TL : วิเคราะห์โปรแกรมที่เหลือทีมไหนลุ้นแชมป์, พื้นที่ชปล. หรือยูโรปา ลีก

by

 

แม้ว่าลิเวอร์พูลไม่ได้ลงสนามสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเนื่องจากโปรแกรมกับเชลซีถูกเลื่อนออกไปจากการที่ทีมจากลอนดอนติดเกมเอฟเอ คัพ ที่บุกไปพ่ายเอฟเวอร์ตัน แต่ผลเสมอที่แมนฯ ซิตี้ได้ในเกมเยือนนอริช ซิตี้ 0-0 ทำให้การลุ้นพื้นที่ชปล.ยังมีความเป็นไปได้สำหรับหงส์แดง และทีมอื่นๆ ลองไปดูเล่นๆ ตั้งแต่หัวตารางกันเลย

อันดับ 1 ตอนนี้เลสเตอร์ ซิตี้ แข่ง 29 เกม 60 แต้ม(ผลต่าง +21)

PREMIER LEAGUE Mo 14Mar 2016 Leicester v Newcastle
PREMIER LEAGUE Sa 19Mar 2016 C Palace v Leicester
PREMIER LEAGUE Su 03Apr 2016 Leicester v Southampton
PREMIER LEAGUE Su 10Apr 2016 Sunderland v Leicester
PREMIER LEAGUE Su 17Apr 2016 Leicester v West Ham
PREMIER LEAGUE Su 24Apr 2016 Leicester v Swansea
PREMIER LEAGUE Su 01May 2016 Man Utd v Leicester
PREMIER LEAGUE Sa 07May 2016 Leicester v Everton
PREMIER LEAGUE Su 15May 2016 Chelsea v Leicester

ถึงตรงนี้หลายคนที่เคยไม่เชื่อว่าเลสเตอร์ ซิตี้จะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก แม้พวกเขานำจ่าฝูงเป็นช่วงเวลาส่วนใหญ่ของซีซั่น แต่ตอนนี้อาจจะเริ่มคิดว่ามันเป็นไปได้ กับโปรแกรมที่เหลือน้อยลงเรื่อยๆ ความเป็นไปได้ก็ยิ่งมากขึ้นจนพวกเขาเริ่มถูกยกเป็นเต็ง 1 อย่างเป็นทางการไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

เลสเตอร์มีข้อได้เปรียบสำคัญคือการที่พวกเขาไม่มีถ้วยอื่นต้องลงเล่นอีกแล้วนับว่าเป็นข้อได้เปรียบที่ใหญ่พอสมควรเพราะนั่นทำให้พวกเขามีสมาธิเต็มที่ และยังลดความเสี่ยงกับปัญหาการบาดเจ็บ

ดูจากโปรแกรมได้พวกเขาไม่มีเกมกลางสัปดาห์ให้ต้องเล่นเลย!

เกมในบ้านกับนิวคาสเซิลค่ำคืนนี้ซึ่งจัดว่าสำคัญมาก  พวกเขามี 6 เกมที่จัดว่าเบาในช่วงข้างหน้า แต่ 3 เกมสุดท้ายถือว่าหนักมาก อย่างไรก็ตามถ้า 6 เกมข้างหน้าพวกเขาพลาดไม่มากนัก และกุมความได้เปรียบไว้โอกาสถึงเส้นชัยมีไม่น้อยเหมือนกัน แต่อย่างน้อยโอกาสหลุดพื้นที่แชมเปียนส์ลีกนับว่ายากมากๆ กับ 11 แต้มที่ห่างจากอันดับ 5

จุดสำคัญของเลสเตอร์คือความสม่ำเสมอ แน่นอนว่าช่วงนี้ความกดดันในการลุ้นแชมป์จะเพิ่มขึ้น แต่หากทีมใดคิดจะแซงเลสเตอร์พวกเขาต้องสม่ำเสมอมากกว่า นั่นดูจะเป็นปัญหาของคู่แข่งในการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้!

