คะแนนความสามารถนักเตะลิเวอร์พูลเกมเยือนเอฟเวอร์ตัน – นัดที่ 8

by

 

ก่อนเกม และ 11 ตัวจริง

แดเนียล สเตอร์ริดจ์ กลับมาเป็นตัวจริงตามความคาดหมาย และลิเวอร์พูลเลือกใช้ชุดที่เอาชนะแอสตัน วิลลา 3-2 ลงเป็นตัวจริงหลังจากหลายคนได้พักมาในเกมยูโรปา ลีก แต่ก็มีหลายคนที่เหนื่อยต่อเนื่องเช่นกัน โดยรวมก็ไม่พลิกโผมากนัก

รูปเกม

สถิติออกมาชัดเจนว่าเกมนี้สูสี ทั้งเกมลิเวอร์พูลกับเอฟเวอร์ตันยิง 13 ครั้งเท่ากัน และเข้ากรอบฝั่งละ 4 ครั้ง ขณะที่ลิเวอร์พูลผ่านบอลมากกว่า และได้เตะมุมมากกว่าที่ 11 ต่อ 5 อย่างไรก็ตามจังหวะอันตรายในเกมเอฟเวอร์ตันดูจะวูบวาบกว่า ถ้าพูดถึงการสร้างสรรค์เกม และการเล่นนอกบ้านลิเวอร์พูลสร้างเกมได้ดี แต่จุดที่เอฟเวอร์ตันเหนือกว่าคือ โรเมลู ลูกากู ที่เพิ่มทางเลือกให้เอฟเวอร์ตันชัดเจนเมื่อขึ้นบอลไม่ได้ พวกเขาสามารถโยนถึงกองหน้ารายนี้ และสร้างคความปั่นป่วนให้ลิเวอร์พูล หากไม่มีลูกากูเกมนี้ลิเวอร์พูลคงเล่นง่ายกว่านี้ กลับกันหลายคนอาจจะคิดถึงคริสเตียน เบนเตเก้ เพราะถ้ามีทางเลือกแบบเบนเตเก้ลิเวอร์พูลน่าจะได้ลุ้นมากกว่านี้ เพราะเทียบแล้วสเตอร์ริดจ์หรืออิงส์ยังเก็บบอลได้ไม่ดีพอ แดนกลางลิเวอร์พูลทำได้ดี แต่กองหลังมีปัญหาจุดนี้โดยรวมจุดดีจุดด้อยชดเชยกันไป สถิติส่วนใหญ่ไม่น่าแปลกกับผลเสมอ

คะแนนความสามารถรายตัวนักเตะลิเวอร์พูล

มินโญเลต์ 7.5 : ปัญหาคือการสื่อสารกับเพื่อนร่วมแนวรับที่ยังมีให้เห็น แต่โชว์ซูเปอร์เซฟสำคัญ 3 ครั้งในเกมนี้ และหมดสิทธิ์กับลูกที่ถูกเสมอ

ไคลน์ 6.5: มีจุดที่ดีมาก และจุดที่ติดๆ ขัดๆ ในเรื่องเกมรับโดยรวมถือว่าหยุดเกมรุกปีกซ้ายของเอฟเวอร์ตันได้ดี โดยเฉพาะการสร้างโอกาสให้ตัวเองสวนขึ้นไป แต่จังหวะเปิดบอลในเกมรุกยังทำได้ไม่ดีนัก

สเคอร์เทล 6.5 : คุมสติโดยรวมได้ดีในฐานะหัวใจเกมรับ ช่วยอะไรไม่ได้ที่บอลกระดอนเขาไปเข้าทางลูกากูในจังหวะถูกตีเสมอ ไม่ผิดพลาดมากนัก แม้ว่าบางจังหวะจะยังน่าห่วง

ซาโก้ 6 : แข็งแกร่งพอสมควร แต่รับอารมณ์ร้อนจนรับใบเหลืองในเกมนี้อย่างไม่จำเป็น หนักหน่วง ไม่มีข้อผิดพลาดเนกมนี้

ชาน 4.5 : เกมเซ็นเตอร์แบ็กในเกมรับ แต่ขึ้นสูงในเกมรุก โดยรวมน่าที่พื้นฐานทำได้ดี แต่จังหวะผิดพลาดจนถูกตีเสมอเข้าตาไปหน่อย และอารมณ์ร้อนจนเกือบแฟนบอลหวั่นจะถูกใบแดง โดยรวมแม้จะมีปัญหาในการรับมือกับลูกากู แต่พลาดจังๆ ในจังหวะเสียประตูจังหวะเดียว น่าเสียดายINGs goal

