บทความ - Columns — June 7, 2019 at 6:11 am

ชื่อยังไม่ได้คิด Ep.4 : เทรนต์-ร็อบโบ้คู่แฝดทาจิบานะของลิเวอร์พูล

by

ชื่อยังไม่ได้คิด Ep.4 : เทรนต์-ร็อบโบ้คู่แฝดทาจิบานะของลิเวอร์พูล

-

ใครเคยอ่าน หรือดูการ์ตูนเรื่อง ‘กัปตันซึบาสะ’ ของ โยอิจิ ทะคะฮะชิ หรือผ่านตามาบ้างน่าจะคงพอได้ยินชื่อของ ‘คู่แฝดทาจิบานะ’

-

ทั้งสองคนถูกเรียกติดปากจนถ้าถามชื่อ ต้องไปค้นกรูเกิลว่าเป็น ‘มาซาโอะ’ กับ  ‘คาซูโอะ’ ซึ่งน้อยคน หรือแม้แต่ผู้เขียนอาจจะแยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าใครเป็นใคร เพราะในเรื่องนอกจากเป็นแฝดแล้ว ทรงผมอะไรทุกอย่างเหมือนกัน คือถ้าไม่เห็นเบอร์เสื้อไม่มีทางแยกออกได้เลย

-

ทั้งที่เป็นนักเตะรูปร่างเล็ก แต่ทั้งคู่กับมีไม้ตายเป็นลูกกลางอากาศอย่างสกายแลป เฮอริเคน ที่น่าจะเว่อร์ที่สุดในแง่ความเป็นไปได้ในการ์ตูนเรื่องนี้ ทั้งการต่อตัวขึ้นไปกระโดดโหม่ง หรือแม้แต่การพุ่งเลียดจากพื้นดินไป นอกจากนี้ยังมีทวินชู้ตที่ยิงพร้อมกัน รวมถึงสกายแลป ทวินชู้ตที่ต้องให้จิโต้ช่วยเป็นฐานในการพุ่งขึ้นไปก่อนจะยิงทวินชู้ตอีกต่อนึง!

-

จริงๆ ทั้งสองคนมักจะพูดว่าเป็นคู่ขาที่ดีที่สุด รองจากคู่ซึบาสะ-มิซากิคู่พระเอก แต่ในทีมชาติทั้งคู่ต้องถอยไปเล่นปีก จนถึงวิงแบ็ก ทั้งคู่สามารถส่งบอลข้ามไปมาบนทางรถไฟในการซ้อม(เพื่อ!)

-

ก่อนจะไปไกลกว่านี้ เนื่องจากการ์ตูนเรื่องนี้เขียนมานาน และภาคหลังๆ คนเขียนบทความก็ไม่ได้ตาม ไม่รู้จบหรือเนื้อเรื่องไปถึงไหน หรือจบไปนานหรือยัง แต่ช่วงที่แมนฯ  ยูไนเต็ด มีราฟาเอล และฟาบิโอ ดา ซิลวา ทั้งสองคนถูกยกว่าเป็นคู่แฝดทาจิบานะในโลกแห่งความเป็นจริงได้เลย โดยเฉพาะในแง่การเป็นฝาแฝด)

-

อย่างไรก็ตามในฤดูกาลนี้ ภาพของคู่แฝดทาจิบานะโผล่มาอีกครั้งในทีมลิเวอร์พูล แม้ว่านักเตะทั้งสองคนจะไม่ใช่ฝาแฝด และยังอายุต่างกัน แต่แอนดี โรเบิร์ตสัน และเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ก็สร้างความรู้สึกแบบคู่แฝดทาจิบานะสำหรับผม

-

เทรนต์ และร็อบโบ้เป็นหนึ่งในสองนักเตะที่เรียกว่า ‘ปั้นดินให้เป็นดาว’ หรืออาจจะพูดได้ว่าทั้งคู่มีของอยู่แล้ว เหลือแต่รอให้คนมาเจียระไน นักเตะรายแรก รวมกับค่าตัวของรายหลังที่ลิเวอร์พูลซื้อตัวมาจากฮัลล์ ซิตี้กับราคาประเมินในตลาดปัจจุบันที่รวมกันมากกว่า 200 ล้านยูโร(135 ล้านยูโรจากเทรนต์ และ80 ล้านยูโรจากโรเบิร์ตสัน ในการศึกษาของCIES football observatory ) เรียกว่าเหมือนได้ทั้งคู่มาฟรีๆ เลยทีเดียว

