บทความ - Columns — June 17, 2019 at 12:32 pm

ชื่อยังไม่ได้คิด Ep.6 : ตำแหน่งต่อตำแหน่งกับเสริม(หรือไม่เสริม)ทัพของลิเวอร์พูล

by

 

ปกติมีน้องทีมงานอยู่คนหนึ่ง จะเป็นประเภทไม่สนใจข่าวเกี่ยวกับการซื้อขายนักเตะเลย เอาจริงๆ เพจนี้ก็เล่นข่าวเกี่ยวกับการซื้อขายนักเตะน้อย(กว่าหลายๆ เพจ) ไม่ใช่อะไรคือขี้เกียจ! แป่ว…ว

+

ระดับชั้นของข่าวซื้อขายนักเตะเกี่ยวกับลิเวอร์พูล มันเป็นเรื่องที่เขียน และอธิบายลำบากเหมือนกันให้กับแฟนบอลหลายประเภท ตั้งแต่ตามข่าวนาทีต่อนาที ฟันธง อันนี้จริงไหมไม่จริงไหม? หรือพวกที่กล่าวไว้ข้างบนคือรอชูเสื้อทีเดียวจบ อันที่จริงอย่างที่รู้ๆ กันว่าในความเป็นสโมสรใหญ่ ช่วงปิดฤดูกาลไม่มีข่าวพวกนี้ หนังสือพิมพ์จะขายอะไร!(ฮ่า) แต่จริงๆ ส่วนตัวผมมันเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่ง เกี่ยวกับทิศทางของข่าว หากเรา(ลิเวอร์พูล)ตกเป็นข่าวกับนักเตะคนไหน หมายความว่าเรามีปัญหาในจุดนั้นตามมุมมองของสื่อนั่นเอง

+

ถ้าเป็นคนที่ติดตามข่าวมาพอสมควร อย่างน้อยๆ ก็จะเห็นทิศทาง และความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละซัมเมอร์ แม้ว่าในวงการฟุตบอลจะไม่มีอะไร 100% ความเป็นจริงแหล่งข่าวแต่ละแหล่ง บางคนไปยึดกระทั่งตัวบุคคล หรือเพจนั้นเพจนี้ หรือสำนักข่าวนั้นยืนยัน ไม่ยืนยัน แปลว่าชัวร์ ทั้งที่ความเป็นจริงหลายๆ แห่งต่างเคยถูก และเคยผิดมาแล้ว ยกตัวอย่างแม้แต่ที่ใกล้ชิดกับสโมสรที่สุดอย่างลิเวอร์พูลเอ็คโค่ก็ตาม!

+

ก่อนจะเข้าใจผิดว่าจะเป็นการดิสเครดิตแหล่งข่าวอะไรเหล่านั้น จริงๆ แล้วมันเป็นการเติมเต็มจินตนาการในเรื่องฟุตบอลอีกแบบ ใครใคร่จะคิดหรือไม่คิดก็มีเหตุผลส่วนตัว ที่จะเขียนต่อไปนี้บางคนรู้แล้ว ก็ข้ามไปได้เลย หลายครั้งแม้บางเรื่องรู้แล้ว แต่อาจจะมีบางมุมมองง่ายๆ หรือที่เราอาจจะมองข้ามไป การรวมรวมข้อมูลจากแต่ละแหล่ง บางทีมันก็น่าเบื่ออยู่บ้างกับการวิเคราะห์เรื่องแบบนี้ และเอามาตีกันว่าจริง หรือไม่จริง แต่ส่วนตัวสนใจกับวิธีคิด มากกว่าจะมองไปที่ผลของมัน

