คุยหลังเกม The writer : หลังเกมกับสวอนซี และหลังคล็อปป์ทำแท็กติกหลุดรายการMNF!

by

 

รอบที่แล้วน้องแอน(howk_ky)เข้ามาเขียนคุยหลังเกมย้อนไปตั้งแต่นัดแรกๆ ทีเดียว ขณะที่ทีมงานสลับหน้ากันมาจัดคุยก่อนเกมแบบ ‘live’ ในเพจทางเฟซบุ๊กซึ่งต้องขอบคุณสำหรับคนที่ยังติดตาม ถ้ามีโอกาสหวังว่าจะได้เจอกันแบบเต็มรูปแบบอีกที แต่คงไม่เขียนสไตล์ที่น้องแอนเขียน และน้องแอนบอกว่าว่างๆ ช่วงเบรกทีมชาติน่าจะมีเขียนให้อ่านกันอีก

ผ่านมา 7 นัดลิเวอร์พูลตามหลังแมนฯ ซิตี้จ่าฝูง 2 แต้ม และรั้งอันดับ 3 ของตาราง ใครบอกว่าผลงานยังไม่ดีต้อลองเช็กโปรแกรม และเทียบๆ กับหลายๆ ปีที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลออกสตาร์ทดีมาก เอาจริงๆ ไม่ได้ผิดกับที่ผม และบอส(พี่ก้อง) คาดคิดไว้เท่าไหร่ เพราะเราหวังกันสูงพอสมควรในฤดูกาลนี้

การไม่มีฟุตบอลยุโรป การที่เป็นปีที่สองของคล็อปป์(ปีแรกที่คุมทีมเต็มฤดูกาล) และขณะที่คู่แข่งหลายทีมเปลี่ยนผู้จัดการทีมเป็นหลายๆ ปัจจัยที่เอามาพิจารณา แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่จะมาพูดถึงวันนี้

ผมสนใจ SPECIAL GUEST ที่ไปออกรายการมันเดย์ ไนท์ฟุตบอล(MNF)สัปดาห์ที่แล้วที่ชื่อว่าเจอร์เก้น คล็อปป์มากกว่า!

และดูมันจะส่งผลต่อมาในเกมกับสวอนซีเต็มๆ ด้วย

ประเด็นคือคล็อปป์ทำเวลาหายไป 50 นาทีกับเจมี่ คาร์ราเกอร์ และเดวิด โจนส์! เอ๊ยไม่ใช่ละ แต่เป็นการไปพูดคุยถึงแท็กติกที่ลิเวอร์พูลเอาชนะฮัลล์ ซิตี้ในรายการนั้นต่างหาก

บทความของผมคงไม่มีภาพประกอบมากเหมือนเวลาน้องแอนเขียน หรือในรายการ แต่อยากให้หลับตานึกภาพพอ แต่ถ้าขยันจะไปย้อนดูคลิป หรือภาพประกอบกันได้ยิ่งดีเลย เพราะส่วนตัวมีเวลาเขียนจำกัดมากจริงๆ(ขออภัยมาตรงนี้ด้วย)

ปกตินี่เป็นรายการฟุตบอลที่ฮิตอยู่แล้ว แต่ว่ากันว่าเรตติ้งกระจายพุ่งขึ้นหลายจุดในวันนั้นสำหรับสกายสปอร์ตที่ถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่นั่น(ยังหาย้อนดูได้ใน youtube) เมื่อคล็อปป์เป็นแขกรับเชิญ

คล็อปป์ตอบคำถามเดวิด โจนส์ และเจมี่ คาร์ราเกอร์เป็นอย่างดี แสดงอารมณ์ขัน สเน่ห์มากมาย ว่ากันว่าหลังจบเกมนั้นแม้แต่แฟนบอลคู่แข่งหลายๆ ทีมยังชอบ ในทวิตเตอร์มีแฟนบอลอาร์เซนอล, สเปอร์ส, แมนฯ ซิตี้ และอีกหลายทีมบอกว่าอยากได้คล็อปป์ไปคุมยาวๆ

แต่ประเด็นสำคัญมีอยู่ 2-3 ช็อต ที่บางทีอาจจะบอกว่าเขา ‘เผลอ’ หรือการมี ‘Father figure’(ประมาณความเป็นพ่อ) แบบที่โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ชอบพูดถึง และเพิ่งมาบอกว่าลิเวอร์พูลมีโอกาสลุ้นแชมป์ อ่อ บางคนบอกว่าอย่าลืมว่ามีแมนฯ ซิตี้ แต่อย่าลืมว่าเลวานดอฟสกี้ก็เคยทำงานกับเป๊บมาแล้ว!

เล่าให้ฟังคร่าวๆ หลังจากนั่งดูพร้อมกับบอสในวันศุกร์ที่ไปเจอกันตั้งแต่ก่อนเกมกับสวอนซีแล้ว เรื่องของเรื่องคือมีประเด็นเกี่ยวกับการป้องกันลูกฟรีคิกที่ลิเวอร์พูลเสียในเกมกับฮัลล์ คาร์ราเกอร์ออกมาจิ้มจอที่เรียกว่า ‘Skypad’ ที่ผมว่าเจ๋งมากในจังหวะนั้นว่ากองหลังลิเวอร์พูลในจังหวะนั้นมีใครบ้างที่ ‘คุมโซน’ อยู่

