Uncategorized — June 5, 2019 at 7:32 am

ชื่อยังไม่ได้คิด Ep.3 : อลิสซง เบ็คเกอร์ตำนานเบอร์ 13(ฤดูกาลเดียว)

by
คุณเคยอิจฉาแมนฯ ยูไนเต็ดที่มีดาบิด เด เกอาไหม?
เอาใหม่ๆ งั้นย้อนไปถึงเอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ หรือปีเตอร์ ชไมเคิล?
นอกจากเปเป้ เรน่าที่ทำมาตรฐานไว้กับลิเวอร์พูลสูงพอสมควร ต้องย้อนไปถึงบรูซ กร็อบเบลลาร์ จนถึงเรย์ คลีเมนซ์ทีเดียวที่ตำแหน่งนี้เป็นที่เชิดหน้าชูตาของแฟนบอลลิเวอร์พูล
แน่นอนว่าเจอร์ซีย์ ดูเด็คมีสเน่ห์ไม่น้อยกับการเซฟจุดโทษในอิสตันบูล 2005 หรือซานเดอร์ เวสเตอร์เฟลด์ ที่ได้ถ้วยกับทีมมากที่สุดภายในช่วงเวลาสั้นๆ
ว่ากันตรงๆ ผมไม่ได้อิจฉาอะไรมากมาย แต่รู้สึกว่าตำแหน่งนี้ของลิเวอร์พูลไม่ขลังเหมือนเมื่อก่อน ตำแหน่งที่ทำให้ผมชื่นชอบลิเวอร์พูล ผมชอบการบินของบรูซซี่มาก เทคออฟแล้วทำให้บอลลอยออกนอกกรอบไป
คลีเมนซ์ผมอาจจะไม่ทันดู เห็นแต่จากไฮไลท์ หรือเทปเก่าๆ ขณะที่เจ้าตัวยอมรับว่าถ้าสมัยก่อนมีกติกาห้ามรับบอลที่ส่งคืนโกลเหมือนกับทุกวันนี้ คลีเมนต์น่าจะเป็นคนที่เจอปัญหาที่สุด
ย้อนไปในอดีตตำแหน่งนี้บางทีไปเอาอดีตนักกีฬาแฮนด์บอลมาเล่นด้วยซ้ำ!
มันเป็นเรื่องจริง เพราะเมื่อก่อนหน้าที่ของผู้รักษาประตูคือการใช้มือปัดบอลที่จะพุ่งเข้ากรอบประตู และแน่นอนว่ากีฬาแฮนด์บอลมีโอกาสมากที่หลายคนจะได้เรียนรู้ในจุดนี้ และเมื่อโตขึ้นมากับอาชีพนักฟุตบอลที่เปิดกว้างกว่า หลายคนอาจจะกลายเป็นนักกีฬาฟุตบอลแทน หรือในยุคเป็นกีฬาสมัครเล่น โกลทีมฟุตบอลกับแฮนด์บอลบางทีเป็นคนๆ เดียวกัน
เดวิด เจมส์ เป็นหนึ่งในโกลที่ใช้เท้าใช้ได้ แต่การออกมาตัดลูกกลางอากาศ หรือลูกเตะมุม โดยเฉพาะในยุคที่แมนฯ ยูฯ มีตัวเปิดอย่างเดวิด เบ็คแฮม เอิ่ม…ม
โชคร้ายของเจมส์จริงๆ หรือบางที แม้ว่าช่วงปลายอาชีพเจมส์จะทำได้ดีกับทีมอื่นๆ มากมาย แต่ช่วงเวลาของเขากับลิเวอร์พูล อดีตมือกาวเด็กปั้นจากวัตฟอร์ดแทบไม่มีใครจดจำช่วงเวลาดีๆ ของเขา ทั้งที่เจมส์จัดว่ามีปฏิกิริยาดีมากๆ
เรน่าเป็นผู้รักษาประตูคนแรกๆ ยุคหลังของลิเวอร์พูลที่มีการใช้เท้าได้ดีมาก สถิติของเขากับลิเวอร์พูลในยุคราฟา เบนิเตซ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จหลายอย่าง ก่อนที่มันจะถูกทำลายในฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยมือของอลิสซง เบ็คเกอร์ กับ 21 คลีนชีตในพรีเมียร์ลีก
ในประวัติศาสตร์ยูโรเปียน คัพ(รวมยูฟา แชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ) อลิสซงเป็นคนแรกจาก 3 คนหลังสุด(รวมดูเด็ค และกร็อบเบลลาร์)ที่ไม่ต้องไปถึงการดวลจุดโทษ และทำให้ทีมชนะ แต่ลูกเซฟในเวลา และฟอร์มตลอดทั้งเกมของเขาทรงคุณค่า หลายๆ แห่งให้ตำแหน่งแมน ออฟ เดอะ แมตช์ มาแบบตีคู่กับเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ว่าที่เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ปีนี้(เจิม!)
