TL : ว่าด้วยเรื่องของจุดโทษ, ว่าที่กัปตัน และว่าที่ผู้จัดการทีม

by

 

บอกกับ KYU  ว่าหากขยันเขียนปรีวิวที่เปลี่ยนเป็นหัว ‘คุยก่อนเกม’ ไปแล้วว่าหากขยันเขียนก็จะขยันปั่นบทความมากขึ้นเหมือนกัน อาจจะไม่ได้กำหนดวันตายตัว เพราะลิเวอร์พูลก็เตะถี่แบบไม่มีวันตายตัวเช่นกัน แต่เมื่อมีประเด็นก็ต้องพูดถึงกันหน่อย

ชัยชนะเหนือเบซิกตัส 1-0 ในแอนฟิลด์เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทั้งฟอร์มของ จอร์ดอน ไอบ์ และมามาดู ซาโก้ ที่สองคนนี้ผมว่าเล่นได้ดีมาก ถูกพูดถึงน้อยลงไปเยอะเมื่อพูดถึงประเด็นการแย่งกันยิงจุดโทษของมาริโอ บาโลเตลลี กับจอร์แดน เฮนเดอร์สัน

ก็เลยต้องพูดถึงกันหน่อย…

บาโลเตลลีเป็นนักเตะที่แฟนบาง(หลาย)คนไม่ค่อยชอบนัก บางคนชอบอาจจะชอบมากไปเลย หรือบางคนอาจจะเกลียดไปเลย เพราะสไตล์ส่วนตัว ไม่นับว่าเขาเคยอยู่กับอินเตอร์ มิลาน, แมนฯ ซิตี้, เอซี มิลาน ซึ่งอาจจะมีบางทีมเป็นทีมคู่แข่งของหลายๆ คน อย่างผมมีเพื่อนคนหนึ่งเชียร์แมนฯ ยูไนเต็ด บอกเลยว่าเกลียดบาโลมากๆ อันนี้ไม่น่าแปลกใจเลยหากบางสื่อที่มีเด็กผีเยอะจะเสี้ยมให้คนเกลียดบาโลไปด้วย พอมีคนเสพเยอะๆ ก็จะ ‘อิน’ ไปด้วย พาลไม่ชอบ

ไม่นับพฤติกรรมส่วนตัวของเจ้าตัวเอง การเป็นหนึ่งในผู้นำนักเตะที่ขยันโพสต์ในโซเซียลมีเดีย ซึ่งความจริงเทียบกับเขียนข้อความของบาโล อาจจะน้อยกว่าความถี่ของนักเตะที่ไม่ค่อยเป็นข่าวอย่างลูคัส เลว่า เท่าไหร่ แต่บางครั้งต้องยอมรับว่าบาโลอาจจะไม่ค่อยรู้ ‘กาลเทศะ’ เอาง่ายๆ เหมือนกรณีที่เกิดขึ้นในฤดูกาลนี้นั่นแหล่ะ

บุคลิกส่วนตัวบางมุมที่ทำให้คนไม่ชอบ ยิงได้ไม่ดีใจ บางทีออกจะหลงตัวเองในหลายๆ เรื่อง ผมจำประโยคหนึ่งตอนเขาเล่นกับแมนฯ ซิตี้ได้ว่าเขาเคยพูดว่า ‘คนชื่นชมลิโอเนล เมสซี กันมาก เพราะเขายังไม่รู้จักมาริโอ บาโลเตลลี’ บางคนอาจจะดูว่าโอหังไปหน่อย ในทางกลับกันก็ดูว่ามันบ้า หรือสำหรับผมบางทีมันฮามากกว่า! หลายครั้งจริงๆ ผมไม่แน่ใจว่าเจ้าตัวเจตนาแบบไหน แต่มันเหมือนกับกรณีที่โดนมองว่าเหยียดผิวในข้อความ “jumps like a black man and grabs coins like a Jew.” (กระโดดเหมือนคนดำ และเก็บเหรียญเหมือนยิว” จนถูกแบน 1 นัด ปรับ 25,000 ปอนด์ และต้องออกมาขอโทษ