ไม่แน่ใครว่าจงใจ หรือไม่รู้ แต่คาร์ราเกอร์จิ้มไปแค่ 3-4 คนที่อยู่ข้างๆ คาริอุส แต่เหมือนคล็อปป์จะอดรนทนไม่ไหวเข้าไปบอกว่า ไม่ใช่ๆ และบอกว่ามี 5-6 คนคุมโซน แล้วเขาลูกนั้น คราวานควรอยู่ตรงไห นักเตะที่ตัวเล็กกว่า และลัลลานาควรอยู่ตรงไหนเพื่อปิดจังหวะยิง และเขาพูดค่อนข้างละเอียดว่าพยายามใช้นักเตะตัวสูงประกบตัวสูง และตัวเล็กกันตัวเล็ก เรียกว่าใส่กันให้เห็นๆ ทีเดียว

จริงๆ มีมุขเล็กๆ เมื่อเดวิด โจนส์ และคาร์ร่าถามว่าจะแก้อะไรพวกนี้ยังไง คล็อปป์ก็บอกประมาณว่าอย่าเสียฟรีคิก และลูกตั้งเตะ ไม่ให้คู่แข่งได้เปิดบอลแต่แรก แม้ว่าจะเป็นมุขที่อาจจะดูเกรียนๆ แต่ก็มีเหตุผลซ่อนอยู่จริงๆ

นอกจากนั้นเขายังบอกว่านักเตะคนไหนไล่คนไหน และการจับเบอร์ 6 (หมายถึงตำแหน่งกองกลางตัวปั้นเกม) ของฮัลล์ เมื่อไล่ตัวนี้ให้เสียบอลทีมก็ได้บอลกลับมาเร็ว

ความละเอียดส่วนนี้ของคล็อปป์เชื่อได้เลยว่าเป็นปรารถนาดีที่ต้องการให้คนดูได้เข้าใจแท็กติก มีส่วนร่วม เขายังบอกว่าทีมของเขาพยายามออกปีก โจมตีด้านไหน อะไรยังไง เรียกว่าคาร์ราที่ทำรายการอยู่เป็นเด็กไปเลย

แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน?

แม้แต่ผมกับบอสที่นั่งดูยังสะดุ้งเลยว่าบางจุดมันเหมือนเป็น ‘ความลับ’ แต่ด้วยความเป็นคนตรงไปตรงมาดูเหมือนคล็อปป์อยากจะถ่ายทอดความรู้ของเขาให้กับทุกคนเหมือนกับที่เขาได้รับจากโวล์ฟกัง ฟรังค์อดีตนายเก่าของไมนซ์ผู้ล่วงลับที่ตอนนี้ลูกศิษย์ของเขากระจายเป็นโค้ช และผู้จัดการทีมหลายๆ สโมสรทีเดียว

และพอดีงานหลักของผมคือได้แปลข่าวของคล็อปป์ ผมยังอดนึกขำสิ่งการแถลงข่าวก่อนเกมกับสวอนซีในวันพฤหัสบดีไม่ได้เลย เพราะคล็อปป์ดูเหมือนจะรู้ตัวว่าพูดมากไป อันนี้ไม่ได้มโนจริงๆ เพราะคล็อปป์ใช้คำว่า All that stuff ในการแถลงข่าววันนั้นเยอะมาก ยังไปหาอ่านในเว็บทางการได้ จากที่เคยคุยเก่งๆ กลับไปพูดเรื่องดินฟ้าอากาศอารมณ์ประมาณไม่อยากพูดอะไรมาก

เพราะฟรานเซสโก้ กุยโดลินที่เป็นกลายเป็นอดีตกุนซือสวอนซีไปแล้วนั้นออกมาให้สัมภาษณ์แขวะคล็อปป์หน่อยๆ ก่อนเกมประมาณว่าถ้าเป็นในอิตาลีคงไม่มีกุนซือคนไหนออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับแท็กติกออกทีวี

ขอแปลให้แรงหน่อยคือ ‘มีแต่กุนซือตกงานเท่านั้นที่จะไปออกทีวี มันดีกับแฟนบอลที่ดูรายการแต่แน่จริงก็ไปชนะในสนาม ผมดูลิเวอร์พูลจนเบื่อแล้วสัปดาห์นี้ และวางแผนรับมือแล้ว แต่จะดีพอหรือไม่ ไม่รู้”

ดูจะหมั่นไส้คล็อปป์ไม่น้อย…

มันมีสองความเห็นตอนได้คุยกับหลายคน บางคนบอกว่าใครๆ ก็รู้ว่าลิเวอร์พูลจะเล่นยังไง แต่สิ่งที่สะท้อนหลังไปออกรายการชัดว่าคล็อปป์ระวังเนื้อระวังตัวไม่น้อย

ใครที่เป็นเพื่อนกับผมในเฟซบุ๊กอาจจะเห็นผมชอบโพสประโยคต่างๆ บางทีอาจจะไม่เข้าใจที่มาที่ไปกัน แต่มันเหมือนจดหมายเหตุช่วยจำ

อย่างหลังเกมคล็อปป์สัมภาษณ์ในเว็บฯสโมสรว่า  “It was such a positive week: Interview here, interview there, ‘the manager is brilliant’, ‘everyone is enjoying themselves’,” he said.

“And then at the end of the week, Swansea is waiting with the knife between the teeth, and you have to go and perform again!”

แปลสรุปสั้นๆ ว่า “มันเป็นสัปดาห์ที่ดี มีคนชอบคนชมมาก แต่เขาต้องระวัง เพราะพอเกมสุดสัปดาห์ตามมา สวอนซีรอเอามีดเฉาะฟันคุณอยู่ และคุณต้องลงไปโชว์ฟอร์มอีกครั้ง!”