นี่คือความสำเร็จที่ถูกบันทึกลงไปในบนหน้ากระดาษ แต่ความชื่นชอบในตัวมือหนึ่งทีมชาติบราซิลต้องย้อนกลับไป ตั้งแต่นิสัยส่วนตัว
ย้อนกลับไปที่ประโยคแรกสุด ผมไม่ได้ปลื้มโกลสไตล์เด เกอา เท่าไหร่ แต่อันนี้ต้องแยกแยะกับการยอมรับว่าเก่ง ย้อนไป 2-3 ปีก่อนหน้านี้เขาต้องเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลกอย่างแน่นอน และเด เกอานี่มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้แมนฯ ยูฯ มีผลงานในลีกที่ดีในหลายๆ ปี รวมถึงแชมป์ยูโรปา ลีกด้วย
ไม่ต้องไปขุดสถิติก็เห็นว่าเด เกอา คือ ‘เดอะ แบก’ แมนฯ ยูไนเต็ด ขนาดไหน แฟนแมนฯ ยูฯ คงยอมรับอย่างเห็นได้ชัด กับกองหลังแต่ละตัวที่มี แม้ว่าฤดูกาลนี้จะมีข้อผิดพลาดเยอะ(จริงๆ ตั้งแต่บอลโลก) แต่ถ้าข้างหน้าของเขามีเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค… ไม่แน่ว่าทุกอย่างจะแตกต่างออกไป
แต่ส่วนตัวความชื่นชอบในผู้รักษาประตู ผมชื่นชอบโกลที่เหมือนกองหลังตัวสุดท้าย ออกมาสกัดบอล ยืนตำแหน่งได้ดีกว่าโกลสไตล์เฝ้าเส้น และเน้นเป็น Shot-Stopper หรือรอเซฟอย่างเดียว เทียบกับที่ได้เห็นเอแดร์ซอนของแมนฯ ซิตี้ ต้องบอกว่าเอแดร์ซอนตอนย้ายมาซิตี้ใหม่ๆ ผมคิดว่าเอแดร์ซอน โหดกว่า
ด้วยความชื่นชอบหลายอย่างในทีมชาติบราซิลเป็นทุนเดิม ตั้งแต่รู่นเคลาดิโอ ทัฟฟาเรล ส่วนตัวถ้าเทียบกับเด เกอา ผมอยากได้เอแดร์ซอนมากกว่า
โอเค เทียบกับแมนฯ ยูฯ ไม่มาก แต่กับแมนฯ ซิตี้ ต้องยอมรับว่าอิจฉา แม้จะเกิดเคสมาเน่ทำให้เขาต้องเย็บ 8 เข็ม แต่ตลอดทั้งฤดูกาล 2017-18 เอแดร์ซอนพิสูจน์ให้เห็นว่าทำไมเขาถึงมีค่าตัวแพงที่สุดในโลก(เวลานั้น นับเป็นเงินปอนด์ แต่ถูกกว่าบุฟฟ่อนถ้าคำนวณเป็นยูโร)ตอนที่ย้ายมาจากเบนฟิก้า
เก่งโคตรๆ อย่างนี้ยังเป็นมือสองทีมชาติบราซิล ใครเป็นมือหนึ่งวะ(อันนี้ขอยืมคำพูดน้องคิวหนึ่งในทีมงานเพจ) ซึ่งผมก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆ ก่อนจะได้เห็นผลงานของเขาคนนั้นเต็มๆ ในเวิลด์ คัพ 2018 สำหรับคนที่ไม่ได้ติดตามกัลโช่ เซเรีย อา ยุคหลังมากมายนัก
เกมแชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ กับโรม่า 2 เลกเป็นโอกาสที่ดีในการทำความรู้จักผู้รักษาประตูรายนี้