เลสเตอร์พลาดได้ 1 นัดเต็มๆ โดยยังนำอยู่ 2 แต้ม แต่คู่แข่งต้องไม่พลาดเลย บางทีพวกเขาอาจจะพลาดได้ 2-3 นัดแต่ยังเป็นแชมป์ได้ นั่นแปลว่า 9 นัดที่เหลือ หากชนะสัก 6 นัดก็อาจจะมากพอแล้ว…

klopp rani

อันดับ 2 ตอนนี้สเปอร์ส แข่ง 30 เกม 58 แต้ม(ผลต่าง+ 29)

EUROPA LEAGUE Th 17Mar 2016 Tottenham v B Dortmund
PREMIER LEAGUE Su 20Mar 2016 Tottenham v Bournemouth
PREMIER LEAGUE Sa 02Apr 2016 Liverpool v Tottenham
PREMIER LEAGUE Su 10Apr 2016 Tottenham v Man Utd
PREMIER LEAGUE Mo 18Apr 2016 Stoke v Tottenham
PREMIER LEAGUE Mo 25Apr 2016 Tottenham v West Brom
PREMIER LEAGUE Mo 02May 2016 Chelsea v Tottenham
PREMIER LEAGUE Sa 07May 2016 Tottenham v Southampton
PREMIER LEAGUE Su 15May 2016 Newcastle v Tottenham

ม้ามืดที่เห็นตัวชัดมากขึ้นเรื่อยๆ ในฤดูกาลนี้ ชัยชนะเหนือแอสตัน วิลลาสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้พวกเขามีโอกาสสูงมากในการลุ้นแชมป์ไปถึงโค้งสุดท้าย นาทีนี้พวกเขาเป็นทีมที่ต้องบอกว่าพอจะแซงเลสเตอร์ได้ง่ายที่สุด

ข้อดีคือหลังสัปดาห์หน้าพวกเขาน่าจะไม่ต้องเล่นยูโรปา ลีกอีกแล้ว!(แพ้ดอร์ทมุนด์เกมแรกมา 3-0)

อย่างไรก็ตามในรายละเอียดพวกเขามีเกมกับแมนฯ ยูไนเต็ด และเชลซีเหมือนเลสเตอร์ แต่เกมที่โอกาสได้ 3 แต้มเต็มยากสุดๆ ชัดเจนคือเกมที่แอนฟิลด์! หรือใครว่าไม่จริง?

ตอนนี้พวกเขาตามเลสเตอร์ 2 แต้มแต่จุดดีคือผลต่างประตูได้เสียพวกเขาดีกว่า ดังนั้นอาจจะนับว่าตามแค่ 2 แต้มครึ่ง แต่พวกเขาแข่งมากกว่า 1 นัด(รอดูคืนนี้) นอกจากนี้เกมสุดท้ายกับนิวคาสเซิ่ลของราฟาอาจจะชี้เป็นชี้ตายตอนนั้นว่าทีมสาลิกาดงจะตกชั้นหรือไม่ หากพวกเขาเข้าสู่ 3 เกมสุดท้ายโดยตามหลังเลสเตอร์ไม่เกิน 3 แต้ม พวกเขาก็จะมีลุ้น แต่หากระหว่างนั้นพลาดเยอะกว่าจิ้งจอก เกมอาจจะจบก่อน แต่พื้นที่แชมเปียนส์ลีกไม่น่าจะพลาดเช่นเดียวกับเลสเตอร์ และอย่างน้อยมีโอกาสสูงที่พวกเขาจะได้รองแชมป์เป็นอย่างต่ำ

จากโปรแกรม แม้เลสเตอร์อาจจะพลาดได้ 2-3 เกม หรือมากกว่านั้น แต่สเปอร์สต้องพลาดน้อยกว่าอย่างน้อย 2 นัด พอเป็นไปได้ แต่ก็ไม่ง่ายเลย จริงๆ โปรแกรมพวกเขาหนักกว่าเลสเตอร์นิดหน่อยด้วยซ้ำ

เกมกับลิเวอร์พูลนั่นแหล่ะคือตัวแปรของพวกเขา…

อันดับ 3 อาร์เซนอล แข่ง 29 เกม 52 แต้ม(ผลต่าง +16)

CHAMPIONS LEAGUE We 16Mar 2016 Barcelona v Arsenal
PREMIER LEAGUE Sa 19Mar 2016 Everton v Arsenal
PREMIER LEAGUE Sa 02Apr 2016 Arsenal v Watford
PREMIER LEAGUE Sa 09Apr 2016 West Ham v Arsenal
PREMIER LEAGUE Su 17Apr 2016 Arsenal v C Palace
PREMIER LEAGUE Su 24Apr 2016 Sunderland v Arsenal
PREMIER LEAGUE Sa 30Apr 2016 Arsenal v Norwich
PREMIER LEAGUE Sa 07May 2016 Man City v Arsenal
PREMIER LEAGUE Su 15May 2016 Arsenal v Aston Villa

