปไม่เกิน 6 เดือน สตีเว่น ได้ประกาศหยุดเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษ เพื่อที่เขาจะได้ทุ่มเททั้งหมดให้กับลิเวอร์พูล สำหรับ 2-3 ปีข้างหน้า หลังจากนั้น ก็เริ่มมีข่าวความไม่แน่นอนในเรื่องของสัญญาใหม่ และในคอลัมน์นี้ เมื่อ หกสัปดาห์ก่อน ผมเพิ่งบอกไปว่า ลิเวอร์พูลไม่ควรจะปล่อยให้เขาจากไป และสุดท้ายเราก็มาถึงจุดนี้จนได้ จุดที่การจากลาได้เริ่มต้นขึ้น

เราไม่ควรจะมองข้ามความสำคัญของความรู้สึกที่ว่า เขาอยากรู้สึกว่าเขาเป็นที่ต้องการจากสโมสร แม้แต่นักเตะระดับท็อปก็เป็น(เช่นเดียวกับนักเตะคนอื่น) ในความเป็นจริงการที่ปล่อยให้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนเรื่องสัญญาล่วงเลยไปเรื่อยๆ ไม่ได้ช่วยอะไรเลย

แม้แต่ในช่วงที่เขาอยู่ในสภาพท็อปฟอร์ม สตีเว่น ก็ต้องการความชัดเจน ว่าเขามีประโยชน์และความสำคัญสำหรับสโมสร เรื่องหนึ่งที่แว็บเข้ามาในความคิดผม คือ ในช่วงฤดูร้อนปี 2011 ตอนที่ เคนนี ดัลกลิช เซ็นสัญญาคว้าตัว จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ ชาร์ลี อดัมเข้ามา ในขณะที่ ลูคัส เลว่า กำลังเล่นได้ดี ตอนนั้น สตีเว่น ถามเคนนี ว่า ‘แล้วคุณจะให้ผมเล่นตำแหน่งไหน?’ แม้เขาอาจจะพูดเหมือนล้อเล่น แต่ก็แอบมีความจริงจังเจืออยู่บ้างเช่นกัน

จากมุมมองหนึ่งที่ผมพอจะเข้าใจว่า ทำไมสตีเว่นเลือกที่จะเริ่มต้นความท้าทายใหม่ (ที่น่าจะเป็น อเมริกา)

ลองคิดดูว่า เขาเป็นซุปเปอร์สตาร์ของลิเวอร์พูลมาตลอด 15 ปี และ ผมไม่ได้หมายถึง แค่ที่สโมสร

ลิเวอร์พูลเป็นเมืองก็จริง แต่มันออกจะเป็นเหมือนหมู่บ้านมากกว่า ทุกคนเหมือนจะรู้จักกันหมด และการเป็นคนสำคัญเช่น สตีเว่น จึงเหมือนเป็นเป้าสายตาอย่างมากจนเหลือเชื่อ

ถ้าเพียงแค่เขาเดินเข้าไปในบาร์หรือร้านอาหาร ทุกสิ่งก็แทบจะเหมือนหยุดนิ่ง และด้วยเหตุผลนี้ เขาถึงหยุดที่จะเข้าไปในเมืองมานานมาก

เรื่องเขามักจะเป็นประเด็นพูดคุยในเสมอ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในสนามหรือเรื่องอื่นๆ

ความหลงใหลของแฟนบอลที่เกิดขึ้นทุกวันจนเป็นปกติ ได้สามารถสร้างความอึดอัดให้กับนักเตะท้องถิ่นเช่นเขา และมันเหมือนจะไม่ลดลงเลย

สมัยที่ ไมเคิล โอเว่น เล่นให้กับลิเวอร์พูล เขาอาศัยอยู่รอบนอกของเมืองเชสเตอร์ ทุกครั้งที่เขามาซ้อม เขามักจะถามว่า พวกเราอยู่ได้อย่างไรท่ามกลางพายุคำถามเกี่ยวกับสโมสรที่ถาโถมเข้ามาทุกวัน พวกเรามีหนทางมี่จะรับมือมัน เพราะพวกเรารู้ว่าเมืองนี้เป็นเช่นไร

แต่ด้วยความรู้สึกร่วมกับชาวเมืองนี่เอง ทำให้การแชร์ความสำเร็จร่วมกับพวกเขาทั้งหมด (ในเมืองลิเวอร์พูล) เป็นอะไรที่พิเศษมากกว่าปกติ

article-0-02A70AC90000044D-357_634x362

 