แม้ว่าลิเวอร์พูลจะถล่มโรม่า 5-2 ในแอนฟิลด์ แต่มันไม่ใช่เกมที่แย่ของอลิสซง และหลังจากนั้นเกมในกรุงโรมที่ตามมาเช่นเดียวกัน 2 เกมแม้เขาจะเสียให้กับลิเวอร์พูล 7 ประตู แต่เขาก็เซฟไปมากกว่าประตูที่เสียเกิน 2 เท่าในทั้งสองเกม ไม่รวมสเน่ห์ในการสั่งการ และส่วนตัวชอบการยืนตำแหน่งมากๆ ออร่าที่แสดงออกมามันเข้าตาหลายๆ คน แม้จะอยู่ในฐานะคี่แข่ง
ผมชอบโกลที่ป้องกันลูกที่ควรจะป้องกันได้ มากกว่าที่ป้องกันลูกปาฏิหาริย์ได้แต่ผิดพลาดง่ายๆ
เจอร์เก้น คล็อปป์พยายามตามหาผู้รักษาประตูตัวจริงที่จะเล่นเข้ากลับระบบของเขาทุกปี และใช้ทุกโอกาสที่มีในการทดสอบมินโญเลต์ และคาริอุส แม้ว่าคาริอุสจะทำผลงานได้ดีพอสมควร แต่ความผิดพลาดในนัดชิงชนะเลิศ ที่แน่นอนว่าส่วนหนึ่งมาจากการกระทบกระเทือนทางศรีษะ แต่ชัดเจนว่าคล็อปป์ไม่ต้องการหยุดแค่นี้
จริงๆ ข่าวเกี่ยวกับอลิสซงเกิดขึ้นหลายเดือนนับตั้งแต่เกมกับโรม่า แต่ส่วนตัวเตือนสติตัวเองไว้ว่า อย่าหวังให้มากนัก ลิเวอร์พูลไม่มีโชคเกี่ยวกับผู้รักษาประตูมานาน และไม่เคยทุ่ม(เงิน)กับตำแหน่งนี้
19 ก.ค. 2018 น่าจะหลังจากบราซิลร่วงฟุตบอลโลก ยิ่งไม่หวัง ยิ่งสมควร ลิเวอร์พูลประกาศอย่างเป็นทางการในการดึงตัวอลิสซงตามข่าวว่ามีค่าตัวที่ 72.5 ล้านยูโร(ราว 66.8 ล้านปอนด์) ไปร่วมทีม และทำให้เขาผู้รักษาประตูที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกทันที ก่อนที่สถิติดังกล่าวจะคงอยู่ไปเพียง 4สัปดาห์ หลังเชลซีคว้าเกป้า อาร์ริซาบาลาก้ามาร่วมทีมที่ 80 ล้านยูโร(71.6 ล้านปอนด์)จากบิลเบา
*ค่าตัวเบื้องต้นของอลิสซงอยู่ที่ 62.5 ล้านยูโร(ราว 56 ล้านปอนด์)บวกออปชั่นตามผลงาน ซึ่งตอนนี้โรม่าคงยิ้มกริ่ม
โคตรโชคดีมุมนี้ ผมเชื่อว่าหลายคนคิดเหมือนกัน เพราะมันทำให้ความกดดันในฐานะผู้รักษาประตูที่แพงที่สุดในโลก ถูกหันเหไปที่เกป้า แม้กระนั้นอลิสซงก็แบกค่าตัวมหาศาลอยู่ดี
ความชอบในตัวผู้รักษาประตูบราซิลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ขออนุญาตเอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่อีกครั้ง กับประวัติที่น่าสนใจของอลิสซงที่ขึ้นมาจากอินเตอร์นาซิอองนาล เขาเคยผ่านการแย่งตำแหน่งกับดิด้าอดีตมือหนึ่งทีมชาติบราซิลในช่วงปลายอาชีพ และรวมถึงแย่งตำแหน่งกับพี่ชายของเขาเองในช่วงต้นอาชีพ
