บทความ - Columns — July 1, 2019 at 11:33 am

ชื่อยังไม่ได้คิด Ep.7 : อลิสซงข้อพิสูจน์เกี่ยวกับจอห์น อัชเตอร์เบิร์ก?

by

 

อเล็กซานเดอร์ โดนี่ อดีตผู้รักษาประตูชาวบราซิลของลิเวอร์พูลที่ต้องเลิกเล่นก่อนวัยอันควรเนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจเพิ่งให้สัมภาษณ์ไม่นานมานี้ว่า อลิสซง เบ็คเกอร์ คือผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลก…

ฟังดูเหมือนจะเป็นการอวยนิดหน่อยในฐานะเพื่อนร่วมชาติ แต่ความเป็นจริงเวลาอ่านข่าวพวกนี้ ต้องไปย้อนดูคำถามของผู้สื่อข่าว บางทีมันก็มากจากคำถามนำ อย่างกรณีนี้นักข่าวถามว่าอลิสซงคือผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลกเวลานี้ใช่หรือไม่?

ถ้าเป็นเราจะตอบว่า… โดนี ตอบว่า ‘ใช่ ไม่มีข้อสงสัย’ แม้โดยความหมายจะเหมือนกัน แต่ไม่ใช่อยู่ดีๆ โดนี่ออกมาอวยให้แฟนบอลทีมอื่นหมั่นไส้ซะเมื่อไหร่ หลายๆ ครั้งข่าวที่ออกมาก็อยู่ที่ประเด็นที่ถาม

นั่นเป็นแค่น้ำจิ้มเล่นๆ แต่ผมสนใจกับอีกประเด็นที่หลุดออกมาในเวลาเดียวกันจากบทสัมภาษณ์เล็กๆ ของโดนี่ที่ตอนนี้ทำธุรกิจอยู่ในฟลอริดามากกว่า

+

“ผมยังคงพูดคุยกับจอห์น เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยม และเป็นมืออาชีพที่ยอดเยี่ยม และผมมักจะติดตามอาชีพของเขา และลิเวอร์พูล” โดนีกล่าวไว้ในข่าวที่ลงในเว็บไซต์สโมสร

จอห์นในที่นี่ไม่ใช่จอห์น แรมโบ้(มีใครเกิดทันไหม!) แต่หมายถึงจอห์น อัชเตอร์เบิร์ก (ที่บางคนอาจจะอ่านแอชเตอร์แบร็ค หรือพยายามจะออกเสียงเป็นดัตช์เป็น โจน หรืออะไรก็ตาม สรุปว่าเป็น John Achtenberg โค้ชผู้รักษาประตูในตำนานของลิเวอร์พูล!)

ดูประโยคที่โดนี่พูด ถ้าย้อนไปดูต้นฉบับ อาจจะคิดกระทั่งว่าโดนี่ตามผลงานของ ‘อัช’ ที่ขออนุญาตเรียกสั้นๆ ในบทความนี้ มากกว่าผลงานของลิเวอร์พูลด้วยซ้ำ!

โดนี่เคยทำนายว่า อลิสซงตอนที่อายุน้อยๆ จะกลายเป็นเบอร์ 1 ทีมชาติบราซิล และเขาเผยว่า “ใช่ ตอนที่ผมเห็นเขาลงเล่น ผมแนะนำเขาให้กับจอห์น และพยายามที่จะเซ็นสัญญาเพื่อคว้าตัวเขา”โดนี่เผย

ประเด็นของข่าวส่วนใหญ่คงเป็นประมาณโดนี่นี่แหล่ะคือคนที่แนะนำอลิสซงให้ลิเวอร์พูล เรียกว่าแนะนำตั้งแต่ตอนเล่นให้กับอินเตอร์(นาซิอองนาล) ซึ่งต่อให้ลิเวอร์พูลสนใจในเวลานั้นก็ไม่มีประโยชน์เท่าไหร่ เพราะไม่แน่ว่าจะได้เวิร์กเพอร์มิต หรือจะลงเล่นในอังกฤษได้หรือไม่ ดังนั้นเส้นทางของอลิสซิงผ่านโรม่ามายังลิเวอร์พูลแบบเดียวกับโดนี่จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจ

