คะแนนความสามารถนักเตะลิเวอร์พูลกับเวสต์บรอม นัดที่ 16

by

 

ก่อนเกม และ 11 ตัวจริง

ลิเวอร์พูลได้จอร์แดน เฮนเดอร์สันกัปตันทีมตัวจริงกลับมาลงสนามในแดนกลาง ขณะที่คูตินโญ่ก็กลับมาเป็นตัวจริงได้อีกครั้ง นับว่าสมบูรณ์ไม่น้อยในเวลานี้ แม้จะขาดตัวที่เจ็บอยู่ก่อนอย่างมามาดู ซาโก้ ที่เจ็บอยู่ก่อน รวมถึงแดเนียล สเตอร์ริดจ์

เกมนี้ไม่น่าแปลกใจที่หน้าเป้าจะเป็นคริสเตียน เบนเตเก้ตามความคาดหมาย เพราะเกมนี้เจอกับทีมของโทนี พูลิสที่คาดว่าจะเน้นลูกกลางอากาศเป็นหลัก กองหน้าเบลเยียมนอกจากช่วยแย่งบอล และลุ้นทำประตูแล้ว ยังสามารถช่วยเกมรับได้อีกด้วย

รูปเกม

ต้นเกมลิเวอร์พูลสร้างจังหวะได้ดีพอสมควร และมีโอกาสเข้าทำไม่น้อย ส่วนทีมเยือนตามสไตล์ของโทนี พูลิส เน้นการโยนเข้าไปในเขตโทษ และขึ้นไปทำเกมรุกในลูกตั้งเตะ ลิเวอร์พูลได้ประตูจากการทำเกมสวยงาม ขณะที่ความผิดพลาดในการออกไปตัดบอลของไซม่อน มินโญเลต์ทำให้ทีมถูกตีเสมออย่างน่าผิดหวังพอสมควรทั้งที่รูปเกมดีกว่า ท้ายครึ่งแรกทีมเยือนเกือบขึ้นนำจากฟรีคิก แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้าทำให้ต้องไปเริ่มกันใหม่ครึ่งหลัง

ครึ่งหลังเกมแทบไม่ต่างจากครึ่งแรก และทีมเยือนยังเล่นเกมหนัก แต่สุดท้ายทีเด็ดของพวกเขามาจากลูกตั้งเตะก็ทำให้ทีมเยือนขึ้นนำ กระนั้นลิเวอร์พูลยังไม่ถอดใจยอมแพ้

คะแนนความสามารถรายตัวนักเตะลิเวอร์พูล

มินโญเลต์ 3 : รับผิดชอบไปเต็มๆ กับประตูแรกที่ทีมเสีย แทนที่จะทำให้สถานการณ์ของทีมง่าย กลับทำให้ทุกอย่างพังไปทันที หมดสิทธิ์กับลูกที่สอง แต่ทั้งเกมแฟนบอลต้องใจหายทุกครั้งเมื่อบอลไปถึงหน้าปากประตูตัวเอง

ไคลน์ 7: แสดงความมุ่งมั่นในการเติมเกมรุกกว่าหลายๆ เกมที่ผ่านมา ไม่ยอมแพ้แม้แต่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บยังคงวิ่งไม่หยุด

สเคอร์เทล 4.5 : ต่ำกว่ามาตรฐานมาก โดยเฉพาะการแย่งโหม่งกับผู้เล่นทีมเยือน และลูกที่ 2 ที่มีส่วนรับผิดชอบเต็มๆ ไม่นับลูกปลายครึ่งแรกที่เกือบจะไม่กลายเป็นลูกล้ำหน้า

ลอฟเรน 5: ทุ่มเท แต่ไม่เด่นในการช่วยป้องกันลูกกลางอากาศ ขึ้นไปโหม่งเกือบช่วยให้ทีมได้ประตูliverpool draw

โมเรโน่ 6 :ไม่เด่นเท่าไคลน์ในฝั่งขวา แต่ไม่ถึงกับเป็นจุดบอด มีวินัยในเกมมากขึ้น และสมาธิในเกมรับมากกว่าช่วงก่อนหน้านี้

ชาน 6 : ได้โอกาสในเกมนี้น่าจะเหตุผลด้านสรีระเทียบกับลูคัส เล่นได้อย่างมีพลังในช่วงต้น และเปิดบอลสวยๆ แต่ทั้งเกมโดยรวมขาดความสม่ำเสมอ และมีส่วนกับทีมน้อยลงตามเวลาที่อยู่ในสนาม

เฮนเดอร์สัน©  7.5  : ไม่เหมือนคนที่พักไปนาน กลับมาเล่นอย่างมีพลัง และพยายาม มีความเด็ดขาดในการทำประตูแรก และสร้างโอกาส รวมถึงลุ้นทำประตูที่สองให้ตัวเองในเกมนี้

มิลเนอร์ 5: ใจร้อนเกินไปในหลายจังหวะ นับลูกพลาดในพื้นที่สำคัญ ทั้งการตัดสินใจจ่าย หรือยิงที่พลาด ก่อนถูกเปลี่ยนตัวออกไป

