คะแนนความสามารถลิเวอร์พูลนัดชนะอาร์เซนอล 4-3

by

 

ก่อนเกม และ 11 ตัวจริง

ลิเวอร์พูลจัดทัพคาดเดาให้ถูก 11 ตัวยากมากตั้งแต่ก่อนเกมนี้ ยกเว้นแผงหลัง 4 ตัวที่ตอนนี้นับว่าตัวเลือกจำกัดอย่างไคลน์, คราวาน, ลอฟเรน และโมเรโน่ ขณะที่มินโญเลต์ก็ได้เฝ้าเสาเพราะคาริอุสเจ็บ

แต่แดนกลางถึงแดนหน้าดูจะผิดคาดไปอยู่บ้างเมื่อเป็น เฮนเดอร์สันคุมอยู่หน้าแผงหลังร่วมกับไวจ์นัลดุม ส่วนลัลลานายืนสูงขึ้นนิดหน่อย

ตัวรุกคูตินโญ่ถ่างไปด้านซ้ายมีเฟอร์มิโน่ยืนตรงกลาง และมาเน่ยืนด้านขวา

รูปเกม

ครึ่งแรกอาร์แซน เวนเกอร์เน้นการจู่โจมเร็ว และตัดบอลระหว่างแดนกลางกับแดนหน้าของลิเวอร์พูลได้ดี ขณะที่การเพรสซิ่งสูงทำให้หงส์แดงที่เกมนี้ใช้เฮนเดอร์สันเป็นตัวโฮลด์บอลทำเกมไม่ออก แม้ว่าสถิติการครองบอลใกล้เคียงกันพอสมควร แต่จังหวะวูบวาบอาร์เซนอลดูเหนือกว่า และสมควรขึ้นนำ ก่อนที่ลิเวอร์พูลจะได้ฟรีคิกของคูตี้มาช่วยให้จบลงด้วยผลเสมอ รวมๆ ครึ่งแรกเจ้าถิ่นดีกว่าเล็กน้อย

ครึ่งหลังลิเวอร์พูลมีช่วงเวลาทองใน 11 นาทีแรกของครึ่งหลังที่รุกเร็วเหมือนกับอาร์เซนอลในครึ่งแรก และการตัดบอลได้ตั้งแต่แดนหน้าทำให้ได้ 3 ประตูในช่วงเวลาไม่กี่นาที และเกือบจะปิดเกมได้ด้วยซ้ำ เมื่อปืนใหญ่ดูจะล้าไปอย่างเห็นได้ชัดว่าความพร้อมช่วงปรีซีซั่น และสภาพทีมน่าจะเป็นรอง อย่างไรก็ตามประตูของแชมเบอร์เลนทำให้พวกเขากลับมาสู่เกม และหลังจากแชมเบอร์สทำประตูได้เชื่อว่าหลังจากนั้นทำให้แฟนหงส์แดงนั่งไม่ติด แต่ถ้าวัดสถิติโดยรวมการลุ้นเข้าทำหงส์แดงก็สมควรชนะจริงๆ ในเกมนี้(ลิเวอร์พูลสร้างโอกาสได้ 16/9 เข้ากรอบ 7/5)

คะแนนความสามารถรายตัวนักเตะลิเวอร์พูล

มินโญเลต์ 4.5 : เซฟจุดโทษได้ไม่อย่างนั้นคะแนนคงต่ำกว่านี้ เพราะนอกจากนั้นในเกมแทบไม่มีอะไรน่าจดจำ ทั้งการเลี้ยงบอลเสี่ยงๆ โดยไม่จำเป็น เปิดบอลยังไม่ได้เปรียบเหมือนเดิม และ 3 ประตูที่เสียแม้ลูกของวัลค็อตจะสุดปัญญา แต่อีก 2 ลูกน่าจะทำได้ดีกว่านี้

ไคลน์ 7: รวมๆ ยังนับว่าเล่นได้ดี โดยเฉพาะการเติมเกมรุก และการรับมือเกมรุกปืนใหญ่ที่เจาะทางเขาช่วงท้าย ทำ 1 แอสซิสต์จากลูกครอสอันสวยงาม และขึ้นลงตลอด แม้จะเข้าสกัดพลาดอยู่บ้าง แต่ยังนับว่าเป็นเกมที่ดี

ลอฟเรน 5 : ตามหน้าที่ของกองหลังเกมนี้ถือว่าจับซานเซชไม่อยู่ รวมๆ ยังมีการบ้านต้องทำอีกเยอะ แม้เกมนี้อาจจะต้องยอมรับว่าการขาดการสนับสนุนจากกองกลางตัวรับพอสมควร

