ข่าว - News, บทความ - Columns — August 20, 2015 at 10:17 am

นัดหน้าของจริง(และทุกนัดก็ของจริง…)

by

 

6 from 6 you can ask more?ประโยคนี้คือ fact หรือข้อเท็จจริงที่ไม่มีใครเถียงได้ ตอนนี้มี 4 จาก 20 ทีมในพรีเมียร์ลีกเท่านั้นที่เก็บได้ 6 แต้มเต็มจาก 2 เกมแรก และไม่มีทีมใดมีแต้มมากไปกว่านั้น

แมนฯ ซิตี้, เลสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และแมนฯ ยูไนเต็ดคือ 4 ทีมที่เก็บ 6 แต้มได้จาก 2 เกมแรก นอกเหนือจากนั้นคือทีมที่ทำไม่ได้ตามเป้าหมาย ไม่ว่าจะบอกว่าโปรแกรมหนักเบาแตกต่างกันไป มันก็เป็นสิ่งที่พวกเขาทำได้ไม่เต็มโจทย์

แมนฯ ซิตี้นำจ่าฝูงด้วยประตูได้เสียที่ที่สุด ขณะที่เลสเตอร์ยิงได้เท่ากับซิตี้แต่เสียมากกว่าถึง 3 ลูก ขณะที่แฟนลิเวอร์พูลกับแมนฯ ยูไนเต็ดอารมณ์ประมาณเดียวกัน ชนะหวุดหวิดแบบที่ฟอร์มยังไม่สวย

ผมเขียนก่อนเกมกับบอร์นมัธเมื่อวันจันทร์ว่าโจทย์คือ 3 แต้ม และผลการแข่งขันที่ออกมาลิเวอร์พูลทำได้ ไม่ว่าจะขี้เหร่มากแค่ไหนชัยชนะคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

เจมี คาร์ราเกอร์ ที่ตอนนี้ทำงานเป็นนักวิจารณ์ของสกาย สปอร์ตส์ให้ความเห็นในMonday Night Football ว่า  “ปัญหาของฤดูกาลที่แล้วที่เทียบเท่ากับการยิงได้น้อยคือเสียประตูมากเกินไป”Jamie Carragher

“แต่ตอนนี้พวกเขาเก็บคลีนชีตติดต่อกันได้”

“บางทีคุณได้คลีนชีต แต่เพราะผู้รักษาประตูเซฟสุดยอดหลายๆ ครั้ง หรือคุณมีโชค แต่พวกเขาแทบไม่ได้เปิดโอกาสมากมายใน 2 เกมที่ผ่านมา”

“นั่นเป็นสิ่งที่ต้องสานต่อไป แล้วประตูมากมายจะตามมาเองอย่างแน่นอน เพราะนักเตะจะฟิตขึ้น และแข็งแกร่งขึ้น”

“มันจะเป็นบททดสอบสำหรับแผงหลังสี่ตัวในสัปดาห์ แต่ถ้าพวกเขารอดมาได้มันจะทำให้พวกเขามั่นใจ และเชื่อมั่นในระบบมากขึ้น”

ขณะที่แกรี เนวิลล์อดีตนักเตะคู่แข่งที่ทำงานคู่กันมองว่ามันสำคัญมากที่ลิเวอร์พูลชนะ 2 เกมแรกหลังจากทุ่มเงินไปมาก และทำให้เบรนแดน ร็อดเจอร์สะกดดันเพิ่มขึ้นไม่น้อยหลังใชข้เงินไปในตลอดนักเตะ

“การแพ้ต่ออาร์เซนอลคงไม่เป็นปัญหาอะไร ผมพูดด้วยความเคารพนะ พวกเขาจะพยายามชนะ และเก็บแต้มให้มากที่สุด แต่คุณสามารถแพ้อาร์เซนอลในฤดูกาลนี้ได้”

“ถ้าแพ้เกมเยือนสโต๊ก แพ้ในบ้านต่อบอร์นมัธหรือทำแต้มหลุด คนจะเริ่มบ่น ผมคิดว่าผลลัพธ์ 2 เกมนี้สำคัญจริงๆ”

ฟังเนวิลพูดในฐานะนักวิจารณ์เวลาตอบโต้กับคาร์ราเกอร์มันคงน่าหมั่นไส้สำหรับแฟนหงส์ แต่ที่เขาพูดบางทียังฟังดูดีกว่าเด็กหงส์บ้านเราบางคนด้วยซ้ำ!

ฟุตบอลอังกฤษในอดีตเชื่อว่าการเริ่มต้นฤดูกาลไม่ดี สามารถชดเชยด้วยฟอร์มที่แท้จริงในช่วงท้ายๆ แต่สำหรับยุคที่มีการแข่งขันสูงแบบปัจจุบัน การเริ่มต้นฤดูกาลมีความสำคัญอย่างมาก น้อยทีมที่เริ่มต้นไม่ดีต้นฤดูกาลจะจบไม่สวย

ไม่ต้องมองไกลไปยังทีมอื่นๆ 2 ฤดูกาลที่ทีมทำผลงานได้ดีที่สุดในระยะหลังในปี 2008/09 และ2013/14 ที่ทีมได้ 86 และ 84 แต้มตามลำดับเป็นปีที่ลิเวอร์พูลเริ่มต้นได้ดีมาก ไม่ต้องมองแค่ 2 เกมแรก แต่ให้ย้อนไปดูภาพรวม 10 นัด

