TIA Column : วันแห่งความสุข เกมแห่งความสุข และทีมแห่งความสุข

by

 

เพราะรู้ตัวค่ะว่า ถ้าจะเขียนคอลัมน์ เรื่องที่จะเขียนถึงในช่วงเวลานี้ จะต้องเป็นเรื่องของกัปตันอย่างแน่นอน ไม่ใช่เพราะเป็นเรื่องที่น่าเขียนถึง แต่เป็นเพราะหัวใจต่างหาก ที่มันวนเวียน ระลึกถึงแต่เพียงเรื่องราวของเขา อาจเป็นเพราะเขาใกล้ที่จะจากเราไป มันเลยยิ่งทำให้เราระลึกถึงเขามากขึ้นยิ่งกว่าเดิม ดังนั้น มันจึงกลายเป็นเรื่องยากที่จะเขียนคอลัมน์ในช่วงเวลาที่หัวใจไม่เป็นกลาง ที่ไม่เป็นกลางก็เพราะ ช่วงนี้ มันไม่มีที่ว่างในหัวใจคิดถึงเรื่องอื่นใดนอกจากเรื่องของกัปตันจริงๆ

 

0906__2326__468202364_master_700X420

 

แต่เพราะมันมีเกมฟุตบอลการกุศลนัดล่าสุดที่ถูกจัดขึ้น เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2015 ที่ถือเป็นการระดมทุนเพื่อบริจาคเงินช่วยเหลือโรงพยาบาลสำหรับเด็กเอลเดอร์ เฮย์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่สโมสรลิเวอร์พูลให้การสนับสนุนและช่วยเหลือมาโดยตลอด รวมถึงการช่วยเหลือกองทุน มูลนิธิอื่นๆอีกหลายมูลนิธิในเมอร์ซีย์ไซด์ และที่สำคัญอีกประการ มันเป็นเกมที่ทุกคนรู้สึกตรงกันว่า เหมือนเป็นเกมอำลาให้กับสตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีมที่แฟนลิเวอร์พูลรักมากที่สุดคนหนึ่ง ซึ่งกำลังจะย้ายออกไปค้าแข็งกับแอลเอ กาแลกซี ในสหรัฐอเมริกา เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลนี้ …เกมการแข่งขันในนัดนี้เองที่ทำให้เราอดรนทนไม่ได้ต้องขอเขียนระบายถึงแบบเพ้อเจ้อและไร้สาระเสียหน่อย เพราะเรากำลังสำลักความสุข …..ฮ่าฮ่าฮ่า

ก่อนอื่น ขอพูดถึงกัปตันซักนิด …เราคิดว่า ทุกคนควรจะก้าวผ่านเหตุผลและการตัดสินใจของทั้งกัปตันและสโมสรไปได้แล้ว บางที เราไม่จำเป็นต้องคิดให้มากมายว่า เพราะอะไรที่ทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น เพราะอะไรกัปตันจึงต้องจากทีมไป และทำไมสโมสรไม่ทำอะไรมากกว่านี้เพื่อรั้งเขาเอาไว้… ทั้งหมดมันได้ผ่านพ้นไปแล้ว และไม่มีประโยชน์อะไรจะไปรื้อฟื้นมันขึ้นมาเพื่อหาคนผิด หรือหาข้อควรตำหนิ (ไม่ว่าจะมีหรือไม่ก็ตาม) สิ่งที่ดีที่สุด คือ การซึมซับช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของกัปตัน และพึงระลึกพร้อมทั้งเตรียมใจไว้เลยว่า

…วันแรกในฤดูกาลหน้า เมื่อกัปตันทีมคนใหม่ (ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม) เดินนำลูกทีมลงสู่สนาม เราทุกคนจะรู้สึกเจ็บแปล็บเล็กๆอย่างแน่นอน เพราะเราจะไม่ได้เห็นแม้แต่เงาของเขาอีกในฐานะกัปตันทีมของสโมสร เราสามารถจินตนาการได้เลยว่า เราจะรู้สึกอย่างไร และเราต้องพร้อมจะเข้าใจในความรู้สึกที่กำลังจะเกิดขึ้น …เศร้าได้ แต่ยิ้มด้วย เพราะชีวิตต้องเดินต่อไป และรู้ไว้เถิดว่าไม่มีอะไรมาทำลายความทรงจำตลอด 17 ปี ระหว่างกัปตันกับสโมสรแห่งนี้ได้