ถ้าเป็นเด็กหงส์อาจจะบอกว่านี่อังกฤษไม่ใช่อิตาลี แต่สิ่งที่คล็อปป์พูดออกไปมันมองได้สองแบบ ในแง่ร้ายสุดกู่อาจจะมองว่าทำให้คู่แข่งรับมือได้ง่ายขึ้น แต่ในทางกลับกันมันเป็นการเปิดตาให้ความรู้กับคนดูจริงๆ และทำให้คนได้เข้าใจแท็กติก และวิธีคิดของเขามากขึ้น

หลายคนที่ไม่ได้ดูอาจจะพูดได้ว่าใครๆ ก็รู้ หรืออะไรก็ตามแต่ แต่ความจริงมันมีส่วนเสียจริงๆ และคล็อปป์ดูจะรู้ตัวหลังจากสงบปากสงบคำมากขึ้นตั้งแต่วันจันทร์ที่แล้วในแง่การให้สัมภาษณ์ แบบถ้าไม่กลัวคนหมั่นไส้ ก็อาจจะออกแนวเบื่อ! เพราะงานของเขานอกจากทำทีมแล้วมีสัมภาษณ์เยอะมากจริงๆ ต่อสัปดาห์เชื่อว่าเฉพาะเว็บฯ สโมสรมีเกิน 20 ข่าว

กลับไปที่เกมกับสวอนซี 30 นาทีแรกทำให้แฟนหงส์บางคนขวัญผวาทีเดียว เพราะลูกที่เสียประตูดันเป็นจุดเดียวกับในรายการที่ลิเวอร์พูลมีสถิติท้ายๆ ตารางกับการเสียประตูจากฟรีคิกเยอะเป็นอันดับต้นๆ ของลีก และทำให้ผมแวบนึกถึงช็อตที่คล็อปป์คุยกับคาร์ราออกรายการขึ้นมาทีเดียว รวมถึงการที่ถูกสวอนซีไล่เฮนเดอร์สัน

อย่างไรก็ตามสุดท้ายจบเกมลิเวอร์พูลกลับมาชนะ 2-1 ในวันที่ไม่สวยงามเท่าไหร่ แต่สำหรับผมมันเป็น 3 แต้มที่นับว่ามีค่ามากๆ ไม่แพ้เกมใหญ่ๆ เกมอื่นๆ ทีเดียว

หลังเกมมีคนวิเคราะห์แท็กติกหลายๆ จุด บางมุมก็เหมือนรู้ๆ กันแล้ว(ถ้าพูดแบบนี้ตลอดคงไม่มีรายการวิเคราะห์ฟุตบอลเกิดแน่!) บ้างก็ชี้ไปที่คาริอุสหล่อเกิน แต่ออกมาตัดบอลไม่ได้ หรือไปเพ่งเล็งจอร์แดน เฮนเดอร์สันว่าเอาแต่ออกบอลคืนหลังในเกมนี้

จริงๆ มันไม่มีผิดหรือถูกทั้งหมดหรอก แต่เอามุมมองของผมจากที่ได้ดูคล็อปป์ และตามสัมภาษณ์ค่อนข้างละเอียด ดูเหมือนคล็อปป์จะไม่ได้ ‘ยี่หระ’ กับอะไรพวกนี้สักเท่าไหร่

พักครึ่งที่ลิเบอร์ตี้ สเตเดียมชัดเจนว่าคล็อปป์ ‘โกรธ’ อันนี้ลองไปอ่านเฮนโด้ กับมิลเนอร์สัมภาษณ์หลังเกมดูได้ เขาไม่ได้มองว่าใครยืนแย่ จ่ายแย่ ขึ้นบอลไม่ดี แต่เขาบอกรายละเอียด 2-3 จุด ที่ไม่ใช่แปลว่าต้องมานั่งยกเครื่องเกมของลิเวอร์พูล แต่ทีมต้องกลับไปเล่นตาม ‘มาตรฐาน’ ที่ตั้งไว้ในช่วงต้นซีซั่น(แสดงว่าตั้งไว้สูงมาก!)

จริงๆ ทีมเริ่มเล่นได้ดีตั้งแต่ 15 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก และดูเหมือนเลย 60 นาทีไปสวอนซีที่เพรสซิ่งสูงตั้งแต่ต้นดูเหมือนจะ ‘หมด’ และแม้จะมีจังหวะเสียวอยู่บ้าง แต่ถ้าดูสถิติจบเกม 90 นาทีไม่มีใครบอกว่าลิเวอร์พูลไม่ควรชนะ(อันนี้รออ่านใน KOP EYE VIEW)

ไม่มีเวลาหาภาพประกอบหลับตามนึกภาพ ครึ่งหลังจะเห็นว่าคูตินโญ่ลงต่ำ และขยับมากลางมากขึ้น จากที่อยู่ริมเส้นตั้งแต่ตอนลัลลานาเจ็บต้องถูกเปลี่ยนออกให้สเตอร์ริดจ์ลงแทน

รวมๆ แล้วไม่ใช่วันที่นักเตะลิเวอร์พูลเล่นกันได้ดีที่สุด แต่คล็อปป์ไม่ได้โทษเด็ก หรือมองว่าแท็กติกไม่ดี อย่างเช่นใครอาจจะมองว่าเฮนโด้ออกบอลย้อนหลัง ทีมถูกบีบ มันคล้ายๆ ที่เขายกตัวอย่างเกมกับเบิร์นลีย์, เชลซี, อาร์เซนอล หรือสเปอร์ส

‘ถามจริงๆ มีเกมไหนคู่แข่งปล่อยให้ทีมของเขามีพื้นที่หรือเล่นง่ายๆ บ้าง’ นั่นเป็นสิ่งที่คล็อปป์เคยให้สัมภาษณ์

จริงๆ เราเห็นมากตั้งแต่ยุคของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่บางเกมลิเวอร์พูลเล่นฝืดมากตลอดครึ่งแรก แม้จะขึ้นบอลจากกองกลางตัวรับได้ แต่บอลสูงในจุดอื่นคู่แข่งปิดพื้นที่ในแดนของพวกเขาได้มากกว่า จนเกิดอาการที่เจาะรถบัสไม่เข้า

