TIA Column : คุยหลังเกมกับผลเสมอก็แฟร์ๆ แต่มันรู้สึกเหมือนแพ้พิกล

by

 

ลิเวอร์พูลลงเล่นพรีเมียร์ลีกเกมที่ 3 ของฤดูกาล 2016-17 เป็นทีมแรก โดยเป็นการบุกไปเยือนท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ที่ไวท์ ฮาร์ต เลน ซึ่งเป็นเกมเยือนเกมที่ 3 …ใช่แล้วค่ะ ลิเวอร์พูลจำต้องยอมลงเล่นเกมเยือน 3 นัดติดต่อกันในช่วงเปิดฤดูกาลปีนี้ ก็เพราะอัฒจันทร์ฝั่ง Main Stand ที่กำลังต่อเติมยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี ทำให้เราจำต้องเล่นเกมเยือนถึง 3 นัดติดกัน ซ้ำ 2 ใน 3 ยังเป็นการเยือนทีมใหญ่อย่างอาร์เซน่อล และท็อตแนม ฮอตสเปอร์ อีกต่างหาก เมื่อคิดถึงประเด็นนี้ มันก็ทำให้การเก็บได้เพียง 4 แต้มใน 3 เกมแรก ดูไม่ได้เลวร้ายจนเกินไปนัก

ถ้าไม่นับฟอร์มการเล่นที่น่าผิดหวังในเกมที่แล้วกับเบิร์นลีย์ เราคิดว่า ลิเวอร์พูลเริ่มต้นฤดูกาลได้ดีทีเดียว การบุกไปเอาชนะอาร์เซน่อลถึงเอมิเรตส์ ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่จะว่าไป ต้องถือว่าลิเวอร์พูลเองก็โชคดีที่ได้เจออาร์เซน่อลในวันพิกลพิการอยู่เหมืนกัน เพราะรายชื่อนักเตะบาดเจ็บของทีมปืนใหญ่ยาวเป็นหางว่าวยิ่งกว่าทีมของเราเสียอีก ส่วนในเกมล่าสุดที่บุกไปเสมอท็อตแนม ฮอตสเปอร์ นั้น จากรูปเกม เราคิดว่ามันก็แฟร์ดีแล้วจริงๆที่จะแบ่งกันไปคนละแต้ม เพราะทั้งสองทีมต่างก็มีโอกาสพอๆกัน เปอร์เซ็นต์การครองบอลสูสี และสไตล์การเล่นก็ยังคล้ายกันอีก เรียกได้ว่า ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็ตัดสินเกมได้ และก็ดูเหมือนประตูของทั้งสองทีมก็มาจากความผิดพลาดของคู่แข่งนี่แหละ

สเปอร์ใช้แผนผังการยืนตำแหน่งแบบ 4-2-3-1 ในขณะที่ลิเวอร์พูลใช้ 4-3-3 ในครึ่งแรก ลิเวอร์พูลดูจะรับมือกับสเปอร์สได้ค่อนข้างดี สเปอร์สเป็นทีมที่บีบพื้นที่ เพรสซิ่งค่อนข้างสูงมาก พวกเขาใช้ทั้งกองหน้า อย่างแฮร์รี่ เคน และบรรดามิดฟิลด์ในแดนกลาง ดันขึ้นมาบีบพื้นที่เพื่อไม่ให้แผงหลังลิเวอร์พูลเปิดเกิมได้ แต่ลิเวอร์พูลกลับใช้วิธีโยนบอลข้ามหัวให้แดนหน้าช่วยเก็บบอล ซึ่งมันก็ได้ผลดีทีเดียว เพราะเราได้โอกาสสวนกลับหลายครั้ง ที่น่าเป็นประตู โดยเฉพาะมาเน่ที่หลุดเดี่ยวไปถึง 2 ครั้ง แต่ก็ต้องชม มิเชล ฟอร์ม ที่อ่านจังหวะและเร็วพอที่จะออกมาตัดบอลได้ทัน จนกระทั่ง ท้ายครึ่งแรก เกมทำท่าจะจบที่ 0-0 อยู่แล้ว แต่ลาเมล่าดันไปสะกิดข้อเท้าด้านหลังของเฟอร์มิโน่ในจังหวะที่กำลังเลี้ยงบอลเข้าเขตโทษพอดี เลยทำให้ลิเวอร์พูลได้จุดโทษ (แบบงงๆไปหน่อย) และเจมส์ มิลเนอร์ก็ยิงไม่พลาด ช่วยให้ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 1-0

ครึ่งหลัง โปเชตติโน่แก้เกมโดยการให้แนวรุกของสเปอร์สถอยลงไปบีบพื้นที่ต่ำลง ทำให้สเปอร์สมีนักเตะในแดนกลางมากกว่าเรา และแย่งการครองบอลได้มากขึ้น แล้วยังให้วันยาม่าถอยไปยืนค่ำตัวรุกของเราไม่ให้เก็บบอลได้อีกด้วย ทำให้ครึ่งหลัง สเปอร์สครองบอลได้มากขึ้นและทำเกมรุกบุกใส่เราอยู่ตลอดเวลา จนเราต้องเสียประตูในที่สุด จากความลังเลของมินโญเลต์

ทำไมถึงเป็นความลังเลของมินโญเตล์น่ะหรือ?