การเป็นแม่ยกกัปตัน ทำให้เราเฝ้ามอง คิดถึง และติดตามความเห็นไปของเขามากกว่านักเตะคนอื่นๆ และนั่นเองที่ทำให้เรามักนึกถึงภาพวันที่ไม่มีเขาในทีมอยู่บ่อยครั้ง แน่นอน เราไม่ได้คิดว่ามันจะจบแบบนี้ เราคิดว่า เขาจะอยู่ที่นี่จนเลิกเล่น แต่เมื่อมันมีสัญญาณบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การประกาศเลิกเล่นทีมชาติ การมีปัญหากับตำแหน่งการเล่น สัญญาที่ล่าช้าและยืดเยื้อ เราก็เริ่มที่จะคิด และเผื่อใจว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิด มันอาจจะเกิด ซึ่งมันก็เกิดขึ้นจริงๆ และต้องขอบคุณกัปตันอย่างมากที่ออกมาแถลงข่าวบอกกล่าวกันก่อน

เพราะถ้ามันถึงวันสิ้นฤดูกาลแล้วเขาเดินจากไปแบบเงียบๆ มันคงเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในโลก

และเราทุกคนต้องยอมรับว่า ฤดูกาลนี้ กัปตันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว จะด้วยผลกระทบจากการเสียนักเตะชั้นดีแบบซัวเรซ หรือการบาดเจ็บของสเตอร์ริดจ์ที่ทำให้เกมรุกของทีมขาดประสิทธิภาพ และเกมรับต้องรับภาระหนักขึ้น และมันส่งผลต่อตำแหน่งที่เขาเล่นโดยตรง

กัปตันอาจจะเล่นตรงไหนก็ได้ของสนาม และแม้มันอาจจะไม่ได้ยอดเยี่ยมที่สุด แต่มันเคยดีมากพอสำหรับทีมมาโดยตลอด เมื่อถึงวันที่มันไม่ดีพอ มันก็กลายเป็นปัญหา

มันจะง่ายมากถ้ากัปตันยินยอมที่จะเป็นตัวเลือกมากกว่าตัวจริง แต่เพราะเขาคือสตีเวน เจอร์ราร์ด ไงล่ะ และการเป็นนักเตะที่ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลทุกคนต้องเขียนชื่อของเขาลงใบ Teamsheet เป็นชื่อแรก มันทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะยอมนั่งสำรองทั้งๆที่ยังฟิตสมบูรณ์

เขาถึงเลือกที่จะไป และอย่างที่เราบอกไปแล้วตั้งแต่แรกว่า เราจะต้องก้าวผ่านการตัดสินใจนี้ของเขาไปให้ได้

กลับมาที่เกมการกุศลระหว่าง Team Gerrard กับ Team Carragher ดีกว่า ก่อนจะเวิ้นเว้อนอกเรื่องไปไกล ที่เราอยากจะเขียนถึงเกมนี้ ก็เพราะ มันคือเกมที่เติมเต็มความฝันของทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสโมสรแห่งนี้ หลายๆสำนักข่าว ใช้คำว่า Gerrard Testimonial Match ซึ่งที่จริงมันก็คล้าย แต่ไม่ใช่ เกมเทสติโมเนียลของกัปตันถูกจัดไปแล้วตั้งแต่ ปี 2013 กับโอลิมเปียกอส เกมนี้เป็นเกมการกุศลจริงๆ ไม่ใช้ยูนิฟอร์มของสโมสร เป็นการจัดเกมเพื่อระดมทุนบริจาคเงินให้แก่มูลนิธิในเมอร์ซีย์ไซด์ และถือเป็นการให้เกียรติกับเจอร์ราร์ดไปในคราวเดียว

 

0518__9394__468018828_master_513X307

 