ครองเต็ง 1 มาพักใหญ่ๆ ของฤดูกาล แม้จะตามหลังเลสเตอร์ แต่กูรูฟุตบอลเชื่อในมาตรฐานของพวกเขาหลายปีทีผ่านมาจนกระทั่ง 2-3 สัปดาห์หลังที่พวกเขาร่วงตกรอบไปทีละรายการจนตอนนี้ส่อแววเหลือแค่พรีเมียร์ลีก เพราะหลังสัปดาห์หน้าทีมต้องการบุกชนะบาร์ซ่า 3-0 หรือ 2 ลูกขึ้นไปถ้าเสียประตูที่ต้องบอกว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้โดยเฉพาะกับฟอร์มของพวกเขาในชั่วโมงนี้!

จริงๆ อาร์เซนอลยังถือว่ามีลุ้นแชมป์อยู่พอสมควร เพราะแข่งเท่าเลสเตอร์ และตามอยู่ 8 แต้ม ส่วนกรณีผลต่างหากคิดเล่นๆ ว่าเลสเตอร์พลาด 3 เกม และพวกเขาชนะกลับมาได้รวดๆ +21 กับ +16 มีโอกาสที่ปืนจะกลับข้างเป็นผลต่างดีกว่า ดังนั้น 8 แต้มไม่ได้ถึง 8 แต้มครึ่ง และหากดู 3 เกมสุดท้ายเลสเตอร์มีโอกาสพลาดแน่ๆ รวมถึงทุกเกมข้างหน้า ปัญหาคือมันยากพอๆ กันที่ใครจะนึกภาพว่าอาร์เซนอลชนะ 8-9 เกมที่เหลือทั้งหมด!

และถ้ามองว่าอาร์เซนอลยังมีทางไล่ทันเลสเตอร์ กลับกันอันดับ 4-8 อย่างลิเวอร์พูลที่ตามหลังอาร์เซนอล 8 แต้ม ก็ต้องบอกว่ามองแบบนั้นลิเวอร์พูลก็มองว่าไล่ทันอาร์เซนอลได้เหมือนกัน! แถมถ้าอาร์เซนอลพลาดมีอย่างน้อย 5 ทีมที่พร้อมแซง หรือเทียบกับการที่อาร์เซนอลไล่เลสเตอร์ทีมเดียว พวกเขาเจอ 5 ทีมไล่หลัง คือถ้าพลาดโอกาสอันดับจะร่วงต่ำกว่านี้มีมากกว่าโอกาสลุ้นแชมป์ด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตามดูโปรแกรมที่เหลือถ้าเวนเกอร์ไม่พลาดเองจริงๆ พวกเขาน่าจะการันตีพื้นที่แชมเปียนส์ลีกไม่ยาก 9 เกมที่เหลือเกมที่หนักคือเกมถัดไปที่เยือนเอฟเวอร์ตัน และเกมเยือนแมนฯ ซิตี้ อาจจะนับรวมเวสต์แฮมที่จะประมาทไม่ได้ หรือแม้แต่อีก 2 เกมข้างหน้าที่จะต้องเจอวัตฟอร์ดที่พวกเขาเพิ่งถูกเขี่ยตกรอบเอฟเอ คัพคาบ้าน

จริงๆ โปรแกรมอาร์เซนอลจัดว่าเบากว่าทีมอื่นๆ ในมุมการลุ้นแชมป์ แต่ดูเหมือนว่ามาตรฐานของพวกเขาปีนีเชื่อถือได้ยาก แต่ถ้าพวกเขารอดไปจนถึง 3 เกมสุดท้ายไม่ห่างเลสเตอร์เกิน 3 แต้มก็จะมีโอกาสทันที เพียงแต่ช่องว่างมันจะหดลงมากพอใน 9 เกมที่เหลือหรือไม่ นอกจากนี้พวกเขายังต้องแช่งให้สเปอร์สพลาดอีกทีมด้วย เกมนัดรองสุดท้ายกับแมนฯ ซิตี้อาจจะเป็นวันที่สิ้นสุดการลุ้นแชมป์ของพวกเขาอย่างเป็นทางการ หรืออาจจะเป็นวันที่ทำให้พวกเขากลับมามีลุ้นในเกมสุดท้าย