+

เอาสถานการณ์ในเวลานี้ เราจะแอบเห็นการต่อสู้กันระหว่างสื่ออังกฤษกับสื่อสเปน สื่อฝรั่งเศส สื่ออิตาลี หรือแม้แต่สื่ออังกฤษด้วยกันเอง ซัมเมอร์นี้ยกตัวอย่างเอ็คโค่ เหมือนจะทำหน้าที่กระบอกเสียงให้กับลิเวอร์พูลเต็มตัว โดยการออกมาปฏิเสธข่าวว่าลิเวอร์พูลไม่สนใจนักเตะหลายราย ไล่ตั้งแต่ มักซ์ ครูเน่, นิโคลัส เปเป้, นีล เอเธอร์ริดจ์, แม็ทธิส เดอะ ลิกต์ หรือติโม่ แวร์เนอร์ เป็นต้น(ขออ่านแบบภาษาอังกฤษเป็นฐานไปก่อนเพื่อความสะดวก)

+

มองเรื่องแบบนี้กันยังไง? ความเป็นจริงไม่ใช่ว่าเอ็คโค่จะแสดงความอวดดี หรือรู้ดีไปทุกเรื่อง แต่ถ้าอ่านเกมออก 1. นักเตะเหล่านี้อาจจะไม่ใช่นักเตะที่ลิเวอร์พูลสนใจจริงๆ หรือในอดีตสดๆ ร้อนๆ ปีที่ผ่านมาก็มีช่วงหนึ่งที่เอ็คโค่บอกว่าเราไม่สนใจอลิสซง(ถ้าจำไม่ผิด) หรือกรณีฟาบินโญ่+ แม้แต่เอ็คโค่ก็ไม่ระแคะระคาย มันอยู่ที่มุมมองว่าการทำหน้าที่ของเอ็คโค่เป็นแบบไหน

+

การปฏิเสธความสนใจนักเตะเหล่านี้หมายความว่า? กรณีที่ 2. คือเป็นการลดความสนใจจากสื่อต่างๆ นั่นแหล่ะ การต่อรองที่เกิดขึ้นลับๆ หากนักเตะคนนั้นเกิดมีข่าวว่าสโมสรอื่นๆ สนใจหลายๆ สโมสร ก็จะเป็นโอกาสของเอเย่นต์ที่จะปั่นราคาของนักเตะ กลับกันเคสของฟาบินโญ่ เอ็คโค่จะไม่รู้แม้แต่นิดเดียวจริงหรือไม่? อันนี้ลองคิดกันเอง บางทีเอ็คโค่อาจจะรับงานจากสโมสรอีกรูปแบบหนึ่งก็ได้

+

กรณีของเปเป้มีกระทั่งการออกข่าวว่าสโมสรหรือจอห์น ดับเบิลยู เฮนรีไม่พอใจที่ชื่อของลิเวอร์พูลถูกนำไปเอี่ยว ทั้งที่พวกเขาไม่เคยติดต่อ และกลายเป็นว่านักเตะที่ค่าตัวราวๆ 60 ล้านปอนด์ พุ่งขึ้นไปถึง 71 ล้านปอนด์ (ถ้าเราเป็นเฮนรีเราจะถึงขนาดไม่พอใจเลยหรือไม่ อันนี้ผมไม่แน่ใจ) ซึ่งถ้าการย้ายทีมเกิดขึ้นจริง(กับทีมอื่นๆ) ใครจะรวยขึ้นที่สุด และออกแรงน้อยที่สุด ก็หนีไปพ้นเอเย่นต์ที่จะได้เปอร์เซ็นต์ไปด้วย

+

ยามที่อ่านข่าวเจอว่าแหล่งข่าวที่ใกล้ชิด เพื่อนของ ฯลฯ บางทีมันเป็นการยกขึ้นมาง่ายๆ ใครก็ยกได้ แต่ยากมากที่จะตรวจสอบความเป็นจริง หรือถ้าเป็นคนใกล้ชิดนักเตะเหล่านั้น คุณจำเป็นต้องปล่อยข่าวไหม? ถ้าตัวเอเย่นต์ไม่ใช่คนใกล้ชิดแบบพี่ชาย พ่อ ตามกฎการตั้งเอเย่นต์ที่อนุญาตให้คนในครอบครัวเป็นผู้ดูและผลประโยชน์ได้ เอเย่นต์ชื่อดังไม่น้อยมีเครือข่ายอยู่กับหนังสือพิมพ์ และทำให้ข่าวดังกล่าวเป็นที่สนใจขึ้นมาทีเดียว