มูเรียลพี่ชายของอลิสซงคือโค้ชส่วนตัวที่ดีที่สุดของอลิสซงตามความเห็นของผม อลิสซงเล่าว่าเขา และพี่ชายมักจะพยายามดูเกมของกัน และกันเสมอ(ตอนนี้มูเรียลอยู่กับเบเลเนนซ์ในโปรตุเกส) พี่ชายของเขามักจะเป็นคนที่วิเคราะห์ว่าเกิดอะไรขึ้นในระหว่างเกม และจังหวะต่างๆ ต้องตัดสินใจอย่างไร แม้จะมีการปะทะคารมกันอยู่เป็นประจำ แต่แน่นอนว่าในฐานะพี่ชาย มูเรียลคือคนที่กล้าตำหนิ และตักเตือนอลิสซงมากที่สุด
ว่ากันว่าตอนที่อลิสซงพลาดในเกมกับเลสเตอร์ช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา เขากลัวโทรศัพท์จากพี่ชายของเขามากกว่าสิ่งอื่นใด…
จริงๆ ตระกูลของอลิสซงไม่ได้มีพื้นฐานมาจากแค่พี่ชาย แม่ของเขาเป็นผู้รักษาประตูแฮนด์บอลของโรงเรียน ขณะที่ปู่ทวดของเขาเคยเป็นโกลในระดับทีมสมัครเล่นในบ้านเกิด พ่อของเขาก็เป็นโกลให้กับทีมบริษัท
บางทีมันอาจจะอยู่ในดีเอ็นเอของเขาอยู่แล้ว
บ้านนี้รู้วิธีการสร้างผู้รักษาประตู หรืออย่างน้อยก็ในแง่พื้นฐานการเล่นในตำแหน่งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
ไม่รู้ใครเคยคิดกันเล่นๆ หรือไม่ว่าถ้าหากตระกูลศรีชาพันธุ์มีลูกชาย 4 คน อีกคนอาจจะได้แชมป์แกรนด์สแลมก็เป็นไปได้! หลังจากคุณธนากร, นราธร และภราดรต่างเคยเป็นตัวแทนประเทศไทยมาก่อน และลูกชายคนสุดท้องคือนักเทนนิสชายไทยที่มีผลงานดีที่สุดจนถึงตอนนี้
ผลจากการเพาะบ่ง ความเพียรพยายามของครอบครัวน่าจะมีส่วนไม่น้อย
เช่นเดียวกันกับการเป็นนักเตะบราซิล พวกเขาต้องพยายามฝึกใช้เท้าเป็นพื้นฐาน นั่นอาจจะทำให้เขามีความครบเครื่องด้านทักษะ และความมั่นใจที่จะเล่นบอลด้วยเท้า แต่มันนำมาซึ่งความผิดพลาดที่เขาต้องเรียนรู้เช่นเดียวกัน