อยู่ที่นอกบ้าน 5 เกมข้างหน้าพวกเขาจะชนะได้มากแค่ไหน แถมจะเสมอในบ้านไม่ได้เลย กลับกันสำหรับทีมอื่นๆ ที่ตามมาต้องแช่งให้เกิดเหตุการณ์ตรงกันข้าม เชื่อว่าโอกาสเทไปทางปืนชนะรวด หรือแพ้รวดคงยาก น่าจะสลับไปมา พวกเขาน่าจะชนะได้ราว 5-6 เกมใน 9 เกมสุดท้ายที่อาจจะมีสะดุดเสมอกับแพ้บ้าง และทำให้พวกเขาจบฤดูกาลด้วยอันดับในตอนนี้อยู่ดี

อันดับ 4 แมนฯ ซิตี้ แข่ง 29 เกม 51 แต้ม(ผลต่าง +21)

CHAMPIONS LEAGUE Tu 15Mar 2016 Man City v Dynamo Kiev
PREMIER LEAGUE Su 20Mar 2016 Man City v Man Utd
PREMIER LEAGUE Sa 02Apr 2016 Bournemouth v Man City
PREMIER LEAGUE Sa 09Apr 2016 Man City v West Brom
PREMIER LEAGUE Sa 16Apr 2016 Chelsea v Man City
PREMIER LEAGUE Su 24Apr 2016 Man City v Stoke
PREMIER LEAGUE Su 01May 2016 Southampton v Man City
PREMIER LEAGUE Sa 07May 2016 Man City v Arsenal
PREMIER LEAGUE Su 15May 2016 Swansea v Man City

*เกมตกค้างเยือนนิวคาสเซิลยังไม่กำหนดโปรแกรม

เกมเสมอนอริช ซิตี้เมื่อวันเสาร์แทบจะทำให้กาชื่อของซิตี้จากการลุ้นแชมป์ไปได้เลย 9 แต้มจากเลสเตอร์, 7 แต้มจากสเปอร์ส และ 3 แต้มจากอาร์เซนอล ต่อให้ชนะรวดพวกเขายังต้องให้ทีมเหล่านี้พลาดพร้อมกัน แถมโปรแกรมที่เหลือโหดหินมาก

แถมถ้าคุณเป็นมานูเอล เปเยกรินีที่เตรียมออกในช่วงซัมเมอร์ ระหว่างความสำเร็จในลีก กับแชมเปียนส์ลีก เชื่อว่าหลายคนคิดถึงอย่างหลังแน่ๆ โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาน่าจะเข้าไปถึง 8 ทีมเป็นอย่างน้อยหลังตุนสกอร์บุกชนะเคียฟ 3-1

แต่นั่นเท่ากับว่าพวกเขาก็มีความเสี่ยงจะเสียอันดับ 4 มากกว่าจะคิดถึงการแซงอาร์เซนอลขึ้นไปอันดับ 3 ด้วยซ้ำ!

เกมกับนิวคาสเซิลที่ค้างมาจากลีก คัพ นัดชิงชนะเลิศต้องรอหาวันกลางสัปดาห์ที่ไม่มีแชมเปียนส์ลีกเสียบ ซึ่งอย่างที่พูดไปกับ 3 ทีมก่อนหน้านี้ว่าโจทย์เดียวกันคือเกมเยือนนิวคาสเซิลที่หนีตายไม่น่าจะง่าย

หลังแชมเปียนส์ลีกที่ยังไงก็น่าจะใช้ชุดใหญ่เพื่อการันตีการเข้ารอบ พวกเขามีแมนเชสเตอร์ ดาร์บี ที่หากแพ้ทุกอย่างจะเท่ากัน แถมพวกเขาจะเสียเปรียบที่ต้องเล่นหลายถ้วยกว่ากลับกันถ้าออกชนะจะใกล้การันตีอันดับ 4 ถ้าเสมอทีมที่ตามๆ มาน่าจะมีความสุขกว่าแน่ๆ โดยเฉพาะลิเวอร์พูล!