-

อย่างไรก็ตามไม่มีแฟนบอลลิเวอร์พูลคนไหนต้องการเสียนักเตะทั้งสองรายไปอย่างแน่นอน เทียบกับค่าตัวประเมินทั้งคู่น่าจะมีค่ามากกว่านั้น นอกจากนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้สม่ำเสมอจนกวาดรางวัลแทบทุกสถาบันอย่างเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และเชื่อกันว่าได้ลุ้นบัลลงดอร์ โดยเฉพาะกับรวมกับผลงานในทีมชาติที่ตอนนี้ได้ลุ้นแชมป์เนชันส์ ลีก กับฮอลแลนด์อีกรายการ นอกนั้นเชื่อว่าฟูลแบ็กทั้งสองคนของลิเวอร์พูล คือ ‘อาวุธหนัก’ และคือความสม่ำเสมอที่ซ่อนอยู่ในทีมลิเวอร์พูลตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา

-

หลายคนน่าจะเคยอ่านข่าวที่ว่าทั้งคู่ประกาศแข่งขันการทำแอสซิสต์ในฤดูกาลนี้ และมีการหยอกล้อแซวกันตลอดเวลา จุดหนึ่งที่ร็อบโบ้อาจจะออกตัวว่าเสียเปรียบคือการที่ตัวของเขาไม่ได้เป็นคนเปิดลูกตั้งเตะ อย่างไรก็ตามมีช่วงหนึ่งของฤดูกาลที่กัปตันทีมชาติสกอตแลนด์ทำแอสซิสต์ทำเพื่อนร่วมทีมไปไกล 4-5 แอสซิสต์

-

บทสรุปเมื่อจบฤดูกาลกลายเป็น เทรนต์ทำไป 15 แอสซิสต์(12 จากพรีเมียร์ลีก และ3 จากแชมเปียนส์ลีก) และร็อบโบ้ 13 แอสซิสต์(11 จากพรีเมียร์ลีก และ 2 จากแชมเปียนส์ลีก) ซึ่งมาพลิกแซงในช่วง 2-3 เดือนสุดท้ายที่เทรนต์กดแอสซิสต์เกมละ 2 ครั้ง ในหลายๆ เกมจนพลิกแซง

-

แน่นอนว่าลูกแอสซิสต์ที่จะกลายเป็นตำนานในประวัติศาสตร์ของสโมสร และถูกฉายซ้ำแล้วซ้ำเหล่าในอนาคต โดยเฉพาะโลกที่มียูทูป ยอดวิวหลายล้านจะเพิ่มขึ้นต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง นั่นคือลูกเตะมุมที่ถูกขนานนามว่า ‘ช่วงเวลาแห่งอัจฉริยะ’ จากเจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ดาวเตะความภาคภูมิของสเก๊าเซอร์เปิดให้ดิว็อค โอริกี ยิงประตูชัยชนะบาร์ซ่า 4-0 ในแอนฟิลด์

-

พูดถึงความสม่ำเสมอในเกมรับ แบ็กทั้งคู่อาจจะยังมีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง แต่ก็นับว่าน้อยกว่าฟูลแบ็กที่เราเห็นจากลิเวอร์พูลในระยะหลัง หรืออาจจะย้อนไป 2-3 ทศวรรษ ลองนึกภาพแบ็กซ้าย และแบ็กขวาที่พอจะแย่งตำแหน่งสุดยอดจากทั้งสองคนนี้ได้?

-

ทางซ้ายอาจจะมี ยอห์น อาร์เน่ ริเซ่ ที่หลายคนพูดถึง แต่ยังไม่มีฤดูกาลไหนที่ริเซ่เล่นได้เฉลี่ยทั้งฤดูกาลได้แน่นอน ขณะที่ ฟาบิโอ ออเรลิโอ, สตีฟ สตอนตัน อาจจะมีความประทับใจส่วนตัวของแฟนๆ นอกนั้นคอนเชสกี ดอสเซน่า, คอนเชสกี้,  โมเรโน่ ไม่ต้องพูดถึง แม้จะยังต้องดูระยะยาว แต่ผลงานของร็อบโบ้ถูกพิจารณาว่าเป็นแบ็กซ้ายที่ดีที่สุดในรอบ 3 ทศวรรษของทีมทีเดียว (ในแง่เกมรับล้วนๆ ช่วงที่เจมี คาร์ราเกอร์, อาร์เบลัว และจอน ฟลานาแกนเล่นตรงนี้ก็ทำได้ยอดเยี่ยม แต่การเติมเกมรุกสู้ร็อบโบ้ไม่ได้เลย)