คือบางมุมผมเข้าใจบาโลว่ากะให้ขำ แต่บางเรื่องมันไม่ขำ และสุดท้ายเจ้าตัวนั่นแหล่ะจะขำไม่ออกเอง

แต่ถึงจะชอบไม่ชอบยังไง สำคัญที่สุดคือเมื่อเขาอยู่ในสนามชุดลิเวอร์พูล แฟนบอล เดอะ ค็อป ต้องหวังให้เขาทำผลงานออกมาดี จะมาแช่งให้เล่นแย่ ผมว่าก็ไร้สาระแยกแยะไม่ออกเกินไปหน่อย แต่ถ้าจะบอกว่าเขาทำถูกทุกเรื่องคงไม่ใช่

สมมุติว่าบาโลเตลลียิงได้เยอะเหมือนหลุยส์ ซัวเรซ ในฤดูกาลที่แล้ว ชีวิตของเขาคงง่ายขึ้น ให้ไปกัดใครเด็กหงส์ก็ยังรัก! แต่ถ้าผิดก็ต้องว่าไปตามผิด แม้แต่ซัวเรซเองก็ต้องยอมรับ

พูดถึงสถิติการทำประตูของบาโลเตลลีในฤดูกาลนี้ยังไม่ดีเท่าไหร่ แต่ผลงานในสนามระยะหลังกระเตื้องขึ้น และพอจะทำให้ทีมมองในแง่ดีในช่วงที่เหลือของฤดูกาลได้ อันนี้ค่อยว่ากันเดี๋ยวจะยาว สถิติต่างรอดูในรายการ ‘คุยหลังเกม’(ดูตอนล่าสุดได้ทาง https://www.youtube.com/watch?v=khZ5Is91vFk)

แต่บทความนี้พูดถึงจุดโทษในเกมล่าสุดที่เป็นประเด็นร้อนกันดีกว่า

บาโลเตลลีเข้าไปแย่งเฮนเดอร์สันที่สวมปลอกแขนกัปตันทีม และมีสเตอร์ริดจ์เข้ามาสอบถามหรือเหมือนจะกันไม่ให้มีปัญหา ภาพจากกล้องโทรทัศน์ออกมาแบบนั้น และเป็นบาโลเตลลียิงจุดโทษเข้าไปในนาทีที่ 86 ซึ่งเป็นประตูที่สำคัญมากๆ ในการเจอกับเบซิกตัสที่ฤดูกาลนี้เจอทีมจากอังกฤษมาแล้ว 2 ทีม(อาร์เซนอล และสเปอร์ส) และทำให้ทีมเหล่านี้เหนื่อยหนักมาแล้ว แถมฟอร์มเวลานี้เบซิคตัสดีกว่าตอนเจอทั้งสองทีมนั้นด้วย

สำหรับคนที่ดูเกมเฉพาะทีวี ไม่ได้ตามโซเซียล เน็ตเวิร์ก บางทีมันก็เป็นเรื่องดีเหมือนกัน เพราะจริงๆ มันจบก็จบไป ลิเวอร์พูล ยิงเข้า ชนะ เฮ…

แต่ถ้าตามข่าวมันเป็นประเด็นต่อมา เมื่อเจอร์ราร์ดที่ช่วงนี้ว่างจัด! รักษาตัวจากการบาดเจ็บออกรายการถ่ายทอดของไอทีวี บ่นเรื่องบาโลไปนิดหน่อยกว่า ‘ไม่เคารพ’ เฮนเดอร์สัน นิดหน่อย

เจอร์ราร์ดแสดงตลอดในการสนับสนุนเฮนเดอร์สันเป็นกัปตันทีม แต่ว่ากันตรงๆ เรื่องยิงจุดโทษระหว่าง บาโลเตลลีกับเฮนเดอร์สัน เด็กหงส์, นักวิจารณ์ หรืออาจจะรวมถึงโค้ชส่วนใหญ่ในวงการฟุตบอลจะเลือกใครก่อนระหว่างสองคนนี้?