เกมเยือนนิวคาสเซิล, เชลซี, เซาท์แฮมป์ตัน และแม้แต่สวอนซีที่เริ่มไม่ปลอดภัยเต็มที่ไม่ง่ายเลย ขณะที่เกมกับอาร์เซนอลในบ้านก็ไม่การันตีอะไร ในบรรดาทีมกลุ่มบนของตารางต้องบอกว่าพวกเขาเจอโปรแกรมที่โหดสุด และแปลว่าโอกาสพลาดมากที่สุด(ความเสี่ยงยิ่งจะเพิ่มขึ้นถ้าใส่เกมชปล. เข้าไปอีก 2, 4 หรือมากกว่านั้น!)

8 เกมที่เหลือในลีกมีแค่ 2 เกมกับเวสต์บรอม และสโต๊กที่ดูว่าเบาสุด แต่บางครั้งการเล่นกับทีมที่ลุ้นแชมป์หรือหนีตายว่ายาก การเล่นกับทีมที่ดูจะไม่ต้องลุ้นอะไรในช่วงกลางๆ แบบนี้อาจจะเดาผลยากพอๆ กัน

แม้ซิตี้จะได้เปรียบตอนนี้ในการคว้าอันดับ 4 แต่อย่าลืมว่าการกรำศึกหลายรายการทำให้นักเตะพวกเขาไม่ค่อยสมบูรณ์ในฤดูกาลนี้ และถ้าพิจารณาจากด้านบนจะไม่น่าแปลกใจเลยหากเป๊บ กวาร์ดิโอล่าไม่ได้คุมพวกเขาเล่นในแชมเปียนส์ลีก!

โดยเฉพาะตัวแปรในเกมสุดสัปดาห์หน้า

อันดับ 5 เวสต์แฮม แข่ง 29 เกม 49 แต้ม(ผลต่าง +12)

PREMIER LEAGUE Sa 19Mar 2016 Chelsea v West Ham
PREMIER LEAGUE Sa 02Apr 2016 West Ham v C Palace
PREMIER LEAGUE Sa 09Apr 2016 West Ham v Arsenal
PREMIER LEAGUE Su 17Apr 2016 Leicester v West Ham
PREMIER LEAGUE Sa 23Apr 2016 West Ham P - P Man Utd
PREMIER LEAGUE Sa 30Apr 2016 West Brom v West Ham
PREMIER LEAGUE Sa 07May 2016 West Ham v Swansea
PREMIER LEAGUE Su 15May 2016 Stoke v West Ham

*เกมรีเพลย์เอฟเอ คัพนัดเหย้ากับแมนฯ ยูไนเต็ดยังไม่กำหนดโปรแกรม

หนึ่งในทีมแพ้ยากในฤดูกาลนี้ ตั้งแต่เปิดมาพวกเขาแพ้แค่ 6 เกม แต่หนักไปทางเสมอถึง 10 เกม เกือบเท่ากับที่ชนะ13 เกม เวสต์แฮมตามซิตี้ตอนนี้ 2 แต้มเท่านั้น พวกเขาคือม้ามืดสอดแทรกไปเล่นแชมเปียนส์ลีกอย่างไม่ต้องสงสัย

อย่างไรก็ตามทีมของสลาเวน บิลิชน่าจะเล็งแชมป์เอฟเอ คัพไว้เหมือนกันยิ่งกรณีที่หากเอาชนะแมนฯ ยูไนเต็ดในเกมรีเพลย์ขึ้นมาจริงๆ คู่แข่งที่น่ากลัวรายการนี้จะแทบไม่เหลือแล้ว(อาจจะมีแค่เอฟเวอร์ตันที่น่ากลัวสุด)

ตรงข้ามกับในลีก พวกเขามีเกมหนักๆ ในการเจอแมนฯ ยูไนเต็ดอีกรอบ, เยือนเชลซี รับมืออาร์เซนอล หรือแม้แต่เยือนเลสเตอร์ หากพวกเขาเข้ารอบต่อไปในเอฟเอ คัพ เป็นไปได้ว่าจะเสียสมาธิในลีกสูง เกมเหย้าหลายๆ เกมจะไม่ง่าย บางทีชะตาของเขาจะอยู่ที่ว่าไปได้ไกลแค่ไหนในเอฟเอ คัพ