ทั้งๆที่เขาเริ่มโชว์ฟอร์มเซฟลูกยิง ลูกโหม่งสวยๆของสเปอร์สมาได้หลายจังหวะ แต่มินโญเลต์ยังมีปัญหาในเรื่องสมาธิอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะเวียประตู มีจังหวะที่ลอฟเรนตั้งใจบังบอลเพื่อปล่อยให้มินโญเลต์เล่น เพราะอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า ปลอดภัยกว่าที่จะเล่น แต่มินนี่ก็ชะงัก และออกมารับบอลช้า จนนักเตะสเปอร์สเกือบจะวิ่งเข้ามาโฉบบอลไป ในจังหวะที่เราเสียประตู บอลถูกครอสมาจากทางซ้าย กองหลังของเราไม่แน่ใจว่ามาติบหรือลอฟเรนแย่งขึ้นโหม่ง แต่บอลไปตกที่แดนนี่ โรส ที่เติมขึ้นมาทางขวา ขณะที่ไคลน์และมาเน่กำลังวิ่งลงมาช่วย มินนี่ยืนเฝ้าเสาอยู่ และเรารู้สึกได้ว่า มีความลังเลใจของเขาว่าจะออกไปบีบพื้นที่โรสดีหรือยืนเฝ้าเสาดี ชั่ววินาทีที่ลังเลใจนั้น แดนนี่ โรสก็เลี้ยงเข้ามาใกล้ขึ้น และเมื่อมินนี่ตัดสินใจพุ่งออกไป โรสก็ยิงสวนตัวเข้าเสาแรกไปทันที…จบเลย T T

สำหรับเราแล้ว มันเป็นการตัดสินใจที่ผิดที่ผิดทางอย่างที่สุดจริงๆ ความดีที่ทำมาตลอดเกม จบสิ้นตรงนั้นเอง T T …ยอมรับเลยว่าเคืองมินนี่มากกกกกกก มากจนรู้สึกว่าความผิดพลาดนี้มันวนเวียนอยู่ในใจตลอดแม้จะจบเกมแล้วก็ตาม ทำให้รู้สึกหมือนแพ้จริงๆอย่างที่จั่วหัวบทความไปนั่นแหละ

อันที่จริง เราก็พอเข้าใจที่มินนี่ลังเลใจกับการเฝ้าเสา เพราะในสองเกมก่อน มินนี่เฝ้าเสาและปิดเสาแรกไม่มิดถึงสองครั้งที่ทำให้ทีมเสียประตู ความผิดพลาดครั้งก่อนๆ มันอาจทำให้เขาลังเลว่าควรออกไปบีบพื้นที่แทนการเฝ้าเสาดีหรือเปล่า ทั้งที่ความจริง ถ้าเขายืนในพื้นที่ที่ถูกต้อง เขาก็จะปิดมุมได้อย่างสมบูรณ์แบบ อย่างที่มิเชล ฟอร์ม ของสเปอร์สทำให้เห็นในเกมนี้หลายครั้ง

เลิกพูดถึงมินนี่ดีกว่า เสียอารมณ์หมด 555+

นักเตะคนหนึ่งที่เราอยากจะพูดถึงมากที่สุดก็คือ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน …ช่วงหลังๆมานี้ เฮนโด้ถูกวิจารณ์ค่อนข้างหนักมาก โดยเฉพาะตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา คล็อปป์ให้เขาเล่นในตำแหน่งที่เจอร์ราร์ดเคยเล่นให้ร็อดเจอร์ส นั่นคือ Deep lying Midfielder มันเป็นตำแหน่งที่จะเรียกว่ายังไงดี …ความชั่วไม่มี ความดีไม่ปรากฎ คงจะได้ เพราะต้องเล่นทั้งเกมรับและเปิดเกมรุก ตอนที่ร็อดเจอร์สให้เจอร์ราร์ดเล่นในตำแหน่งนี้ใหม่ๆ 3-4 นัดแรก อาจจะย่ำแย่กว่าเฮนโด้เสียอีก เพราะเจอร์ราร์ดเป็นนักเตะที่ถ้าจ่ายบอลแล้วดี มันจะดีเอามากๆ แต่ถ้าเสีย คู่แข่งมีสิทธิได้ประตูเลยทีเดียว เขาจ่ายบอล 50-50 มาตลอดชีวิต แต่เฮนโด้ไม่ใช่แบบนั้น เฮนโด้เป็นนักเตะที่มีวินัยมากกว่าเจอร์ราร์ด 100 เท่า …เออ…เว่อร์ไปนิด 555+ เอาเป็นว่า มากกว่าเจอร์ราร์ดก็แล้วกัน มากกว่าจนบางที เขาก็ทื่อเกินไป คือ เหมือนเล่นบอลตามตำรามากกว่าสัญชาตญาณ