-

ทางขวาอาจจะมีคู่แข่งมากหน่อยสำหรับคนเหล็กของเรา ไล่ตั้งแต่ไคลน์, ฟินแนน, (ข้ามจีเจไปเลย!), อาร์เบลัว, บับเบิล, คาร์ราเกอร์(ช่วงแบ็กขวา), ซาเวียร์, เฮกเก้ม, แม็คคาเทียร์ ไปจนถึงร็อบ โจนส์ ซึ่งส่วนตัวหลายๆ คนในนี้ต่างมีความโดดเด่นแตกต่างกันไป พูดถึงมาตรฐานในฤดูกาลสามแชมป์ บับเบิลทำได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วนโจนส์ถ้าไม่มีการบาดเจ็บเขาคือแบ็กขวาในดวงใจเดอะ ค็อปหลายคน แต่เทรนต์ก็ไม่น้อยหน้าในหลายๆ แง่มุมอย่างแน่นอน

-

สถิติกองหลังที่ทำแอสซิสต์เกิน 10 ในพรีเมียร์ลีก ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ แต่ที่ไม่น่าเชื่อคือมันเกิดขึ้นพร้อมกันในฤดูกาลเดียวกัน และจากนักเตะในทีมเดียวกัน

-

แฟนพรีเมียร์ลีกจะนึกภาพของเลห์ตัน เบนส์แบ็กซ้ายจากเอฟเวอร์ตันที่มักจะได้แอสซิสต์สูงๆ ตลอดฤดูกาล แม้จะไม่ได้ตามเอฟเวอร์ตัน แต่อาจจะติดตามในแฟนตาซี! เบนส์ทำให้แฟนบอลหลายทีมอิจฉา โดยเฉพาะทีเด็ดจากลูกนิ่งของเขา อย่างไรก็ตามเทียบกับร็อบโบ้ แอสซิสต์ของเขาไม่ได้พึ่งพาลูกตั้งเตะเลย

-

จริงๆ มีอยู่เกมนึงในพรีเมียร์ลีก ที่ร็อบโบ้พยายามเปิดลูกเตะมุมเยอะมากกว่าปกติ (และหลังจากนั้นแทบไม่เห็นอีกเลย!)ในเกมแดงเดือดที่เอาชนะแมนฯ ยูไนเต็ด 3-1 ที่แอนฟิลด์ เขาพยายามเปิดลูกเตะมุมหลายครั้ง ก่อนจะเรียนรู้ว่านั่นอาจจะไม่ใช่จุดแข็งของเขา!

-

ต่างจากเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ที่ทำได้ดีในจุดนี้ และเป็นอีกหนึ่งอาวุธหนักของลิเวอร์พูล

-

ความจริงแล้วทั้งคู่เป็นฟูลแบ็กยุคใหม่อย่างแท้จริง ร็อบโบ้เคยให้สัมภาษณ์ไว้เช่นกันถึงความแตกต่างระหว่างการเล่นของพวกเขากับฟูลแบ็กในอดีต โดยเฉพาะ 10 ปีก่อนหน้านี้ ขณะที่ภารกิจส่วนใหญ่ของกองหลังคือเกมรับ แต่ในทีมของคล็อปป์ พวกเขามีส่วนในเกมรุกอย่างยิ่ง ส่วนตัวผมมองว่าทั้งคู่เป็นฟูลแบ็กที่เล่นเหมือนกับ ‘วิงแบ็ก’ และการโจมตีของทั้งคู่ เปิดโอกาสให้ตัวรุกมีพื้นที่ในการตัดเข้าไปตรงกลาง

-

มีหลายครั้งที่ทั้งคู่ overlap หรือใช้คำว่า…อะไรดี เลี้ยงตัด หรือวิ่งตัดกับปีกที่สลับออกไปริมเส้น ขณะที่ทั้งคู่หุบเข้าไปกลางเอง ยกตัวอย่างสดๆ ร้อนๆ กับโอกาสในเกมแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศที่ ร็อบโบ้ ฉวยโอกาสเข้าไปยิงเกือบมุดใต้คานก่อนที่อูโก้ โยริสจะเหินปัดออกไป