แต่ผมกลับสนใจประเด็นเกี่ยวกับอัชมากกว่า เป็นอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง ที่โค้ชผู้รักษาประตูลิเวอร์พูล ถูกพูดถึง

+

สำหรับแฟนบอลเดอะ ค็อปแล้ว อัชถือว่าเป็นโค้ชหนังเหนียวมากๆ เขาอยู่มาถึง 5 ยุคผู้จัดการทีม ตั้งแต่ราฟาเอล เบนิเตซ, รอย ฮ็อดจ์สัน, เคนนี ดัลกลิช, แบรนแดน ร็อดเจอร์ส มาจนถึงเจอร์เก้น คล็อปป์

เล่าซ้ำเล็กน้อย ด้วยเกมรับที่เป็นปัญหาของลิเวอร์พูลมาตลอด จนหลายคนสงสัยว่าทำไม ชื่อของอัชถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงของร็อดเจอร์ส ต่อมาถึงคล็อปป์

คล็อปป์ดึงทีมงานจากทีมเก่าของเขามาเกือบหมด ขาดแค่โค้ชผู้รักษาประตู ตำแหน่งที่เดอะ ค็อปอยากให้เปลี่ยนอย่างมากในเวลานั้น!

+

Fair enough! ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ไม่ว่าจะเว็บฯ แฟนบอลทั้งไทยทั้งเทศ จะแอนฟิลด์แร็ปไปจนถึง this is anfield ผลงานของอัชสร้างความกังขากับแฟนบอลภายนอกเป็นอย่างมาก ตั้งแต่เขาย้ายมาแอนฟิลด์ในยุคของราฟา(ปี 2009) พร้อมกับฟอร์มที่ย่ำแย่ลงของเปเป้ เรน่า ไล่มาจนถึงโกลคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นแบร็ด โจนส์, โดนี่(ที่ไม่ได้ลงมากนัก) มาจนถึงมินโญเลต์ที่ถูกมองว่าฝีมือตกต่ำลงทุกๆ ปี หรือลอริส คาริอุส อดีตผู้รักษาประตูที่เคยถูกโหวตอยู่อันดับ 2 ในบุนเดสลีกา

เรน่าอาจจะเป็นคนที่ผ่านการโค้ชกับหลายคนอย่าง โฆเซ่ โอโชโตเรน่า, บาเลโร่(ที่แฟนบอลคิดถึงที่สุด) และไมค์ เคลลี ขณะที่ความเป็นจริงดัลกลิชเป็นคนโปรโมต หรือเลื่อนอัชขึ้นมาเป็นโค้ชผู้รักษาประตูทีมชุดใหญ่ในปี 2011

ปีแรกมินนี่ทำผลงานได้ดีไม่น้อยกับการมีส่วนในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกของบีร็อดในฤดูกาล 2013-14 แต่มันเหมือนภาพลวงตา หลังจากนั้น มินโญ่เลต์มีค่าเฉลี่ยการเซฟตกลงจาก 1.53 เหลือ 1.21 ตามลำดับ ขณะที่คาริอุสจาก 1.5 เหลือแค่ 1.07 ต่อเกม

การมาของอลิสซง เบ็คเกอร์ ทำให้หลายคนแอบหวาดหวั่นใจไม่น้อยว่าจะตามรอยผู้รักษาประตูคนก่อนหน้านี้หรือไม่

+

สำหรับคนที่วิเคราะห์เกม จะเห็นว่าเรน่า, โจนส์, มินนี่ มาจนคาริอุส ช่วงเวลาที่อยู่กับลิเวอร์พูล สิ่งที่เปลี่ยนไป และเจอบ่อยๆ หลังจากอยู่กับอัชคือการปิดเสาแรกที่แย่ลง หลายๆ จังหวะดูจะผิดธรรมชาติกว่ายุคก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะบาเลโร่ที่เรน่าทำผลงานได้ดีที่สุด  มันดูเหมือนกลายเป็นประเด็น และสไตล์ที่หลายคนมองว่ามาจากอัช แน่นอนว่ามันส่งผลเสียมากกว่า!