การเชิญนักเตะหลายๆคนมาร่วมทีม เป็นสิ่งที่ทำให้หลายๆคนปลาบปลื้ม เราได้เห็นตอร์เรสกับซัวเรซลงเล่นในทีมเดียวกัน ได้เห็นชาบี อลอนโซ กับเปเป เรน่า กลับมาแอนฟิลด์อีกครั้ง ได้เห็นอดีตนักเตะหลายๆคนที่เรายังรักและคิดถึง มันคือเกมที่ดีงาม แม้จะไม่ได้เล่นกันจริงจัง สร้างความตื่นเต้น เร้าใจอะไรมากมาย แต่ทุกคนน่าจะมีรอยยิ้มติดใบหน้าตลอด 90 นาทีในวันนั้น

ที่สำคัญ นอกจากจะได้เห็นซัวเรซลงเล่นคู่กับตอร์เรสในแดนหน้าแล้ว เรายังได้ยินเสียงเพลงประจำตัวของตอร์เรสดังขึ้นที่อัฒจันทร์เดอะค็อปอีกครั้ง …เรื่องของตอร์เรสเป็นเรื่องที่ชวนอึดอัดมาโดยตลอดตั้งแต่เขาย้ายออกจากทีมไป แน่นอน เราโกรธมาก และเสียใจกับวิธีการ รวมถึงช่วงเวลาที่เขาจากไป และมันรู้สึกเจ็บจี๊ดในหัวใจทุกครั้งที่เห็นเขาสวมเสื้อสีน้ำเงินของเชลซี ใช่แล้ว…ก็เพราะเรายังรักเขาอยู่ ยังคงโหยหาเขา แม้ว่าเขาจะไม่ใช่เพชรฆาตคนเดิมแล้วก็ตาม

เสียงเพลงนั้นเปรียบเสมือนคำว่า ‘อภัย’ ที่แฟนๆมอบให้กับตอร์เรส เราเคยถามตัวเองหลายครั้งว่าทำไมเราถึงไม่หายโกรธตอร์เรสเสียที …คำตอบที่เราต้องยอมรับก็คือ เพราะเรายังรักเขาอยู่นั่นเอง รักมาก ก็โกรธมาก แต่ในวันนั้น เมื่อเขาวิ่งขึ้นมาจากอุโมงค์พร้อมๆกับซัวเรซในครึ่งเวลาหลังของเกม ในใจของเรามันเปี่ยมไปด้วยความสุข มันคือความฝันที่กลายเป็นจริง ที่เราได้เห็นศูนย์หน้าที่ดีที่สุดที่เคยดูลิเวอร์พูลมาสองคนเล่นในทีมเดียวกัน และมีกัปตันคอยสนับสนุนอยู่ข้างหลัง

มันกลายเป็น 45 นาทีอันแสนสุขอย่างแท้จริง และมันเกิดขึ้นได้ก็เพราะกัปตัน เพราะสโมสร ที่ทำให้เกิดเกมนี้ขึ้นมา

กัปตันได้กลับไปเล่นอย่างในฤดูกาล 2008-09 ที่คอยยืนอยู่หลังกองหน้า รับบอลจากแดนกลาง และสร้างสรรค์เกม …เราได้เห็นเขาจ่ายบอลแล้ววิ่งทะลุทะลวงเข้าเขตโทษอย่างที่ชอบทำสมัยเล่นกับตอร์เรส และลูกจ่ายของเขาก็ทำให้คาร์ราต้องทำฟาล์วซัวเรซในเขตโทษ

วิธีการวิ่งหาที่ว่างของซัวเรซกับกัปตันสร้างความอันตรายให้คู่แข่งเสมอ

หรือแม้กับตอร์เรส ก็ยังมีจังหวะจ่ายบอลที่เหมือนรู้กันอยู่สองคนหลายครั้ง

ถึงมันจะเป็นเพียงเกมการกุศล แต่มันก็เกิดขึ้นจริง และเราได้เห็นการประสานงานของทั้งสามคนแบบที่โหยหามานาน …เราคงจะดูเกมอันสุดแสนจะน่าเบื่อเกมนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายรอบทีเดียว

บางทีความสุขจากการดูฟุตบอลมันก็แค่นี้เอง ไม่ใช่แชมป์ ไม่ใช่ชัยชนะ แต่คือ มิตรภาพ ความเป็นเพื่อน และความหมายของคำว่า ‘ครอบครัว’

 

11080890_805519932861691_6247452175252810591_n

 

ชาบี อลอนโซ ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า เหมือนเขาได้กลับบ้าน และยังแซวเจอร์ราร์ดกับคาร์ราเกอร์ว่า บางอย่างไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย สตีวียังคงยิงประตูได้ ขณะที่คาร์รายังทำเสียจุดโทษ เหมือนเดิม!!!