สถิติบาโลเตลลียิง 29 ลูกเข้าไป 27 ครั้ง คิดเป็น 93%(ก่อนยิง) ว่ากันตามตรงเขาเป็นกลุ่มยิงเยอะ(นับเฉพาะคนยิงเกิน 20 ลูก) เป็นเปอร์เซ็นต์สูงมาก 2 ครั้งที่พลาดเป็นเกมกับเจนัว และนาโปลีที่ตอนนั้นมีเปเป้ เรน่า เป็นจอมเซฟจุดโทษ ว่ากันตามตรงสถิติของเขาดีกว่า ฟิล นีล (ยิงเข้า 38 ไม่เข้า 13 คิดเป็น 74 เปอร์เซ็นต์)  เอายุคหลังหน่อย ไมเคิล โอเว่น ยิงเข้า 13 ไม่เข้าถึง 10! อันนี้ไม่ต้องคิดเปอร์เซ็นต์ก็ได้ ขณะที่สตีเวน เจอร์ราร์ด ที่เป็นมือหนึ่งเวลานี้ ยิงเข้า 47 พลาดไป 9 คิดเป็น 83 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ว่ากันตามตรง บาโลเตลลียิงแม่นกว่าเจอร์ราร์ดอีก!!!

ส่วนสถิติจอร์แดน เฮนเดอร์สัน เท่าที่ค้นเจอคือเคยยิงจุดโทษ 1 ครั้ง และเข้า 0 !!!

จุดโทษบางทีมันเหมือนกับฟรีคิก หลายๆ ครั้งมันเป็นเรื่องของความมั่นใจ และทักษะการยิง ยิ่งทำบ่อยๆ เข้าบ่อยๆ ยิ่งมั่นใจกว่าพลาดบ่อย

บางคนอาจจะบ่นว่าร็อดเจอร์สน่าจะกำหนดคนให้ชัดว่าใครควรเป็นคนยิง แต่หลายๆ ครั้งหลายๆ ทีมก็มีปัญหาตรงนี้อยู่บ้าง

อเล็กซานดร้า โคลารอฟ เคยแย่งยิงฟรีคิกกับบาโลเตลลี(อีกแล้ว!) และเขายิงเข้าไป แต่เขาบอกว่ามันเป็นการพูดคุยกันธรรมดา และอยู่ที่เหลี่ยม และมุมการยิง

ปัญหาด้านจุดโทษมันจะง่ายขึ้นเมื่อคนหนึ่งไม่มั่นใจ เช่นมือสังหารจุดโทษมือหนึ่งเป็นตระคริว วิ่งเยอะ มีการบาดเจ็บรบกวน สตั๊ดมีปัญหา ฯลฯ และเลือกจะไม่ยิง เสียสละให้คนถัดๆ ไป

แต่ถ้ามั่นใจกันหมด แน่นอนว่าการกำหนดโดยโค้ชเป็นสิ่งจำเป็น เพียงแต่มันไม่ได้เป็นอะไรที่ ‘ตายตัว’ เหมือนกีฬาบางประเภท อย่างเช่นหมากรุกที่มีตาเดินที่ดีที่สุดอะไรแบบนั้น แม้แต่หมากรุกยังอาจจะมีความยืดหยุ่น อเมริกันฟุตบอลแม้อาศัยการวางแผนจากโค้ชแต่บางครั้งควอเตอร์แบ็กก็เปลี่ยนแผนเองกลางครันได้

มันไม่ได้ ‘fixed’ ขนาดว่าถ้าไม่ทำตามแล้วต้องถูกลงโทษ เป็นเรื่องคอขาดบาดตายอะไรประมาณนั้น

บาโลยิง และเข้าไปทุกอย่างน่าจะเรียบร้อย ยิ่งเมื่อ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เข้าไปจะตบหลัง บาโลพลิกเข้ามากอด เฮนโด้ ให้สัมภาษณ์ว่าเห็นบาโลมั่นใจ และมีประสบการณ์มากกว่าเลยให้เขายิงไป ขณะที่บาโลขอบคุณเฮนโด้ ทุกอย่างน่าจะแฮปปี้ เอนดิ้ง

กลายเป็นการให้สัมภาษณ์ของเจอร์ราร์ดที่ออกแนวทำให้เกิด ‘ดราม่า’ ตามมาว่าบาโลไม่เคารพเฮนโด้ในจังหวะนี้