+

ยกตัวอย่างกรณีของเฟร็ดที่มข่าวว่าแมนฯ ซิตี้ สนใจ หรือแม้แต่อเล็กซิสที่ไปแมนฯ ยูไนเต็ดด้วยค่าเหนื่อยมหาศาล ความเป็นจริงแล้วมันพิสูจน์ในเวลาต่อมาว่าความสำเร็จในการแย่งตัวนักเตะที่เกิดขึ้น เป็นเพราะคู่แข่งไม่ได้สนใจจริงๆ หรือสนใจแต่ไม่พร้อมจ่าย แต่สุดท้ายคนที่ลูบปากคือตัวเอเย่นต์ และนักเตะที่ได้ประโยชน์จากข่าวเหล่านี้ กับมูลค่า และค่าเหนื่อย แต่สโมสรที่เร่งร้อน สุดท้ายคำตอบที่ออกมาคือ…

-

ในยุคของคล็อปป์ ลิเวอร์พูลดูเหมือนจัดการข่าวพวกนี้ได้ดีขึ้น การได้ตัวฟาบินโญ่แบบแทบไม่มีสื่อหลักรู้ล่วงหน้าเป็นตัวอย่างของดีลที่สมบูรณ์แบบ ดีลในฝันของคล็อปป์ ถ้าคุณทำงานอยู่ในฝ่ายซื้อตัวนักเตะของสโมสรใดก็ตาม คุณอยากให้มันเป็นข่าวหรือไม่เป็นข่าว? คำตอบมันง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นนักเตะที่ถูกหรือแพงแค่ไหน ไม่มีใครอยากมีคู่แข่ง หรือเป็นข่าวให้สื่ออื่นๆ หรือแม้แต่สโมสรคู่แข่งรู้ล่วงหน้า!

-

กลับกันสิ่งที่คล็อปป์พูดเสมอเกี่ยวกับนักเตะบางคน หากสามารถย้ายทีมได้ และพวกเขาสนใจ พวกเขาก็จะพยายามอย่างเต็มที่ในการเซ็นสัญญา ยกตัวอย่างอย่างเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ที่ทีมรอคอย หรือกรณีของนาบี เกอิต้าที่ทีมซื้อล่วงหน้าถึง 1 ปี ดูเหมือนว่าทีมเสริมทัพของลิเวอร์พูลตอนนี้จะซื้อตัวนักเตะที่มีการส่งแมวมองติดตามมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ หรือบางคนจีบล่วงหน้าเป็นปีๆ

-

ก่อนที่ชากิรีจะย้ายมาลิเวอร์พูลมีข่าวความสนใจก่อนหน้านั้นมาหลายปี แม้แต่ซาลาห์เราเคยพลาดมาตั้งแต่รอบแรกที่เขาย้ายไปเชลซี ขณะที่บางรายอย่างกรณีของมาเน่เป็นนักเตะที่คล็อปป์รู้จัก สนใจมาตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่ซัลซ์บวร์กด้วยซ้ำ

-

ดิ อินดิเพนเดนท์เป็นอีกเจ้าที่ปฏิเสธข่าว ยกตัวอย่างเมื่อวานนี้(16 มิ.ย.)ที่ว่าลิเวอร์พูลไม่สนใจนาบิล เฟคีร์อีกต่อไป เมโทรก็เคยปฏิเสธข่าวความสนใจที่ลิเวอร์พูลมีต่อเดปาย ทั้งที่แถลงการณ์ของสโมสรจริงๆ ไม่เคยมีการตอบรับ หรือปฏิเสธข่าวเหล่านี้ บางข่าวดูเหมือนการเล่นกันระหว่างสื่อเอง ไม่ว่าจะเป็นการดึงข่าวจากอิตาลี ฝรั่งเศส สเปนมาวิเคราะห์ของสกายสปอร์ตส์, เดลีเมล, เดอะ มิร์เรอร์

