คะแนนความสามารถนักเตะลิเวอร์พูลกับอาร์เซนอล – นัดที่ 3

by

ก่อนเกม และ 11 ตัวจริง

11 ตัวจริงเกมนี้ต่างจาก 2 เกมแรกถึง 3 ตำแหน่ง โดยจอร์แดน เฮนเดอร์สันที่เจ็บเท้าอยู่ก่อนหลุดโผทำให้เจมส์ มิลเนอร์สตาร์ทเป็นกัปตันทีม ขณะที่เอ็มเร ชาน ลงมาเล่นแทน แต่เซอไพรส์นิดๆ เมื่อลูคัส เลวากลับมาเป็นตัวจริง แม้จะมีข่าวจากหลายสื่อก่อนหน้านี้ แต่คนที่หลุดโผไปอีกรายคืออดัม ลัลลานา ที่ข่าวเกี่ยวกับการบาดเจ็บต้นขาเพิ่งออกมาก่อนเกม ทำให้จอร์แดน รอสซิเตอร์มาอยู่ในโผมานั่งสำรอง ขณะที่เฟอร์มิโน่ลงเล่นแทนจอร์ดอน ไอบ์ เป็นเกมแรกที่ 3 ประสานบราซิเลี่ยนลงเล่นพร้อมกัน แผนการเล่นจึงออกมาเป็น 4-2-3-1ในเกมนี้แม้กราฟฟิกก่อนเกม มิลเนอร์เหมือนจะเล่นด้านขวา แต่สุดท้ายยืนจริงๆ เป็นคูตินโญ่ทำเกมด้านซ้าย และมีเฟอร์มิโน่ด้านขวา(เล่นไปเล่นมาเหมือน 4-3-3)  และมิลเนอร์ยืนตรงกลางด้านซ้ายเป็นหลัก ก็มีการปรับเปลี่ยนได้ระหว่างเกม

รูปเกม

ครึ่งแรกทั้งสองทีมแลกดาบกันโดยเฉพาะ 15 นาทีแรกต่างฝ่ายต่างมีโอกาสทั้งคู่ แต่หลังจากนั้นดูลิเวอร์พูลจะเล่นได้จะแจ้งกว่า โดยครึ่งแรกคูตินโญ่ยิงชนคาน และเสาไปอย่างละครั้ง ขณะที่อาร์เซนอลน่าจะได้ประตูจากอารอน แรมพ์ซีย์แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าไปก่อนในจังหวะที่น่าจะไม่ล้ำ ครึ่งแรกคริสเตียน เบนเตเก้เล่นงานคู่เซนเตอร์แบ็กอาร์เซนอลหนักทีเดียว ต้องซ้อน 2 ถึงจะเอาอยู่ ขณะที่อเล็กซิส ซานเชซก็ป่วนไคลน์ได้ไม่น้อย แต่เป็นเกมที่สนุกมาก ครึ่งหลังลิเวอร์พูลเป็นรองพอสมควร บอลไปอยู่กับอาร์เซนอลเป็นส่วนใหญ่ แต่ทีมก็ตอบโต้ได้ตลอดไม่ได้รับทั้งหมดเสียทีเดียว และได้ลุ้นจากลูกยิงไกลหลายจังหวะ ขณะที่มินโญเลต์ และสเคอร์เทลก็ช่วยให้ทีมเอาตัวรอดในจังหวะสำคัญๆ เรียกว่าเล่นดีฝั่งละครึ่ง ผลเสมอนับว่ายุติธรรมไม่น้อย

 คะแนนความสามารถรายตัวนักเตะลิเวอร์พูล

มินโญเลต์ 7.5 : เล่นได้นิ่งตลอดทั้งเกม ออกบอลไม่มีข้อผิดพลาด ออกมาตัดบอลได้ดีในหลายๆ จังหวะแม้จะมีพลาดอยู่นิดๆ ที่สำคัญที่สุดคือการเซฟตลอดครึ่งหลัง โดยเฉพาะการหยุดลูกยิงของโอลิวิเยร์ ชิรูด์ และลูกแฉลบของอารอน แรมพ์ซีย์ทำให้ทีมมีแต้ม สถิติ 5 เซฟในเกมนี้ต้องให้เครดิต

ไคลน์ 6 : โดนอเล็กซิสเล่นงานตลอดทั้งเกม แม้จะไม่เสียทรง แต่นับว่าวันนี้ไม่ใช่วันที่ดีที่สุดของเขา แม้จะไม่ผิดพลาดใหญ่ๆ แต่ก็ถูกเล่นงานตลอด ยังดีที่นิ่งไม่ลนลานbenteke arsenal