โมเรโน่ 6.5: ฟอร์มเหนือกว่าคู่แข่งกราบเดียวกันอย่างบราวนิ่ง และรับมือเดวโลเฟวได้ดี แต่จังหวะขึ้นเกมรุกยังมีรนๆ และวู่วามอยู่บ้าง นอกจากนั้นพอเลนน่อนลงมาทำเอาเหนื่อยไม่น้อยในจังหวะเกมรับที่ต้องให้เพื่อนซ้อนหลายจังหวะ แต่รวมๆ ยังมีประโยชน์กับสมดุลของเกม

ลูคัส 7 : ผ่านบอล ถ่ายบอลได้ดี โชคร้ายกับจังหวะใบเหลือง แต่เกือบถูกใบแดงในจังหวะหลังจากนั้น โดยรวมเป็นคนเชื่อมเกมหลังกับกลางให้ทีมได้ดี ช่วงที่มีเขาอยู่ในสนามลิเวอร์พูลได้บอลคืนง่ายกว่าตอนไม่มีเขาอยู่เยอะ

มิลเนอร์©  6.5 : เล่นตกไปในเกมนี้ จังหวะเร่งมากไปหน่อย แม้จะพยายามควบคุมลูกทีมหลายจังหวะ แต่รวมๆ เป็นรองรอส บาร์คลีย์คู่แข่งในแดนกลางในหลายๆ จุด ยังดีที่ชดเชยกับ 1 แอสซิสต์ไม่อย่างนั้นคะแนนน่าจะน้อยกว่านี้ และบวกกับลูกขยันให้อีกเล็กน้อย

คูตินโญ่ 5 : ไม่ได้บอลมากอย่างเคย พอจะหาจังหวะยิงได้บ้าง แต่รวมๆ เป็นเกมที่ค่อนข้างเงียบสำหรับกองกลางบราซิล

สเตอร์ริจด์ 5.5 : ประสานงานกับเพื่อนร่วมแนวรุกได้ดีในช่วงต้น มีจังหวะออกบอล และวิ่งทำทางที่ดี อย่างไรก็ตามแผ่วเมื่อเวลาผ่านไป และเห็นได้ชัดว่ายังต้องรอเวลากว่าจะฟิตเต็มที่

อิงส์ 7.5 : อันตรายที่สุดในแนวรุกของลิเวอร์พูลในเกมนี้ ขยัน และทำ 1 ประตูสำคัญที่น่าเสียดายว่าไม่เป็นประตูชัย แต่มีส่วนกับจังหวะขึ้นเกมรุกของทีมโดยรวมตลอด

สำรอง:

ลัลลานา 5.5 : เวลาน้อยก็จริง แต่ไม่สามารถสร้างผลกระทบด้านบวกต่อทีมมากนัก

อัลเลน 6 : เวลาน้อยเกินไป ขยัน ออกบอลพอใช้ แต่เทียบการแย่งบอลสู้กองกลางเพื่อนร่วมทีมชาวบราซิลไม่ได้เลย

ผู้จัดการทีม

ร็อดเจอร์ส 6.5 : วางแผนเล่นงานเกมรับของเอฟเวอร์ตันที่มีนักเตะอ่อนประสบการณ์ได้ดีพอสมควร ประตูที่ได้จากลูกเตะมุมอย่างน้อยเป็นสัญญาณที่ดีจากทีมที่ทำไม่ได้ในระยะหลัง เกมรุกหวังพึ่งแดเนียล สเตอร์ริดจ์ และฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ฝืนไม่เปลี่ยนทั้งคู่จนจบเกมซึ่งก็อาจจะพอเข้าใจได้ว่าทั้งคู่ได้พักมา แต่ส่วนตัวผู้เขียนน่าจะเก็บอิงส์ไว้มากกว่า ขณะที่จังหวะเปลี่ยนลูคัสก็ตามสถานการณ์ที่กองกลางชาวบราซิลได้เหลืองแก่ๆ ไปแล้ว ฟาวล์อีกครั้งอาจจะถูกไล่ออก อย่างไรก็ตามทีมขาดความหลากหลายในการทำเกมรุก และน่าจะทำให้คิดถึงเบนเตเก้ในเกมแบบนี้ จังหวะสุดท้ายยังน้อยเกินไป และเกมรับยังมีข้อผิดพลาดให้เห็น อย่างไรก็ตามผลเสมอในเกมเยือนดาร์บี แมตช์ไม่นับว่าขี้เหร่ เพียงแต่สถานการณ์ก่อนหน้านี้ทำให้ความกดดันเพิ่ม และไม่แน่ว่าจะดีพอให้ร็อดเจอร์สอยู่จนพ้น 2 สัปดาห์ทีมชาติได้แน่นอนแค่ไหน แม้ว่าทีมไม่แพ้มา  6 เกมรวดทุกรายการ แต่เสมอถึง 5 เป็นธรรมดาที่กระแสความไม่พอใจจะยังอยู่ต่อไป

แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : แดนนี อิงส์

 

6 Comments

Leave a Reply