คราวาน 6: อย่าลืมว่านี่คือเกมแรกของเขาในพรีเมียร์ลีก แม้ทีมจะเสีย 3 ประตู แต่คราวานไม่เสียหายในเกมนี้ โดยเฉพาะการอ่านจังหวะเกม และการช่วยลูกกลางอากาศ น่าจะค่อยๆ เรียนรู้การเล่นในอังกฤษมากขึ้นเรื่อยๆ

โมเรโน่ 2 : ฝันร้ายของแฟนบอลลิเวอร์พูลในเกมนี้ทั้งทำเสียจุดโทษ และมีส่วนรับผิดชอบกับประตูแรกที่เสียอย่างไม่ต้องสงสัย มีข้อผิดพลาดมากมายในเกมนี้ทั้งรับ และรุก

เฮนเดอร์สัน© 5.5 : ดูจะเล่นในตำแหน่งของตัวเอง แต่กับบทบาทหน้าแผงหลังอาจจะไม่ใช้งานถนัดเท่าไหร่ เปิดบอลไม่ดีนัก ทำให้เกมของทีมช้าในหลายจังหวะ

ลัลลานา 7  : เงียบมากในครึ่งแรกที่ต้องรับหน้าที่ในการเล่นเกมรับเยอะกว่าปกติ ขยัน และมีประโยชน์กับทีม แม้จะมีส่วนรับผิดชอบกับประตูแรกที่เสีย แต่แก้ตัวในการทำเกมครึ่งหลัง และทำประตูขึ้นนำ รวมถึงแอสซิสต์ให้มาเน่ นับว่าเป็นเกมที่ดีของลัลลานา และเหมือนได้ฟอร์มตอนอยู่เซาท์แฮมป์ตันคืนมา

ไวจ์นัลดุม 7 : เงียบมาอีกคนในครึ่งแรก แต่แสดงให้เห็นคลาสของตัวเองเมื่อเริ่มต้นครึ่งหลัง โดยเฉพาะแอสซิสต์สำคัญช่วยให้ลัลลานาทำประตูให้ทีมขึ้นนำ และทำให้เกมพลิกโดยสิ้นเชิง

คูตินโญ่ 9 : อาจจะไม่มีส่วนกับเกมมากนักในครึ่งแรก แต่ฟรีคิกตีเสมอ 1-1 น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของเกมนัดนี้อย่างไม่ต้องสงสัยกับอีกประตูในครึ่งหลัง และการสร้างสรรค์เกมหลังจากทีมเป็นฝ่ายได้เปรียบ เขาเป็นคีย์แมนของทีมในเกมนี้อย่างไม่ต้องสงสัย แถมยังขึ้นนำดาวซัลโวของลีกไปเป็นการชั่วคราวcoutiho goal arsenal

มาเน่ 8.5 : วูบวาบตลอดทั้งเกมในนัดนี้ เมื่อได้บอลเมื่อไหร่เชื่อว่าแผงหลังของปืนใหญ่มีสั่นทุกครั้ง เล่นอย่างมั่นใจ และลีลาเหนือชั้นกับประตูประเดิมชุดหงส์แดงอย่างเป็นทางการ ฝากความหวังในการเก็บบอลได้ และขยันอีกด้วย

เฟอร์มิโน่ 5 : ค่อนข้างต่ำกว่ามาตรฐานในเกมนี้สำหรับหัวหอกชาวบราซิล แม้ทีมทำได้ถึง 4 ประตู แต่ไม่มีส่วนในประตูเหล่านั้น แม้จะมีลูกเฉียด แต่รวมๆ ต้องยอมรับว่าหายไปในเกมนี้

สำรอง:

ชาน 5 : น่าจะยังไม่ฟิตสมบูรณ์นัก ลงมาในช่วงที่ทำตั้งรับ และสถานการณ์ทำให้ทำอะไรได้ลำบาก

โอริกี 6  : ลงมาเก็บบอลได้ดี หากจังหวะท้ายเกมไม่ล้ำหน้าหวุดหวิดอาจจะมีโอกาสใส่สกอร์

ผู้จัดการทีม

คล็อปป์ 7 : ในส่วนรายละเอียดเกมนี้ในครึ่งแรก และการแก้เกมในครึ่งหลังดูจะเป็นรองเวนเกอร์ในบางจุด เพราะต้องยอมรับว่าก่อนเกมสภาพลิเวอร์พูลดีกว่าปืนใหญ่ที่มีปัญหาทั้งแผงหลัง และแดนกลาง แต่เครดิตคือการเตรียมทีมช่วงปรีซีซั่นทำให้หงส์แดงพร้อมมากกว่าเจ้าถิ่น และต้องไม่ลืมมองถึงการซื้อตัว 3 นักเตะใหม่ที่ได้ลงเล่นตัวจริงในเกมนี้ดูจะมีอนาคตที่สดใส

แมน ออฟ เดอะ แมตช์ Lovelfc.com : คูตินโญ่

 

66 Comments

Leave a Reply