ความจริงหากตามเจอร์ราร์ดมาตลอด คงไม่แปลกใจการพูดของเจอร์ราร์ด เขาเป็นคนตรงๆ อย่างเช่นปี 2005 ช่วงมกราคมหรือกุมภาพันธ์เขาเคยให้สัมภาษณ์ว่าลิเวอร์พูลไม่มีทางได้แชมป์ยูฟา แชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาลนั้นจนราฟาต้องออกมาสั่งสอนว่าพูดแบบนี้หน้าสื่อไม่ได้ และที่คลาสสิกกว่าคือเราได้แชมป์ปีนั้น เพราะเจอร์ราร์ดนั่นแหล่ะ!

เจอร์ราร์ดออกจะตรงไปตรงมาไปหน่อย จริงๆ เรื่องพวกนี้ควรจะอยู่ในแค้มป์ แต่เขาถือหางเฮนโด้อย่างชัดเจนว่าเป็นกัปตัน และอาจจะควรเป็นคนยิงถัดจากเขา

แต่แม้แต่เบรนแดน ร็อดเจอร์สยังเลี่ยงตอบคำถามนักข่าวตรงจุดโทษว่าสตีเวน เจอร์ราร์ด คือตัวเลือกแรก  Reporter: can you clarify who was supposed to take the penalty..BR: Steven Gerrard บาโลอาจจะดูไม่เคารพเฮนโด้เล็กๆ

แต่ในความเป็นจริง คนที่อยู่นอกสนามไม่เหมาะจะให้ความเห็นที่กระทบกับนักเตะในสนามที่ตกลงกัน และสุดท้ายก็เคลียร์กันชัด

จริงๆ หากเป็นแผนการที่ร็อดเจอร์สเน้นไว้ บาโลอาจจะไม่กล้ายุ่ง เหมือนที่ผ่านๆ มาเขาไม่เคยเข้าไปแตะหน้าที่นี้ของเจอร์ราร์ด

เป็นไปได้ที่เฮนเดอร์สันอาจจะเป็นตัวเลือกที่วางไว้ แต่อย่าลืมว่าช่วงที่ผ่านมา นักเตะที่มีสถิติยิงจุดโทษดีอย่าง บาโลเตลลี, ริคกี แลมเบิร์ต, ฟาบิโอ บอรินี, อดัม ลัลลานา หรือแดเนียล สเตอร์ริดจ์ ไม่ได้ลงตัวจริงต่อเนื่อง และสลับกันเป็นสำรองหรือบาดเจ็บcarra

ร็อดเจอร์สเคยให้สัมภาษณ์ช่วงต้นฤดูกาลว่าบาโลขอเป็นคนยิงจุดโทษมือหนึ่ง แต่เขาเน้นย้ำว่าเลือกเจอร์ราร์ด และถ้าไม่มีเจอร์ราร์ดถึงจะเป็นโอกาสของเขา

จุดนี้จึงไม่น่าแปลกใจเลย หากผมจะเข้าข้างโอ้ และผมเชื่อว่าบาโลคิดว่าเขาคือตัวเลือก ‘เบอร์สอง’

ว่ากันตามตรงผมว่าแฟนบอลลิเวอร์พูลส่วนใหญ่ หรือแฟนทีมอื่นๆ หากได้ชมเกม งงด้วยซ้ำว่าเฮนเดอร์สันจะยิงทำไมเมื่อมันไม่ใช่งานถนัดของเขา

ยิ่งถ้าคิดถึงผลประโยชน์ของทีมมันควรจะเลือกคนที่มีค่าเฉลี่ยเปอร์เซ็นต์ดีที่สุด ปลอดภัย และแน่นอนที่สุด เว้นแต่คุณอยากให้มันพลาด!!!