+

อัชเตอร์เบิร์กเป็นหนึ่งในโค้ชคนเดียวของพรีเมียร์ลีกที่ได้ UEFA Pro Licence-holding goalkeeping specialists (ถ้าไม่มีอัพเดต หรือใครจบเพิ่ม) เรียกว่าในเรื่องการศึกษาด้านผู้รักษาประตู เขาอยู่ในระดับสูงสุดของพรีเมียร์ลีก แต่นั่นไม่ได้ทำให้ตำแหน่งของเขาในลิเวอร์พูลมั่นคงเท่ากับความไว้วางใจจากผู้จัดการทีมก่อนหน้านี้แทบทุกคน

มันฟังดูย้อนแย้ง แต่บางคนที่ไม่รู้ประวัติ ขออนุญาตเล่าซ้ำ ว่าผู้รักษาประตูชาวดัตช์คนนี้ ผ่านการเล่นกับทรานเมียร์ โรเวอร์ส 11 ฤดูกาล ซึ่งจริงๆ แล้วเขาถูกปล่อยตัวจากทรานเมียร์อีกทีมในเมืองลิเวอร์พูลที่ส่วนใหญ่ใช้เวลาในลีก วัน ประมาณฤดูกาลที่ 9 และแฟนบอลถึงกับโวยทรานเมียร์ว่าเขาควรจะได้เกมเทสติโมเนียล แมตช์  ก่อนที่ 6 วันหลังจากนั้นทรานเมียร์จะประกาศแต่งตั้งเขาเป็นโค้ชผู้รักษาประตู และผู้เล่น ก่อนที่จะผ่านการลงเกิน 300 นัด อยู่เกิน 10 ปีจนได้เทสติโมเนียล แมตช์ในที่สุด

มันไม่ง่ายนะสำหรับนักเตะยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะอยู่กับทีมเล็กหรือใหญ่ การจะได้เทสติโมเนียล แมตช์ แน่นอนว่าคุณต้องเป็นที่รักไม่น้อย แฟนบอลถึงจะเข้ามาดูคุณในเกมเหล่านี้

+

ย้อนไปสัมภาษณ์ของโดนี่ หรือแม้แต่เทสติโมเนียล แมตช์ เป็นหนึ่งในตัวอย่างว่าอัชน่าจะเป็นคนนิสัยดีจริงๆ เข้ากับคนอื่นๆ ได้ง่าย และเฟรนด์ลี่มากๆ สำหรับคนที่ได้โอกาสเจอตัว และขอถ่ายรูป(แม้แต่ตัวเขาเองยังแซวกันเล่นๆ ว่าเพราะไม่มีใครขอ!)

มินนี่, อลิสซงมักจะให้สัมภาษณ์ยกย่องอัชอยู่เสมอ โดยโกลบราซิลบอกว่าเขามีส่วนสำคัญช่วยให้เขาปรับตัว และปรุงปรุงฝีมือ เช่นกันกับมินนี่ที่บอกว่าอัชกระตุ้นให้เขาเก่งขึ้น!(ห๊ะ? อันนี้แซวกันเล่นๆ) แต่ข้อสรุปค่อนข้างชัดว่าอัชมักจะเข้าได้กับทุกคน แม้แต่เวลานักเตะเอาท์ฟิลด์คนอื่นๆ พูดถึง จะบอกว่าอัชเป็นคนเฮฮาอยู่เสมอ(ดีไหม?)