บางครั้งการปรับตัวกับทีมใหม่ต้องอาศัยโชคอยู่เช่นกัน และสำหรับผู้รักษาประตูความผิดพลาดในช่วงแรกๆ เป็นเรื่องอันตรายมาก คลีเมนต์เคยให้ความเห็นถึงเรื่องนี้ไว้ อลิสซงเริ่มต้นอย่างสวยงามกับ 3 คลีนชีตติดต่อกัน รวมถึงการกระดกหนีกองหน้าคู่แข่งที่พยายามจะไล่ตามบอล แต่ในเดือนกันยายน พรีเมียร์ลีกก็ให้บทเรียนกับเขา ว่าความเร็วของเกมที่นี่ต่างจากในอิตาลี และไม่อาจจะล้อเล่นได้ การเสียค่าโง่ให้กับอิเฮียนาโช่ในวันนั้น ก่อนที่เขาจะจ่ายเข้ากลางให้เกซเซลทำประตู ให้เกมที่หงส์แดงน่าจะคุมสถานการณ์สบายๆ 2-0 ต้องมาลุ้นหนักช่วงท้ายก่อนชนะไปอย่างหวุดหวิด 2-1 ที่คิง พาวเวอร์ สเตเดียม
‘ผมทำให้ทีมลำบาก และจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก’ อลิสซงให้สัมภาษณ์ที่แสดงให้ถึงความเจ็บใจจากสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้
และไม่ต้องสงสัยว่ามูเรียลพี่ชายคงโทรเฉ่งเขายับหลังวันนั้นเช่นกัน
ในโชคร้ายยังมีโชคดี เมื่อความผิดพลาดของเขาไม่ส่งผลเสียร้ายแรงต่อทีม ทีมไม่ได้เสียแต้มจากเกมนั้น แม้จะลำบากขึ้น หากวันนั้นสกอร์จบลงด้วยผลเสมอ หรือความพ่ายแพ้ของหงส์แดง การจบฤดูกาลด้วยแต้มต่าง 1 คะแนน อาจจะทำให้สถานการณ์ดังกล่าวถูกนำมาพูดซ้ำ และไม่ต้องใครที่ไหนที่จะตอกย้ำมากกว่าตัวอลิสซงเอง
นอกจากโชคแล้ว การควบคุมอารมณ์คือสิ่งที่เป็นจุดเด่นของเขา มันเป็นสิ่งที่เขาเรียนรู้มาตั้งแต่อยู่กับมูเรียลมาตั้งแต่เด็ก เราเห็นมาตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล ไม่ว่าจะเสียไปกี่ประตู หรือแม้แต่หลังจากเกมที่เขาพลาดในการเจอกับเลสเตอร์ เขายังคงเล่นด้วยความมั่นใจ จริงๆ มันเป็นสิ่งที่เราอาจจะได้เห็นมาตั้งแต่เกมกับโรม่า ที่ไม่ว่าเขาจะเสียไปกี่ประตู มันไมได้ทำให้เขาดูเป๋ หรือเสียความมั่นใจแต่อย่างใด
การเซฟลูกยิงของอาร์คาดิอุส มิลิคท้ายเกมกับนาโปลีจะเป็นฉากที่ถูกฉายซ้ำเมื่อพูดถึงเส้นทางสู่แชมป์ยูฟา แชมเปียนส์ลีกในฤดูกาลนี้ มันทำให้ลิเวอร์พูลผ่านรอบแบ่งกลุ่ม และเจอร์เก้น คล็อปป์กล่าวหลังเกมที่อาจจะไม่เกินจริงในเวลานี้
‘ถ้าผมรู้ว่าเขาดีอย่างนี้ผมจะยอมจ่าย(ค่าตัว)เป็นสองเท่า’
21 คลีนชีตในพรีเมียร์ลีกทำให้เขาเฉือนคว้าถุงมือทองคำของพรีเมียร์ลีกเหนือเอแดร์ซอน แม้ว่าเครดิตทั้งหมดเขาจะมอบมันให้กับเพื่อนร่วมทีมทั้งหมด และถ้าเป็นไปได้เขาน่าจะเลือกยกมันให้เอแดร์ซอน แต่ขอแชมป์พรีเมียร์ลีกแทนมากกว่า!