สถานการณ์ของเกมบีบแบบนั้นในช่วง 4 นาทีสุดท้าย เฮนเดอร์สัน ที่ระยะหลังยิงประตูไม่ค่อยได้ ไม่นับจังหวะในเกมดังกล่าวที่ยกนกตกปลาไปหลายครั้ง

เชื่อว่าถ้านาทีนั้นคนถือบอลเข้าไปยิงเป็นเฮนเดอร์สัน แฟนหงส์ได้เสียวเพิ่มว่าบาโลยิงแน่ๆ

ไม่ใช่แค่ลูกนี้ แต่หมายถึงในอนาคตด้วย…hamann

เจมี คาร์ราเกอร์ ให้ความเห็นทางทวิตเตอร์สวนกับเจอร์ราร์ดพอสมควร เขามองผลประโยชน์ของทีม และควรจะให้คนที่ชัวร์สุด หนึ่งในนักเตะที่ยิงจุดโทษที่ดีที่สุดในโลกยิงไป เช่นเดียวกับดิทมาร์ ฮามันน์

แต่สุดท้ายทุกอย่างจบ เจอร์ราร์ดก็ออกมาแสดงความเห็นอาจจะแก้เก้อเล็กน้อยหลังจากเฮนโด้ออกมาให้สัมภาษณ์ดีมาก และบาโลก็ดีใจกับชัยชนะและขอบคุณเฮนโด้ ส่วนเจอร์ราร์ดก็เลยขอบคุณ ทุกอย่างน่าจะเรียบร้อย  กัปตันแค่เผลอพลาดพูดกับสื่อเท่านั้น ไม่น่าจะเป็นประเด็นใหญ่หลังจากนี้ และเมื่อพูดถึงประเด็นนี้สิ่งที่ต้องเน้นย้ำคืออนาคตมากกว่า

เจอร์ราร์ดเป็นเบอร์หนึ่งที่กำลังจะจากไป ใครควรเป็นเบอร์ 2, 3 และ 4 อาจจะต้องชัดเจนขึ้น แต่เชื่อว่าหลายคนก็ยังเลือกบาโลเตลลีก่อนเฮนโด้!!!

ถ้ามองในแง่ดีการที่ทีมมีคนยิงได้หลายคน ดีกว่าเกี่ยงกันยิงแน่ๆ อย่างกรณีโคลารอฟช่วงที่ยิงฟรีคิกเข้าเป็นว่าเล่นก็เพราะบาโลกดดันอยู่ พลาดเมื่อไหร่เองอด ว่ากันอย่างนั้น ในฤดูกาลที่แล้วเจอร์ราร์ดเองก็เสียสละให้ซัวเรซที่ซ้อมหนัก มั่นใจ และกำลังแม่นกว่ายิง เพื่อผลประโยชน์ของทีม ที่ผ่านมาเจอร์ราร์ดทำได้ดีตรงจุดนี้เลยไม่มีปัญหาอะไรกับการยิง 12 หลา โดยเฉพาะหลังขึ้นเลข 3 เจอร์ราร์ดพลาดน้อยลงหลังจากเคยท้อช่วงพลาดเยอะในยุคราฟาว่าจะไม่ยิงอีกแล้ว แต่เอลบอสสั่งให้ยิงหลังจากนั้นเจอร์ราร์ดพลาดลูกเดียวเกมกับแมนฯ ยูไนเต็ดที่ยิงชนเสานั่นแหล่ะ

วันหนึ่งไม่ว่าจะเป็นใครก็จะมีการพลาดเกิดขึ้น แต่อย่างน้อยอย่างที่บอกว่าต้องเลือกคนที่เปอร์เซ็นต์ดีที่สุด ไม่ใช่อย่างโอเว่นในยุคอุลลิเยร์!

แล้วทำไมเจอร์ราร์ดออกมาพูดแบบนั้น? จริงๆ ไม่ต้องคิดซับซ้อน นอกจากเขาจะตรงไปตรงมา(บางทีอาจจะทำให้ไม่เหมาะเป็นนักวิจารณ์ในอนาคตที่บางเรื่องต้องเลี่ยงบ้าง) บาโลเพิ่งจะลง IG นัดก่อนว่าเอฟเอ คัพ เพื่อกัปตันมีหวังชูถ้วยสุดท้ายในวันเกิด จริงๆ เจอร์ราร์ดไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกับบาโล แต่ต้องยอมรับว่าสนิทกับเฮนเดอร์สันมากกว่าจากเวลาที่อยู่ด้วยกัน และร็อดเจอร์สเคยเปิดเผยว่าคุณกับเจอร์ราร์ดด้วยว่าจะเลือกใครเป็นกัปตันต่อจากเขา