หากพวกเขาตกรอบเอฟเอ คัพ ทีมอื่นๆ ในลีกอาจจะไม่สนุกด้วยในการแย่งพื้นที่แชมเปียนส์ลีกกับเวสต์แฮม กระนั้นการที่ทีมเสมอเยอะแบบนี้ ในช่วงที่ต้องการผลชนะเพื่อ 3 แต้ม การติด 4 อันดับแรกยังยาก แต่อันดับ 5-6 เพื่อไปเล่นยูโรปา ลีกน่าจะมีโอกาสรักษาไว้ได้ ไม่ว่าจะทางไปลุ้นแชมป์เอฟเอ คัพ หรือทางหลัก

อย่างไรก็ตามมันเป็นไปได้เช่นกันว่าพวกเขาอาจจะพลาดทั้งหมด เพราะเอฟเอ คัพ ยังเหลือหลายรอบ ในลีกทีมทีตามมาก็น่ากลัว 4 จาก 9 เกมจัดว่าหนักมาก และระหว่างนั้นพวกเขาจะมีเกมเอฟเอ คัพ รีเพลย์ สอดแทรกอยู่กลางสัปดาห์ 1 เกมเป็นอย่างน้อย และหากอยากได้แชมป์นั่นแหล่ะเกมที่พวกเขาต้องชนะ!

อันดับ 6 แมนฯ ยูไนเต็ด แข่ง 29 เกม 47 แต้ม(ผลต่าง +10)

EUROPA LEAGUE Th 17Mar 2016 Man Utd v Liverpool
PREMIER LEAGUE Su 20Mar 2016 Man City v Man Utd
PREMIER LEAGUE Su 03Apr 2016 Man Utd v Everton
PREMIER LEAGUE Su 10Apr 2016 Tottenham v Man Utd
PREMIER LEAGUE Sa 16Apr 2016 Man Utd v Aston Villa
PREMIER LEAGUE Sa 23Apr 2016 West Ham v Man Utd
PREMIER LEAGUE Su 01May 2016 Man Utd v Leicester
PREMIER LEAGUE Sa 07May 2016 Norwich v Man Utd
PREMIER LEAGUE Su 15May 2016 Man Utd v Bournemouth

*เกมรีเพลย์เอฟเอ คัพนัดเยือนกับเวสต์แฮมยังไม่กำหนดโปรแกรม

 

ในฐานะทีมคู่แข่ง แมนฯ ยูไนเต็ดหาเรื่องใส่ตัวมากกับการเสมอกับเวสต์แฮมในเอฟเอ คัพ แต่ก็เป็นข่าวดีกับทีมอื่นๆ มาก

และหากอยากให้แมนฯ ยูไนเต็ดเหนื่อยก็อาจจะให้หวังให้พวกเขาเข้ารอบเอฟเอ คัพ แต่นั่นคงไม่ใช่สิ่งที่แฟนบอลลิเวอร์พูลหวัง! เช่นกันกับในยูโรปา ลีก 2-0 เกมแรกยังไม่นับว่าจบ แม้นักเตะที่บาดเจ็บจะมีกลับมาบ้าง แต่สภาพทีมแมนฯ ยูไนเต็ดไม่ได้ดีเท่าไหร่ ไม่นับว่าฟอร์มการเล่นเดาทางยาก

จริงๆ พวกเขาเริ่มกลับมาเล่นดีในลีก ช่วง 1-2 เดือนหลัง ที่น่ายำเกรงเสมอคือฟอร์มของดาบิด เดเคอาที่ช่วยให้พวกเขาชนะ 1-0 หรือหวุดหวิดๆ ในหลายๆ เกมได้ 3 แต้มแทนที่จะเป็น 1 แต้มในหลายๆ นัด

กับ 4 แต้มที่ตามหลังซิตี้ บางทีมันขึ้นอยู่กับเกมสุดสัปดาห์หน้า หากพวกเขาเกิดเอาชนะได้ บางทีการตกรอบยูโรปา ลีกอาจจะเป็นเรื่องดีสำหรับพวกเขา