เส้นทางของอลิสซงเกือบจะคล้ายกับฤดูกาลก่อนหน้านั้น เมื่อทีมของเขาถูกหยุดในรอบรองชนะเลิศ แต่ 0-3 ในเกมเยือนบาร์เซโลนา กับจังหวะเซฟหลายครั้งไม่ให้สกอร์ไหลไปมากกว่านั้นช่วยให้ลิเวอร์พูลมีโอกาสในเกมที่สอง
เรื่องราวหลังจากนั้นไม่ต้องเล่าซ้ำ ทุกคนรู้กันดี จนมาถึงเกมชิงชนะเลิศเหนือท็อตแนมที่อลิสซงมีสถิติเซฟไป 8 ครั้ง และเป็นหนึ่งในนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดในเกมที่กรุงมาดริด อย่างไม่มีข้อกังขา
นอกจากการต่อสู้ระหว่างเป๊บกับคล็อปป์ในฐานะเพื่อนร่วมอาชีพรออยู่ในฤดูกาลหน้า การแข่งขันระหว่างอลิสซง และเอแดร์สันทั้งในระดับสโมสร และตำแหน่งในทีมชาติน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับผมเปรียบเทียบเอแดร์ซอนเป็นราฟาเอล นาดาลแห่งวงการฟุตบอลได้เลย ทั้งความเร็วในการพุ่งออกมาตัดบอล การเปิดบอลยาว แม้ว่าจะชื่นชอบโกลสไตล์เอแดร์ซอนไม่น้อย แต่ผมคิดว่าผู้รักษาประตูแมนฯ ซิตี้ อาจจะโชคดีไม่น้อยในปีนี้ กับจังหวะออกของเขาที่ไม่มีข้อผิดพลาด เพราะหลายๆ ครั้งการออกมาในลักษณะนั้นเสี่ยงกับการทำฟาวล์ เสียจุดโทษ หรือใบแดงได้เลย
กลับกันอลิสซงอาจจะมีความคล้ายโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ แม้อายุทั้งคู่(อลิสซงกับเอแดร์ซอน)จะต่างกันเพียงปีเดียว ไม่เหมือนคู่แข่งแห่งยุคของวงการเทนนิสที่เข้าสู่ช่วงปลายทั้งคู่ การเล่นของเอแดร์ซอนดูจะใช้แรงมากกว่า และต้องการการตัดสินใจที่แม่นยำ ขณทะที่อลิสซงดูจะสมบูรณ์ไปแทบทุกด้าน โดยเฉพาะการยืนตำแหน่งที่ถูก การป้องกันลูกยิงของคริสเตียน อีริคเซ่นเป็นตัวอย่างที่น่าหวาดเสียว แต่ก็สมบูรณ์แบบในการเซฟลูกยิงลูกนั้น
ในขณะที่ยังไม่รู้ว่าสุดท้ายเฟด-นาดาลใครจะยึดสถิติแกรนด์สแลมตลอดกาลไว้ได้ เพราะเฟดน่าจะอยู่ช่วงปลายอาชีพเต็มทน ขณะที่นาดาลยังมีเวลารออยู่ การต่อสู้ในตำแหน่งผู้รักษาประตูทีมชาติบราซิล จะน่าอิจฉามากสำหรับหลายๆ ชาติ เพราะสองจากผู้รักษาประตูแถวหน้าของโลกต่างอยู่ในทีมชาติบราซิล