เจอร์ราร์ดอาจจะอยากผลักดันเฮนเดอร์สัน กลับกันตัวเฮนโด้เองบางมุมหลายคนคงเห็นว่าเขาพยายามจะเลียนแบบเจอร์ราร์ด ซึ่งบางทีอาจจะมากเกินไป เพราะคุณอาจจะเป็นกัปตันในแบบของตัวเองจะดีกว่า

วัยวุฒิของเฮนเดอร์สันหากจะเบ่งกล้าม โชว์พลัง หรือบารมีในทีม ว่ากันตามตรงแฟนบอลรู้สึกได้ว่ามันยังน้อย หลายคนมองว่าเขาไม่เหมาะเป็นกัปตันทีมด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตามส่วนตัวผมยังยุติธรรมกับเรื่องนี้ และเฮนเดอร์สัน ว่าที่กัปตันในอนาคต แม้ส่วนตัวผมอยากจะให้ลูคัส เลวา เป็นกัปตันทีมคนต่อไปมากกว่า เพราะถ้าดูบทบาทในสนามหากไม่นับเจอร์ราร์ด เขาเป็นนักเตะที่มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนๆ และการแสดงออก หรือการพูดกับคนอื่นๆ ที่ดี ไม่นับช่วงเวลาที่อยู่ในแอนฟิลด์มานาน หรือว่ามาร์ติน สเคอร์เทล แต่รายหลังพูดน้อย และให้มีสมาธิกับเกมรับไปก่อน ส่วนลูคัสถ้าว่ากันตอนต้นฤดูกาลพูดถึงตำแหน่งรองกัปตันทีมแทนแดเนียล แอ็กเกอร์ สำหรับกองกลางบราซิลที่แทบไม่ได้เป็นตัวจริงช่วงนั้นมันคงอยากจะพิจารณา

หวยเลยมาออกที่เฮนเดอร์สัน หากเทียบกับเวลาที่อยู่ในทีม เพราะเกล็น จอห์นสันก็ไม่น่าจะใช่ และดูตัวเลือกคนอื่นๆ ต่างเป็นนักเตะใหม่ทั้งนั้น…

เวลาการอยู่กับทีมเป็นเรื่องสำคัญ แม้แต่เจอร์ราร์ดไปแอลเอ กาแล็กซี ปลอกแขนก็ยังเป็นของร็อบบี คีน ซึ่งถ้าไม่ลำเอียงมันเป็นเรื่องถูกต้องสำหรับคนที่อยู่มาก่อน กลับกันถ้าไปถึงแย่งกัปตันมาเลยมันอาจจะกลายเป็น ‘ดูไม่ดี’ แทนมากกว่า แม้แต่ซีเนดีน ซีดาน ย้ายไปเรอัล มาดริด, เบ็คส์ย้ายไปแอลเอ ขณะที่ปลอกแขนทีมชาติ หลายๆ คนมาจากทีมเก่าใช่ว่าจะเป็นกัปตันทีมใหม่ทันที ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผจก.ทีมนั้นว่าจะส่งผลกระทบแค่ไหน?bb

ซาโก้เคยเป็นกัปตันทีมเปแอเสเชมาแล้ว สถานะผู้นำของเอ็มเร ชานเป็นสิ่งที่หลายคนพูดถึง คาแรกเตอร์ของเดยัน ลอฟเรน จริงๆ ลิเวอร์พูลมีหลายคนเป็นกัปตันทีมได้ และน่าจะดีด้วย เพียงแต่เฮนเดอร์สันดูจะเป็นคนที่ปักหลักในฐานะตัวจริงถาวรที่สุดในเวลานี้ และอยู่กับทีมมานาน แถมยังเป็นนักเตะอังกฤษอีกต่างหาก