แต่ที่สุด และน่าสนใจคือประเด็นตอนที่เซลโก้ บูวัชที่หายตัวไปจนถึงทุกวันนี้! มีข่าวลือ ย้ำว่าข่าวลือ ว่าคล็อปป์เลือกอัชแทนที่จะเป็นบูวัช เรื่องของเรื่องคือบูวัชไม่พอใจอัชในเกมๆ นึง ที่วางแนวรับไม่เป็นอย่างที่เขาต้องการ (เป็นที่รู้ว่าบูวัชจะเหมือนเป็นโค้ชเกมรับของลิเวอร์พูล) และด้วยบุคลิกของบูวัชที่เงียบๆ อาจจะไม่ชอบคาแรกเตอร์ประจี๋ประจ๋อ หรือจะว่าคุยเก่ง รับใช้เจ้านายได้ดี เลยเกิดอาการ ‘งอน’ คล็อปป์ ขณะที่คล็อปป์เองก็ไม่เห็นว่าอัชผิดอะไร โดยความเป็นเจ้านายจึงต้องตัดสินใจแบบทุกวันนี้

ไม่แน่ว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องจริง หรือไม่ แต่อัชก็โดนกระแสแฟนบอลโซเซียลด่าไปไม่น้อย เพราะหลายคนเกรงว่าคล็อปป์จะขาดผู้ช่วยที่ดี และบางช่วงที่ทีมแกว่ง หรือมีปัญหา หรือแม้แต่เพรสซิ่งแบบเกรเก้นน้อยลง หลายคนบอกว่ามันหายไปกับบูวัชก็ตาม

อันนี้อยู่ที่วิจารณญาณ… ซึ่งส่วนตัวผมหลายๆ จุดก็พอมีมูลอยู่เหมือนกัน ที่แน่ๆ อัชนี่เป็นที่รักของทุกคนจริงๆ(ที่ทำงานด้วย)

+

จะไม่ให้รักได้ไง?

คล็อปป์เคยให้สัมภาษณ์ว่าจอห์นคือคนบ้าการเป็นผู้รักษาประตูมากๆ เขาทำงาน 25 ชั่วโมงต่อวัน และไม่ว่าเขาจะไปเมลวู้ดเช้าแค่ไหน เขาก็ไม่เคยไปถึงก่อนจอห์นเลย และเขามักจะนั่งดูแลปท็อป เพื่อดูผู้รักษาประตูทั่วโลกทุกวัน

ในตอนนั้นคล็อปป์พูดเกี่ยวกับรากฐานที่อัชวางไว้ แต่ในเวลาเดียวกันดูเหมือนมีความกดดันกับตำแหน่งของอัชอยู่ด้วย การปกป้องในครั้งนั้น เหมือนสัญญาณเตือนเล็กๆ เพราะหลายครั้งที่คล็อปป์ชมใคร มักจะมีการย้ายออก!

คุณชอบลูกน้องที่ขยันไหม? หลายคนอาจจะห่วงเหมือนกันว่าถ้าขยัน แต่โง่คงไม่ดีแน่ แต่สำหรับอัช เขาคือคนที่มีส่วนสำคัญในการดึงมินโญเลต์, คาริอุส และอลิสซงมาอยู่กับลิเวอร์พูล ว่ากันว่าเขาคือคนตัดสินใจแทบจะขั้นสุดท้ายในการคุยกับคล็อปป์ก่อนทุ่มเงินซื้อโกลบราซิลในฤดูกาลที่แล้ว

และชัดเจนกับสิ่งที่โดนี่ให้สัมภาษณ์ อัชตาม หรือรู้สึกอลิสซงมานานตั้งแต่เล่นให้อินเตอร์นาซิอองนาลด้วยซ้ำ

คล็อปป์มักจะชมอัช และมักจะบอกว่าเป็นคนตลก และสร้างบรรยากาศที่ดีในห้องแต่งตัว บางมุมผมรู้สึกว่าเขาเหมือนตัวโจ๊ก(ทั้งในแง่ลบ และบวก) ย้อนไปดูคลิปที่เป็นไวรัลตอนลิเวอร์พูลชนะสเปอร์สในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้จากประตูท้ายเกมของโอริกีดู การแต่งตั้งแบบบ้านๆ และการวิ่งดีใจตัดหน้าคล็อปป์ มันดูขบขันแบบแปลๆ ไม่น้อย