ปีนี้ก็ไม่ต่างกัน หลังผ่านนัดที่ 10 ภาพทุกอย่างน่าจะเห็นชัดขึ้น แต่สำหรับ 2 นัดแรกเป็นช่วงที่นักเตะหลายๆ ทีมยังไม่ฟิต ทีมยังใหม่ และไม่ลงตัว(หมายถึงทุกทีม) มันยากเสมอไม่ว่าทีมใดที่จะเก็บ 6 แต้ม อย่างเชลซี, อาร์เซนอล หรือสเปอร์สก็พลาดไปแล้ว เชลซีอาจจะมีเกมกับแมนฯ ซิตี้หากมีคนเปรียบเทียบ แต่พวกเขาพลาดมาตั้งแต่เกมแรกในบ้านด้วยซ้ำ เช่นเดียวกับอาร์เซนอลที่แพ้คารังนัดเปิดฤดูกาล

ดังนั้นแม้เกมชนะบอร์นมัธลิเวอร์พูลจะได้ประตูแบบมีโชคจากลูกที่ล้ำหน้า และ 2 เกมแรกจะมีจุดน่าเบื่อมากมาย แต่ความจริงคือเกมรับของทีมเหนียวแน่นเป็นอย่างมาก ทั้ง 2 เกม มินโญเลต์ แทบไม่ได้ออกแรงเซฟอะไรมากมาย นอกจากออกมาตัดบอล ซึ่งเป็นเกมรับที่อยู่ในลักษณะตามแผนการเล่น แม้คู่มิดฟิลด์ตัวกลางของลิเวอร์พูลจะถูกเพ่งเล็งเยอะ แต่ภาพรวมยังไม่มีอะไรเสียหาย

เกมเยือนอาร์เซนอลเป็นเกมที่หลายคนบอกว่าเป็นของจริง แต่ทุกๆ เกมล้วนมี 3 แต้มให้แย่ง แม้ผลแบบไป-กลับจะส่งผลให้ +- 6 แต้มได้เลย แต่จริงๆ ทุกเกมในฤดูกาลมันก็วัดผลทั้งนั้นแหล่ะ

ลิเวอร์พูลนำอาร์เซนอล 3 แต้ม และต่อให้แพ้จริงๆ ก็ยังแค่แต้มเท่าอย่างที่เนวิลล์ว่า แต่กลับกันถ้าชนะมันจะห่าง 6 แต้ม และเป็นแต้มต่อที่ดีพอสมควร หรือถ้ายันเสมอได้ก็ยังนำอาร์เซนอล 3 แต้ม และจะห่างหัวตารางไม่เกิน 2 แต้ม

ปกติแล้วไม่ว่าในฤดูกาลที่ลิเวอร์พูลฟอร์มดีแค่ไหน การชนะในเกมเยือนอาร์เซนอลไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะตั้งแต่มีเอมิเรตส์ สเตเดียม ลิเวอร์พูลชนะได้เพียงเกมเดียวในยุคของเคนนี ดัลกลิช

เกมรับน่าจะโดนทดสอบหนักที่สุดในวันจันทร์หน้า แต่หากเป็นอย่างที่ร็อดเจอร์สพูดเสมอมันคือการเล่นของทีมโดยรวม บางทีการเจอกับทีมใหญ่ๆ โปรแกรมหนักๆ นัดเยือนช่วงต้นฤดูกาลแบบนี้อาจจะเป็นผลดีได้เมื่อทีมเหล่านี้ก็ยังไม่ลงตัวเช่นเดียวกับเรา

จากจุดสตาร์ทเดียวกันตอนนี้ลิเวอร์พูลอยู่ในม้า 4 ตัวแรก นั่นคือเป้าหมายเดียวกับวันจบฤดูกาลสำหรับแฟนบอลที่มองแบบ Realistic ตามความเป็นจริง

ทุกๆ นัดในฤดูกาลคือของจริง แต่ละแต้มล้วนมีความหมาย บางทีโจทย์วันจันทร์หน้าอาจจะไม่ใช่ 3 แต้มเต็ม แต่ 1 แต้มอาจจะน่าพอใจแล้ว หรือถ้าแพ้ขึ้นมาจริงๆ มันก็ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างล้มเหลว

มันต่างจากเกมกับบอร์นมัธที่มีแต่โอกาสขาดทุน เพราะหากเสมอหรือแพ้ก็ถูกด่ายับแน่ แต่เกมเยือนอาร์เซนอลที่เราแพ้ 1-4 ในฤดูกาลที่แล้วมีแต่ผลกำไรรออยู่

หลังจากพลิกผลแพ้สโต๊ก 1-6 ในเกมแรกมาได้ เกมนี้หากออกแตกต่างไปจากฤดูกาลที่แล้ว กำไรที่เห็นก็จะเป็นของจริงเหมือนกัน

ถ้าได้คลีนชีตอีกมันก็จะเป็นเหมือนที่คาร์ราเกอร์ว่าอย่างไม่ต้องสงสัย…

 -โชกุน-

 

2 Comments

  • ความจริงก็ไม่อยากแพ้ แค่ได้มาแต้มหนึ่งก็โอเคแล้ว
    แต่ถ้าชนะได้ ซึ่งมีโอกาสซะด้วยจากฟอร์มของกองหน้าปืนและฟอร์มกองหลังเราในสองนัดแรก

    งานนี้มีลุ้น 555

Leave a Reply