-

ร็อบโบ้วิ่งได้เหมือนม้าในทีมลิเวอร์พูล ทั้งเพรสซิ่ง วิ่งขึ้น วิ่งลง และครอส แม้ว่าเกมรับอาจจะไม่จัดว่าสมบูรณ์แบบ แต่การมีมาเน่ที่คอยลงมาช่วย และฟาน ไดจ์คช่วยซ้อนอยู่ข้างหลัง มันทำให้อุ่นใจได้เสมอในการเติมเกมรุก

-

นัดชิงแชมเปียส์ลีกเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ ‘mature’ สำหรับการเติบโตของทั้งคู่ หลายๆ ครั้งที่แบ็กซ้ายขวาของลิเวอร์พูลขึ้นสูงไปทั้งคู่ โดยเฉพาะเกมที่จำเป็นต้องเสี่ยงอย่างการเจอกับบาร์เซโลนาในแอนฟิลด์ แต่กลับการขึ้นนำเร็วในแชมเปียนส์ลีก ทั้งคู่แทบไม่ขึ้นไปพร้อมกัน และเรียนรู้จังหวะอย่างเข้าใจ เมื่ออีกฝั่งหนึ่งขึ้น แน่นอนว่าอีกฝั่งเลือกจะปักหลักในแดนของตัวเอง

-

มันไม่ใช่เกมแรกในฤดูกาลที่เพิ่งจบลงไป จุดนี้ที่ผมให้ความเห็นว่าทั้งคู่ราวกับเป็นฝาแฝด หรือพี่น้อง ที่สื่อสารถึงกันได้ในจังหวะขึ้น-ลง ตามสถานการณ์ที่ต้องการในเกม ซึ่งแน่นอนว่าส่วนสำคัญไม่ใช่ว่าทั้งคู่จะเรียนรู้ได้เองเพียงอย่างเดียว แน่นอนว่าทุกอย่างมาจากโค้ชผู้ฝึกสอนในการชี้แนะแนวทาง และทำให้ทุกเรื่องเป็นไปโดยธรรมชาติ

-

การมีฟาบินโญ่ในแดนกลางดูเหมือนยิ่งเพิ่มความสะดวกสบายในการขึ้นเกมรุกของทั้งคู่ เมื่อการสลับเพรสซิ่งเป็นไปตามจังหวะ หรือแม้แต่การเติมขึ้นไปพร้อมกัน การถอยลงมาของมิดฟิลด์ตัวกลางยิ่งทำให้แบ็กทั้งสองข้างสามารถขึ้นไปสูงขึ้น หรือแม้แต่การปิดจังหวะโต้กลับ ซึ่งแน่นอนบางครั้งส่งผลลบ หรือแม้แต่กระทั่งความเสี่ยงที่จะได้รับใบเหลือง ในส่วนนี้ต้องให้เครดิตกับฟาบินโญ่ไม่น้อย แต่ขออนุญาตไปพูดถึงกองกลางบราซิลในตอนต่อๆ ไป

-

ในประวัติศาสตร์วงการลูกหนังมีกองหลังเพียง 3 คนเท่านั้นที่เคยคว้ารางวัลบัลลงดอร์ คือฟาบิโอ คันนาวาโร่, แม็ทเธียส ซามเมอร์ และฟร้านซ เบ็คเคนเบอเอร์ ซึ่งแฟนบอลหงส์แดงคงจะลุ้นให้มีคนที่ 4 เมื่อจบปีนี้(เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค) ซึ่งชัดเจนว่าเช่นกันว่าฟูลแบ็กเป็นตำแหน่งที่ได้รับเครดิตน้อยมาก ในกีฬาประเภททีมที่มักจะมีคำกล่าวว่านักเตะทั้ง 11 คนมีความสำคัญเท่าๆ กัน

-

ความจริงแล้วมาตรฐานการเล่นของโรเบิร์ตสัน หรืออเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ก็อยู่ในระดับสูงเช่นกัน โดยเฉพาะร็อบโบ้ในฤดูกาลนี้แทบจะไม่มีคู่แข่งที่สูสีในตำแหน่งแบ็กซ้ายที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีก หรืออาจจะในระดับยุโรป