-

ยกตัวอย่างอีกตัวอย่าง เช่นอาส หรือมาร์ก้า ในสเปนเล่นข่าวว่าซาลาห์ย้ายแน่ มีปัญหากับคล็อปป์ ไม่มีประโยคสัมภาษณ์เลยว่าจะอยู่ต่อ ขณะที่เดลีเมลยืนยันว่าไม่มีอะไรในก่อไผ่เลย หลังเกมแชมเปียนส์ลีก นัดชิงไม่ได้มีใครไปถามซาลาห์ มีช็อตหนึ่งเขานั่งอยู่กับสเตอร์ริดจ์ นักข่าวถามสเตอร์ริดจ์ว่าจะอำลาทีมไหม แต่เจ้าตัวบอกว่ายังไม่ใช่เวลาพูดเรื่องนี้ ไม่ใช่ซาลาห์พูด และอีกอย่างก็มีการยกประโยคที่ว่าซาลาห์อยากจะคว้าแชมป์กับลิเวอร์พูลอีกมากมาย ดังนั้นประเด็นย้ายไม่มีมูล

-

ข่าวมันก็คือข่าว แต่ถ้าตามทัน สังเกต รวมรวมข้อมูลต่างๆ เราอาจจะฟันธงได้ไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่เราจะเห็นภาพกว้างๆ และความจริงหรืออะไร

-

การซื้อฟาน ไดจ์ค, อลิสซงเป็นตัวอย่างว่าหงส์แดงก็พร้อมทุ่มหากจำเป็น แต่ด้วยความสมบูรณ์ของทีมในฤดูกาลที่ผ่านมา เทียบกับทีมคู่รักคู่แค้นอย่างแมนฯ ยูไนเต็ด ปีนี้แรงกระเพื่อมข่าวเกี่ยวกับการซื้อขายนักเตะลิเวอร์พูลน้อยกว่า หรือเพราะทีมตอนนี้สมบูรณ์อยู่แล้วมากกว่า

-

เข้าประเด็นเกี่ยวกับลิเวอร์พูลพอ แล้วอะไรคือเป้าหมายที่แท้จริง?

-

สรุปรวบยอดเลย ลิเวอร์พูลยังไม่ได้ซื้อใคร(จะบอกทำไม!) และอาจจะไม่มีการทุ่มใหญ่ๆ เลยก็เป็นไปได้…

-

ก่อนจะไล่ตำแหน่งต่อตำแหน่ง จริงๆ การซื้อขายมันไม่ได้เป็นแบบนั้นซะทีเดียว คล็อปป์เคยบอกแล้วว่าหากเป็นนักเตะที่พวกเขาสนใจ และ Available หรือประมาณว่าพร้อมย้ายทีมพร้อมขาย บางทีต่อให้ตำแหน่งทับกับที่มี ถ้ามองแล้วคุ้มค่าการซื้อก็อาจจะเกิดขึ้นได้เช่นกัน กลับกันตำแหน่งที่ขาดอาจจะไม่ได้ขาดจริงๆ อย่างที่คิด

-

จริงๆ ถ้าย้อนดู 2-3 ปีหลัง จะเห็นได้ชัดถึง Criterilia จะบอกว่าเป็น ‘สเปก’ หรือกฎเกณฑ์การซื้อนักเตะของลิเวอร์พูล ถ้านอกจากนี้เราอาจจะตัดออกได้เลย คร่าวๆ

1.อายุไม่เยอะ ขยายความต่อแน่นอนว่าเอามาปั้นต่อได้ เก่งขึ้น ราคาขึ้น แม้จะขายในอนาคตก็ยังกำไร

2.ค่าเหนื่อยไม่สูงจนเกินไป เพราะลิเวอร์พูลมีเพดานเงินเดือนของนักเตะ ตอนนี้อยู่ราวๆ 2 แสนปอนด์ต่อสัปดาห์ ดังนั้นหากใครอายุน้อย แต่เข้ามาปุ๊บรับเงินเดือนใกล้เต็มเพดาน จะทำให้เกิดปัญหาในการต่อสัญญาฉบับต่อไปทันที