ครั้งหนึ่งคล็อปป์เคยพูดถึงอัชว่าเขารับหน้าที่ในการดูแลลูกตั้งเตะของทีม (ซึ่งไม่แน่ว่าจะไปทับไลน์บูวัชหรือไม่) แต่ที่แน่ๆ ตั้งแต่ยุคบีร็อดมาจนถึงต้นๆ ของคล็อปป์ การรับมือลูกตั้งเตะของลิเวอร์พูลไม่ได้เรื่อง! หรือจะเรียกว่าปีๆ นึงเสียประตูจากลูกเหล่านี้ไปไม่น้อย จนอย่างที่บอกว่ามันน่าสงสัยกับโค้ชผู้รักษาประตูคนนี้จริงๆ

กระนั้นก็ดูเหมือนว่าคล็อปป์เริ่มลังเล และอาจจะคิดลงดาบกับเขาในอนาคต

+

จุดเปลี่ยน?

จริงๆ เขียนถึงตรงนี้ผมยังไม่แน่ใจบทสรุปของตัวเองด้วยซ้ำ เพราะที่เล่ามาเหมือนจะมีด้านดีแค่ความขยัน คลั่งไคล้ แต่ผลงานของอัชยังเป็นที่กังขา จนถึงการมาของอลิสซง เบ็คเกอร์

บรูซ กร็อบเบลลาร์อดีตตำนานผู้รักษาประตูลิเวอร์พูลเป็นคนที่ออกมาตำหนิ มินโญเลต์อยู่ตลอด และจุดหนึ่งหลังจากผ่านไป 2-3 ปี เขาเป็นอีกคนที่ชี้เป้าไปที่โค้ชผู้รักษาประตูแทน หลังจากโดนเพื่อนๆตำนานออกมาเบรกหัวทิ่ม

อัชเคยให้สัมภาษณ์(แบบดูน้อยใจ)ว่างานโค้ชผู้รักษาประตูลิเวอร์พูลเป็นงานที่ยากจริงๆ เขารับรู้ถึงการโจมตีทางโซเซียล แต่ในทางกลับกันเขาก็มักจะมีความสร้างสรรค์แบบแปลกๆ อย่างเช่นการให้โกลซ้อมกับอุปกรณ์รักบี้ เพื่อให้กล้าออกมาตัดบอลกับกองหลังของอังกฤษ ที่มินนี่, คาริอุส หรืออลิสซง (รวมถึงดาวรุ่งคนอื่นๆ) ได้เคยเห็นภาพซ้อมเหล่านี้ ไม่นับอีกมากมายที่เชื่อว่าเขาเป็นต้นคิด บางครั้งเขาก็ยอมรับว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะพัฒนาฝีมือโกลเหล่านี้ แต่ในทางกลับกัน เขายอมรับว่าปรัชญาของลิเวอร์พูลคือเกมรุก และจุดนี้ทำให้เป็นงานยากของผู้รักษาประตูลิเวอร์พูล เพราะพื้นที่รับผิดชอบจะกว้างกว่าคุมทีมอื่นๆ อย่างไรก็ตามแม้จะบ่นอยู่บ้าง แต่สุดท้ายเขามักจะปิดด้วยการมองโลกในแง่ดีว่าผู้รักษาประตูทุกคนในทีมเข้ากันได้ดีเสมอ

การเล่นกับทีมเล็กๆ(ตามความหมาย) ยกตัวอย่างกรณีของมินนี่กับซันเดอร์แลนด์ อาจจะง่ายกว่าต้องมาเล่นให้กับลิเวอร์พูลที่เล่นเกมรุก เมื่อต้องทำหน้าที่เป็นกองหลังตัวสุดท้ายเพิ่ม หากให้อยู่ในบ็อกซ์มินนี่อาจจะทำได้ดีไม่แพ้เด เคอา! อันนี้ก็แล้วแต่มุมมอง และหวังว่าฤดูกาลหน้าวาน บิสซาก้าจะได้รู้ว่าการไม่อยู่โซน ต้องขึ้นเกมรุกด้วยแบบเทรนต์มันยากแค่ไหน!