คงอีกนาน กว่าที่ความสุขจากการได้ดูเกมนี้จะจางไปจากหัวใจของเรา มันคือวันแห่งความสุข เกมแห่งความสุข และทีมแห่งความสุข ที่จะคงอยู่ในความทรงจำของเรา เหมือนที่ตอร์เรสให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า ภาพการลงเล่นร่วมกันระหว่างตัวเขา ซัวเรซ และเจอร์ราร์ดมันได้เกิดขึ้นแล้ว …แม้จะแค่ 45 นาที แต่ทุกวินาทีมันก็เปี่ยมไปด้วยความสุขอย่างแท้จริง

ก่อนเกม เราไม่ได้คาดคิดว่า เกมการกุศลนัดนี้จะสร้างความสุขมากขนาดนี้ แน่นอน เรารู้ว่าเราจะยิ้ม และหัวเราะไปกับมัน เรารู้ว่าเราจะมีความสุข แต่เราไม่รู้เลยว่า เกมจบไปถึง 3 วันแล้ว แต่เรายังคงนั่งดูรูป อ่านสัมภาษณ์ ดูเกมย้อนหลัง และคิดถึงจังหวะนั้น จังหวะนี้ในเกม คิดถึงลูกยิงสุดคมของบาโลเตลลี่ที่อยากให้มันไปเกิดขึ้นในเกมการแข่งขันจริงอย่างสุดหัวใจ แล้วยังลูกจ่ายทะลุช่องให้ดร็อกบาลูกนั้น ที่อยากจะอ้อนวอนให้มันเกิดในเกมที่ทีมจะลงแข่งในวันเสาร์นี้อีกซักครั้งจะได้มั้ย คิดถึงจุดโทษที่เห็นจนเจนตาของกัปตันทั้งสองลูก คิดถึงความเอาจริงเอาจังของเจมี คาร์ราเกอร์ ที่ไม่เคยจางหายไป คิดถึงการวางบอลของคุณชาย คิดถึงลูกฟรีคิกสุดแรงของรีเซ่ คิดถึงทักษะอันสุดยอดของอองรี คิดถึงการวิ่งทะลุทะลวงเข้าเขตโทษของกัปตัน และที่ไม่มีวันลืม คือ การประสานงานของนักเตะหมายเลข 7,8 และ 9 ที่พวกเราทุกคนเคยได้แค่ฝันถึง

ไม่รู้ว่าความสุขนี้มันจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ บางทีมันอาจจะแค่จางไปตามกาลเวลา แต่เมื่อใดก็ตามที่เราระลึกถึง กระแสแห่งความสุขนั้นก็จะค่อยๆเพิ่มพูนในหัวใจอีกครั้ง

น่าเสียดายที่แอกเกอร์ติดภารกิจในทีมชาติ ไม่งั้นท่านรองจะต้องเป็นอีกคนที่ได้กลับมาร่วมทีมใดทีมหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ไม่เป็นไรนะคะ มันคงไม่ได้มีโอกาสนี้เพียงโอกาสเดียว ในวันข้างหน้า บางที เราอาจได้เห็นกัปตันกลับมาลงเล่นเกมแบบนี้ให้เราได้มีความสุขกันอีกก็ได้

แล้วเราจะได้มีวันแห่งความสุข เกมแห่งความสุข และทีมแห่งความสุข อีกครั้ง

เพราะสโมสรแห่งนี้ คือสโมสรที่พร้อมจะสร้างความสุขให้กับแฟนๆเสมอ ^ ^

 

howk_ky

 

10957136_805521209528230_5299702657348208570_n

 

3 Comments

Leave a Reply