อย่างไรก็ตาม 9 เกมที่เหลือนอกจากซิตี้ก็ไม่ถึงกับง่ายเมื่อมีเกมกับเอฟเวอร์ตันกับเวสต์แฮม และ 2 ทีมที่ลุ้นแชมป์อย่างสเปอร์ส กับเลสเตอร์ บางทีฤดูกาลของพวกเขาในพรีเมียร์ลีกคงตัดสินในเกมวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ว่าจะได้ลุ้นต่อ หรือจบ หรือถ้าออกเสมอ 4 แต้มที่ตามหลังซิตี้อยู่ก็ไม่ใช่จะแซงง่ายๆ แต่อย่างใด เพราะประตูได้เสียเป็นรอง แถมไม่มีท่าทีว่าบอลทรงนี้จะชนะคู่แข่งขาดๆ ได้ในช่วงที่เหลือ

อันดับ 7 เซาท์แฮมป์ตันแข่ง 30 เกม มี 44 แต้ม(ผลต่าง +8)

PREMIER LEAGUE Su 20Mar 2016 Southampton v Liverpool
PREMIER LEAGUE Su 03Apr 2016 Leicester v Southampton
PREMIER LEAGUE Sa 09Apr 2016 Southampton v Newcastle
PREMIER LEAGUE Sa 16Apr 2016 Everton v Southampton
PREMIER LEAGUE Sa 23Apr 2016 Aston Villa v Southampton
PREMIER LEAGUE Su 01May 2016 Southampton v Man City
PREMIER LEAGUE Sa 07May 2016 Tottenham v Southampton
PREMIER LEAGUE Su 15May 2016 Southampton v C Palace

เป็นอีกทีมที่ต้องใส่มาด้วย เพราะยังมีลุ้นอันดับ 5-6 แต่ต้องบอกว่ายากกว่าทีมอื่นๆ ตรงที่แข่งไป 30 เกมแล้ว ไม่เหลือเกมในมือเลย แถมเป็นทีมที่ปีนี้เวลาแพ้ แพ้ขาด ผลต่างเลยไม่สู้ดี(ลิเวอร์พูลก็ไม่ต่างกัน!)

คล้ายๆ คู่แมนเชสเตอร์ ดาร์บี อาร์ทิตย์นี้ทีมแพ้จะไม่ได้ไปต่อ(ในลีก) ส่วนทีมชนะมีโอกาสต่อในการเบียดขึ้นไปติดอันดับ 5-6 อย่างไรก็ตามสำหรับเซาท์คงยากจะมองถึงอันดับ 4 ตรงที่แข่งมากกว่าทีมอื่นๆ ไปแล้ว

เกมที่เหลือมีทั้งการเยือนเลสเตอร์ และสเปอร์ส รวมถึงเอฟเวอร์ตัน เล่นในบ้านมีเกมหินๆ กับแมนฯ ซิตี้ และเจอทีมหนีตายหลายทีม อันดับของพวกเขาถ้าอยู่ตรงนี้จนจบซีซั่นอาจจะต้องบอกว่าเก่งแล้ว

อันดับ 8 ลิเวอร์พูล แข่ง 28 เกม มี 44 แต้ม(ผลต่าง +6)

EUROPA LEAGUE Th 17Mar 2016 Man Utd v Liverpool
PREMIER LEAGUE Su 20Mar 2016 Southampton v Liverpool
PREMIER LEAGUE Sa 02Apr 2016 Liverpool v Tottenham
PREMIER LEAGUE Su 10Apr 2016 Liverpool v Stoke
PREMIER LEAGUE Sa 16Apr 2016 Bournemouth v Liverpool
PREMIER LEAGUE Sa 23Apr 2016 Liverpool v Newcastle
PREMIER LEAGUE Sa 30Apr 2016 Swansea v Liverpool
PREMIER LEAGUE Sa 07May 2016 Liverpool v Watford
PREMIER LEAGUE Su 15May 2016 West Brom v Liverpool

เกมตกค้างกับเอฟเวอร์ตัน(เหย้า) และเชลซี(เหย้า)ยังไม่กำหนดโปรแกรม

 

บอกไว้ก่อนจะเขียนถึงหงส์แดงเท่านั้นแม้ทางทฤษฎีสโต๊ก, เชลซี, เวสต์บรอมหรือทีมต่ำกว่านั้นจะมีโอกาสแซงขึ้นมา แต่ในทางปฏิบัติอย่างสโต๊กเล่นไป 30 เกมแล้ว, เชลซีก็ห่างอันดับ 4 ถึง 11 แต้ม และอันดับ 6 อยู่ 7 แต้ม และต้องลุ้นให้ทีมข้างบนพลาดมากกว่า ดังนั้นเขียนถึงแค่นี้พอ