 

แต่ส่วนตัวของผมจุดเปลี่ยนในฤดูกาลนี้ที่ชัดเจนคือการดึงตัวแจ็ค โรบินสัน มาเป็นผู้ช่วยโค้ชผู้รักษาประตู!

ไม่ใช่หมายความว่าอัชไม่เก่งเลย หรือไม่ทำอะไรเลย แต่เพราะก่อนหน้านี้งานของเขาอาจจะมากเกินไป และทำให้มีเวลาโฟกัสกับการพัฒนาผู้รักษาประตูไม่มากพอ

คล็อปป์ให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสินใจในช่วงต้นฤดูกาลถึงการดึงผู้ช่วยเพิ่มให้อัช เพราะว่าหลายๆ ครั้งทีมมีผู้รักษาประตูมากถึง 5 คนในการฝึกซ้อม(ตอนนี้ 4) และกับโค้ชคนเดียวมันไม่ใช่เรื่องง่าย

ผมชอบประโยคของคล็อปป์ประโยคในเว็บฯ สโมสรว่า “มันเป็นเรื่องดี มันจะดีต่อผู้รักษาประตูของเรา และผมมีผู้ช่วยแล้ว 4, 5, 6 คน ซึ่งตอนนี้จอห์น อัชเตอร์เบิร์กมีอย่างน้อยหนึ่ง! นั่นเป็นเรื่องที่ดี”

ฟังดูขำๆ กึ่งประชดเช่นกัน(ฮ่า) แต่เรื่องจริงสำหรับคนที่เคยซ้อมฟุตบอล โดยเฉพาะซ้อมการเป็นประตู คำพูดที่มักจะได้ยินเสมอๆ คือ ผู้รักษาประตูเป็นตำแหน่งที่ซ้อมหนักสุด แต่แข่งจริงคนจะได้เห็นน้อยที่สุด

นอกจากวิ่งกับทีม ซ้อมร่วมกับทีม ผู้รักษาประตูต้องมีการซ้อมแยก ต้องมีคนโยนบอลให้ ส่วนใหญ่ผู้รักษาประตูจะต้องจับคู่กันซ้อม(สำหรับบ้านเรา หรืออาจจะทั่วโลกเป็นปกติ) ไม่มีผู้รักษาประตูคนไหนซ้อมอย่างสมบูรณ์ได้เพียงลำพังคนเดียว บางครั้งหลังซ้อมปกติ ต้องชวนเพื่อนกองหน้า ตำแหน่งอื่นๆ มาช่วยโยนบอล ยิง หรือซัดบอล  ขณะที่ในฐานะมืออาชีพ ผู้รักษาประตูต้องวิ่ง ของเวท เพื่อรักษาน้ำหนัก ต่างจากนักเตะทั่วไป ปกติแข่งแล้วจะได้พัก เพราะวิ่งเยอะในสนามอยู่แล้ว แต่ผู้รักษาประตูต้องวิ่งต่อ วิ่งๆๆ

การที่ลิเวอร์พูลมีผู้รักษาประตูหลายคนอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้งานของอัชทำได้ไม่ดีพอ เขามีความรู้มากมาย ความเข้าใจหลายอย่าง อันนี้ไม่ได้ประชดละ! เพราะว่าการจะคุย หรือเสนอไอเดียให้ผู้จัดการทีมอย่างดัลกลิช, ร็อดเจอร์ส และแน่นอนว่าคล็อปป์ การจะคุยกับคนระดับนี้รู้เรื่องเขาต้องของว่างั้นเถอะ และคล็อปป์นี่แหล่ะเป็นคนที่ดึงสิ่งที่มีในตัวอัชออกมาได้มากที่สุด