คล็อปป์ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ไว้แล้ว และผมเขียนไว้แล้วที่ http://thailand.liverpoolfc.com/news/this-is-lfc-thailand/kev28916  ถึงเรื่องวิธีเจาะรถบัส ในทางกลับกันเกมกับสวอนซีเราเห็นพวกเขาเพรสซิ่งสูงตั้งแต่ต้น

แต่ถ้าผมเป็นคล็อปป์ผมคงจะยินดี แม้เชื่อว่าคล็อปป์ไม่ได้จงใจวางหมากอะไรในรายการ MNF หรอก แต่การที่คู่แข่งไล่เบอร์ 6 ที่ในเกมนี้หมายถึงเฮนเดอร์สันจนออกบอลไม่ได้ช่วงแรก(แต่นั่นหมายถึงต้องปิดซ้ายขวา และพื้นที่ยาวเต็มสนาม) แต่สุดท้ายสวอนซีก็หมดแรงไปเอง เพราะพวกเขาไม่ได้วางแผนจะเล่นแบบนี้มาตั้งแต่ปรีซีซั่นswansea- liverpool stat

กลับกันนี่เป็นแนวคิดและเป็นสูตรที่คล็อปป์ย้ำมาตลอด เขาตั้งใจจะให้ลูกทีมเล่นวิ่งได้ 95 นาที ซึ่งอาจจะคนละทฤษฏีกับเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันที่เคยพูดถึงแท็กติกที่ผิดพลาดของเขาในนัดชิงยูโรปา ลีก กับเซบีย่าไว้ แต่ประวัติที่ผ่านมาจะเห็นว่าคล็อปป์ประสบความสำเร็จในลีกมากกว่าในถ้วย

ในทางกลับกันการคุมทีมของคล็อปป์อาจจะทำให้มีนักเตะเจ็บ หรือปลายซีซั่นอาจจะล้า แต่กับลิเวอร์พูลซีซั่นนี้ที่ไม่มีฟุตบอลยุโรป นักเตะเจ็บก็มีเวลาฟื้นตัว มันอาจจะเป็นสไตล์ที่ลงล็อกที่สุดอย่างไม่น่าเชื่อ

แต่ความจริงแล้วมันคือสิ่งที่คล็อปป์วาง และประเมินไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเสริมโค้ชฟิตเนสตั้งแต่ก่อนฤดูกาลจะเริ่ม หรือการซื้อนักเตะที่บางคนอาจจะบอกว่าขาดตำแหน่งโน้น ขาดตำแหน่งนี้ แต่คล็อปป์ดูจะเด็ดเดี่ยว และเขายืนยันว่าพอแล้ว

ถ้าจะมโนหานักเตะใหม่เดือนมกราคมมาแทนคนนั้นคนนี้ ผมว่าไม่ใช่สไตล์ของคล็อปป์ คล็อปป์เชื่อมั่นในทีมชุดที่เขาเลือก และมันถ่ายทอดมาให้แฟนบอลอย่างผมด้วย แน่นอนถ้ามีโอกาสเสริมทีมดีๆ เชื่อว่าโค้ชชาวเยอรมนีไม่ปิดโอกาสการซื้อ แต่มันน่าจะเป็นการซื้อเพื่อแผนการระยะยาวมากกว่า (ยกเว้นกรณีที่จะมีใครเจ็บจริงๆ)

แม้แต่ตัวผมเองยังแปลกใจที่ทีมไม่ซื้อแบ็กซ้าย แต่มาถึงตรงนี้มิลเนอร์โดยมีโมเรโน่รอโอกาสดูเหมือนว่าจะทำได้ไม่เลว อย่างน้อยๆ ลองเทียบกับคู่แข่งหัวตารางทีมอื่นๆ ในลีกได้ เกมกับเบิร์นลีย์อาจจะเป็นนัดที่เขาต้องปรับตัว แต่คล็อปป์แสดงให้เห็นว่าเปิดกว้าง และให้โอกาส รวมถึงเลือกในสิ่งที่เขามองขาดแล้ว

ยกตัวอย่างหากหลังเกมกับเบิร์นลีย์เขาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา มิลเนอร์อาจจะไม่ได้เล่นดีขึ้นเรื่อยๆ และสม่ำเสมอขึ้น แม้คล็อปป์เคยสัมภาษณ์ว่าโมเรโน่ซ้อมได้ดีที่สุดของทีมเลย แต่เขายังเลือกมิลเนอร์ลงช่วงนี้เพราะทีมกำลังทำผลงานได้ดี แล้วใครล่ะจะเปลี่ยน?

กรณีของคาริอุสอาจจะมีคนฝากถามมาทางไลฟ์ ซึ่งพูดตามตรงผมก็ไม่ได้เห็นผลงานของเขาตอนอยู่กับไมนซ์เลย แต่การที่คล็อปป์เลือกเขาเป็นคนแรกในการซื้อของช่วงซัมเมอร์ และพอหายเจ็บมือ ฟิตสมบูรณ์ก็ได้ลง ถึงแม้เขาจะบอกว่ายังไม่ได้เลือกมือหนึ่งซึ่งก็เป็นสิ่งที่ควรพูดอย่างนั้นอยู่แล้ว แต่มันค่อนข้างชัดว่าคล็อปป์มีแนวคิดตรงนี้ยังไง

เอาง่ายๆ ถ้าทีมมีโกลมือหนึ่งถาวรอยู่แล้ว และทำผลงานได้ดี คงไม่มีโค้ชคนไหนอยากเสี่ยงเปลี่ยนผู้รักษาประตูเป็นแน่ ถ้าเขาไม่หวังให้มัน ‘ดีขึ้น’

ผมเคยเขียนถึงบ่อยๆ เวลามีโกลใหม่ว่าผู้รักษาประตูที่เป็นตำนานเก่าๆ ของลิเวอร์พูลมักจะมีสถิติเสียประตูช่วงต้นๆ ในการลงสนาม ไม่ค่อยมีใครเก็บคลีนชีตได้ หรือคนที่ได้คลีนชีตนัดแรกมักจะไม่เติบโตเป็นตำนาน!