-

เป็นโชคดีมากสำหรับลิเวอร์พูลที่มีทั้งคู่อยู่ในทีม การแข่งขันทำแอสซิสต์ของทั้งคู่อาจจะไม่ใช่การแข่งขันที่เดิมพันอย่างเอาเป็นเอาตาย และสุดท้ายประโยชน์จะตกอยู่กับทีม หากพูดถึงพัฒนาการจากฤดูกาลก่อนหน้านั้นทั้งสองคนทำได้ดี ฤดูกาลนี้ก็นับว่ายิ่งดีขึ้นไปอีก

ขณะที่ร็อบโบ้ก็เคยแย้มเมื่อไม่นานมานี้ว่าเขาจะไปซ้อมเปิดลูกเตะมุมเพิ่ม!

-

ด้วยส่วนสูง 178 ซม.ของโรเบิร์ตสัน และ175 ซม. ของอเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์มันไม่น่าแปลกใจที่จะเป็นประโยชน์กับทีมมากกว่า หากในเกมรุกพวกเขาออกไปเปิดบอล หรือถอยเป็นตัวรับให้เซนเตอร์ฮาล์ฟขึ้นไปรอเล่นลูกกลางอากาศ แทนที่ทั้งคู่จะเล่นลูกกลางอากาศเอง

-

แน่นอนว่าทั้งคู่ยังไม่ถึงกับคำว่า ‘the finished article’ หรือประมาณว่าเป็นฟูลแบ็กที่สมบูรณ์แบบ ส่วนตัวเชื่อว่าหลังจากแข่งกันทำแอสซิสต์ในฤดูกาลนี้ เป้าหมายต่อไปของทั้งคู่อาจจะเพิ่มจำนวน ‘ประตู’ เพราะร็อบโบ้ไม่มีชื่อทำประตูเลยในฤดูกาลนี้ ขณะที่เทรนต์ยิงได้เพียง 1 ลูก แม้ว่ามันจะไม่ใช่งานหลักของทั้งคู่ แต่มันยังนับว่าน้อยเกินไป และอาจจะเป็นบางแง่มุมที่ด้อยหากเทียบกับฟูลแบ็กยุคก่อนๆ ของลิเวอร์พูล

-

ฤดูกาลนี้มีสัญญาณที่แสดงให้เห็นในหลายๆ เกม ว่านอกจากจะพึ่งพา 3 ประสานในแดนหน้าแล้ว แดนกลางยังจำเป็นต้องช่วยเหลือทีมทำประตู นอกจากการเปลี่ยนตัวรุกลงไปจากม้านั่งสำรอง หากดูตัวเลขแอสซิสต์ก็นับว่าทั้งคู่มีส่วนในเกมรุกเป็นอย่างมากแล้ว แต่หากเพิ่มตัวเลขการทำประตูอีกเล็กน้อย ‘ทีเด็ด’ ของทั้งคู่จะเป็นอาวุธพิเศษที่ยิ่งทำให้ลิเวอร์พูลรับมือยากยิ่งขึ้นไป

-

ด้วยวัยเพียง 25 ปี และ20 ปีในวันที่เขียน ทั้งสองคนยังสามารถยืนระยะไปอีกนานในทีมลิเวอร์พูล หากไม่มีปัญหาการบาดเจ็บรุนแรง และยังพัฒนากันอย่างต่อเนื่อง แค่คิดว่าจะเห็นทั้งคู่เก่งขึ้นไปอีก ทั้งความสามารถ และการตัดสินใจตามวัย ยิ่งแทบจะอดใจรอให้ฤดูกาลหน้าเริ่มต้นไม่ไหว

-

หรืออย่างน้อยขอให้รักษามาตรฐานในฤดูกาลที่ผ่านมาไว้ ในอนาคตทั้งคู่อาจจะกลายเป็นคู่ฟูลแบ็กในตำนานของลิเวอร์พูล หรือวงการฟุตบอล และหวังว่าแชมป์ยูฟา แชมเปียนส์ลีก จะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของข้อพิสูจน์เหล่านี้…

-

 

จินตะปัญญา

#liverpool #Trent #robertson #จินตะปัญญา

 

 

Leave a Reply