ลัลลานา 6 : ทำได้ดีในจังหวะโหม่งตั้งให้เฮนเดอร์สันทำประตูแรก แต่หลังจากนั้นก็หายไปจากเกม จังหวะทีเด็ดทีขาดแย่มาก โดยเฉพาะลูกหลุดเดี่ยวท้ายเกมยิงแบบไม่มีลุ้น ถ้าไม่มีแอสซิสต์จะได้คะแนนต่ำกว่านี้

คูตินโญ่ 5.5 : สร้างสรรค์เกมในจังหวะประตูแรก โดยรวมทำให้ทีมได้ลุ้นจากลีลาการเล่น และทักษะ แต่ประสิทธิภาพในเกมนี้ด้อยเกินกว่าจะให้คะแนนสูงๆ และแม้จะสร้างโอกาสยิง แต่ความแม่นยำยังไม่มา คงต้องการเวลาเรียกความสมบูรณ์อีกนิด

เบนเตเก้ 5 : ได้ลุ้นพอสมควร แต่ไม่เด็ดขาดพอในเกมนี้ มีลูกขยันลงไปช่วยโหม่งในเกมรับหลายครั้ง รวมถึงจังหวะเสียประตูแรกที่ช่วยกันให้มินโญเลต์ แต่ผู้รักษาประตูเบลเยียมกลับพลาด  โดยรวมในหน้าที่ของศูนย์หน้าทำไม่ดีพอในเกมนี้

สำรอง:

ไอบ์ 6 : มีเวลามากว่าตัวสำรองรายอื่นๆ เลี้ยงบอลสร้างความปั่นป่วนให้ทีมเยือนพอสมควร เกมนี้ไม่มีจังหวะเสียบอลง่ายๆ แต่ก็ยังไม่มีจุดเด่นมากนัก

โอริกี 7 : เวลาน้อยมากปกติจะไม่ให้คะแนน แต่ต้องให้เครดิตกับประตูที่แฉลบเป็นลูกตีเสมอในเกมนี้

เฟอร์มิโน่ – : เวลาน้อยมาก

ผู้จัดการทีม

คล็อปป์ 7.5 : ในรายละเอียดด้านการวางแผนที่เป็นส่วนที่ผู้จัดการทีมรับผิดชอบต้องบอกว่าทำได้ดีมาก ทั้งรูปเกมสถิติทุกอย่างที่ออกมาในบทสรุปสุดท้าย แต่รายละเอียดที่แม้แต่ตัวเขายังบ่นหลังเกมคือการเสียประตูจากลูกตั้งเตะ ซึ่งเป็นส่วนที่ต้องบอกว่าเป็นปัญหาเรื้อรังของลิเวอร์พูลมายาวนาน และต้องใช้เวลานานกว่านี้ในการแก้ไข ส่วนตัวเสียดายที่ไอบ์ไม่ได้สตาร์ทตัวจริงเกมนี้ เพราะนอกจากเป็นเกมที่ปะทะด้วยร่างกาย ปีกรายนี้น่าจะดึงกองหลังทีมเยือนหลุดตำแหน่งได้บ้าง แต่เป็นอีกเกมที่คล็อปป์ต้องเริ่มเรียนรู้ฟุตบอลอังกฤษ แต่กับการปลุกลูกทีมให้ไม่ยอมแพ้ และสัญญานที่ดีกว่าที่เราเห็นในวันที่พ่ายคริสตัล พาเลซ นั่นก็คือ 10-15 นาทีสุดท้ายรวมช่วงทดเวลาบาดเจ็บลิเวอร์พูลไม่ยอมแพ้ แม้แต่ตอนที่เซนเตอร์ฮาล์ฟบาดเจ็บก็ส่งกองหน้าลงเพิ่ม แสดงให้เห็นถึงทัศนคติที่ไม่ยอมแพ้ และมันสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนในสนาม ถึงแม้ 1 แต้มอาจจะเหมือนหายไป 2 แต้ม แต่ถ้ามองคู่แข่งในสัปดาห์นี้ที่แพ้กันอย่างแมนฯยูไนเต็ด และสเปอร์ส มันยังเป็น 1 แต้มที่มีค่าถ้าคิดถึงตอนช่วงจบฤดูกาล ขณะที่ความมั่นใจ และความเชื่อมั่นว่าทีมจะกลับมาจากสถานการณ์ที่ตามหลังทำได้ดีขึ้น การแพ้ในบ้าน กับการเสมอมันแตกต่างกันมากโดยความรู้สึก และหวังว่าคล็อปป์จะก้าวเล็กๆ ไปยังทิศทางที่ถูกต้อง

 

รายละเอียดแท็กติกเพิ่มเติมติดตามได้ในรายการคุยหลังเกมทุกวันเสาร์ 10.00 น.ทาง lovelfctv https://www.youtube.com/channel/UC7ecszoRDsE0Tneq7mxwKPg

แมน ออฟ เดอะ แมตช์ : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

10 Comments

Leave a Reply to Pop KT on Facebook