เหมือนกับนักเตะที่ย้ายมาใหม่ๆ แล้วไม่เปรี้ยงปร้างทันทีแต่ดีวันดีคืน น่าจะหวังผลระยะยาวได้มากกว่าคนที่เป็นเหมือนพลุสว่างทีเดียวแล้วดับไป

คล็อปป์แสดงแผนของเขาออกมาอย่างชัดเจน การขายเบนเตเก้แสดงให้เห็นชัดขึ้นว่าเขาไม่ได้สนใจ‘แผนสอง’ และเขาอยากสร้างลิเวอร์พูลในแบบของเขา

คุณอาจจะเห็นคาริอุสขึ้นสูงมาต่อบอล พลาดน้อยๆ อาจจะดีกว่าเลือกโกลที่เซฟเยอะในบางจังหวะแต่เล่นไม่กลมกลืนกับวิธีการของทีม แน่นอนว่าต้องมีคนวิจารณ์ แต่คล็อปป์เป็นคนที่พร้อมจะรับมันไว้เอง

กับเกมแดงเดือดที่รออยู่มีคนถามผมว่าคิดว่าใครจะได้ลงเล่น ผมตอบว่าคาริอุสแน่ๆ ไม่ใช่เพราะเขาหล่อหรือไม่หล่อ(เห็นบางคนไปด่าว่าหล่อแต่ตัดบอลไม่ได้เลย ความหล่อใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ ผมคิดกลับกันนะว่าหล่อแล้วผิดตรงไหน เพราะผมก็ว่าผมหล่อ อ้วก!) แต่การที่คาริอุสอยู่ในแค้มป์สโมสรเกือบ 2 สัปดาห์เต็ม เทียบกับมินโญเลต์ที่ติดภารกิจทีมชาติมีเวลาไม่กี่วันก่อนเกมเมื่อกลับมา หากสมบูรณ์เต็มที่คล็อปป์น่าจะขอดูฟอร์มผู้รักษาประตูเยอรมนีสักระยะ แม้เราจะเห็นแล้วว่าจริงๆ เขามีแผนกับตำแหน่งนี้ในฤดูกาลนี้ยังไง

ถ้าในเรื่องของ 30 นาทีแรกที่ลิเบอร์ตี้ คล็อปป์ให้สัมภาษณ์เองว่าแม้จะเป็นวันที่ไม่ดี เราก็ต้องสู้ อาจจะมีบางอย่างที่ติดขัด แต่ทางแก้มันมีอยู่ในตัวแล้ว ถ้าใช้วิธีแบบสวอนซี คุณก็คงแพ้แบบสวอนซี

เอาตรงๆ ถามเด็กหงส์ด้วยกัน ผมว่าการถูกไล่ขึ้นสูงแบบนี้ยังดูอึดอัด หรือน่ากลัวน้อยกว่าการเจอทีมที่รับต่ำ และโยนยาว อันนี้ต้องจับตาดูค่ำคืนวันที่ 17 ต.ค. ว่าปีศาจแดงจะมาเล่นสไตล์นี้หรือไม่ แต่ชัดเจนอยู่แล้วว่าลิเวอร์พูลจะไม่เปลี่ยนสไตล์ แม้อาจจะมีรายละเอียดเล็กน้อยเรื่องตำแหน่งการยืน หรือจังหวะการเล่น

นึกถึงหน้ามูรินโญ่คงเดาได้ว่าจะเล่นแบบไหน!

คล็อปป์ให้สัมภาษณ์ว่าเขาไม่เห็นสัญญาณแย่ๆ เลยในการซ้อมสัปดาห์ก่อนหน้านั้น พอมาเจอในเกมเขาฉุนเป็นธรรมดา แต่หากใครจะมองว่าผมตำหนิการไปออกรายการ MNF   หรือการให้สัมภาษณ์ต่างๆ ของเขา ไม่จริงเลย กลับกันต่างหาก ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นปัญหาอะไรมากมายเพราะผมเชื่อมั่นในคล็อปป์

เขารู้ตัว และเขารู้ว่ากุยโดลินพูดอะไร คิดจะทำอะไร แล้วก็แก้ในจุดนั้น หรือบางทีก็ไม่จำเป็นต้องแก้ แค่เสริม ‘จุดแข็ง’ ของตัวเองให้แข็งแกร่งพอมากกว่าเดิม

ลิเวอร์พูลไม่ได้เปลี่ยนสไตล์ของตัวเองในครึ่งหลัง ตัวผู้เล่นยังชุดเดิม มันจะดีกว่าหากให้คู่แข่งมานั่งนึกหากวิธีการจัดการหรือรับมือกับลิเวอร์พูล ส่วนลิเวอร์พูลแทนที่จะหาวิธีแก้ หรือหันไปกลัว คิดโน่นคิดนี่ใครแทนคนนั้นคนนี้ บลาๆ สิ่งที่จะเน้นของคล็อปป์คือดึงประสิทธิภาพการเล่นในสไตล์ของเขาออกมา ‘สูงสุด’ จะดีกว่า

ทุกครั้งที่แพ้ เสมอ หรือแม้จะชนะเขามักจะพูดเสมอว่าต้อง‘improve’ หรือปรับปรุงพัฒนาต่อไป อย่างเกมกับฮัลล์ทีมมีครึ่งแรกที่ดีที่สุดตั้งแต่เขาคุมทีมที่กำลังจะครบรอบหนึ่งปี แต่เขาก็เน้นว่าครึ่งหลังทีมเล่นดีในวันนั้น แต่ก็ยังไม่ดีได้อย่างที่ควร