3. ถ้าไม่ใช่ 1-2 หากได้นักเตะอายุกลางๆ หรือมาก มักจะเป็นนักเตะค่าตัวไม่สูง ยกตัวอย่างกรณีของแร็กนาร์ คลาวาน หรืออเล็กซ์ แมนนิงเกอร์ เป็นต้น

-

เพื่อความรวดเร็ว ลองมาไล่ตำแหน่งต่อตำแหน่งกันเลย

ผู้รักษาประตู – อดัม บ็อกดานที่อยู่เหมือนไม่อยู่ก็ย้ายออกไป ขณะที่ลอริส คาริอุสอยู่ระหว่างครึ่งทางของสัญญายืมตัว การที่อลิสซงมาใส่เบอร์ 1 เต็มตัวก็ชัดว่าไม่มีที่ว่างในฤดูกาลหน้าสำหรับผู้รักษาประตูชาวเยอรมัน

ปัญหาอยู่ที่มินโญเลต์ ในวัย 31 ปีค่อนข้างชัดเจนว่าเขาไม่อยากจะเป็นมือสองต่อไปอีกปี แม้จะได้รับคำชมในเรื่องความเป็นมืออาชีพ แต่มินนี่มีปัญหาเกี่ยวกับการอยู่ต่ออย่างที่บอกคือการลงเล่น ขณะที่ฟุตบอลยูโรรออยู่ปีหน้า และเอาเข้าจริงๆ ไม่ง่ายในการหาทีมใหม่

ลองคิดในมุมคล็อปป์ เขาคงไม่มีปัญหาอะไรหากมินนี่อยู่ต่อ แต่ในทางกลับกันมันก็เป็นโอกาสของทีมในการเพิ่มระดับมือสอง ขณะที่ผู้รักษาประตูเบลเยียมรับประมาณ 60,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หากเขาย้ายออก จะมีช่องว่าในการดึงผู้รักษาประตูที่น่าสนใจที่อาจจะจ่ายค่าเหนื่อยน้อยกว่านี้

ต้องดูฝีมือเอเย่นต์ของเขาจริงๆ เพราะนึกว่าท็อป 6 ในพรีเมียร์ลีก ยากที่ทีมไหนจะดึงตัวเขาไปเพื่อเป็นมือหนึ่ง หรือการย้ายไปทีมใหญ่กว่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย กลับกันหากลดระดับทีมลง ถึง 60,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์อาจจะไม่สูงมากสำหรับนักเตะลิเวอร์พูล แต่สำหรับทีมระดับกลาง หรือเล็กๆ การพร้อมจ่าย 60,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือใกล้เคียงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในตำแหน่ง

นอกจากนี้ตลอดช่วงเวลาที่อยู่กับลิเวอร์พูล มินโญเลต์เป็นโกลที่มีข่าวพัวพันกับทีมอื่นน้อยมาก(ลองนึกภาพย้อนไปถึงนายทวารก่อนหน้านี้อย่างเรน่า หรือดูเด็คที่มีทีมสนใจทุกปี)

เคลเลเฮอร์ และกราบาร่า น่าจะเป็นมือสามในฤดูกาลนี้ 1 คน ขณะที่อีก 1 คนน่าจะย้ายออกไปในสัญญายืมตัวเพื่อหาประสบการณ์ ความเป็นจริงแล้วหากมินโญเลต์อยู่ต่อก็ไม่เลวซะทีเดียวสำหรับเขา เพราะลิเวอร์พูลมีถ้วยเยอะขึ้นในฤดูกาลหน้า และจริงๆ ต่อให้เป็นมือสองลิเวอร์พูล ตำแหน่งมือสองในทีมชาติเบลเยียมก็ยังมั่นคงอยู่ดี

ดังนั้น ซื้อหรือไม่ซื้อผู้รักษาประตู? คำตอบง่ายๆ คืออยู่ที่มินโญเลต์จะย้ายออกชัวร์ไหม? ยังต้องเช็กว่าคาริอุสจะอนาคตเป็นยังไง