ลิเวอร์พูลมีโอกาสมากกว่าเซาท์แฮมป์ตันในการไต่อันดับด้วยซ้ำ อันนี้ไม่ต้องลำเอียง เพราะเกมในมือเหลืออีก 2 นัด ในโปรแกรมยังไม่มีช่วงลงว่าเกมกับเชลซี และเอฟเวอร์ตัน จะไปสอดแทรกตรงไหน เพราะเอฟเวอร์ตันก็ยังอยู่ในเอฟเอ คัพ ส่วนเกมกับเชลซีต้องรอดูว่าลิเวอร์พูลไปไกลแค่ไหนในยูโรปา

นั่นจะเป็นจุดเสียเปรียบหากใครหวังว่าลิเวอร์พูลจะพรวดๆ ขึ้นไปเบียดที่ 4  อย่างน้อยๆ อาจจะต้องชนะเซาท์แฮมป์ตันให้ได้ในเกมสุดสัปดาห์นี้ และยังต้องลุ้นว่าแมนฯ ซิตี้จะสะดุด หรือถ้าหวังแค่ที่ 5 จบอันดับดีกว่าผีแดงก็อาจจะลุ้นตรงกันข้าม!

ไม่นับเกมสำคัญวันพฤหัสบดี สุดสัปดาห์นี้มี 2 คู่วันอาทิตย์ที่ผลการแข่งขันสำคัญมากจริงๆ ทั้งคู่เซาท์แฮมป์ตัน – ลิเวอร์พูล, แมนฯ ซิตี้ – แมนฯ ยูไนเต็ด

ลิเวอร์พูลมีเกมหนักสุดตามโปรแกรมไม่นับ 2 เกมตกค้าง คือเจอสเปอร์ส แต่ยังเล่นในบ้าน หากไม่มีฟุตบอลยุโรป มีโอกาสเหมือนกันที่ทีมจะ run เก็บแต้มต่อเนื่อง ต่อให้ใส่ 2 เกมตกค้างมาเพิ่มก็ต่างเป็นเกมที่เล่นในบ้านทั้งคู่

สภาพทีมของลิเวอร์พูลดีขึ้นมากช่วงนี้ เกมกับทีมหนีตกชั้นอย่างนิวคาสเซิลก็ยังเล่นในบ้าน หนักๆ อาจจะเป็นเยือนสวอนซีมากกว่า แต่เทียบกับ 7 ทีมข้างบนแบบแฟร์ๆ เชื่อว่าหลายคนมองออกว่าหงส์แดงเบาที่สุด!

7 แต้มที่ห่างจากแมนฯ ซิตี้ แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด มันไม่ถึงกับเป็นไปไม่ได้(ยิ่งถ้าดูโปรแกรมของซิตี้เอง) การตกรอบเอฟเอ คัพไปแล้วน่าจะเป็นผลดีที่ทีมได้พักในสัปดาห์นี้ก่อนจะต้องลงเล่นหนักต่อเนื่อง (ปลายเดือนมีทีมชาติมาคั่นอีกนิด) เชื่อว่าอย่างน้อยๆ เมษายนลิเวอร์พูลน่าจะเล่น 2 นัดต่อสัปดาห์อีกครั้ง

ตรงนี้จะส่งผลกระทบกับทีมแค่ไหนน่าติดตามมาก ในลีกหากเกิดเก็บ 6 แต้มใน 2 เกมข้างหน้าได้ ลิเวอร์พูลมีโอกาสสูงในการกลับมาไล่ล่าพื้นที่แชมเปียนส์ลีกเต็มตัว กลับกันหากแต้มหายแม้แต่นิดเดียวทุกอย่างอาจจะต้องไปฝากที่ยูโรปา ลีก

เกมในมือทำให้ได้เปรียบ แต่ต้องเก็บให้ได้นั่นคือปัญหา และโอกาส

อย่างไรก็ตามโอกาสติดอันดับ 5-6 เป็นอย่างน้อยน่าจะเปิดกว้างมาก แม้เชื่อว่าเดอะ ค็อป โดยเฉพาะถ้าใครอ่านบทความนี้จบคงจะไม่หวังแค่นี้ก็ตาม!

เจ้าของที่ดาวศุกร์

3 Comments

Leave a Reply