ป่วยการจะไปคิดว่าคู่แข่งจะทำยังไงเพื่อรับมือเราที่เตรียมตัวมาทั้งสัปดาห์ คล็อปป์ยืนยันว่าปีที่แล้วมีเกมเยอะไม่มีเวลาซ้อม ถ้าเล่นไม่ดีจะ 30  45 หรือ 90 นาทีมันไม่ใช่ข้ออ้าง

ตอนแพ้เบิร์นลีย์คล็อปป์บอกว่าทีมเล่นดี บอสที่จัดคุยหลังเกมส์ด้วยกันยังเสียวว่าคล็อปป์ไม่คิดจะแก้อะไรเหรอ ผมว่าหลายคนบ่นๆ เรื่องเฮนเดอร์สัน และผมเขียนถึงไปแล้วว่าตำแหน่งนี้มันเป็นยังไงhttp://thailand.liverpoolfc.com/news/this-is-lfc-thailand/kev18916 จะเห็นว่าคำตอบในเวลานี้มันชัดเจนขึ้นมาก ถึงแม้อาจจะมีบางเกมที่เขาเล่นได้ไม่ดีที่สุด แต่ในความเป็นจริงมันก็ไม่มีใครจะเล่นได้ดีทุกเกม

การแสดงออกของคล็อปป์มันทำให้ลูกทีมเชื่อมั่นในการทำตามเขา เพราะเขาคอยสนับสนุน และมั่นใจ ซึ่งจะไม่แปลกใจหากเฮนเดอร์สัน, ลัลลานา, ไวจ์นาลดุมยังคงลงเล่นตรงนี้ ตำแหน่งที่หลายคนไม่เห็นด้วยในตอนแรก แม้ 7 เกมแรกยังพิสูจน์อะไรได้ไม่หมด มันยังเพิ่งเริ่ม แต่ในความหมายของผมไม่ได้แปลว่ามันจะดีหรือแย่กว่านี้ และมันอาจจะดีขึ้นกว่านี้ก็ได้!

และความจริงแล้วเราอาจจะประเมินคล็อปป์ต่ำไปหากคิดว่าเขาไม่แก้อะไรเลย หากตามสัมภาษณ์ของไวจ์นาลดุมเขาจะพูดเสมอว่าต้องปรับตัวกับสไตล์ใหม่เพราะตอนอยู่นิวคาสเซิลเขาขึ้นอย่างเดียว แต่ตอนนี้ต้องมองตาลัลลานา และเฮนเดอร์สัน ซึ่งความจริงคล็อปป์ไม่ได้แก้ แต่วางไว้แต่แรกแล้วว่าทีมสามารถขึ้นบอลได้จากหลายๆ คนในสนาม การกระจายประตูที่ทีมทำไปที่ตำแหน่งต่างๆ ในตอนนี้ชัดเจนว่าทีมมีความสมดุลของเกมรุกมากเพียงใด

เราอาจจะได้ยินบางเกมว่าคูตินโญ่เล่นยาก ลัลลานาเล่นยาก สเตอร์ริดจ์เล่นยาก เฮนเดอร์สันเล่นยาก แต่หลายจังหวะของเกมจังหวะเหล่านั้นมันช่วยให้ทีมทำประตู และเก็บชัยชนะ ไม่เชื่อลองไปดูหลายๆ ประตูที่ผ่านมา ถ้ามันไม่เข้ามันก็ยากไปหมด!

จริงๆ คล็อปป์สนใจเรื่องการตัดสินใจของนักเตะจังหวะเหล่านั้น แม้แต่การผ่านบอลง่ายๆ ไม่ขึ้นหน้า ไม่ทันใจหรืออะไรก็ตาม เขาจำลองเกมการเล่นในสนามซ้อม และอย่างช่วงเบรกทีมชาติครั้งก่อน ทีมได้อุ่นเครื่องกับฮัดเดอร์สฟิลด์ของว๊ากเนอร์ เลิฟเพื่อนซีแบบปิดประตูซ้อมมาแล้ว เขาบวกทีมงานไม่ได้ปล่อยอะไรผ่านตาง่ายๆ

โชคร้าย สำหรับคล็อปป์ที่เขาบอกคือทีมอื่นๆ ก็พยายามจะเอาชนะเหมือนๆ กัน ดังนั้นมันไม่มีทีมใดในโลกจะชนะไปตลอด

ใครจะวิจารณ์แผนการเล่นอะไรยังไง สุดท้ายรายชื่อ 11 ตัวจริง + 7 ตัวสำรอง ผมชอบกลั่นเอาวิธีที่คล็อปป์คิดมากกว่าจะพูดสิ่งที่ป่วยการ ยิ่งเข้าใจความคิดของผู้จัดการทีมได้ยิ่งเข้าใจเขามากขึ้น อย่างกรณีการใช้เฮนเดอร์สันในตำแหน่งนี้ ถึงเวลานี้มันดีต่อทีมโดยรวมมากกว่าผลเสีย การมีมิลเนอร์เป็นแบ็กซ้ายแถมได้ตัวเลือกอันดับ 1 ในการยิงจุดโทษที่ไว้ใจได้ ทุกตำแหน่งมีการแข่งขัน และมีการตัดสินใจที่คำนึงถึงทีมเป็นที่ตั้งอยู่แล้ว

ขณะที่ฤดูกาลดำเนินไปทีมก็จะมีการขยับต่อเนื่องไม่อยู่กับที่ และมันสนุกมากที่เห็นว่าคล็อปป์จะหาวิธีเอาชนะคู่แข่งแต่ละทีมยังไง มันมีแค่รายละเอียดเล็กน้อย แต่ลิเวอร์พูลไม่ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการเล่น