ถ้าเจอร์ราร์ดเปิดบอลขวางสนามเสียไป 3 ลูก เราก็จะยังคงเห็นเขาเปิดลูกที่ 4 ในจังหวะที่เขารู้สึกว่าควรเปิด แต่ถ้าเฮนโด้เปิดบอลเสียไปแบบเดียวกัน เราอาจจะไม่เห็นเขาเปิดบอลแบบนั้นอีกแล้วตลอดทั้งเกม…นี่คือความแตกต่างของเขาทั้งสองคน

และตลอด 2 เกมแรกทั้งกับอาร์เซน่อลและเบิร์นลีย์ เราก็รู้สึกอยู่ทุกนาทีว่าเฮนโด้ไม่เป็นตัวของตัวเอง จะเปิดบอลแต่ละที ไม่รู้จะคิดอะไรกันนักหนา จนทำให้เกมเสียจังหวะไป เปิดข้าไปบ้าง คือเหมือนจะพยายามเอาชัวร์จนเกินพอดี แต่พอมาถึงเกมกับสเปอร์ส ดูเฮนโด้จะกล้าได้กล้าเสียมากขึ้น คิดน้อยลง เปิดบอลเร็วขึ้น ซึ่งมันทำให้จังหวะเกมเร็วขึ้นตามไปด้วย และมันดีเอามากๆเลย…เฮนโด้เป็นเด็กมีของ ขอแค่เจ้าตัวกล้าหยิบของที่มีออกมาโชว์เท่านั้น และที่สำคัญคือ ต้องอย่ากดดันตัวเองด้วยภาระของปลอกแขนกัปตันทีม รวมถึงท่องไว้ตลอดเวลาว่า นายคือ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน นะ ไม่ใช่สตีเวน เจอร์ราร์ด นายไม่ต้องทำทุกอย่างที่เจอร์ราร์ดเคยทำก็ได้

และสัญญาณที่ดีอย่างหนึ่ง ก็คือ เฮนโด้ไม่ยิงจุดโทษแล้ว 55555+ (อันนี้เจ้าของที่ดาวศุกร์กระซิบมา)

สำหรับคนอื่นๆ เราโอเคมากๆกับโจเอล มาติบ รู้สึกว่าทีมมีความมั่นคงในการเล่นลูกกลางอากาศในกรอบเขตโทษขึ้นพอควรทีเดียว แถมยังมีลุ้นเกือบทำประตูได้อีกต่างหาก สำหรับแบ็คซ้ายจำเป็นอย่างมิลเนอร์ เราคิดว่าเขาเล่นดีมากทีเดียว แต่ถ้าจะใช้ตลอดไป ก็ไม่ปลื้มนะ อยากให้คล็อปป์ซื้อแบ็คซ้ายจริงๆมาใช้มากกว่า …อ่อ นัดเตะใหม่อีกคนที่อยากพูดถึงซักเล็กน้อย ก็คือ ไวจ์นัลดุม หลายคนอาจจะไม่ค่อยปลื้มเพราะเขาดูไม่หวือหวามากนัก แต่ถ้าดูละเอียดๆ การผ่านบอล จ่ายทะลุข่องของเขานับว่าเฉียบคมมากนะคะ และรอให้เขาเข้าขากับเพื่อนร่วมทีมอีกนิด เราได้เห็นเขาสอดขึ้นไปลองยิงหลายครั้งแล้ว เดี๋ยวมันต้องมีซักลูกที่ปังแน่ๆ อดใจอีกหน่อยเถอะ และสำหรับมาเน่ คือ คุ้มทุกปอนด์จริงๆ เขาเป็นส่วนเติมเต็มมิติเกมรุกของทีมให้หลากหลายเอามากๆ กับมาเน่ ไม่ขออะไร ขอแค่อย่าเจ็บอีกเป็นพอ 555+

นัดหน้า เราจะได้กลับไปเล่นในแอนฟิลด์แล้วนะคะ เป็นการฉลองอัฒจันทร์ใหม่ แต่เกมก็ไม่ง่าย เพราะเป็นการเปิดอัฒจันทร์ใหม่ต้อนรับทีมแชมป์ลีกอย่างเลสเตอร์ ซิตี้ ไว้มารอฟังกันว่า อัฒจันทร์ใหญ่ขึ้น แฟนบอลเยอะขึ้น เสียงเชียร์จะดังขึ้นซักแค่ไหน เพราะปกติก็ดังจนขึ้นชื่ออยู่แล้ว นี่วันฉลองอัฒจันทร์ใหม่ แฟนบอลที่โน่นคงจะส่งเสียงข่มขู่คู่แข่งให้กลัวตัวสั่นไปเลย ให้รู้ว่า ที่นี่แอนฟิลด์ …คิดแล้วก็อดตื่นเต้นไม่ได้จริงๆ

 

โดย : howk_ky

 

thumb_26324_default_news_size_5

20 Comments

Leave a Reply to Kopster Moonwake on Facebook