หลายคนไม่เห็นด้วยทั้งหมด ยังมีอะไรที่ต้องปรับปรุงแก้ไข การเป็นรองกัปตันทีมไม่ได้การันตี 100 เปอร์เซ็นต์ว่าจะเป็นกัปตันทีมในอนาคต(เจอร์ราร์ดเคยเป็นรองกัปตันทีมของจอห์น เทอร์รี่ แต่กลายเป็นเบอร์ 3 ถัดจากริโอ เฟอร์ดินานด์ในยุคฟาบิโอ คาเปลโล่เข้ามาทำทีมต่อจากสตีฟ แม็คคลาเรนมาแล้ว) เชื่อว่าถาม 10 คนก็จะมีคนเลือกกัปตัน และให้เหตุผลต่างกันออกไป เหมือนกับเจอร์ราร์ดดูจะสนับสนุนเฮนเดอร์สัน แต่มันใช่ว่าคนที่ทำหน้าที่นี้ได้ดีแล้วจะเลือกตัวแทนได้ดี ไม่เชื่อดูแมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลที่แล้วที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หนุนเดวิด มอยส์ มาทำทีมต่อจากเขาได้!!!

การยิงจุดโทษไม่เคยพิสูจน์ว่าเป็นงานที่ถนัดของเฮนเดอร์สัน(อย่างน้อยๆ ในเวลานี้) และกัปตันทีมก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคนยิงจุดโทษเสมอไป เฮนโด้ดูหน้าเสียหลังไม่ได้ยิงตรงจุดนั้น แต่อย่างที่บอกว่าภาระที่เขาต้องเรียนรู้เติบโตไป บางทีการรีบแบกบางอย่างอาจจะยิ่งทำให้แย่ และถ้าพลาดเขาอาจจะดูด่ามากกว่าตอนนี้ที่หลายๆ เกมแม้จะขยัน แต่ตำแหน่งนี้บางทีเหมือนปิดทองหลังพระ และไม่เด่นนัด

ในช่วงอายุไล่เลี่ยกัน เจอร์ราร์ด ขึ้นมาเป็นกัปตันทีมเขาก็ไม่ได้รับหน้าที่สังหารจุดโทษตั้งแต่ต้น กลับกันในเวลานั้นทีมมีนักเตะอายุมากกว่าช่วยประคองมากมาย เฮนโด้ดูจะหนักกว่าที่อยู่ในกลุ่มเพื่อนรุ่นไล่เลี่ยกัน และเขาจะค่อยๆ เติบโต

ไม่มีใครแทนใครมันเป็นตามความหมายนั้นว่าไม่มีใครแทนเจอร์ราร์ดกับสถานะสัญลักษณ์สโมสร และทุกอย่างที่เขาทำเพื่อลิเวอร์พูลที่ผ่านมา และความรักที่แฟนหงส์มีต่อเจอร์ราร์ดไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแต่เมื่อสตีวี่ต้องไปมันมีงานที่เขาต้องทำแทน

เฮนเดอร์สันพูดเสมอว่าเรียนรู้จากเจอร์ราร์ด และจะเรียนรู้ให้มากที่สุดจนวันสุดท้าย แต่นั่นอาจจะไม่ได้แปลกว่าเขาต้อง ‘ลอก’ มาทั้งดุ้น เฮนเดอร์สันจะประสบความสำเร็จต้องทำตามแบบของเขา และหากมีการตัดสินใจแล้ว เราก็ได้แต่สนับสนุนเขา

ในช่วงอายุเท่ากันเจอร์ราร์ดก็มีข้อสงสัยกับการเป็นกัปตันทีมใหม่ๆ อยู่เหมือนกัน เฮนเดอร์สัน อาจจะไม่เหมือนกับเจอร์ราร์ด เขาไม่จำเป็นต้องทำงานที่คนอื่นทำได้ดีกว่า เขาอาจจะไม่ใช่คนที่ต้องยิงฟรีคิก หรือยิงทำประตูสถิติยอดเยี่ยมแบบเจอร์ราร์ด ในอดีตลิเวอร์พูลมีกัปตันทีมมาหลายตำแหน่งไม่จำเป็นต้องเป็นกองกลาง และตราบเท่าที่ทีมประสบความสำเร็จมันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะในฤดูกาลถัดๆ ไปคนที่จะชุถ้วยก็คือเขา!