เมื่อคิดดังนั้นแล้ว ไอ้ที่หลุดๆ ไปใน MNF มันก็เป็นแค่อดีต และฤดูกาลก็ไม่ได้หยุดนิ่ง เพราะลิเวอร์พูลในวันนี้เมื่อฤดูกาลดำเนินไป จะเหนือกว่าลิเวอร์พูลในวันนั้นแน่นอน เฮนเดอร์สันเล่นตำแหน่งนี้ดีกว่าวันแรกๆ ที่เล่น เช่นเดียวกับมิลเนอร์หรือคนอื่นๆ แม้แต่คาริอุสที่อาจจะต้องรอดู

แค่จับตามองการทำทีมของคล็อปป์อย่ากระพริบตา ก็ดีกว่ามากังวลอะไรพวกนี้

ลิเวอร์พูลวันพรุ่งนี้จะยิ่งเรียนรู้ปรัชญาการทำทีมของคล็อปป์มากขึ้น ปล่อยให้คู่แข่งปวดหัวในการหาวิธีรับมือเราจะดีกว่า

อ่อ แต่พอเขาคิดจะรับมือการเล่นของเราในแบบเมื่อวาน เราก็อาจจะเล่นในแบบของวันพรุ่งนี้ไปแล้ว…

แค่หลับตานึกภาพวันที่ทีมของคล็อปป์เล่นได้อย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ ผมไม่ห่วงว่าใครจะอ่านออก หรือรู้ว่าเราจะเล่นอะไรยังไง?

เพราะบางเรื่องรู้ไปก็ทำอะไรไม่ได้อย่างเวลาคู่แข่งเล่นกับบาร์ซ่า บาเยิร์น หรือเรอัลมาดริด แทบทุกคนก็รู้หรือไม่จริง?   แล้วไง ถ้าจะไปถึงจุดที่จะเป็นทีมใหญ่แข็งแกร่งแคร์อะไรกับเรื่องพวกนี้

เหมือนกับ 60 นาทีหลังที่ลิเบอร์ตี้ สเตเดียม รู้ไปก็เท่านั้น ให้เปลี่ยนสไตล์สู้ วิ่งจนหมดอย่างสวอนซี สกอร์ตอนจบเกมก็ออกมาแล้ว ไม่ได้ให้เหลิงหรือชะล่าใจ แต่ถ้าจะหวังให้ลิเวอร์พูลประสบความสำเร็จในระยะยาว ประวัติศาสตร์ก็สอนแล้ว

เราต้องเล่นแบบทีมใหญ่ และคิดจะเป็นใหญ่ใจต้องมั่น

ถ้ามั่นใจว่าทางที่เดินอยู่มันถูก มีเหตุผลอะไรจะกลัว และไม่เดินต่อ ใช่ 30 นาทีแรกกับสวอนซีมีการบ้านให้แก้ต้องทำ แต่ถ้าเขียนเสือให้วัวกลัว เจอหงส์ขาวแล้วต้องเปลี่ยนอะไรมากมาย สู้จำแต่ 60 นาทีหลังจากนั้นจะเป็นประโยชน์กว่า…

