คะแนนความสามารถนักเตะลิเวอร์พูลเกมเยือนแมนฯ ซิตี้ นัดที่ 13

by

 

ก่อนเกม และ 11 ตัวจริง

ลิเวอร์พูลสภาพทีมดีขึ้นหลังเบรกทีมชาติเมื่อไม่มีนักเตะกลับมาแบบบาดเจ็บในรอบนี้ แถมหลายคนที่บาดเจ็บอยู่ก่อนพร้อมกลับมาลงสนาม โดยมีรายชื่อของ แดเนียล สเตอร์ริดจ์กลับมาอยู่บนม้านั่งสำรอง

เกมนี้คล็อปป์ปรับทีจากนัดก่อน เมื่อเดยัน ลอฟเรนกลับมาเป็นตัวจริงแทนมามาดู ซาโก้ที่บาดเจ็บระหว่างเกมก่อน ขณะที่ เฟอร์มิโน่ลงเป็นกองหน้าตัวเป้า นอกนั้นเป็นชุดหลักที่ลงเล่นต่อเนื่องในระยะหลัง

รูปเกม

ครึ่งแรกลิเวอร์พูลได้ประตูเร็วตั้งแต่ต้นทำให้มีพื้นที่เล่นเกมโต้กลับ โดยเฉพาะการประสานงานของนักเตะบราซิลอย่าง คูตินโญ่ และเฟอร์มิโน่ เล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยมมาก ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ในทีมเน้นเกมรับเป็นพิเศษ แต่ก็พร้อมขึ้นเกมรุก จังหวะได้ประตูมาจากพื้นที่เปิดกว้างมาก แม้ปลายครึ่งแรกจะเสียประตูจากกุนแต่ต้องยอมรับว่ากองหน้าซิตี้ทีเด็ดดีจริงในจังหวะนี้

ครึ่งหลังลิเวอร์พูลยังเล่นได้ตามเกมปลายครึ่งแรก และเน้นบีบเกมรุกของทีมเยือนให้ต้องออกไปด้านข้าง แต่ยังไม่ลืมหาจังหวะโต้กลับ และสร้างโอกาสหลายครั้ง ซึ่งถ้าเจ้าถิ่นไม่ได้โจ ฮาร์ทอาจจะแพ้ขาดลอยกว่านี้…

คะแนนความสามารถรายตัวนักเตะลิเวอร์พูล12286041_1043126675731768_2067639619_n

มินโญเลต์ 7 : เสียไป 1 ประตู แต่ช่วยให้ทีมไม่ถูกไล่ตามมา โดยเฉพาะช่วงที่เกมนำอยู่  3-1 หลายจังหวะทำได้ดี ทั้งออกมาตัดบอล หรือแม้แต่การเซฟ และถ่วงเวลานิดๆ หน่อยๆ แม้จะมีการประสานงานที่ดูจะไม่เข้าใจกับลอฟเรนในบางจังหวะ แต่นับว่าเป็นเกมที่เล่นโดยรวมได้ดี รวมถึง 2 เซฟสวยๆ ในเกมนี้

ไคลน์ 6.5: ไม่ค่อยได้เติมเกมในเกมนี้เมื่อต้องรับมือเควิน เดอ บรอยด์เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้มีข้อผิดพลาดอะไร และประคองเพื่อนร่วมทีมทั้งรับ และรุกตลอดเวลา

สเคอร์เทล 7.5 : แน่นอนมากในเกมรับนัดนี้ และได้โบนัสพิเศษจากการขึ้นไปทำประตูที่ทำให้เกมจบอย่างสิ้นเชิง

ลอฟเรน 6.5 : เล่นคู่กับสเคอร์เทลได้ดี ซ้อนกันได้อย่างมั่นใจ จริงๆ มีรายละเอียดเล็กน้อยที่มีข้อผิดพลาดให้เห็น แต่ไม่ถูกลงโทษ ทุ่มเท สกัดบอลจังหวะสุดท้ายสวยๆ โดยเฉพาะลูกที่เกือบเข้าประตูตัวเอง ที่เหยียดเท้าสกัดออกหลัง เป็นวันที่ไม่ดีที่สุด แต่มีสัญญาณด้านบวกมากมาย

โมเรโน่ 6.5 : เกมนี้เน้นรับมากเป็นพิเศษ ไม่ค่อยรุกเหมือนหลายๆ เกมก่อนหน้านี้ แต่มีพลัง และความเร็วช่วยหยุดไม่ให้ซิตี้ใช้เกมริมเส้นได้ถนัด ฟูลแบ็กสองข้างของลิเวอร์พูลทำให้ราฮีม สเตอร์ลิงหายไปจากเกมเลยทีเดียว

ชาน 7 : หนึ่งในเกมที่ดีมากของชานโดยเฉพาะการขึ้นไปทำเกมรุก เป็นหนึ่งในตัวสอดประสานระหว่างสองแนวรุกชาวบราซิล และยังลงมาช่วยเกมรับสม่ำเสมอ

ลูคัส 7 : คุมจังหวะอยู่หน้าแผงหลัง และขึ้นไปประสานบอลจากแดนกลางสู่แดนหน้า ถูกใบเหลืองทำให้เกมหน้าในอังกฤษจะลงเล่นไม่ได้ แต่โดยรวมแสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่ทำให้แดนกลางของลิเวอร์พูลไม่เป็นรองเจ้าถิ่น