เอแดร์ซอนได้ไป 3 แชมป์ ขณะที่อลิสซงแก้ตัวจากความผิดหวังในฤดูกาลที่แล้ว ยึดถ้วยใบใหญ่ที่สุดในยุโรป ทั้งสองคนมีความคล้ายกันในฐานะศัพท์ที่เราไม่เคยได้ยินตอนเด็กๆ ว่า Offensive Goalkeeper หรือผู้รักษาประตูตัวรุก จากสไตล์การออกมา และไม่เกรงลัวคู่แข่ง ทั้งคู่ต่างมีจุดเด่นจุดด้อยต่างกันไปเล็กๆ น้อยๆ เช่นการจ่ายบอลไกลที่เอแดร์ซอนทำได้ดีกว่า ในฤดูกาลนี้เขาออกมาได้เร็วกว่า แม่นยำกว่า และแทบไม่มีข้อผิดพลาด
อย่างไรก็ตามอลิสซงได้มือหนึ่งทีมชาติบราซิลในเวลานี้ไม่ใช่เพราะโชคช่วย การยืนตำแหน่ง การสั่งการณ์แผงหลัง ปฏิกิริยา ของเขาไม่ได้ด้อยกว่ารุ่นน้องเพื่อนร่วมชาติ จำนวนเซฟที่เปอร์เซ็นต์สูงตั้งแต่สมัยอยู่โรม่า หลายๆ อย่างทั้งคู่มีความคล้ายคลึงกัน และแตกต่างกันเล็กๆ น้อยๆ ในบางจุด ที่ยังไม่รู้ว่าการแข่งขันในระยะยาวจะตัดสินตรงที่ไหน
ฃในฐานะเด็กหงส์ ไม่ต้องพูดมาก็รู้ว่าส่วนใหญ่การแข่งขันเหล่านี้ พวกเราอยากให้ใครชนะ
แต่สำหรับลิเวอร์พูลมันเป็นการแข่งขันที่เป็นประโยชน์ต่อสโมสร จานลุยจิ บุฟฟ่อน เคยกล่าวถึงอลิสซงไว้ ดูจะไม่เกินจริงแม้แต่น้อย กับการเล่นที่น่าทึ่ง คงเส้นคงวาอย่างอัศจรรย์ และอิทธิพลต่อความเชื่อมั่นของเพื่อนร่วมทีม
เบอร์ 13 ของอลิสซงจะถูกแขวนไปเป็นตำนาน ก่อนเขาจะย้ายไปใส่เบอร์ 1 ที่คู่ควรอย่างยิ่งในฤดูกาลหน้า สำหรับคนที่สั่งเสื้อโกล หรือตามหาเสื้อของเขาคงต้องทึ่งกับสถิติเสื้อโกลที่ขายดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร มันแสดงให้เห็นว่าเขาได้รับความนิยมมากเพียงใด และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น โดยเฉพาะด้วยวัยเพียง 26 ปีในฐานะผู้รักษาประตู
เส้นทางยังอีกไกล เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขาจะไปได้ไกลแค่ไหน แม้มันจะยังเพิ่งเริ่ม แต่แอบหวังว่าเขาจะยืนระยะได้นานพอจะแย่งตำแหน่งเบอร์ 1 ตลอดกาลจากบรูซซี่ หรือคลีเมนซ์ เพราะบางทีมันน่าเบื่อที่จะตอบว่า 2 คนนี้ใครเหนือกว่าจริงๆ จนกว่าจะมีอีกคนที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน…
Long may it continue.
สำหรับเดอะ ค็อป คงหวังว่าเขาจะเป็นตำนานเบอร์ 13 ฤดูกาลเดียว แต่จะเป็นตำนานเบอร์ 1 ตลอดไป…
จินตะปัญญา
ปล. ชอบก็กดไลค์กดแชร์เป็นกำลังใจให้เขียน Ep. แก้บนแชมป์ต่อๆ ไป(ฮ่า…)
#Liverpool #alisson #จินตะปัญญา

Leave a Reply