สตีเว่นสามารถที่จะได้รับถ้วยรางวัลมากมายกว่านี้ หากเขาย้ายไปเชลซี หรือที่อื่น แต่ไม่มีที่ใดที่จะให้ความรู้สึกเหมือนกับถ้วยรางวัลที่พวกเรา(ชาวลิเวอร์พูล)คว้ามันมาด้วยกัน

แต่มันก็มีอีกด้านหนึ่งเช่นกัน เมื่อผลงานไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง เหมือนที่เคยเกิดมาหลายหนตลอด 17 ปีที่ผ่านมาของสตีเว่น เขาก็ต้องแบกรับความรู้สึกผิดและความรับผิดชอบทั้งหมด ในขณะที่หากเขาเลือกไปที่อื่น เขาก็จะไม่มีภาระทางอารมณ์หรือความรู้สึกที่ต้องแบกเอาไว้ เล่าถึงตรงนี้คงจะทำให้พวกคุณพอจะเห็นภาพว่า เป็นเรื่องที่ทำใจยากแค่ไหน สำหรับนักเตะท้องถิ่นคนหนึ่ง ที่จะต้องตัดสินใจจากลิเวอร์พูลไป

ลองดูกรณีของ ไมเคิล โอเว่น และ สตีฟ แม็คมานามาน นักเตะยอดเยี่ยมที่โตมากับสโมสร พวกเขาจากสโมสร เพื่อไปท้าทายตัวเองที่สเปน ในช่วงท็อปของเขา และผลสุดท้ายก็คือ พวกเขาไม่ได้เป็นที่รักมากมายในท้ายสุด

ในขณะที่ ชาบี อลอนโซ่ และ หลุยส์ ซัวเรซ กลับต่างกันไป พวกเขาจะถูกรักไปตลอด แม้พวกเขาจะจากไปในสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกันในช่วงชีวิตของอาชีพที่ใกล้กัน

แฟนบอลเข้าใจว่าพวกเขาเป็นนักเตะต่างชาติที่จะเข้ามา ทำหน้าที่ของพวกเขา และจากไป แต่แฟนบอลไม่สามารถที่จะยอมรับได้ หากนักเตะของพวกเขาจะทำเช่นเดียวกัน

ถ้าสตีเว่น ย้ายไปเชลซี เมื่อ 10 ปีก่อน เขาก็อาจจะตกอยู่ในสถานภาพเดียวกับ โอเว่น และ แม็คมานามาน

แต่ในตอนนี้ เขายังเป็นนักเตะที่มีประสิทธิภาพในทีมทุกครั้งที่ลงเล่นในสนาม ดังนั้นปฏิกิริยาตอบสนองจากแฟนๆจึงแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

ผมไม่แน่ใจว่านักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่โตมาภายใต้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หรือ นักเตะท้องถิ่นที่เล่นให้ทีมในลอนดอน จะมีความรู้สึกร่วมเช่นนี้หรือเปล่า ยกตัวอย่างเช่น คลาส 92 ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่มีใครเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่โดดเด่นออกมา(มากกว่าคนอื่น) และพวกเขาเล่นให้กับทีมที่ได้ถ้วยรางวัลมาตลอด

แต่ต่างออกไปสำหรับ สตีเว่น เขาถูกคาดหวังมาตลอด ให้เป็นผู้ที่จะเข้ามาช่วยลิเวอร์พูล เป็นแรงผลักดันในเวลาที่ทีมต้องการ และแม้ตอนนี้เขาจะอายุ 34 แล้ว แต่ความคาดหวังในตัวเขายังคงเหมือนเดิม ด้วยเหตุผลนี้ ผมจึงคิดว่า การตัดสินใจที่จะจากไปครั้งนี้ จะเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเขาและครอบครัวของเขา

และหากมองในมุมที่เขาน่าจะสามารถลงเล่นได้มากขึ้น ผมยิ่งเข้าใจในเหตุผลที่เขาจะจากไป

Liverpool players Jamie Carragher and Steven Gerrard

ผมมีโอกาสได้คุยกับเขาหลายหน ในประเด็นเรื่องช่วงเปลี่ยนแปลงของสถานภาพ จากคนที่มักจะเป็นคนแรกที่จะถูกส่งลงสนาม สู่การจัดการจำนวนนัดที่จะลงให้เหมาะสมขึ้น

มันเป็นเรื่องยาก(ที่จะอยู่ในสภาพนั้น) และด้วยความสัตย์จริง นี่คือเหตุผลหลักที่ผมเลิกเล่น