อย่างน้อยเกมวันพฤหัสฯที่ผ่านมาจะเป็นสิ่งที่เฮนโด้ได้เรียนรู้เป็นอย่างดี ไม่ว่าอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่? แต่หากไม่ก็แปลว่าเขาพัฒนาการในจุดนี้ดี และไม่มีอะไรน่าห่วงมากเท่ากับทีมจะชนะหรือไม่ชนะ

สุดท้ายกลับไปที่เจอร์ราร์ดเองด้วยความเคารพ และเป็นห่วงเมื่อดูประวัติการหลุดปาก จริงๆ เจอร์ราร์ดเป็นคนน่ารัก และตรงไปตรงมา แต่หากเขาฝันเป็นผู้จัดการทีมในอนาคตบางทีต้องเลือกจังหวะพูดให้ดี

ผมไม่แน่ใจว่าเขาอยู่กับอุลลิเยร์ช่วงใหญ่ๆ เกินไปหรือไม่? อุลลิเยร์มักจะมีปัญหาพูดถึงนักเตะผ่านสื่อ กรณีทีมชาติฝรั่งเศสกับดาวิด ชิโนล่า คงเป็นตัวอย่างหากใครเกิด หรือทันดูบอลคงรู้ว่าอุลลิเยร์มีข้อเสียยังไง(นักเตะหลายคนในทีมลิเวอร์พูลก็เคยโดน)  เช่นกันกับรอย ฮ็อดจ์สันบางเรื่องพูดผ่านสื่อเป็นเรื่องที่ไม่ควรพูด และไม่ส่งผลดีต่อทีม

ถ้าจะเป็นผู้จัดการทีมที่ได้ใจลูกทีม เรื่องบางเรื่องต่อหน้าสื่อหลายคนคงอยากให้กัปตันยั้งๆ ไว้บ้าง หากจะเป็นผู้จัดการทีมที่ดีในอนาคต บางเรื่องควรจะเคลียร์ในแค้มป์เป็นพอ แต่ทุกเรื่องที่กล่าวมาต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

เหมือนกับจุดโทษ หากครั้งต่อไปไม่มีเจอร์ราร์ดอยู่ในสนาม มันน่าจะชัดเจนมากขึ้น(แต่ต้องมีบาโล, เฮนโด้, สเตอร์ริดจ์หรือคนอื่นๆ อยู่ในสนามด้วย) เช่นกันกับอนาคตยาวๆ ของการเป็นกัปตันของเฮนเดอร์สัน และแม้แต่ความฝันจะเป็นผู้จัดการทีมของเจอร์ราร์ดในอนาคต

มันไม่มีอะไรไม่ดีสักเรื่องหากพวกเขาเหล่านี้พิสูจน์ตัวเองได้กับลิเวอร์พูล ไม่ต้องห่วงเรื่องสปิริต ตราบเท่าที่ทีมยังชนะ และรักษาความเป็นมืออาชีพออกมาเหมือนอย่างที่แอนดี้ โคล ไม่คุยกับเท็ดดี้ เชอริงแฮม อยู่หลายฤดูกาลที่เล่นด้วยกันแต่ทีมประสบความสำเร็จได้ ขณะที่ของเราไม่ได้แย่อะไรแบบนั้น

ถ้าทุกคนรักษาความเป็นมืออาชีพไว้จะว่าด้วยเรื่องไหนมันก็มีทางออกที่ดีทั้งนั้น  ไม่ว่าจะเป็นนักเตะ หรือผู้จัดการทีมแม้แต่กองเชียร์มืออาชีพก็ต้องเชียร์นักเตะทุกคนนั่นแหล่ะที่สวมเสื้อลิเวอร์พูล

เพราะสุดท้ายเวลาแพ้, เสมอ หรือชนะ มันก็เป็นทีมๆ เดียวกันนั่นแหล่ะ….

เจ้าของที่ดาวศุกร์

 

 

1 Comment

  • เป็นอีกหนึ่งบทความที่สมบูรณ์แบบทีเดียวเชียวครับ

Leave a Reply