สเคอร์เทล 7.5 : มีจังหวะเงอะงะในนาทีที่ 7 เกือบทำให้ทีมเสียประตู แต่หลังจากนั้นเล่นได้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ สกัดบอลจังหวะสำคัญๆ แม้เกือบทำเข้าประตูตัวเอง แต่ถือว่ากระตุ้นเกมรับได้ดี จริงจัง และเข้าบอลแม่นในจังหวะสุดท้าย

ลอฟเรน 7: ดีขึ้นจากฤดูกาลที่แล้วมาก แม้เกือบทำฟาวล์เสียจุดโทษ แต่รวมๆ ไม่มีข้อผิดพลาด คอยซ้อนเพื่อนได้ดี ไม่ใช่จุดบอดของทีมเหมือนที่ผ่านมา

โกเมซ 8 : ผู้ชนะอย่างแท้จริงในวันนี้ ทำให้อเล็กซ์ อ๊อกเลด แชมเบอร์เลนหายไปจากเกม แถมแรมพ์ซีย์ต้องขยับหนีไปอีกด้าน เป็นเกมที่ดีที่สุดในชุดลิเวอร์พูล นิ่ง แย่งบอลคืนมาหลายต่อหลายครั้ง ทำให้อาร์เซนอลต้องไปขึ้นด้านซ้ายของพวกเขาแทน แถมยังเติมเกมรุกได้ดีหลายๆ จังหวะ

ลูคัส 7.5 : ทำได้ดีสมกับที่เบรนแดน ร็อดเจอร์สกล่าวก่อนเกมว่าเขาคือกองกลางตัวรับที่ดีที่สุดในทีม กลับมาอยู่ในทีมถูกจังหวะ สกัดบอล เคลียร์ทิ้ง อ่านเกม ซ้อนเพื่อนได้ดี เชื่อว่าสถิติหลังเกมหากรายการคุยหลังเกมเอามาแจงรายละเอียดต้องออกมาดีมาก แม้จะมีทำฟาวล์อยู่บ้าง แต่ไม่ทำให้เพื่อนร่วมทีมเป็นภาระเลย จังหวะเปลี่ยนตัวมีปรบมือให้แฟนๆ ยังต้องลุ้นว่าจะอยู่กับทีมจนปิดตลาดหรือไม่?

ชาน 6.5 : ดูโฉ่งฉ่างไปบ้าง ดูจะพยายามขึ้นเกมรุกมากไปหน่อย และไม่นิ่งในการเล่นเกมรับ แต่เล่นดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเกมผ่านไป หักนิดหน่อยที่เสียใบเหลือง

มิลเนอร์©  7.5: แสดงให้เห็นความคุ้มค่าอย่างต่อเนื่อง น่าจะเป็นคนที่วิ่งมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ อีกเกมอย่างไม่ต้องสงสัย เลือกจังหวะเล่น จังหวะเข้าบอล ซ้อนเพื่อนโดยเฉพาะไคลน์หลายจังหวะได้ดี แสดงให้เห็นว่าประสบการณ์สำคัญแค่ไหน

เฟอร์มิโน่ 7 : แสดงทักษะออกมาให้เห็น และเกือบได้แอสซิสต์จากจังหวะเปิดให้เบนเตเก้ยิงจ่อๆ แม้ว่าจะยังมีส่วนร่วมกับเกมน้อย แต่มีอิทธิพลกับการสร้างจังหวะพอสมควร และน่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ ในเกมอื่นๆ ดูดีกว่าไอบ์กับลัลลานา 2 เกมก่อนหน้านี้

คูตินโญ่ 8 : 1 คาน 1 เสา ที่ทำให้คูตินโญ่ไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ดในเกมนี้ สร้างจังหวะทำให้เกมรุกของทีมวูบวาบ แม้จะล้าในช่วงท้ายจนถูกเปลี่ยนออก แต่ยังเป็นฟอร์มที่สม่ำเสมอของกองกลางชาวบราซิลรายนี้

เบนเตเก้ 8: มีส่วนร่วมกับเกมอย่างมากตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟของอาร์เซนอลเหนื่อยตลอดครึ่งแรก และน่าจะมีชื่อทำประตูกับจังหวะยิงจ่อๆ ไปตรงปีเตอร์ เช็ก น่าจะมีชื่อทำประตูจริงๆ ในเกมนี้ ผ่านบอลขวางสนามสวยๆ ในครึ่งหลัง พักบอล เก็บบอล และลงมาเอาบอลได้ดีมาก

สำรอง:

ไอบ์ 5/10: ลงมาแทนเฟอร์มิโน่แต่จ่ายบอลเสี่ยงในแดนของตัวเอง เล่นไม่ลงตัวกับจังหวะนักเตะคนอื่นๆ พยายามลงมาช่วยไคลน์แต่ทำได้ไม่ดีนัก มีแววหลุดตัวจริงในเกมต่อไป

รอสซิเตอร์ 6/10 : ลงมาแทนลูคัสท้ายเกม ไม่แสดงให้เห็นอาการประหม่า แต่เวลาน้อย ยืนตำแหน่งได้ดี กระนั้นยังไม่มีเวลาสร้างผลงาน

โมเรโน่ 6/10 : เวลาน้อยไปหน่อย ฝืนเล็กน้อยจังหวะลากจากแดนของตัวเองที่น่าจะจ่ายให้เบนเตเก้ในช่วงทดเวลาที่อาจจะทำให้ทีมมีลุ้นได้ 3 แต้ม แต่ลงมาช่วยเกมรับได้ดี

ผู้จัดการทีม

ร็อดเจอร์ส 7/10 : แก้ปัญหากับการไม่มีอดัม ลัลลานา และจอร์แดน เฮนเดอร์สันได้ดี เริ่มเกมสู้กับอาร์เซนอลแบบไม่เป็นรอง เปลี่ยนตัวในสถานการณ์ที่จัดว่าเหมาะสม ท้ายเกมทีมรู้จักคุมจังหวะมากขึ้น ไม่เสี่ยงในสถานการณ์ที่รู้ว่า 1 แต้มก็มีความหมายมากเพียงใด เกมรุกรับนัดนี้ถือว่าจัดแผนได้สมดุลพอสมควร เป็นหนึ่งในเกมที่ทำได้น่าประทับใจสำหรับบิ๊กแมตช์นอกบ้านของร็อดเจอร์สหลังจากผลงานในเกมสำคัญๆ แบบนี้ไม่ดี

แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : ปีเตอร์ เช็ก หากเลือกจริงๆ ต้องให้เขาเลยกับ 8 เซฟในเกมนี้ โดยเฉพาะเซฟในครึ่งแรกที่ดิ เอ็กซ์เพรสขึ้นหัวเลยว่าเป็น World class save จนเด็กหงส์อาจจะเซ็งว่ามาเหนียวอะไรเกมนี้ แต่หากฝั่งลิเวอร์พูลมี 3 คนที่คะแนนเท่ากันผลงานพอๆ กัน แต่ถ้าเลือกส่วนตัว โจ โกเมซ เล่นได้น่าประทับใจที่สุด

 

วิเคราะห์หลังเกม

เกมนี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าประสบการณ์สำคัญเพียงใด โดยเฉพาะมาร์ติน สเคอร์เทล, ลูคัส เลวา และเจมส์ มิลเนอร์ ช่วยให้ทีมเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่ล่อแหลม และเปลี่ยนจังหวะเกมไม่ให้ถูกกดดันต่อเนื่องในหลายๆ ช่วง น่าเสียดายจริงๆ เกมนี้ที่ปีเตอร์ เช็กผีเข้าคนละเรื่องจากเกมกับเวสต์แฮมไปเลย ไม่อย่างนั้นลิเวอร์พูลน่าจะได้ 3 แต้มกลับมาเช่นกัน อย่างไรก็ตามผลเสมอนับว่ายุติธรรมแล้ว เพราะอาร์เซนอลก็น่าจะได้จากจังหวะที่ไม่ล้ำหน้า และลูกยิงชนเสาในครึ่งหลัง เกมนี้ยังเป็นอีกเกมที่เห็นได้ชัดว่าเบนเตเก้มีความสำคัญต่อแผนการเล่นเพียงใด ขณะที่แผงกองกลางของทีมทำได้ดีแม้ไม่มีจอร์แดน เฮนเดอร์สัน จะว่าไปแล้วเกมนี้ลิเวอร์พูลเล่นได้ดีกว่า 2 เกมแรกด้วยซ้ำ ขณะที่จังหวะสุดท้ายถ้าเด็ดขาดกว่านี้อีกนิด น่าสนใจทีเดียวหากได้แดเนียล สเตอร์ริดจ์กลับมา ภาพรวมของทีมเป็นการยืนยันว่าทีมน่าจะสู้กับกลุ่มบิ๊กโฟร์ได้สนุกแน่ เพราะเกมนี้แม้เล่นที่เอมิเรตส์ แต่บอลออกได้ 3 หน้าเลย หวังว่าเกมนี้จะไม่ใช่นัดสุดท้ายของลูคัส เป็นแต้มที่ 7 ที่คุ้มค่ามาก

13 Comments

Leave a Reply