มิลเนอร์©  7 : พยายามอย่างหนักในเกมเจอกับทีมเก่า ทุ่มเททุกจังหวะ และรับหน้าที่เปิดฟรีคิกส่วนใหญ่ในเกมนี้ คุมอารมณ์ และเลือกจังหวะเล่นได้ดี

คูตินโญ่ 9 : ท็อปฟอร์มอีกครั้งในเกมนี้ จังหวะออกบอลให้เฟอร์มิโน่ และจังหวะขึ้นเกมรุกอันตรายทุกครั้ง เกมนี้ ออกบอลฉลาด และเด็ดขาดในจังหวะสุดท้าย แทบจะไร้ที่ติดในเกมนี้ และน่าจะมีประตูเพิ่ม

ลัลลานา 7 : ขยัน เป็นคนช่วยประสานเกมจากจุดเปลี่ยนรับเป็นรุก ช่วยวิ่งแย่งบอลคืน และไล่ตามทุกจังหวะ แม้เกมรุกยังไม่ดีมาก แต่เป็นวันที่โดยรวมทำได้ดีสำหรับปีกรายนี้

เฟอร์มิโน่ 9.5 : 1 ประตู 2 แอสซิสต์(ขึ้นอยู่ว่าจะนับลูกที่เปิดให้แมงกาล่าทำเข้าประตูตัวเองหรือไม่) เกมนี้เล่นได้หมดจดแม้ว่าจะอยู่ในสนามไม่เต็มเวลา ประสานงานได้อย่างรู้ใจกับคูตินโญ่ และมีส่วนกับ 3 ประตูในวันนี้ ทำให้เซนเตอร์แบ็กของซิตี้หัวปั่นจากจังหวะสปีดสั้นๆ และที่ยิ่งไปกว่านั้นยังลงมาช่วยเกมรับถอยลงมาต่ำไม่เกี่ยงที่ต้องวิ่ง ขยันตลอดช่วงเวลาที่อยู่ในสนาม

สำรอง:

ไอบ์ 6: ลงมาแทนคูตินโญ่ที่มีการบาดเจ็บ เก็บบอล และไปกับบอลได้ดี แต่ยังไม่ได้ทำอะไรมากนัก

เบนเตเก้ 7 : เวลาน้อย แต่มีคะแนนบวก โดยเฉพาะการขึ้นไปสร้างโอกาสทำประตู น่าเสียดายที่ยิงไม่ผ่านฮาร์ท

ตูเร – : เวลาน้อยเกินไปในการลงมาเป็นกลางรับปิดเกมช่วงท้าย

ผู้จัดการทีม

คล็อปป์ 10 : เป็นอีกเกมที่ต้องให้คล็อปคะแนนเต็ม เพราะการบุกมาชนะแมนฯ ซิตี้จ่าฝูงก่อนลงเล่นสัปดาห์นี้ถึงอิติฮัดในยุคนี้ 4-1 ต้องบอกว่าเป็นผลงานมาสเตอร์พีชมาก มันไม่ใช่การชนะแบบฟลุ๊คๆ แถมสภาพทีมเจ้าถิ่นอาจจะดีกว่าทีมเยือนด้วยซ้ำ เมื่อคิดว่าช่วงนี้หงส์แดงขาดทั้งเฮนเดอร์สัน, ซาโก้ หรือแม้แต่สเตอร์ริดจ์ยังไม่สมบูรณ์เต็มที่ แต่ลิเวอร์พูลเล่นได้ดีกว่าตามแท็กติกทั้งการสร้างสรรค์โอกาสที่ยิง และความแม่นยำในเกมนี้ การเปลี่ยนตัวก็ทำได้ละเอียด ใช้โควตาครบ มีการให้ตูเรเล่นคู่ลูคัสช่วงท้าย เพราะอย่าลืมเกมต่อไปในลีกอาจจะต้องปรับใช้ใครยืนตรงนี้เพราะลูคัสแบน และต้องลุ้นว่าเฮนเดอร์สันจะฟิตทันหรือไม่ นอกจากนี้การชนะ 4-1 มีผลดีทั้งประตูได้เสีย และอื่นๆ อีกมากมาย ถือว่าปิดเกมได้หมดจด อย่างครึ่งหลังแมนฯ ซิตี้เจาะเข้ามาตรงกลางไม่ได้เลย ถูกบีบให้เล่นด้านข้าง กลับกันลิเวอร์พูลอาศัยพื้นที่ว่างขึ้นไปได้ลุ้นทำประตูทุกครั้ง เกมนี้คล็อปป์วางแท็กติกได้สมบูรณ์จริงๆ และคุ้มค่ากับ 2 สัปดาห์ที่เมลวู้ดที่ได้อยู่กับนักเตะหลายคนที่ไม่ต้องไปเล่นทีมชาติ แสดงให้เห็นว่าถ้ามีเวลาเขาก็เตรียมทีมได้อย่างใจจริงๆ

แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : เฟอร์มิโน่(ไม่นับนักเตะน่าจะให้คล็อปป์เลย)

 

 

Leave a Reply