ช่าง มัน สิ, Pitipong Wongsermsin, Jittapon Prakongsin, Nuengruthai Pornklin, อานัส สาและ, วิวัฒน์ ทุมชะ, กู เด็กหงส์, กุ๊ก กู๋, Tithipong Saard, โภชน์ จัยมันรัก, Kittisak Buttaworn, Bin Kanchanawiwin, เล่ย์ เวอร์พูล, Mafxcker Kisana, Chaiyachat Nan Latehkeh, Wi Thekop, ทุ่งนา สะเทือน, โกโก้ ช๊อคโก้แลต, Cheeravit Hiranthiprat, Jittakorn Kaensawat, Aob Thekop, ทวีวุฒิ สดทรงศิลป์, รพีภัทร รัตนานุกูล, Pam Smallroom, รณชัย เปรมปราศรัย, Tossapon Wongpa'Tos, Pipatjit Tantikul, ทองคุณ พรหมภักดี, Watchara Butsabong, ป'ปอม เสตรท'ฝัด, บอย บอย, Thanat Tirakhuntanatad, Nattanyapong Jamjan, Thakorn Putthikittivut, อุปถัมภ์ ธรรมราช, Leng Ud, Worapob Sirijutikul, Shokura Shop'z, Somporn Pratumwan, คนอาไร เป็นแฟนกับ หมี, Noppan Sriburee, ชาญณรงค์ อินทองตั๋ง, Metha Phukphum, เนม ใจมา, Pairin Obmapan, Werayut Nakanotos, Sudarat Taraviji, ต๊อก อัษฏาวุธ กันเทพา, Sarawoot Wasuanankul, Prasit Kijjaroenkha, รณรงค์ ศรีพล, นิรันดร์ สุริยะแสง, ชายแบงค์ มือปราบคลาสโนวี่, Phu Phupha, ธัญญพัทธ์ เบญจปัญญาวงศ์, Phanu Khamdee, Murunan Uma, Auswin Yoonarin, Apichart Bunyasu, เลดิว คำสุลัน, Wirut Chidyart, Sittichai Wijitauksorn, Somporn Ninnoree, Saengduean Aphaiphak, Suttipong Bom Karun, Noraphat Chatthin, Anisa Najwa, Arun Sadeen, Apple Iz, Wit Fireloy FC, เอมเร ชาน, Tanaporn Lekpradit, Phathom Theawa, Somsak Pongoaun, Oakson Chaiyaphum, Wisit Thongphoo, Süft Chaÿanön, พิพัฒน์ ชูพานิช, กฤษดา กล่ำรักษา, มนตรี คนภูธร จากแดนอีสาน, Heaven Rider, บัก อาจ ยาวว, Surasak Tontal, Surasak Prawong, Pool PJ, Gon Markankauy, Khomkrid Kompo, Prince Theripper, คนไทย ไม่หน่อมแน้ม, JoJo Pattarakorn, นายเอ็ม โยธาทิพย์, Ruzi Gee, Thanpasu Viriyakulanant, สุขเกษม ใจลังกา, Waraphorn Wilai, Narongpol Anthatharn, Astro Thienwarich, Kampol Chuabang, Nay Wisamitanan, Tomthekop Nkp, Peamkamon Chaichod, Jumbo A Lex, สมพร เหล่าดุษฎีกุล, PelePele Pele, Adiwat Pee, รัตนาภรณ์ มาศกสิน, Bhondhep Raroengwijit, อยากมีเทอ เป็นแฟน, Kop Chai, Utopia Liverpool, Vinit Arunchot, Wisit Somboon, แมวเซา แมวเซา, สมบัติ สุดโต, DevilEak Sakulchaipornlert, นาย แล้วแต่นาย, Udorn Pesttong, Wittaya Kuasuwan, Zaii Anfield, Haleluya Lfc, Suphot Chanwimaluang, Waehama Wohseng, Natthaphon Bunsroem, Narongwuth Sawangsuk, Exmanz Chotwattanapiboon, Apiwat B. Ver, Foong ARnan, Worawut Sanjanta, Rutthapol Muangsri, Dararat Wongratanasopone, Arnon Neansanit, Prapon Phuwapraisirisarn, Pai-tong Pai-wlan, องค์ชาย คู, Fon Nanthanit, กูเด็กหงส์ โว้ยยยยยย, Thanasupintertech Greentrue, Choo Tem, รติพร คล่องว่าความ, Took Tik, สรชัย ขุนพลพิทักษ์, Sorrakai Imuan, Supasit Limchanyavong, Poom Smithdittien, เบญจรงค์ เจริญคงคา, Kitisak Songsonthi, เดอะค็อป ฮาร์ดคอร์, ทะเล กะ แผ่นฟ้า, Surasak Sriin, ก.โก๊ะ ค๊าบป๋ม, MD Monire, โอปอ ฟ้าหลังฝน, Niwat Pattananuphab, Vicharat Boumetoop, Titapa Numuppatam, พิ๊ อั้ม ชายกลาง, นายรีฟกีย์ ยารง, Chareonchai Boonton, ตั้ม โกจิเบอรี่, ศราวุธ อินภิรมย์, TuiNui FanNun, Arkom Chaiyasorn, ฮุ้น ปวย เอี๊ยง, Supachai Suwanmajo, มังกี้ ดี ลูฟี่, Noojane Uanchalee Deesuk, Cheewapat Inthirath, Patipan A Anderin, Rutjira Thongmee, ฟิวส์ ศักดิ์กริน ดาวร้าย, ธนวิชญ์ แย้มเยื้อน, Ruslan Longbing, จิระ รัตน์, Pae Gardharn, Patcharapong Plern Trakolvitthayakij, สำราญ อาสนอก, Taofik Bothok, จะทัมให้ดีที่สุด สุดที่รัก, Ongsa Leo, Thammawit Tiangtham, Vijin Somjit, Mak Taksinotok, W Pong Pool, ท่าน ชาย ภูวงศ์พิพัฒน์, Krit Chumvijit, Atthapol Choengsaard, เซราะกราว เมี่ยนปร๊ะเมี่ยนปร๊ะ, Jeerasak Mangsarkoo, Tharphoom Poapornsawan, Mai Chanchanuan, Zenzen Leewattanakarn, Vilert Phoo, Kavin Toyo, Chamnan Kamkong, Boom Liverpool, Ratchadaporn Thermprateep, Kapou Phonechit Ynwa, Solahuddeen Al Ayyubee Lateh, Poom Phoomrapee, Chie En, Firstmino Junior, Banksola Tontongchailampang, Pisut Sartsomboon, Kritdd Thamkrongart, Jack Thekop Bmk, ฆน เซอร เซอร์, เสกสรรณ์ ชายศรี, สมควร ลืมลี, พล กิตติพนธิ์, Prakit Guppy KaenSiam Plakad, ลิเวอร์พูล กูปรี, อามีน อามีน, Pakorn Theppawan, Pongsak Amornpinyokiat, Jittipong Roshom, Junggho Eg, Eakachai Silsutti, สุธี วิชัยสืบ, Flukey Fluke, ควอนตั้ม เทเลวิชั่น, Jakkrit Kalasin, Charles Fuangnaphakit, กัญญารัตน์ คำแก้ว, พูลทรัพย์ มาดี, Art'The Kop, ชีวิต ยังมี พรุ่งนี้เสมอ, Jankamon Mung-oon, P'panyar Singhalath, Tawinchai Natao, วรนันท์ แสนยายนต์, สีฉางชิง เต็นท์, Manoon Wiriya, Pollakrit Siriwattanabovon, นายวิชัย สมบัติคุโณปการ, Nutthachai Chucharonephon, โต๋เต๋ นักเดินทาง, Roberto Firmino, Amnart Phunate, Jazz Prakodhan, Muhammad Ibnu Syafi-e, ชูศักดิ์ คุณเลิศกิจ, Apiwut Esso Papassonsiri, Au Anfield, Jareanporn Konsanit, ประดิษฐ์ โสบเด็น, Nutty Dhammarak, Mai Mai, สุภวัตร ดรีม งามสุข, Winter Thongwat, Sittichai Meensaikiw liked this post

11 Comments

Leave a Reply