คล็อปป์เป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ ทั้งการมาของอลิสซง และโรบินสัน ดูเหมือนว่าลิเวอร์พูลผ่อนคลายขึ้น (แน่นอนว่ารวมการมาของเวอร์จิล ฟาน ไดจ์คด้วย!) ลิเวอร์พูลกลายเป็นทีมที่ป้องกันลูกตั้งเตะได้มีมากในฤดูกาลที่ผ่านมา แถมยังเล่นลูกตั้งเตะได้ดีมากด้วย ไม่เชื่อถามบาร์ซ่าดู! ไม่นับว่าการดึงโค้ชทุ่มมาช่วย เรียกว่าคล็อปป์เอาทุกทางเพื่อให้ทีมดีขึ้น ตอนนี้แทบไม่มีใครจะถามหาบูวัชด้วยซ้ำ คล็อปป์แสดงให้เห็นว่าเขาคือของจริง แม้ว่าคล็อปป์จะพูดเสมอว่าเขาไม่ได้ทำงานทุกอย่างเอง ทุกอย่างเขาได้รับการช่วยเหลือ

+

อัชเองตอนนี้อายุ 47 ปี อย่าลืมว่าเขาไม่ได้ผ่านเกมฟุตบอลระดับสูงที่สุด แน่นอนจุดนี้อาจจะทำให้มีคนค่อนแคะได้เหมือนกัน แต่ความเป็นจริงแล้ว โค้ชโกลก็เหมือนกับโค้ชคนอื่นๆ มันไม่ได้แปลว่าคุณเป็นนักเตะที่เก่ง แล้วจะเป็นโค้ชที่เก่ง เหมือนคล็อปป์ที่เล่นในบุนเดสลีกา 2 ตลอด แต่สมองของเขาระดับบุนเดส นี่คือสิ่งที่เขาพูด เช่นกันถ้าย้อนคิดดู เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโค้ชโกลระดับตำนานมากมายเคยเป็นโกลที่เก่งแค่ไหน?

บางทีมันไม่จำเป็นเลย ครูที่เก่งขอแค่สอนลูกศิษย์ให้เก่งกว่าตัวเองได้ ครูที่หวงวิชาถ้ามีทั้งโลก โลกนี้ไม่มีวันก้าวหน้า คลื่นลูกใหม่มักแรงกว่าคลื่นลูกเก่าเสมอ ถ้าเรายอมรับกันได้ บางทีมันก็ไม่มีอะไรให้ต้องตำหนิผลงานก่อนๆ ของเขา

ย้อนไปช่วงแรกๆ เขาอาจจะพลาด(บางส่วนในการเล็งซื้อมินนี่ หรือคาริอุส รวมถึงศักยภาพนักเตะบางคนไม่ต้องตำแหน่งนี้ หลายๆ ตำแหน่งมันก็จำกัดอยู่แล้ว มันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ทุกคนเก่งขึ้นต่อให้เป็นยอดโค้ชแค่ไหน ไม่งั้นก็ไม่จำเป็นต้องมีการซื้อนักเตะ

แต่อย่าลืมว่าตอนนั้นอัชเองก็อายุประมาณ 40 ปี ประสบการณ์โค้ชก็ไม่ใช่จะเยอะแบบทุกวันนี้ ทุกคนมีเวลาที่แย่ของตัวเอง และมีเวลาที่เติบโต เขาก็เช่นกัน

+

การอยู่ในลิเวอร์พูลมานานจนแทบจะกลายเป็นสเก๊าเซอร์(ทรานเมียร์+ลิเวอร์พูล 20 ปีเศษ)ไม่น่าแปลกใจที่เขากลายเป็นคนท้องถิ่น เป็นโค้ชที่ไม่ค่อยจะถูกลิเวอร์พูลเอ็คโค่วิจารณ์(ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะเละไปแล้ว) แต่รวมๆ คือชัดมาก ว่าเขาเป็นคนนิสัยดี ถ้าเรารู้จักเขาอาจจะอยากเป็นเพื่อนกับเขาแน่ๆ