ข่าวกับสจ๊วร์ต แม็คคาร์ธีย์(เซาท์แฮมป์ตัน) เอเธอร์ริดจ์(คาร์ดิฟฟ์) จิรี่ พาฟเลนก้า(เบรเมน) ยังนับว่าเป็นไปได้อยู่ แต่กับกราเบล่าที่เล่นโปแลนด์ชุดเล็ก ส่วนเคลเลเฮอร์ที่ติดไอร์แลนด์ชุดใหญ่ไปแล้ว(แต่ยังไม่ได้ลงเล่น) โกลวัย 20 ปีทั้งสองคนน่าจะได้อยู่กับทีมอย่างน้อย 1 คน ขณะที่โกลใหม่คงไม่ใช่อะไรที่ลิเวอร์พูลจะรีบร้อนมากนัก เพราะคราวนี้ทีมหามือสองไม่ใช่มือหนึ่ง

-

กองหลัง – คงไปได้เร็วขึ้น เพราะแบ็กขวาไม่มีความจำเป็นต้องซื้อเพิ่มกับการมีเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และโจ โกเมซ (อาจจะนับรวมมิลเนอร์ และฟาบินโญ่) ขณะที่ไคลน์น่าจะย้ายออกไป แต่ตราบที่ยังไม่มีการยืนยันก็ยังนับว่าเป็นอีกตัวเลือก(แน่นอนว่าถ้าไคลน์ไปก็เพิ่มความเป็นไปได้ที่จะวื้อ) ส่วนเซนเตอร์ฮาล์ฟ เราจะเห็นการยืนยันอย่างแข็งขันของเอ็คโค่ว่าคล็อปป์ไม่มีแผนตรงนี้ เพราะมีทั้งฟาน ไดจ์ค, โจเอล มาติป, เดยัน ลอฟเรน รวมถึงโกเมซ หรือแม้แต่ฟาบินโญ่กรณีฉุกเฉิน และอย่าลืมว่าการมีนาธาเนียล ฟิลลิปส์ที่หายเจ็บกลับมา และเด็กเวลาขึ้นมาอาจจะต้องไปสตาร์ทเป็นแบ็กขวาก่อน

ขณะที่ก่อนหน้านี้เอ็คโค่ปัดข่าวเกี่ยวกับเดอ ลิกต์มาตลอด ขณะที่สื่อเจ้าอื่นมองว่าลิเวอร์พูลสนใจ แต่อย่างที่มองตามเกณฑ์แล้ว เขามีเอเย่นต์อย่างไรโอล่า ที่ต้องการให้นักเตะฟาดค่าเหนื่อยมหาศาล แม้ว่าอาจจะมีใจ แต่กำแพงตรงนี้ใหญ่พอ กับนักเตะอายุ 20 ปี

ลิเวอร์พูลน่าจะเข้าตลาดนักเตะตำแหน่งนี้กรณีขายใครออกไปเท่านั้น (เช่นลอฟเรน) แต่เช่นกันทีมไม่ได้รีบอย่างที่หลายๆ คนเร่งเร้า ขณะที่เซอร์ไพรส์เล็กๆ อาจจะเป็นแบ็กซ้ายที่โมเรโน่หมดสัญญา และย้ายออก  ขณะที่หลายสื่อพยายามปั้น หรือมีชื่อของไรอัน เซสเซอญง หรือแบ็กซ้ายรายอื่นๆ แต่เอ็คโค่ก็ยืนยันอย่างแข็งขันว่าอดัม ลูอิสกัปตันทีมชุดเล็กจะได้โอกาสเป็นตัวสำรองของแอนดี โรเบิร์ตสัน ไม่นับว่ายังมีมิลลี่ที่อยู่ในปีสุดท้ายของสัญญาสแตนบายด์อยู่ รวมๆ ถึงไม่ซื้อตรงนี้ก็ไม่ได้น่าห่วง หรือบางทีคล็อปป์อาจจะรอดูต้นๆ ปรีซีซั่นว่าเด็กของเขาจะไหวไหม เพราะก่อนหน้านี้คล็อปป์พูดชัดว่าไม่น่าจะการซื้อตัวมากมาย จริงๆ แม้แต่ไคลน์ หรือโกเมซก็ยืนซ้ายได้หากจำเป็นจริงๆ