ตอนนี้เขาอาจจะพลาด 1 เกมจาก 3 เกม และ ในฤดูกาลหน้า เขาอาจจะลงได้เพียงเกมเว้นเกม

สตีเว่นไม่ใช่คนที่จะรู้สึกยอมรับได้ถ้าต้องนั่งอยู่บนม้านั่งสำรอง หากมองจากมุมนี้ ถือว่าเขาตัดสินใจได้ถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม ผมไม่อาจหยุดความรู้สึกที่ว่า สโมสรลิเวอร์พูล ควรจะทำอะไรมากกว่านี้ เพื่อที่จะรั้งเขาไว้ที่แอนฟิลด์

ที่จริงพวกเขาสามารถที่จะร่วมกันหาข้อตกลงที่จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายทั้งในระยะสั้น และระยะยาว

ผู้คนกำลังกล่าวถึง ความเป็นไปได้ที่ สตีเว่นจะเป็น ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลในอนาคต แต่ในความเป็นจริงมันช่างไร้สาระ

ผมไม่เคยคิดที่จะสนับสนุน ให้นักเตะระดับสูงได้รับตำแหน่งผู้จัดการ เพียงเพราะชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของเขา ไม่ว่าจะเป็น เจอร์ราร์ด หรือ เธียรี อองรี ที่อาร์เซนอล หรือ ใครก็ตาม

แต่ในอีก 12 เดือน ข้างหน้า สตีเว่น ก็สามารถที่จะทำงานสักตำแหน่งในทีมสต๊าฟร่วมกับการลงเล่น

หรืออาจจะเป็นการเพิ่มประสบการณ์ให้กับเขาด้วยการตามติด เรียนรู้การทำงานของ เบรนแดน รอดเจอร์ส, ดูแลการฝึกอะคาเดมี หรือ งานอื่นๆในสโมสร

เมื่อสิ้นสุดปีแล้ว สตีเว่นอาจจะพบได้ว่า เขายังไม่พร้อมจะทำหน้าที่โค้ช หรือ เขาอาจจะตัดสินใจได้ว่า การเป็นโค้ช ไม่เหมาะกับเขา

โดยเฉพาะเมื่อผมมองบทบาท ของ ไรอัน กิ๊กส์ ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในตอนนี้ ผมอดคิดไม่ได้ว่า ลิเวอร์พูล ได้ปล่อยให้ประสบการณ์ที่อยู่ในตัวสตีเว่น หลุดลอยไป

หลายคนอาจจะพูดได้ว่า เขาสามารถที่จะกลับมาได้ แต่ไม่มีอะไรแน่นอน ประเด็นเหล่านี้ก็เกิดขึ้นก่อนที่ผมจะแขวนสตั๊ด แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกอย่างก็เปลี่ยนได้

ในตอนนี้ สิ่งที่แฟนลิเวอร์พูลทำได้คือ ดื่มด่ำกับ 5 เดือนที่เหลือ เพราะยังไม่มีอะไรที่แน่นอนชัดเจน จนกระทั่งเขาจากไปจริงๆ

เขาเป็นกองกลางที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก?

คุณคงไม่จำเป็นต้องได้ยินคำชมใดๆจากผม แต่ไปฟังจากเพื่อนร่วมอาชีพของเขาดีกว่า

เข้าได้รับการเลือกอยู่ในทีมของ PFA ถึง 8 หน(สถิติสูงสุด)

กิกส์, แพทริก วิเอร่า, และ อองรี ได้รับการโหวตเลือก 6 ครั้ง รอย คีน และแฟรงค์ แลมพาร์ต 5 หน พอล สโคลส์ 2 หน

และสำหรับ ลิเวอร์พูล เขาอยู่ตรงไหน?

เคนนี ดัลกลิช ในภาพทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ผู้เล่น ผู้จัดการทีม และทูตของสโมสร เขาอาจจะเป็นที่ 1 แต่สำหรับผม สตีเว่น เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่เฉพาะความสามารถ แต่รวมถึงความเสียสละทุ่มเทที่เขามีให้สโมสรด้วย

คุณต้องไม่ลืมว่า สตีเว่นจงรักภักดีกับสโมสรลิเวอร์พูล ตลอด 5 ปี ที่ลิเวอร์พูลไม่ได้ไป แชมเปี้ยนส์ลีก แม้เขาจะได้รับการทาบทามจากทีมเต็งของการแข่งขัน แบบ เรอัล มาดริด ก็ตาม

ไม่มีนักเตะพรสวรรค์ระดับเดียวกับเขาจะทำในสิ่งเดียวกันนี้

จะมีนักเตะระดับโลกคนใดอีกที่จะมอบชีวิตค้าแข้งทั้งหมดของเขาให้ลิเวอร์พูล อย่างเช่นสตีเว่น เจอร์ราร์ด? ผมว่าไม่มี

 

บทความโดย: เจมี คาร์ราเกอร์

แปลโดย: kenny7

17 Comments

Leave a Reply