จริงๆ ตอนคล็อปป์ให้สัมภาษณ์หนุนเขา เหมือนกับจะพูดกลายๆ เช่นกันว่าอนาคตหากมันแย่ อัชก็จะเป็นคนรับผิดชอบ(คล็อปป์บอกว่าอัชเป็นคนดูแลลูกตั้งเตะ) ซึ่งในยุคก่อนหน้านี้เขาไม่รู้ แต่ฤดูกาลที่ผ่านมา อย่างน้อยเขาควรจะได้เครดิต ย้อนไปถึงความประทับใจแรกในตัวมินนี่ที่เซฟจุดโทษในเกมกับสโต๊คในนัดประเดิมสนาม อัชก็เป็นคนส่งสัญญาณว่าต้องเซฟลูกยิงของวอลเตอร์สมุมนั้น

สตีเวน เจอร์ราร์ดเคยให้สัมภาษณ์เช่นกันว่าเขาได้รับประโยชน์จากการวิเคราะห์การยิงจุดโทษของโค้ชผู้นี้ ซึ่งคงจำกันได้ว่าช่วงหนึ่งที่กัปตันทีมไม่พลาดเลย อย่างในฤดูกาลนี้ตอนริยาด มาห์เรซยิงจุดโทษที่แอนฟิลด์ เขาก็เป็นคนส่งสัญญาณให้อลิสซงพุ่งไปทางไหน

มันชัดจริงๆ ว่าเขาเป็นคนทำการบ้านหนัก และขยันเอามากๆ ไม่ใช่แค่คำเล่าลือ

+

97 แต้ม กับเกมรับที่เสียไปเพียง 22 ประตู น้อยที่สุดในลีก รวมถึงแชมป์ยูฟา แชมเปียนส์ลีก มีคนยกเครดิตให้คนนั้นคนนี้มากมาย ส่วนตัวผมแม้จะมีหลายๆ มุมที่กังขา หรือเคยเป็นหนึ่งในคนที่คิดว่าต้องหาคนมาแทนเขา แต่คล็อปป์เลือกวิธีที่ดีกว่าในการหาผู้ช่วย และดึงโค้ชทุ่มมาเพิ่ม ผลลัพธ์ที่ออกมา ตอนนี้คำตอบมันมาแล้ว

แน่นอนว่าเรายังต้องดูกันยาวๆ เขาจะอยู่กับเราต่อไปหรือไม่ การเรียนรู้ ความขยัน ความบ้าฟุตบอล ดีกรีโค้ชในระดับสูง ไม่แน่ว่าอนาคตอาจจะมีทีมที่สนใจให้โอกาสเขาเลื่อนชั้นไปคุมทีมเลยก็ได้  หรือปีหน้าทีมจะแกว่ง มีปัญหา เพิ่ม เกมรับแย่ อะไรจะเกิดขึ้นไม่รู้ แต่อย่างน้อยพื้นที่ตรงนี้ผมคงต้องขอยกเครดิตให้จอห์น อัชเตอร์เบิร์กบ้าง

เขาเป็นคนที่ทำงานหนักให้กับลิเวอร์พูล ทำมานานหลายปีเป็นทศวรรษ แม้จะหมดยุคบูทรูมไปแล้ว แต่ถ้ามองคนที่เป็นลูกหม้อในทีมงานจริงๆ บางทีอัชเตอร์เบิร์กน่าจะนับว่าเป็น ‘บูทรูม’ ในเวลานี้ได้ เผลอๆ เขาอาจจะกลายเป็นคนสำคัญยิ่งกว่านี้ได้อีกในอนาคต

แต่ถึงเวลานั้นมันก็ไม่สำคัญแล้ว ตั้งแต่มีวงการฟุตบอลมา โค้ชผู้รักษาประตูที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ทั้งดี และไม่ดี ผมก็ไม่เห็นใครมากกว่าเขา เขาเป็นทั้งสีสัน และเป็นตัวอย่างของความพยายามที่ดีจากระดับล่างมาจนถึงระดับสูงสุดของวงการฟุตบอลตอนนี้

Respect!

+

ปล. แถมอีกนิด สุดยอดที่สุดคงต้องให้คล็อปป์ที่ใช้คนได้เหมาะกับงานจริงๆ เป็นตัวอย่างของนักบริหารที่สุดยอดจริงๆ

+

#liverpool  #klopp  #Achtenberg #จินตะปัญญา

Leave a Reply