ถ้าให้จับตามอง และลงตัวที่สุด คงเป็นนักเตะที่สามารถเล่นได้ทั้งเซนเตอร์ และแบ็กซ้าย ยกตัวอย่างเช่นนาธาน อาเก้ แต่ตัวเลือกในวงการฟุตบอลไม่ได้มีเท่านี้

-

กองกลาง หลายคนมองว่าเราขาดเพลย์เมกเกอร์ ซึ่งก็จริง! แต่อย่าลืมว่านอกจาก 5 ตัวเจ้าประจำที่ไม่การันตีตัวจริงอย่าง เฮนโด้, ฟาบินโญ่, ไวจ์นัลดุม, เกอิต้า, มิลเนอร์ (อาจจะนับรวมชากิรี หรือลัลลานาได้) ยังมีเคอร์ติส โจนส์ที่ซ้อมกับทีมชุดใหญ่มาทั้งซีซั่น ขณะที่ยังรอพิจารณาอคาคตของกรูยิช, ไรอัน เคนต์ ที่ทำได้ดีในการยืมตัว อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลนจะเป็นอีกคนที่ทำให้แดนกลางเราจัด 2 ชุดได้สบายๆ กลับกันหาปล่อยบางรายออกไปก็น่าจะมีงบเพิ่มที่ทำให้เสริมทัพได้แบบเหลือๆ และไม่รีบร้อนเช่นกัน

-

มันจึงตกไปที่กองหน้า หรือนักเตะที่เล่นได้อย่างน้อย 2-3 ตำแหน่ง การไปของสเตอร์ริดจ์ ถูกทดแทนด้วยการหายเจ็บของบริวสเตอร์ ที่คล็อปป์ให้สัมภาษณ์มาตลอดว่าปีหน้าคือปีของเขา ขณะที่เอ็คโค่มักจะพูดในข่าวพัวพันกับนักเตะคนอื่นๆ ว่าคล็อปป์ไม่อยากซื้อใคร เพราะกลัวขวางทางของดาวรุ่งรายนี้เช่นในรายของแวร์เนอร์ที่คล็อปป์ชอบมานานแล้ว

แต่การมีเฟอร์มิโน่, มาเน่ และซาลาห์ หากไม่มีใครย้ายออก คนที่เข้ามาใหม่ต้องเจอกับความหนักในการแย่งตำแหน่งกับทั้ง 3 คน ไม่นับว่ามีบริวสเตอร์, โอริกี(ที่น่าจะต่อสัญญาใหม่ในเร็วๆ นี้) และชากิรี ยังไม่รวมแฮร์รี วิลสันที่ปีนี้หากไม่ได้โอกาส อาจจะถึงเวลาขาย เช่นกันกับเบน วู้ดเบิร์น รวมๆ แล้วลิเวอร์พูลมีนักเตะพอ และหากใครบอกว่าขุมกำลังสู้แมนฯ ซิตี้ไม่ได้ แต่นี่คือทีมชุดที่ขาดนักเตะที่เจ็บอย่างอ็อกซ์ หรือกลุ่มยืมตัวที่จะกลับมา ต้องแข่งกับซิตี้ที่จะไม่มีกอมปานีอีกต่อไป ขณะที่แฟร์นานดินโญ่แก่ขึ้น แน่นอนว่าซิตี้ต้องเสริมเพิ่มแน่ แต่ลิเวอร์พูลไม่ได้เป็นรองเท่าไหร่ ถ้าไม่มีใครเจ็บ!

-

ถ้าประมวลดูจึงไม่น่าแปลกใจที่นาบิล เฟคีร์ หรือเปเป้เป็นข่าวกับลิเวอร์พูล เพราะดูอยู่ในเกณฑ์ที่เป็นไปได้ อาจจะนับรวมแวร์เนอร์, บรูโน่ แฟร์นานเดซ แม้แต่การจัดอุ่นเครื่องกับลียง ไม่รู้ว่าเพราะสัญญาเฟคีร์ล่มในปีที่แล้ว หรือทีมอยากได้มุสซ่า เดมเบเล่, เดปาย หรือเฟคีร์ ทุกอย่างถูกจับโยงกันหมด เดวิด เนเรส, ครูเซ่, อเซนซิโอ หรือคนอื่นๆ ต้องย้อนกลับไปดูเกณฑ์พื้นฐานด้านบน และประเมินความเป็นไปได้ดู

-

การซื้อตัวไม่ใช่เรื่องเดียวที่ทำให้ขนาดทีมใหญ่ขึ้น นักเตะที่ไม่แพงอย่างโรเบิร์ตสัน หรือขึ้นมาจากอะคาเดมีอย่างเทรนต์ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าทีมก็ใหญ่ขึ้นได้ และมีตัวเลือกที่ทดแทนกันได้ กับฤดูกาลที่ทีมอาจจะต้องลงเล่น 50, 60 หรือเกือบ 70 นัดก็เป็นไปได้(ยิ่งถ้ารวมปรีซีซั่นอาจจะเกิน!) แม้จะมีความกังวลอยู่พอสมควร แต่ความตื่นเต้น หรือเป็นห่วงไม่ได้มากเท่ากับปีก่อนหน้านั้น เพราะลองไล่ดูที่เขียน จริงๆ แทบทุกตำแหน่งเรามีทางหนีทีไล่อยู่แล้ว หรือเรียกว่าเกือบจะสมบูรณ์แบบ ขณะที่ทุกคนมีประสบการณ์ และเติบโตขึ้นดังนั้นอย่าเพิ่งไปกังวล หรือเต้นกับข่าวจนเกินไป ต่อให้มีข่าวปฏิเสธใช่ว่าจะไม่มีทางเลยจริงๆ กลับกันต่อให้ติดต่อแล้ว ยังไม่ชูเสื้อก็ล่มได้เสมอ

-

อย่างไรก็ตามเชื่อว่าลิเวอร์พูลน่าจะเสริมทัพแน่ๆ เพราะโอกาสน้อยมากที่จะไม่มีใครย้ายออกเพิ่ม และนั่นจะเป็นสัญญาณชัดกว่าว่าจะมีตำแหน่งไหนย้ายเข้ามา และธรรมชาติของคล็อปป์เขาจะพยายามซื้อตัวนักเตะให้เร็ว ส่วนตัวคิดว่ากลางๆ เดือนหน้าทุกอย่างน่าจะเริ่มเห็นภาพ หรือชัดเจนขึ้น แต่ไม่มีอะไรที่จะดีที่สุด และดีกับสโมสรเหมือนกับกรณีฟาบินโญ่

-

ให้อยู่ดีๆ ประกาศแบบไม่ทันตั้งตัว คู่แข่งไม่รู้ กูรูหน้าหงาย แบบนั้นอาจจะเซอร์ไพรส์กว่ากันเยอะ…

 

 

จินตะปัญญา

ปล.ขอไว้อาลัยให้กับการจากไปของพี่อ้วน เพลย์เมกเกอร์ ถึงจะเคยทำงานร่วมกันเวลาสั้นๆ แต่ก็เรียนรู้อะไรจากแกไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องการใช้ชีวิต ถึงแกจะเป็นเซียนบอลเยอรมัน แต่ความเป็นเด็กหงส์แกมีไม่น้อยกว่าคนอื่นๆ เลย

อย่างน้อยก็ทันได้เห็นลิเวอร์พูลได้แชมป์ยูโรเปียน คัพ สมัยที่ 6 ขอให้เด็กหงส์ทุกคนดูแลสุขภาพ และอย่าลืมมีโอกาสดูแลกันและกันด้วย YWNA…

 

#liverpool  #klopp #จินตะปัญญา

No related content found.

Leave a Reply